LOGINค่ำคืนอันแสนอบอุ่นผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น โดยที่ไม่มีอะไรเกินเลยไปมากกว่าการนอนกอดและถ่ายทอดความอบอุ่นให้แก่กัน
เอื้อมดารานอนอมยิ้ม ถือโอกาสตอนคนที่กอดเธอไว้ทั้งคืนยังไม่ตื่น สำรวจใบหน้าหล่อเหลาของพศินอีกครั้งยามหลับตาใบหน้าที่ติดจะดุดูอ่อนโยนและผ่อนคลาย หัวคิ้วหนาพาดเฉียงรับกับเปลือกตาที่ปิดสนิท ปลายจมูกคมสันโด่งจนเธอนึกอิจฉา และมือที่ไวกว่าความคิดก็ได้เคลื่อนไปลูบไล้ปลายจมูกของคนหลับเสียแล้ว
“อื้อ...อ้าว ตื่นแล้วหรือ อรุณสวัสดิ์นะครับ”
พศินครึ่งหลับครึ่งตื่น พอลืมตาขึ้นมาก็เจอกับใบหน้าหวานใสของคนที่อยู่ในอ้อมกอด จึงกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ ทว่าใบหน้าคมกลับเคลื่อนเข้าหาหญิงสาวฉับไว
เอื้อมดาราเบิกตาโพลงไม่คิดว่าจะได้รับการจุมพิตรับอรุณ แต่พอจ้องมองไปยังพศินอีกครั้งก็เห็นว่าคนพี่หลับตาลงไปอีกครั้งเสียแล้ว
“พี่พศิน...ละเมอหรืออะไรคะเนี่ย!”
“...”
ไม่มีเสียงตอบกลับ หรือแม้แต่จะลืมตามามองเธอ นั่นเป็นคำตอบได้อย่างดีว่าเอื้อมดาราโดนขโมยจูบจากคนขี้เซา ใบหน้าเธอร้อนวูบวาบจนต้องยกสองมือปิดหน้า ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนกายซุกเข้าอกแกร่งของคนพี่อีกครั้ง
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาชายหนุ่มก็เริ่มรู้สึกตัว ดวงตาคมเหลือบมองกลุ่มผลสลวยของเอื้อมดาราที่อยู่แถว ๆ อกของตัวเอง จู่ ๆ หัวใจก็เต้นแรงขึ้นมาอีก พศินรู้ดีว่าอาการแบบนี้คืออะไร
“ตื่นเร็วคนสวย”
“อื้อ คะ? อ้อ ไม่ได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นอีกแล้ว” เสียงงัวเงียมาพร้อมใบหน้างอแง เพิ่มความน่าเอ็นดูให้คนตรงหน้าเป็นเท่าตัว พศินอยากจะดึงอีกฝ่ายมาฟัดสักทีสองที แต่ก็ต้องสงบจิตสงบใจไว้ก่อน
มือหนาทำเพียงส่งไปลูบไล้เส้นผมของเอื้อมดาราให้เป็นทรง เมื่อหญิงสาวรู้สึกว่าสถานการณ์เริ่มจะมีผลต่อหัวใจ เธอจึงรีบชิ่งหนีเข้าห้องน้ำไปทันที ทิ้งไว้เพียงพศินที่นั่งอมยิ้มมองประตูห้องน้ำอย่างขำ ๆ
“วันนี้อยากไปไหนครับ”
“ดาวอยากไปไร่ชา ไม่รู้ว่าแถวนี้มีไหมคะ”
“มี ๆ พี่ไปถามพนักงานมา เขาบอกว่านั่งรถจากนี่ไปสิบห้านาทีก็ถึงแล้วครับ” ไม่ใช่พนักงานหรอก ที่พศินไปถามน่ะคือดรัณภพ เพื่อนของเจ้าตัวต่างหาก เพราะใจจริงเขาอยากพาหญิงสาวไปเที่ยวอยู่แล้ว
“งั้นไปค่ะ! ดาวอยากไปลองเก็บชาด้วย พี่พศินไปอาบน้ำเร็ววว”
“เร่งพี่เลยนะ”
“แหม วันนี้วันสุดท้ายที่ดาวจะได้อยู่กับพี่พศินนี่คะ”
พูดไปก็แอบใจหาย เสียงใสแอบสั่นเครือตรงท้ายประโยคอยู่นิดหน่อย และแน่นอนว่าพศินสังเกตได้ เขาเห็นความสั่นไหวในดวงตาของเอื้อมดารา ก่อนมันจะแปรเปลี่ยนกลับมาสดใสดังเดิมในเสี้ยววินาที
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบสั่งอาหารมารอพี่ พี่ขออาบน้ำแป๊บเดียว”
รอยยิ้มอบอุ่นของคนตัวโตทำให้มือไม้เธออ่อนแรงไปชั่วขณะ ทำให้พศินถึงมีผลกับใจเธอมากขนาดนี้กันนะ หากต้องบอกลากันจริง ๆ เธอไม่อยากจะคิดถึงเวลานั้นเลย...
.....................
“ใส่หมวกไปด้วย แดดยังแรงอยู่นะดาว”
“ค่าพ่อ วันนี้ดุจังเลยนะคะ”
เอื้อมดาราลากเสียงยาวหันไปมองคนที่ยืนเก๊กท่าอยู่ด้านหลังของเธอด้วยแววตาเง้างอด ทำให้พศินต้องขยับกายเข้าประชิดตัวพร้อมกระซิบให้ได้ยินกันเพียงสองคน
“พ่อทูนหัวใช่ไหม พี่เป็นได้นะ รออยู่เนี่ย”
“พี่พศิน! ถอยไปเลยค่ะ”
เอื้อมดาราพูดจบก็ใช้สองมือดันแผ่นอกหนาให้ออกห่าง ก่อนจะกระทืบเท้าเดินไปยังรถที่มารอรับ ไม่วายจะได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังไล่หลังมาให้หน้าแดงเล่น ๆ เห็นช่องเป็นไม่ได้ หยอดจนเธอไปไม่เป็น
ทุกที เชื่อเขาเลย!ภาคภูมิกล่าวด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แต่คนทั้งสองที่เหลือต่างสบตากันอย่างหวาด ๆ ก็แค่ส่งคนไปซ้อมแต่ยังไม่ออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วน่ะหรือ! “เอ่อ เออดี ๆ คุณภาคทำถูกแล้ว คนเลว ๆ ใช้กฎหมายไม่ได้หรอก มันไม่รุนแรงพอ ต้องเจอแบบนี้แหละลูก” “แล้วสรุป คุณตุลาจะอนุญาตให้ผมกับเพียงรักกันได้หรือยังครับ ผมถือโอกาสนี้ขอลูกสาวคุณอย่างเป็นทางการเลยแล้วกัน” “ถ้าผมบอกว่าไม่ล่ะ” ตุลาจ้องดวงตาคนอ่อนกว่าอย่างไม่ลดละ ถึงเขาจะเกรงใจอีกฝ่ายมากแค่ไหน ทว่าเรื่องของเพียงออเป็นข้อยกเว้น เขาแค่อยากจะรู้ว่าถ้าเกิดตัวเองดึงดันจะขัดขวาง ภาคภูมิจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร “ผมก็จะทำทุกอย่างจนกว่าคุณจะยอมนั่นแหละครับ ผมรักลูกสาวคุณจริง ๆ ถ้าไม่ได้แต่งกับเธอ ผมก็ไม่คิดจะแต่งกับใคร” “คุณภาค...” เพียงออน้ำตารื้น มันอาจจะเป็นประโยคง่าย ๆ ทว่ากลับมีน้ำหนักในใจเธอเหลือเกิน ไม่ว่าจะกี่ปี ผู้ชายคนนี้ก็ยังเป็นคนเดียวที่ทำหัวใจเธอเต้นแรงได้ขนาดนี้ “เอาละ ๆ น้องเพียงไม่ต้องทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ลูกคิดว่าพ่อจะขัดขวางความสุขของลูกได
ในเมื่อบิดาเธอกล้าถาม เธอก็กล้าตอบ แต่คนฟังถึงกับหงุดหงิดในคำตอบของลูกสาวตัวเอง ห่างกันแค่สามวันทำมาเป็นหมดอาลัยตายอยากมันน่านักนะ “ไม่คิดถึงพ่องั้นสิ หายไปเป็นเดือน ไม่อยากอยู่กับพ่อหรือไง” “คุณพ่อคะ เพียงก็ไม่ได้จะไปอยู่กับคุณภาค เพียงแค่อยากเจอหน้าเขาบ้าง คุณพ่อขังเพียงไว้แบบนี้เหมือนนักโทษเลยน้า” “พ่อแค่อยากแกล้งไอ้หนุ่มนั่น ไม่สิ ถ้านับตามอายุก็ห่างจากพ่อไม่ถึงยี่สิปีด้วยซ้ำ” เขานึกเจ็บใจก็ตรงนี้ ลูกสาวสวยปานนี้กลับไปคว้าคนที่ห่างกันถึงเก้าปีอย่างนั้น อีกอย่างภาคภูมิก็คนอันตราย คู่อริทางธุรกิจก็มากมาย “คุณพ่อจะเอาอายุมาเป็นตัวชี้วัดความรักของเพียงกับคุณภาคหรือคะ” “อะ เอ่อ ก็เปล่า พ่อก็แค่...” “หวงเพียง ใช่ไหม เพียงพูดถูกไหม” ตุลาได้ฟังก็ทำได้แค่พยักหน้า เพียงออเผยรอยยิ้มหยอกเย้าออกมาทันที “เพียงคิดไว้อยู่แล้ว” ตาแก่ใจดีของเขาน่ะหรือจะโกรธ ก็แค่ไม่อยากให้ลูกอยู่ห่างตัวเท่านั้นแหละ “ทำไมคะ กลัวเหงาเหรอ แต่เพียงได้ข่าวมาว่าคุณพ่ออยู่นู่นก็ไม่เหงานี่นา” ตุลาสะดุ้งเ
ชายหนุ่มในชุดสูทเต็มยศ นั่งมองเอกสารตรงหน้าด้วยแววตาเหม่อลอย เลขาส่วนตัวที่เพิ่งเดินหอบแฟ้มเอกสารเข้ามาให้เจ้านายก็สังเกตเห็นความผิดปกตินี้ “ท่านครับ ท่าน!” “ฮะ มีอะไรทิว” ภาคภูมิหลุดออกจากห้วงภวังค์ ทันทีเมื่อรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของใครอีกคนหนึ่ง ดวงตาคมตวัดมองเลขาหนุ่มอย่างไม่สบอารมณ์จนคนถูกมองสะดุ้งเบา ๆ “ผมเห็นท่านนั่งเหม่อ ก็เลยลองเรียกดูน่ะครับ ท่านมีอะไรให้ผมช่วยบอกได้นะครับ” “ขอบใจ แต่แกช่วยฉันไม่ได้หรอก” ภาคภูมิจะพูดออกไปอย่างไรว่าเมียไม่ยอมกลับบ้าน ตั้งแต่ว่าที่พ่อตากลับมาจากออกกองก็ไม่ยอมให้ลูกสาวออกมาเจอเขาเลยสักนาทีเดียว! “หรือว่า...เรื่องคุณเพียงออหรือครับ” “แกรู้ได้อย่างไร” ทิวเขาทอดถอนหายใจออกมายืดยาว เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร มีเรื่องไหนบ้างที่ทำให้เจ้านายของเขาอาการเป็นแบบนี้ได้บ้างนอกเสียจากหญิงสาวคนนั้น “เดาไม่ยากครับ แต่ที่ผมเดาไม่ได้คือ คุณเพียงทำอะไร ท่านถึงมีสภาพ เอ่อ มีอาการแบบนี้” “ตั้งแต่พ่อเขากลับมา ฉันยังไม่เจอหน้าเพียงอีกเลย จะสา
เธอไม่คิดจะเร่งเร้าให้ภาคภูมิทำอะไรให้มันถูกต้องตอนนี้ เธอรู้ดีว่าเรื่องภายในของบริษัทคนรักยังไม่เรียบร้อยดี ทว่าภาคภูมิกลับไม่คิดเช่นนั้น “ฮัลโหล ทิวเขา ได้เวลาปิดฉากความแค้นแล้ว” หญิงสาวตาเบิกโพลงเมื่อเห็นมือหนาคว้าโทรศัพท์มาต่อสายลูกน้อง คำพูดเหล่านั้นไม่ได้หมายถึงเขาจะสะสางเรื่องทั้งหมดให้เสร็จในวันนี้พรุ่งนี้ใช่ไหม... “เอ่อ คุณภาคคะ” “ฮื้ม? สงสัยอะไรหรือครับ” เพียงอออ้าปากพะงาบ ๆ หมดคำจะพูดเมื่อสบเข้ากับดวงตาวาววับเอาจริงเอาจังของคนตัวโต ยิ่งจ้องลึกเข้าไปยิ่งรู้สึกราวกับมีเปลวเพลิงไหวระริกอยู่ในนั้น เธอได้แต่นึกไว้อาลัยให้ธาดาล่วงหน้าไปเลยก็แล้วกัน... “ไฮโซหนุ่มอนาคตไกล ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินรายใหญ่พร้อมหลักฐานที่ดิ้นไม่หลุด เกี่ยวพันคดีเลี่ยงภาษี ภายหลังสืบทราบว่ามีการค้าประเวณีโดยใช้งานมอเตอร์โชว์บังหน้า โอ้โห ทำไมคดีเยอะจังคะ” เพียงอออ้าปากหวอ ตกใจไม่น้อยกับการกระทำของคู่แค้นของตระกูลพิพัฒนทรัพย์ก่อนหน้านี้ก็ทราบอยู่หรอกว่าบิดาของธาดาทำอะไรไว้บ้าง แต่ไม่คิดว่าลูกจะเจริญรอยตามขนาดนี้ “ม
ตกบ่ายของอีกวันเพียงออลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งตรงช่วงเอว ก่อนจะสงสัยได้ไม่นานสัมผัสหนัก ๆ ที่แก้มกลับเรียกความสนใจจากเธอไปได้เสียก่อน “อื้อ พอแล้วค่ะ เพียงเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว” “หึ ๆ คนเหนื่อยต้องเป็นผมหรือเปล่าที่รัก” พอภาคภูมิพูดมาแบบนี้ ภาพเหตุการณ์อันเร่าร้อนเมื่อคืนก็ไหลวนกลับมาราวกับเขื่อนแตก พาเอาใบหน้าหวานใสเห่อร้อนลามเลียไปถึงใบหู “คุณภาคแกล้งเพียงอีกแล้วนะคะ” ภาคภูมิมองคนที่ต่อว่าตัวเองพลันนึกเอ็นดูใบหน้าแดง ๆ นั้น จึงอดไม่ได้ที่จะกอดกระชับเอวบางเข้ามาแนบชิดกว่าเก่า กระซิบชิดใบหูขาวหยอกเย้าไปอีกหนึ่งประโยค “ผมพูดผิดไปนิดนึง คุณเองก็เหนื่อย ร้องเสียงดังตลอดคืน หิวน้ำแย่แล้ว โอ๊ะ! เพียงครับ” เพียงออบิดเอวเขาไปหนึ่งที อายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี เขากล้าพูดเรื่องแบบนี้ออกมาได้อย่างไร ไม่คิดว่าเธอจะเขินอายบ้างหรือ “เงียบไปเลยค่ะ มาพูดเรื่องเมื่อคืนดีกว่า ทำไมคุณถึงมีสภาพเป็นแบบนั้น” “เรื่องมันยาวมาก ผมจะเริ่มจากตรงไหนดี” ชายหนุ่มยกแขนเท้าศีรษะมองดวงตากลมใสที่ม
“ผมขอเข้าไปเลยนะครับ ทนไม่ไหวแล้ว” “อะ ค่ะ คุณภาค อ๊ะ!” ท่อนเนื้อแข็งแกร่งกลางกายใหญ่โตถูกสอดเข้าไปภายในร่องสาวที่ยังคงมีน้ำสีใสหล่อเลี้ยงอยู่ภายใน เพียงออรู้สึกเสียดเสียวจนเธอต้องกรีดร้องออกมาเสียงดัง ไม่ต่างจากคนที่เพิ่งจะสอดใส่เข้าไป “อ่า แน่นจังเพียง ทำไมแน่นแบบนี้” ความคับแน่นบีบรัดเป็นจังหวะ เมื่อร่างสูงค่อย ๆ เริ่มขยับกายเข้าออกเนิบนาบ ร่างบางที่นอนระทดระทวยอ้าปากคราญครางผวาเฮือก กอดกระชับแผ่นหลังกว้างพลางจิกเล็บลงไปเต็มแรง “ซี้ด...อึก อย่ารัดแน่นครับ ผ่อนคลายนะ” “อ๊ะ คุณภาคขา เพียงอึดอัดจังเลย” เสียงร้องกระเส่าซ่าน แทรกลึกเข้าไปในสมองคนโดนยาให้ยั้งกายไว้ไม่อยู่อีกต่อไป เขาตอกกายลึกสุดก่อนจะถอนออกมาเกือบสุดให้สะโพกบางได้ร่อนตามมา และกระแทกแรงทั้งหมดเข้าไปสัมผัสผนังนุ่มภายในเน้น ๆ “อ่า ดีไหม ดีไหมครับเมีย” เพียงออไม่ตอบ เธอทำได้เพียงร้องครวญคราง น้ำตาเม็ดใสไหลปริ่มหางตาเกิดจากความกระสันซ่านที่ถูกเติมเต็ม นี่เป็นครั้งแรกที่อารมณ์ของภาคภูมิดูดิบเถื่อนและร้อนแรงขนาดนี้







