تسجيل الدخولเจมส์ ศุภวิชญ์ หงส์ไตรหยก อายุ 29 ปี อาชีพ นักร้อง นิสัย อบอุ่น ใส่ใจคนรอบข้าง ใจดี อ่อนไหวง่าย เจ ศุภวัฒน์ หงส์ไตรหยก อายุ 29 ปี อาชีพ เจ้าของร้านนั่งชิว นิสัย เจ้าชู้ อารมณ์ร้อน ใจแข็ง รุนแรง พวกเขาคือพี่น้องฝาแฝดที่นิสัยต่างกันสุดขั้ว แต่กลับชอบอะไรเหมือนๆกัน ยิ่งรสนิยมทางเพศพวกเขาชอบทำอะไรร่วมกันเป็นบางครั้ง หมวย กมลชนก ปานทิพย์ภา อายุ 23 ปี อาชีพ ขายบริการ นิสัย ใจดี อ่อนไหวง่าย ร่าเริง เธอเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่เกิดมาหน้าพ่อแม่ก็ไม่เคยเห็น พอเริ่มจำความได้เธอก็ถูก ชบา รับเลี้ยง พามาอยู่ที่ร้าน ส่งเสียให้เรียนหนังสือ เมื่อบรรลุนิติภาวะก็ถูกพามาทำงาน แต่ไม่มีใครได้เปิดความบริสุทธิ์ของเธอเลยสักคน เพราะทุกครั้งที่เข้าห้องกับแขก เธอจะทายานอนหลับไว้ทั่วตัว และนั่นทำให้เธอถูกพี่ๆในที่ทำงานเรียกว่า 'ตัวแสบ' ชบารู้เรื่องแต่ไม่ได้ดุหรือว่าอะไรแต่กลับพูดไปว่า "ถ้าวันหนึ่งเจอคนที่ถูกใจ หมวยมันจะไม่ทำแบบนี้ ฉันรู้จักนิสัยเด็กคนนี้ดี!"
عرض المزيدจุ๊บ! หื้ม! เสียงครางหื่นกามของชายวัยกลางคนดังขึ้นภายในห้องแคบ จมูกคมกดลงยังผิวขาว ปากหนาบดจูบไปทั่วลำคอระหง เจ้าของร่างสวยได้แต่นอนอยู่เฉยๆ เพื่อรอเวลาไม่นานนักเพียงแค่ดีดนิ้ว ร่างหนาก็นิ่งทันที มือเล็กรีบผลักออกก่อนจะลุกขึ้นมาฟยิบผ้าเช็ดตามเนื้อตัว
"น้ำลายเต็มไปหมด เมื่อไหร่กูจะได้เจอผู้ชายที่ต้องการจริงๆสักทีว่ะ!" เสียงบ่นงึมงำของคนตัวเล็กดังขึ้นก่อนจะโยนผ้าใส่ชายที่หลับไม่ได้สติอยู่บนเตียงและรีบสาวเท้าเดินออกจากห้องทันที "อีกแล้วๆ เมื่อไหร่ไอตัวแสบของพวกเราจะเจอคนที่เปิดซิงมันได้สักทีเนี้ย!" เสียงแซวจากรุ่นพี่ดังขึ้นเมื่อเห็นร่างบางเดินออกมาด้วยใบหน้าหงุดหงิด "พอเลยพี่แหวน หมวยไม่ชอบไอพวกแก่ตัณหากลับเลยอ่ะ อยากเจอแบบหนุ่มๆหล่อๆบ้างอ่า!" "สักวันแหละหมวยเอ้ย! อย่างแกอ่ะหาได้สบายๆ" "สาธุ! สมพรปากที่เถอะ!" แกร๊ง! เสียงชนแก้วดังขึ้นในกลุ่มแขกโซนวีไอพี เหล้าเข้มๆถูกกรอกลงคอ ใบหน้าหล่อๆยิ้มมันออกมาเมื่อได้ลิ้มลองรสชาติ "เจมึงมาเที่ยวแบบนี้ที่ร้านล่ะ?" ประโยคคำถามถูกเปิด "มีลูกน้องอยู่กูไม่กลัว!" เจตอบก่อนจะยักคิ้วกวนๆใส่ "แล้วมึงล่ะไอเจมส์ วันนี้ไม่มีร้องเพลงหรอ?" "ไม่อ่ะ กูอยากหยุด ก็คืออยากหยุดใครห้ามกูได้หรอ?" เจมส์เอ่ยด้วยท่าทางนิ่งๆ แต่สายตาของเขาแฝงไปด้วยความกวน "กวนตีนทั้งคู่ จะมีใครตอบกูดีๆบ้างไหมว่ะ!" "นนท์มึงไม่เสือกสักเรื่องจะได้ไหม พวกมันยิ่งเครียดๆอยู่" พร้อมเอ่ยเมื่อเห็นเพื่อนหนุ่มทั้งสองหน้าเครียดๆ "เครียดเรื่องอะไรว่ะ? อ๋อ..กูรู้ล่ะไม่มีที่ลงชัวร์!" นนท์เอ่ยด้วยใบหน้าเจ้าเล่ห์ก่อนจะกระตุกยิ้มออกมาเล็กน้อย "มีที่ไหนดีๆบ้างว่ะ?" เจมส์เอ่ยถาม "มี! ผีเสื้อราตรีของเจ้ชบา ที่นี่ดังมากๆแต่เขาว่าจะมีอยู่คนหนึ่ง ไม่ว่าใครต้องการก็ไม่มีใครได้สักคน จนกูอยากเห็นหน้าชิบผาย ไม่ใช่เจอจริงๆ เคี้ยวหมากปากแดงนะไอสัส!" ประโยคของนนท์ทำให้สองพี่น้องหันมามองหน้ากัน แววตาเจ้าเล่ห์กับรอยยิ้มที่กระตุกขึ้นพร้อมกันที่มุมปาก พร้อมและนนท์ก็เช่นกันเขาทั้งสองต่างรู้ดีว่าเพื่อนฝาแฝดของเขาชอบอะไรที่มันยากๆแต่อาจจะไม่ยากเกินไปสำหรับพวกเขา... "มึงแน่ใจนะว่าดี กูบอกเลยถ้าไปแล้วถือตะกร้าหมากปากแดง กูยิงมึงทิ้งแน่!" เจมส์เอ่ยก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปาก "กูเพื่อนมึงนะเว้ย ใจเย็นๆ มึงเชื่อกูรับรองเด็ด!" "เด็ดแบบไหนว่ะ มึงเคยไปว่างั้น?" เจเอ่ยด้วยใบหน้าสงสัย "ยังว่ะ แต่พวกลูกน้องกูเคยไปมาแล้วเห็นบอกว่าแจ่มๆ ทั้งนั้น อีกอย่างปลอดภัยหายห่วงร้านนี้คุณภาพเน้นๆ"นนท์ตอบกลับ "แล้วจะรออะไรว่ะ!"พระอาทิตย์กำลังค่อย ๆ เคลื่อนต่ำลงเหนือเส้นขอบฟ้า แสงสีทองทอดยาวไปบนผืนทะเล เด็ก ๆ หลับอยู่บนผ้าปูชายหาดหลังจากเล่นกันมาตลอดทั้งวัน ส่วนพวกเราทั้งสี่คนนั่งอยู่ใกล้ ๆ กัน ท่ามกลางเสียงคลื่นที่ดังแผ่วเบา ตอนนี้ฉันมีลูกให้พวกเขาครบแล้ว เมเทลตอนนี้อายุครบสามขวบ เป็นสาวน้อยช่วงพูดช่างเจรจา ขี้อ้อนเป็นที่สุด เจมินทร์อายุครบ1ขวบ หนุ่มน้อยผู้นิ่งขรึม แต่อบอุ่นสุดๆ เจไนน์และเจนนิสคู่แฝดชายหญิงสุดท้องลูกพ่อเจค่าาา ตอนนี้อายุครบสิบเดือนแล้วเป็นเจ้าก้อนตัวนุ่มที่คุยเก่งสุดๆ เลี้ยงง่ายมากๆ ฉันมองภาพตรงหน้าอยู่นาน ก่อนจะพูดขึ้น“รู้ไหม...ถ้าย้อนกลับไปได้ หนูคงไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งชีวิตจะมาถึงตรงนี้”พี่เทเลอร์เงียบไปอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสุขุมแต่แววตาแฝงไปด้วยความจริงใจและอ่อนโยน“พี่ก็เหมือนกัน ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งจะได้มามีครอบครัวที่แสนจะน่ารักแบบนี้”เขามองเด็ก ๆ แล้วพูดต่อ“เมื่อก่อนพี่คิดว่าหน้าที่ของตัวเองคือทำทุกอย่างให้ถูกต้อง วางแผนทุกอย่างให้ดีที่สุด แต่พอมีครอบครัว พี่ถึงรู้ว่า...บางอย่างเราไม่จำเป็นต้องควบคุมทั้งหมดก็ได้”ฉันหันไปมองก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อยผู้ชายคนนี้ยังคงเสมอต้นเ
ประตูห้องค่อย ๆ เปิดออกฉันมองไปยังคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย“แม่ใหญ่?” คนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือ แม่ใหญ่ข้างกายของแม่ยังมีเหล่าพี่ๆที่สนิทอีกสองสามคนยืนอยู่ด้วย ทุกคนต่างถือของฝากสำหรับเด็กเต็มมือ“เซอร์ไพรส์!” แม่ใหญ่ยิ้มกว้างทันทีที่เห็นหน้าฉันฉันนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่“มาได้ยังไงคะเนี่ย? จะมาทำไมไม่บอกคะ”“ขึ้นรถแท็กซี่มา ถามแปลกๆ ไหนดูหน้าหน่อยสิ!” แม่ใหญ่เอ่ยก่อนจะเดินเข้ามาดูเจ้าตัวเล็กใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มเผยขึ้นก่อนที่เงินจำนวนหนึ่งพร้อมกับกำไลข้อเท้าสีทองวางลงข้างๆ “แข็งแรงๆ ไม่เจ็บไม่ป่วย เลี้ยงง่ายๆนะลูก หน้าเหมือนแม่เลยลูกเอ่ยยังดีที่เอาจมูกพ่อมาบ้าง” “แม่ใหญ่ก็ หมวยออกจะสวยนะคะ” ฉันเอ่ยพร้อมอมยิ้มเล็กน้อย“สวยไปหมด เป็นไงบ้างเจ็บแผลมั้ย”“นิดหน่อยค่ะ แม่ใหญ่เดินเข้ามาหาฉันแล้วกุมมือฉันเอาไว้สายตาของแม่ใหญ่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง“เป็นแม่คนแล้วนะ ทำอะไรคิดให้เยอะๆ ดูแลตัวเองดูแลลูกดีๆนะ เด็กยังเล็กต้องคอยดูให้ใกล้ชิด ฝากดูแลหมวยด้วยนะสุดหล่อของเจ้” แม่ใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อน แววตาสั่นไหวเต็มไ
แสงแดดอ่อน ๆ ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องพักฟื้นฉันค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ ก่อนจะพบว่าห้องทั้งห้องเงียบผิดปกติความเงียบในตอนเช้าทำให้ฉันนึกสงสัยว่าอีกสามคนหายไปไหนกันหมดฉันกำลังจะเรียกพวกเขา แต่เสียงเล็ก ๆ จากทางด้านข้างก็ดังขึ้นเสียก่อน“อือ…”ฉันหันไปมองทันทีเจ้าตัวเล็กกำลังขยับตัวอยู่ในเปลหัวใจของฉันพลันอ่อนลงทันที“ตื่นแล้วเหรอคะ…”ฉันพูดเบามาก แม้รู้ดีว่าอีกฝ่ายยังไม่เข้าใจคำพูดของฉันก็ตามไม่นานนัก ประตูห้องก็เปิดออกพี่เจย์เดินเข้ามาพร้อมถุงอาหาร ส่วนพี่เจมส์ถือแก้วน้ำหลายใบ และพี่เทย์เลอร์เดินตามหลังมาพร้อมของใช้ทันทีที่เห็นว่าฉันตื่น เจย์ก็รีบวางของลง“ตื่นแล้วเหรอคะ? เป็นยังไงบ้างคะ?”“ดีขึ้นแล้วค่ะ”ฉันตอบพร้อมรอยยิ้ม พี่เจมส์ถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะผ่ายยิ้มออกมา“เมื่อคืนพวกพี่กลัวหนูจะไม่ได้นอนเลย”ฉันเหลือบมองทั้งสามคน“แล้วพวกพี่ล่ะคะ?”ทั้งสามเงียบพร้อมกันฉันหรี่ตามองพวกเขาอย่างต้องการคำตอบ“อย่าบอกนะคะว่า…”เจย์ยิ้มแห้ง ๆ“พวกเราก็นอนไปนิดหน่อย”“นิดหน่อยแค่ไหนคะ?”"ก็พอได้สลับกันนอนค่ะ หนูไม่ต้องห่วงนะคะตัวเล็กพวกพี่จะไม่ยอมให้หนูต้องเหนื่อยคนเดียวแน่นอนค่ะ" พี่เทเลอร์เอ่ยก่อ
เสียงประตูห้องพักฟื้นปิดลงอย่างแผ่วเบา หลังจากเจ้าหน้าที่เข็นเตียงเข้ามาจัดทุกอย่างเรียบร้อยแล้วภายในห้องเงียบสงบกว่าด้านนอกมาก มีเพียงเสียงเครื่องมือแพทย์เบา ๆ กับเสียงหายใจของคนในห้องฉันนอนนิ่งอยู่บนเตียง ความเหนื่อยล้ายังคงอยู่เต็มร่างกาย แต่พอเหลือบมองไปทางเปลเด็กเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกล ความเหนื่อยทั้งหมดก็เหมือนถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกเด็กตัวเล็กกำลังหลับอย่างสงบใบหน้าเล็ก ๆ นั้นทำให้ฉันเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว“เขาหลับแล้วจริง ๆ ด้วย…”เสียงของพี่เจย์ดังขึ้นเบา ๆ ราวกับกลัวว่าจะทำให้เด็กตื่นพี่เจมส์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะยิ้มออกมา“เมื่อกี้ยังร้องเสียงดังอยู่เลยนะ”พี่เทย์เลอร์เดินกลับมาที่ข้างเตียง ก่อนจะมองฉันด้วยสายตาเป็นห่วง“เหนื่อยมากไหมคะ?”ฉันพยักหน้าเล็กน้อย“นิดหน่อยค่ะ…”พูดจบก็หัวเราะเบา ๆ“แต่หนูมีความสุขมากกว่า”ทั้งสามคนเงียบไปครู่หนึ่งไม่มีใครพูดอะไรต่อ แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคนกลับชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆเจย์เดินไปหยุดข้างเปลเด็ก แล้วก้มลงมองเจ้าตัวเล็กอย่างระมัดระวัง“ตัวเล็กกว่าที่คิดไว้อีก…”“ก็เด็กแรกเกิดนี่นา” พี่เจมส์พูด











