Share

บทที่ 8

last update Terakhir Diperbarui: 2025-09-02 11:50:01

"พูดตามตรงนะคะ เรื่องแจกันที่เสียหายมันไม่ได้เกี่ยวกับฉันเลย ฉันแค่เป็นคนกลางมาไกล่เกลี่ยให้"

"ไม่ได้เกี่ยวกับคุณ? ผมกลับคิดว่ามันเกี่ยวกับคุณสะอีกเพราะคนทำแตกยังไม่เห็นโผล่หน้ามาเลย"

"ฉันเป็นเด็กในบ้านนั้น ท่านเป็นนายผู้หญิง และท่านก็มีสิทธิ์ใช้ฉัน"

"ก็นี่ไงเราก็วนกลับมาเรื่องเดิม ถ้าคุณอยากให้เรื่องนี้มันจบ คุณต้องไปทำงานกับผมเท่านั้น หรือไม่ก็เอาเงินตามที่ผมบอกมาคืนภายในสองวัน"

"เดี๋ยวก่อนสิคะ" อยู่ดีๆ เขาก็ลุกเดินออกไป ข้าวปุ้นเลยต้องรีบเดินตามหลัง

"หรือคุณมีเงินจะมาชดใช้ผมแล้ว"

"เงินเยอะขนาดนั้นฉันไม่มีหรอกค่ะ ไหนๆ ฉันก็จะได้ไปช่วยงานคุณอยู่แล้ว"

"มันไม่เหมือนกัน"

"ฉันเข้าใจค่ะฉันก็จะช่วยงานคุณให้นานหน่อยไง ฉันคงลาออกจากที่นี่ไม่ได้ เพราะฉันมีคนที่ต้องทดแทนบุญคุณ"

"ก็ได้ ถ้างั้นคุณก็ช่วยงานจนกว่าผมจะเป็นคนบอกให้พอ"

"ถ้ามันนานหน่อยคุณก็คุยกับเจ้านายฉันเองแล้วกัน"

"แล้วเรื่องที่พักเหมือนกันผมจะให้คุณมาพักด้วย"

"คุณจะบ้าเหรอ"

"ถ้างั้นก็ยกเลิก"

"ฉันเป็นผู้หญิงคุณจะให้ไปพักด้วยได้ยังไง"

"ผมพักอยู่โรงแรม หรือคุณคิดว่าผมจะให้คุณพักห้องเดียวกัน"

"เอ่อ.." ถ้าเป็นแบบนี้ก็คงดีย้ายออกจากบ้านหลังนั้นสุขภาพจิตของเธอก็คงจะดีขึ้นมาก แต่ถ้าย้ายออกเธอจะดูแลคุณพ่อของคุณหนูยังไงล่ะ

"ถ้ามันตัดสินใจลำบากนักก็ไปคุยกันให้เข้าใจให้เคลียร์ก่อนแล้วค่อยมาคุยกับผม"

เช้าของวันต่อมา.. จริงเหมือนที่เขาพูดนั่นแหละต้องคุยให้เคลียร์ก่อน ในใจเธอตอนนี้อยากออกจากบ้านมาก แต่มันยังมีบุญคุณที่ค้ำคออยู่นี่สิ

"ว่ายังไงบ้าง" ยังไม่ลงจากรถเลย เจ้ากรรมนายเวรก็เดินมายืนอยู่หน้ารถแล้ว

"คุณผู้หญิงอาจจะไม่ได้เสียเงินสักบาท แต่ทางนั้นบอกว่าให้ฉันไปทำงานใช้หนี้ให้"

"มีแบบนี้ด้วยเหรอ งั้นแกก็รีบไปสิ"

"ฉันต้องย้ายไปอยู่ที่นั่น และต้องทำงานจนกว่าทางนั้นจะพอใจ"

"ตกลงรีบเก็บของออกไปเลย"

"ฉันยังไม่ได้คุยกับคุณอัปสรเลย"

"แกจะไปคุยอะไรกับมัน ตอนนี้แกถือว่าเป็นคนของบ้านหลังนี้ส่วนมันไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้แล้ว"

"ฉันขอคิดดูก่อนแล้วกัน" ว่าแล้วข้าวปุ้นก็เดินตรงไปทางห้องนอนของตัวเอง 

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเธอก็ทิ้งตัวลงนอน แต่ยังไม่ทันได้หลับสนิทก็มีเสียงเคาะประตู

"คุณผู้หญิงบอกว่าให้ออกไปซื้ออาหารมาให้หน่อย"

"คนในบ้านมีตั้งเยอะทำไมไม่ใช้"

"ก็ไม่รู้สินะ รีบไปรีบกลับด้วยล่ะ"

เสียเวลาไปอีกเป็นชั่วโมง กว่าเธอจะกลับมาที่ห้องและก็เริ่มต้นนอนใหม่

ครั้งนี้หลับไปได้แค่ไม่นานก็มีเสียงเคาะประตูอีก

"มีอะไร"

"คุณผู้หญิงบอกให้เอาชุดไปที่ร้านซักอบรีดวันนั้น"

"ก็ให้คนรถเอาไปสิ"

"ก็ไปพูดกับคุณผู้หญิงเองสิ"

"อะไรวะเนี่ย" ข้าวปุ้นดันตัวลุกขึ้นมาแบบหัวเสีย จะเล่นแบบนี้ใช่ไหม ..เธอรู้ว่าที่เกตุแก้วทำไปคงก่อกวนให้เธออยู่ที่นี่ไม่ได้

วันต่อมาเหตุการณ์เดิมก็เกิดขึ้นอีกจนข้าวปุ้นทนไม่ไหวแล้ว

คืนวันนั้นเธอเลยเข้าไปคุยกับเสี่ยนเรศวรเรื่องที่จะไปช่วยงานโรงแรม

"ช่วงนี้ยุ่งหลายอย่างฉันลืมเรื่องนี้ไปเลย ทางนั้นว่ายังไงบ้าง"

"ทางนั้นบอกว่าถ้าพร้อมเข้าไปได้เลยค่ะ ข้าวอาจจะไปนานหน่อยนะคะ"

"ก็จนกว่างานจะลงตัวนั่นแหละ"

"มีอีกเรื่อง ข้าวขอไปพักที่นั่นค่ะ"

"คุณอัคคีว่ายังไงล่ะ"

"เขาจะให้พักที่โรงแรมค่ะ"

"ก็ดีเหมือนกันจะได้สะดวก ฝากเราด้วยนะ" ตอนช่วงงานแต่งของคู่แฝดทางนั้นก็ไม่คิดค่าใช้จ่ายสักบาท แถมยังจัดงานออกมาให้แบบไม่ขาดตกบกพร่อง พอทางนั้นต้องการความช่วยเหลือนเรศวรเลยไม่ปฏิเสธ

"เสี่ยช่วยบอกคุณอัปสรด้วยนะคะ ว่าข้าวอาจจะไม่ได้พักที่บ้านสักระยะ"

"ได้สิ"

"อีกอย่าง คุณอัปสรเป็นห่วงเรื่องพ่อค่ะ"

"ฉันเข้าใจ เดี๋ยวฉันจะส่งคนเข้าไปดูแลท่าน"

"จริงหรือคะเสี่ย" เหมือนยกภูเขาออกจากอกยังไงไม่รู้ ถ้าให้เธอคิดเองคงคิดไม่ออก โชคดีที่นำเรื่องมาพูดกับเจ้านาย

ข้าวปุ้นออกมาจากห้องของเสี่ยนเรศวร ก็ตรงไปที่ห้องหัวหน้า วันนี้อลิสและระย้ากลับมาทำงานแล้ว

"หวังว่าคงได้ยินข่าวดีเร็วๆ นะคะคุณข้าว" ทั้งสองได้ยินเรื่องที่ข้าวปุ้นมาแจ้งว่าจะไม่ได้อยู่สักระยะก็รู้แล้วว่าจะไปไหน

"ข่าวดี?"

"ก็ไปอยู่ใกล้คนที่ตัวเองสนใจไงคะ"

โอ๊ยลืมไปอีกแล้วเรา หลายวันมานี่เรื่องแจกันทำให้เธอปวดหัวมากจนลืมเรื่องที่เคยโกหกระย้าไว้เลย

"ไฟท์ติ้งนะคะ"

"....ค่ะ"

วันต่อมาที่โรงแรม..

"ฉันมาขอพบคุณอัคคีค่ะ"

ผู้หญิงที่กำลังจะเดินผ่านหน้าเคาน์เตอร์ได้ยินว่ามีคนมาขอพบอัคคีเลยหยุดแล้วหันกลับไปมอง "เธอมาพบคุณอัคคีทำไม"

ข้าวปุ้นหันไปมองคนที่ถามโดยที่ยังไม่ให้คำตอบ เพราะเธองงกับน้ำเสียงที่ใช้ถาม

"ฉันถามว่าเธอมีธุระอะไรมาพบอัคคี" สายตาคนที่ถามมองสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

"ฉันจะมาช่วยงานที่นี่ค่ะ"

"ช่วยงาน? ช่วยงานอะไร??"

"เรื่องนี้คุณไปถามคุณอัคคีดูเองดีกว่าไหมคะ"

"ที่นี่ไม่มีงานให้เธอต้องช่วย กลับไปซะ"

"มีอะไรกัน"

"พี่เพลิง" น้ำเสียงเมื่อครู่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงเมื่อพูดกับผู้ชายที่เข้ามาใหม่

"คุณมีธุระอะไรครับ" เพลิงก็คือพี่ชายแท้ๆ ของอัคคีและเป็นผู้บริหารระดับสูงของที่นี่ และผู้หญิงคนที่คุยกับข้าวปุ้นก็คือลูกสาวของหุ้นส่วน ถึงแม้จะยังไม่มีตำแหน่งตายตัวแต่ก็วนเวียนอยู่แถวนี้

"ฉันจะมาช่วยงานคุณอัคคีค่ะ ถ้าพวกคุณอยากรู้ก็ถามคุณอัคคีดู"

"เดี๋ยวอัคคีก็คงลงมา"

"พนักงานที่นี่ของเราก็เยอะแยะทำไมต้องให้คนนอกเข้ามาช่วยด้วยล่ะคะ"

"มีคนมาฝากเอกสารไว้ให้ฉันหรือยัง" เพลิงหันไปคุยกับพนักงานหน้าเคาน์เตอร์โดยที่ไม่ได้สนใจเรื่องนี้แล้ว

"พี่เพลิงคะ"

"ซัมเมอร์!" เพลิงรู้ว่าซัมเมอร์ลูกสาวหุ้นส่วนมีนิสัยยังไง โชคดีที่เธอไม่ได้เล็งเขาไว้

"ผู้หญิงคนนี้ต้องหว่านเสน่ห์ให้คุณอัคคีแน่เลยค่ะ"

"มีอะไรก็ไปคุยกับเจ้าตัวเองเดินมาโน่นแล้ว" เพลิงหยิบเอกสารจากพนักงานแล้วก็เดินออกไปข้างนอกเพราะต้องไปคุยงาน

"อัคคีคะ" ซัมเมอร์อายุเยอะกว่าอัคคีสองปีเลยจะเรียกพี่เหมือนเรียกเพลิงไม่ได้

"คุณมาแล้วเหรอ" อัคคีเดินตรงเข้าไปหาข้าวปุ้นโดยไม่ได้สนใจซัมเมอร์ที่เดินตรงดิ่งเข้ามาหาตัวเอง

"....ค่ะ"

"ตามผมขึ้นมาข้างบนสิ"

"แต่เรามีนัดไปทานข้าวกันนะคะ"

"ผมคงไปไม่ได้แล้ว คุณชวนพนักงานแถวนี้ไปทานเป็นเพื่อนแล้วกัน"

"อัคคีคะ!"

"??" ข้าวปุ้นเดินตามหลังอัคคีไปแบบงงๆ คนพวกนี้มีความสัมพันธ์แบบไหนกันแน่วะเนี่ย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • hot love พิษรักเพลิงอัคคี   บทที่ 140 ตอนจบ

    Hot love พิษรักรังสิมันต์ บทที่ 140 ตอนจบ"ได้ยินแม่บอกว่าคุณยังไม่ทานข้าวเที่ยงเหรอ"แพรไหมพยักหน้าตอบไม่ใช่แค่ข้าวเที่ยงหรอกข้าวเช้ายังทานไม่ค่อยลงเลยด้วยความเป็นหมอเขาเลยสอบถามอาการของเธอให้แน่ใจ ว่าเธอมีอาการแพ้ท้องแบบไหนเพราะการแพ้ท้องมีหลายแบบ พอรู้ถึงอาการของเธอแล้วรังสิมันต์เลยเข้าไปในตัวเมืองเพื่อจัดยามาให้เธอทานก่อน และหาอาหารบำรุงครรภ์มาเตรียมไว้ให้เธอในระหว่างที่เขาทำเรื่องวันต่อมา.."แม่เก็บของทำไมคะ" แพรไหมเปลี่ยนเสื้อผ้านักศึกษาออกมาเตรียมจะไปเรียนแล้วก็เห็นว่าแม่กำลังเก็บของ"เราจะย้ายไปอยู่กรุงเทพฯไงลูก""ย้าย?""คุณหมอยังไม่บอกเราเหรอ""ยังไม่บอกค่ะ" เมื่อคืนนี้กินยาที่เขาให้ไปง่วงนอนมากเลยหลับ ตอนที่เธอหลับรังสิมันต์ออกมาปรึกษาแม่เรื่องนี้ ทั้งสองเลยตกลงว่าจะไปอยู่ที่นั่น แต่ก่อนนางอาจจะยังลังเลอยู่แต่ตอนนี้มีหลานเล็กๆ แถมหลานอีกคนก็กำลังจะเกิด นางจะเอาแต่ความคิดตัวเองเป็นใหญ่ไม่ได้แล้ว"แล้วพี่หมอล่ะลูก""ตอนนี้เข้าห้องน้ำอยู่ค่ะ"ไม่นานรังสิมันต์ก็ออกมาจากห้องเห็นแม่ของเธอกำลังเก็บของอยู่พอดี"ตอนเช้าผมจะพาแพรไปคุยเรื่องเรียนก่อนนะครับ ช่วงสายๆ เดี๋ยวผมมาช่วยเก

  • hot love พิษรักเพลิงอัคคี   บทที่ 139

    Hot love พิษรักรังสิมันต์ บทที่ 139 >>{"สวัสดีครับคุณแม่ ผมนึกว่าแพร"} {"เมื่อกี้ยัยแพรก็อยู่ตรงนี้แหละ แต่ตอนนี้เข้าไปอ้วก"}>>{"แพรเป็นอะไรครับ?"} {"ตาหมอมีธุระด่วนจะคุยกับน้องไหมล่ะ"}>>{"พอดีว่าพรุ่งนี้ผมต้องเดินทางไปสัมมนาที่ต่างประเทศครับเลยอยากจะคุยกับแพรก่อน ว่าแต่วันนี้แพรทานอะไรบ้างครับ"} เขาวินิจฉัยเธอผ่านทางโทรศัพท์ เพราะคนที่จะอาเจียนได้มีหลายปัจจัย แต่ก็ไม่เป็นผลดีต่อร่างกายทั้งนั้นเลย ร่างกายถึงได้ขับของพวกนั้นออกมา {"วันนี้น้องไปเรียนแม่ไม่รู้ว่าที่มหาวิทยาลัยทานอะไรบ้างเดี๋ยวรอน้องออกมาก่อนนะลูก"}ไม่นานแพรไหมก็ออกมาแม่เลยบอกว่าคุณหมอรอสายอยู่ {"ค่ะคุณหมอ"}>>{"แพรมีอาการเป็นยังไงบ้าง"} {"เวียนหัวคลื่นไส้ค่ะ"}>>{"มีอาการเวียนหัวร่วมด้วยเหรอ? เป็นมากี่วันแล้ว"} {"หลายวันแล้วค่ะ แต่เป็นๆ หายๆ"}>>{"ไปหาหมอหรือยัง"} {"ทีแรกแพรนึกว่าอาการนี้มันจะหายไปแล้วเลยไม่ได้ไปหาหมอค่ะ"}>>{"ประจำเดือนเดือนนี้มาหรือยัง"} ประโยคต่อมาของคำถามทำให้แพรไหมถึงกับชะงัก {"เกี่ยวอะไรกับประจำเดือนคะ"}>>{"ตอบผมมาก่อน"} {"ยังไม่มาเลยค่ะ"}>>{"เดือนสุดท้ายมาวันที่เ

  • hot love พิษรักเพลิงอัคคี   บทที่ 138

    Hot love พิษรักรังสิมันต์ บทที่ 138เช้าวันต่อมา.."สายแล้ว" มือหนาเอื้อมไปบีบจมูกเธอเบาๆ เพื่อเป็นการปลุกให้ตื่น"อืม" นอกจากจะไม่ตื่นแล้วเธอยังคงฝังใบหน้าลงกับแผ่นอกของเขาแนบแน่นขึ้น"วันนี้วันศุกร์ต้องไปเรียนไม่ใช่เหรอ""ไม่ไป" เสียงงัวเงียเปล่งออกมาเบาๆ โดยที่ไม่ได้ขยับเขยื้อน"ไม่ไปไม่ได้""ถ้ากลับมากลัวไม่เจอคุณหมอ""ผมจะอยู่ที่นี่จนกว่าแม่จะกลับมา""จริงหรือคะ" จากที่งัวเงียอยู่เมื่อครู่ดูสดใสขึ้นมาทันทีทันใด"จริงสิ""ถ้าแพรไปเรียนคุณหมอก็เหงาสิคะ""ไม่เป็นไรหรอก"เขาไม่เป็นไรแต่เรานี่สิจะไม่ใจขาดก่อนเหรอ ยิ่งรู้ว่าเขารออยู่ที่บ้านเธอรู้ว่าตัวเองต้องคิดถึงเขามากแน่เลยแต่แพรไหมก็ต้องไปเรียนเดี๋ยวเขาหาว่าเกเรรังสิมันต์ขับรถของแม่มาส่งเธอที่มหาวิทยาลัย เพราะเขาไม่ได้เอารถมาด้วย ตอนมาที่นี่ก็ให้รถที่สนามบินมาส่ง"คุณหมอลงไปด้วยกันไหมคะ""ไปได้เหรอ" เขากลัวว่าเธอจะอายเพื่อนในมหาวิทยาลัยที่มีแฟนอายุเยอะกว่า"ไปได้สิคะ" อยากจะอวดแฟนใจจะขาดอยู่แล้ว พอลงจากรถแพรไหมก็ควงแขนของคุณหมอเดินเข้ามาที่คณะ"แพร?" มีเพื่อนหลายคนที่รู้จักคุณหมอ แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่รู้จัก "คนนี้เหรอคุณหมอสุดหล

  • hot love พิษรักเพลิงอัคคี   บทที่ 137

    ตุ๊บ! อยู่ดีๆ ร่างของจิรายุก็กระเด็นออกจากประตู"กรี๊ดด" สาวๆ สองคนที่ยืนรอลุ้นอยู่ด้านหลังตกใจกรีดร้องเสียงดัง เพราะคิดว่าขโมยขึ้นบ้านจริงๆ ส่วนจิรายุที่เป็นทัพหน้าตอนนี้กองอยู่กับพื้นหน้าประตูบ้านชั้นบน"โอ๊ยย" มีไม้ในมือแท้ๆ แต่ก็ทำอะไรมันไม่ได้"ใคร! ออกมานะ" แพรไหมที่เข้าไปพยุงจิรายุตะโกนเข้าไปในบ้าน บอกให้คนที่ทำร้ายเพื่อนออกมาจากที่ซ่อนจังหวะเดียวกันนั้นเจ้าของเท้าที่ถีบจิรายุก็เผยโฉม"คุณหมอ?" แพรไหมแทบขยี้ตาดูอีกรอบว่าเธอมองถูกหรือเปล่า หรือคิดถึงเขามากจนมองโจรเป็นเขา"ผมเอง" ตอนที่พูดสายตาเขามองมือเธอที่กำลังพยุงไอ้ผู้ชายคนนั้นลุกขึ้นอยู่"คุณหมอจริงๆ ด้วย" แพรไหมรีบปล่อยมือแล้วตรงเข้าไปหาเขา "คุณหมอมาได้ยังไงคะ""นั่งเครื่องมา""แล้วคุณหมอรู้จักบ้านของแพรได้ยังไงคะ" นอกจากรู้จักบ้านแล้วเขาต้องมีกุญแจบ้านเธอด้วยถึงจะเข้ามาได้แบบนี้"เจอแม่ที่โรงพยาบาล" ตอนที่พูดเขายังคงมีท่าทีไม่สบอารมณ์สายตายังคงมองไปดูไอ้คนที่มันสำออยอยู่ที่จริงจิรายุไม่ได้สำออยหรอกใครเจอเข้าไปก็ต้องจุกกันบ้างแหละ"จิเธอเป็นอะไรไหม" พอนึกได้ว่าลืมเพื่อนแพรไหมกำลังจะหันกลับไปถามแต่ถูกมือหนาโอบเข้ามาก่อนจะ

  • hot love พิษรักเพลิงอัคคี   บทที่ 136

    Hot love พิษรักรังสิมันต์ บทที่ 136เพราะแบบนี้แหละเขาถึงยังไม่บอกเรื่องการประเมิน กลัวว่าเธอจะไม่สบายใจ เพราะผลการประเมินคะแนนของเธอได้มากที่สุดและเรื่องนี้อาจารย์ก็ปล่อยไปไม่ได้ เพราะนักศึกษาข้องใจกับการให้คะแนน แถมคนที่ให้คะแนนก็เป็นคนรักของคนที่ได้คะแนนสูงสุดด้วยทางอาจารย์เลยต้องโทรติดต่อกลับไปที่โรงพยาบาล ว่าพอจะให้เหตุผลเรื่องการให้คะแนนได้ไหม หรือถ้าให้เหตุผลไม่ได้ก็จะขอให้ทางโรงพยาบาลแก้คะแนนตามความเหมาะสม ไม่อยากให้มีผลกระทบต่อการฝึกงานของนักศึกษาเลยแต่พออาจารย์ได้รับรู้ถึงเหตุผลนั้นแล้ว รวมถึงคลิปที่ทางคุณหมอรังสิมันต์เตรียมไว้ให้ ก็ได้นำหลักฐานนั้นเข้ามาแจ้งกับนักศึกษาที่รังสิมันต์ไม่บอกเหตุผลตั้งแต่แรกเพราะเขาอยากกลั่นกรองคนในชีวิตของเธอด้วย ถ้าทุกคนยอมรับโดยไม่มีข้อกังขานั่นหมายถึงเพื่อนแท้เพื่อนแท้จะไม่แอบแทงข้างหลังกัน และเพื่อนแท้ก็ต้องมองเห็นว่าเธอช่วยเพื่อนมากแค่ไหน แต่คนที่กล้ามีข้อสงสัยนั่นหมายถึงเห็นแก่ตัวมากหวังแต่ได้อยู่ฝ่ายเดียวหลังจากที่อาจารย์นำหลักฐานการให้คะแนนเข้ามาบอกนักศึกษาที่สงสัยเสร็จแล้วทุกคนก็เงียบ เพราะมันก็เป็นจริง แบบที่คุณหมอให้เหตุผลมาว่า

  • hot love พิษรักเพลิงอัคคี   บทที่ 135

    Hot love พิษรักรังสิมันต์ บทที่ 135เช้าของวันต่อมา.. รังสิมันต์ไม่ได้บอกเธอหรอกว่าผลการประเมินของเธอได้เท่าไร แต่เขาก็ได้จนเสร็จเพราะถึงแม้เธอจะไม่ทำต่อเขาก็ทำเองได้ ..ที่ไม่บอกกลัวเธอจะคิดมากและแพรไหมก็เข้าใจ ในเมื่อเขาบอกไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเพราะถึงยังไงเดี๋ยวก็คงไปรู้ที่มหาวิทยาลัยเองมาถึงโรงพยาบาลนักศึกษาฝึกงานก็ถูกเรียกตัวให้มาพูดคุยกัน เพราะพรุ่งนี้แล้วที่ทุกคนต้องเดินทางกลับ"สวัสดีครับ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการฝึกงานนี้จะช่วยให้นักศึกษาทุกท่านได้เรียนรู้การใช้ชีวิตนอกรั้วมหาวิทยาลัย""นอกจากจะหล่อแล้วแถมคำพูดคำจายังกินใจอีก""อย่าปลื้มมากนั่นผัวเพื่อน""เราก็มาฝึกงานที่นี่เป็นเดือนๆ ทำไมไม่เจอเหมือนยัยแพรเลย""แกได้ยินสุภาษิตไหมที่ว่าแข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่มาแข่งบุญวาสนามันแข่งกันไม่ได้หรอกนะ""ถ้านักศึกษาเรียนจบแล้วใครต้องการอยากมาสายอาชีพนี้ โรงพยาบาลแห่งนี้ยินดีต้อนรับนะครับ""จริงหรือคะคุณหมอ ดีจังเลยค่ะ""ผลการประเมินผมได้ส่งอีเมลไปทางมหาวิทยาลัยให้แล้วนะครับ"นักศึกษาทุกคนต่างก็กล่าวคำขอบคุณก่อนจะแยกย้ายไปแผนกที่รับผิดชอบ ส่วนมากวันนี้เป็นวันร่ำลาพี่ๆ ที่ช่วยกันฝึกสอน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status