เข้าสู่ระบบศรากรพาปาลิตาขึ้นมายังชั้นสองของตัวบ้านซึ่งเป็นส่วนของห้องนอน เดิมทีบ้านหลังนี้เคยเปิดเป็นร้านอาหารเล็กๆ ของผู้เป็นแม่ของชายหนุ่มมาก่อน แต่หลังจากที่ท่านเสียชีวิตไปเมื่อ3ปีที่แล้วร้านอาหารก็ถูกปิดตัวลง
ศรากรใช้พื้นที่ร้านอาหารปรับเปลี่ยนเป็นที่พักอาศัยนับจากนั้น ส่วนผู้เป็นพ่อหลังจากสูญเสียผู้เป็นภรรยาไปหนึ่งปีให้หลังก็ได้แต่งงานใหม่กับแม่หม้ายที่มีลูกติดมา1คน ศรากรเองก็ไม่ชอบความวุ่นวายจึงขอผู้เป็นพ่อออกมาใช้ชีวิตนอกบ้าน นานๆ ทีถึงจะกลับบ้านผู้เป็นพ่อสักครั้ง
ศรากรวางปาลิตาให้นอนลงที่เตียง พอจะหันหลังเพื่อเดินออกก็ถูกมือของหญิงสาวคว้าแขนเขาเอาไว้ ในเวลานี้เหมือนว่าปาลิตาจะได้สติขึ้นมาบ้างแล้ว หญิงสาวยึดมือชายหนุ่มไว้แน่นเพื่อประคองให้ตัวเองลุกขึ้นนั่งได้
“นายเป็นใคร แล้วเข้ามาอยู่บ้านฉันได้ไง เอิร์น…มีใครก็ไม่รู้เข้ามาอยู่ในห้องฉัน”
ปาลิตาตะโกนออกไปเพื่อเรียกเพื่อนสาวของเธอ ตอนนี้หญิงสาวเข้าใจว่าตัวเธอนั้นอยู่ที่บ้านของเธอเอง เธอพยายามประคองตัวให้ลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไป แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่ไหวเลยเซเข้าไปซบอกศรากรในทันที
“เดินไม่ไหวยังจะอวดดีอีก นี่มันบ้านของผมใช่บ้านของคุณที่ไหน” ศรากรกดไหล่ปาลิตาลงเล็กน้อยเพื่อให้หญิงสาวนั่งลงที่เตียงนอนตามเดิม
“ไม่ใช่บ้านฉันเหรอ นายเป็นใคร แล้วทำไมฉันมาอยู่ที่นี่”
“คุณอกหักเลยดื่มจนเมาไง ผมเป็นพลเมืองดีที่ช่วยคุณเอาไว้ ทำไมคุณต้องดื่มหนักเสียใจให้กับผู้ชายไม่ได้เรื่องด้วย”
“ใช่สิ ฉันอกหักนี่ ไอ้ผู้ชายเฮงซวย นายเองก็เป็นผู้ชายงั้นนายก็เฮงซวยเหมือนกับเขานั่นแหละ” ปาลิตาร่ำไห้ใช้มือทุบตีไปที่ศรากร จนชายหนุ่มต้องรวบมือของหญิงสาวเอาไว้
“คุณอย่าโวยวายเสียงดังสิ เดี๋ยวเพื่อนบ้านแถวนี้ได้ยินก็หาว่าผมทำอะไรคุณหรอก รออยู่นี่แหละเดี๋ยวผมหาผ้ามาเช็ดหน้าให้”
“ไม่เอาไม่เช็ด ฉันอยากดื่มต่อ ที่นี่มีเหล้ามั้ย”
“เมาขนาดนี้ยังจะดื่มอีก ที่นี่ไม่มีเหล้าหรอก”
“งั้นเบียร์ก็ได้”
“เบียร์ก็ไม่มี ที่นี่ไม่มีของแบบนั้นหรอก ผมแพ้แอลกอฮอล์”
“งั้นนายอยากนอนกับฉันมั้ย”
ศรากรชะงักกับคำพูดของหญิงสาวในทันที เขาจ้องไปที่ปาลิตาด้วยความตกใจ แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าที่หญิงสาวพูดแบบนั้นเพราะอยู่ในอาการมึนเมาที่ไม่ค่อยมีสติครบถ้วนสักเท่าไหร่
“คุณนอนอยู่นี่แล้วกันเดี๋ยวผมจะไปนอนข้างล่าง”
“นายไม่อยากนอนกับฉันเหรอ น่าเบื่อชะมัด ไม่ได้ดั่งใจอะไรสักอย่าง นายรู้มั้ยที่ฉันต้องเลิกกับแฟนก็เพราะฉันไม่ยอมนอนกับเขานี่แหละ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมผู้ชายถึงต้องการแต่เรื่องแบบนั้น พอฉันให้ไม่ได้ก็แอบไปนอนกับคนอื่น แล้วสุดท้ายก็มาโยนความผิดให้ฉัน เพียงเพราะฉันไม่นอนกับเขา"ปาลิตาร่ำไห้ไม่ขาดสาย หญิงสาวกระอักกระอ่วนกับความรู้สึกในตอนนี้นัก
“ใช่ ผู้ชายก็เป็นแบบนี้แหละ ต่อไปก็อย่าไปพูดมั่วว่าจะนอนกับใครอีก คุณลืมแล้วเหรอว่าผมก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน และผู้ชายอย่างผมก็สามารถนอนกับใครก็ได้ต่อให้พึ่งรู้จักกันก็ตาม” ศรากรพยายามพูดเพื่อเตือนสติปาลิตา เขาจ้องไปที่ดวงตาเลื่อนลอยของหญิงสาวก่อนจะหันหลังกลับแล้วเดินออกไป
ปาลิตารีบลุกจากเตียงนอนเพื่อวิ่งตรงไปหาศรากร หญิงสาวใช้มือทั้งสองกุมไปที่แก้มของชายหนุ่มเอาไว้ ก่อนจะจู่โจมเข้าไปจูบโดยที่ชายหนุ่มเองก็ไม่ทันได้ตั้งตัว
“นอนกับฉันเถอะนะ นายช่วยทำให้ฉันเข้าใจรสชาติของการมีอะไรกันหน่อยสิ ฉันอยากรู้ว่ามันจะมีความสุขมากแค่ไหนพวกผู้ชายแบบนายถึงต้องการกันนัก”
“ถอยออกจากผมซะ ก่อนที่ผมจะควบคุมตัวเองไม่ได้”
ปาลิตาไม่สนใจคำคัดค้านของศรากร ทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบเธอก็เข้าประทับจูบไปที่ชายหนุ่มอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากศรากรเป็นอย่างดี
ศรากรโอบหลังปาลิตาให้เข้ามาแนบชิดอ้อมอกตัวเอง ก่อนจะคลายมือออกเปลี่ยนมาจับต้นคอของหญิงสาวเพื่อสะดวกต่อการตอบรับรสจูบของเธอ ชายหนุ่มรุกล้ำและบดขยี้ปากของหญิงสาวกลับอย่างเร่าร้อน ไฟราคะในตัวของเขาเกินจะต้านทานได้อีกต่อไป เมื่อหญิงสาวเสนอมาเขาก็สนองกลับอย่างไม่รีรอ เพราะเดิมทีเขาเองก็รู้สึกพอใจปาลิตาตั้งแต่แรกเจอแล้ว
ศรากรใช้มือทั้งสองข้างปลดเสื้อปาลิตาออกในขณะที่ปากของเขายังคงดื่มด่ำอยู่กับปากอวบอิ่มของเธออย่างช่ำชอง ชายหนุ่มมองไปที่เนินอกสวยของหญิงสาวเมื่อเสื้อผ้าได้ถูกปลดออกจนหมด มือที่ว่างอยู่ตอนนี้ก็ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาสัมผัสลูบไล้เนินอกของหญิงสาวด้วยความพอใจ
พอได้สัมผัสเรือนร่างของหญิงสาวชายหนุ่มก็ยิ่งถลำลึก ตอนนี้เขาปรารถนาในตัวปาลิตามากขึ้นกว่าเดิม และต่อจากนี้ก็คงไม่มีอะไรจะมาหยุดเขาได้อีกแล้ว
ศรากรดันร่างบอบบางของปาลิตาให้นอนราบไปกับเตียงนอน ชายหนุ่มปลดเสื้อตัวเองที่สวมใส่อยู่และนอนคร่อมไปที่ร่างหญิงสาวอีกที ไฟปรารถนาในตัวลุกโชนไม่สามารถยับยั้งได้อีกต่อไป และตอนนี้เขาเองก็พร้อมที่จะเริ่มบรรเลงเพลงรักแล้ว ส่วนหญิงสาวนั้นก็รอที่จะให้ชายหนุ่มเชยชมในตัวเธออย่างไม่ขัดขืนเลยแม้แต่น้อย
ทันทีที่ศรากรเข้าประทับรอยจูบและเล้าโลมมาที่เรือนร่างหญิงสาว เธอเองก็รีบตอบรับกลับอย่างไม่รีรอ มือทั้งสองของปาลิตาโอบกอดแผ่นหลังชายหนุ่มเอาไว้แน่น ก่อนจะใช้เล็บจิกไปที่แผ่นหลังชายหนุ่มเมื่อต้านทานไฟสวาทไม่ได้อีกต่อไป ทั้งสองต่างก็พอใจเป็นอย่างมากกับค่ำคืนที่หอมหวานนี้
……………
ปัจจุบัน ช่วงเช้าของวัน
ปาลิตากลับมาถึงบ้านก็เห็นจริญตายืนกอดอกรอเธออยู่ แววตาที่เพื่อนสาวมองมาที่เธอดูจะไม่พอใจเอาซะเลย และเธอก็รับรู้ได้ว่าต้องถูกดุอย่างแน่นอน
“ดีนะที่ยังกลับบ้านถูก จะไปไหนทำไมไม่เอามือถือไปด้วย ฉันเป็นห่วงเธอขนาดไหนรู้มั้ย อย่างน้อยถ้าจะไม่กลับบ้านก็โทรบอกฉันหน่อยสิ เธอเองก็จำเบอร์ฉันได้ไม่ใช่เหรอ”
“รู้ว่าโกรธแต่ขอโทษได้มั้ยล่ะ ฉันสำนึกผิดไม่ทันแล้วเนี่ยหมอเอิร์น” ปาลิตาทำตาปริบๆ
“ช่างเถอะ แค่เธอไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว แล้วเมื่อคืนไปนอนที่ไหนมา แล้วทำไมกลับมาสภาพแย่ขนาดนี้ พี่ต้นทำอะไรเธอหรือเปล่า” จริญตารีบถามเพื่อนสาวด้วยความเป็นห่วง เห็นสภาพที่อิดโรยของปาลิตาก็อดกังวลไม่ได้
“ฉันเลิกกับพี่ต้นแล้ว เธอพูดถูก…เขาเป็นผู้ชายเฮงซวยจริงๆ ฉันเห็นเขากับหัวหน้าเขา…”
“เอาล่ะไม่ต้องพูดแล้ว เธอแค่เสียผู้ชายไม่ได้เรื่องออกไปจากชีวิตเอง เธอทั้งสาวทั้งสวย ยังมีเวลาได้เริ่มต้นใหม่อีกเยอะ”
จริญตาเข้าไปโอบกอดปาลิตาเพื่อปลอบใจ ทุกครั้งที่เกิดเรื่องขึ้นกับปาลิตาไม่มีเลยสักครั้งที่เธอจะซ้ำเติมเพื่อนสาวของเธอ ไม่ว่าปาลิตาจะเจอแบบไหนมา เธอก็พร้อมอยู่เคียงข้างเพื่อนสาวของเธอเสมอ
“ขอบใจนะเอิร์น ดีจังที่ฉันมีเธออยู่ข้างๆ” ปาลิตาคลายอ้อมกอดออก เธอมองไปที่จริญตาด้วยความซาบซึ้ง
“ขิง ครั้งนี้อย่ากลับไปหาเขาอีกเลยนะ ถ้าเธอยังให้โอกาสเขาจุดจบก็จะเป็นแบบเดิม”
“ครั้งนี้ฉันไม่กลับไปหาเขาแล้วล่ะ พอคิดย้อนกลับไปก็สมน้ำหน้าตัวเองเหมือนกันที่ไม่หนักแน่นพอที่จะเดินออกมาจากชีวิตเขา”
“ก็เธอเป็นคนดีเกินไปนะสิ ดีเกินก็มักจะถูกเอาเปรียบแบบนี้แหละ แต่เธอยังไม่บอกฉันเลยนะว่าเมื่อคืนไปนอนที่ไหนมา”
“ฉัน…ฉัน อ๋อ…ฉันไปนอนที่ห้องเพื่อนฉันมาน่ะ เป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมด้วยกันเธอไม่รู้จักหรอก พอดีดื่มหนักไปหน่อยเลยไม่ได้โทรบอกเธอ รู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้ว”
“คราวหน้าอย่าดื่มหนักจนไม่ได้สติแบบนี้อีกนะ เป็นผู้หญิงระวังตัวไว้หน่อยก็ดี”
“รู้แล้วค่ะคุณหมอเอิร์น” ปาลิตาหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีของเพื่อนสาว
“แต่รู้สึกว่าเลิกกันครั้งนี้ดูเธอจะไม่ค่อยเสียใจเท่าไหร่นะ ผิดกับครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมา”
“ก็แหงอยู่แล้วสิเพราะมันมีเรื่องใหญ่มากกว่านั้นให้ฉันคิดมากแล้วไง ถ้าเธอรู้ว่าฉันไปนอนกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้มา เธอต้องแหกอกฉันแน่” ปาลิตาพึมพำในใจ เมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
“เป็นอะไรไปอยู่ดีๆ ก็มาจ้องหน้าฉัน หรือว่าเธอเสียใจจนเป็นบ้าไปแล้ว”
“เปล่า แค่รู้สึกมึนๆ หัวน่ะ เธอต้องไปโรงพยาบาลไม่ใช่เหรอ รีบไปสิ ไม่ต้องห่วงฉันหรอกน่า”
“ก็ได้ มือถือเธอฉันชาร์จแบตให้แล้วนะวางไว้ที่หัวเตียง มีอะไรก็โทรหาฉันแล้วกัน งั้นฉันไปนะ”
ปาลิตามองตามเพื่อนสาวที่พึ่งเดินออกจากบ้านไปจนสุดสายตา ก่อนจะหันกลับแล้วเดินเข้าไปยังห้องนอนของตัวเอง ตอนนี้หญิงสาวคิดถึงแต่ใบหน้าของศรากร และเหมือนว่าเธอเองจะเริ่มจำรายละเอียดเรื่องราวทุกอย่างได้บ้างแล้ว ทั้งรสจูบและที่ชายหนุ่มล่วงล้ำเธอนั้นเธอยังจำสัมผัสได้ทุกอย่าง หญิงสาวก็หวังแค่ว่าต่อจากนี้ไปไม่ได้เจอศรากรอีกก็เป็นพอ
“ทำอะไรลงไปน่ะขิง แฟนเธอที่คบกันมา4ปีเธอยังไม่ยอมให้เขาเลย แล้วนี่อะไร…เธอกลับไปนอนกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ ต่อไปเธอต้องเลิกดื่มอย่างเด็ดขาด” หญิงสาวขุ่นเคืองต่อตัวเองนัก เธอได้ทำเรื่องผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตของลูกผู้หญิงเสียแล้ว
………………….
ช่วงค่ำของวัน
ศรากรกลับมายังบ้านของผู้เป็นพ่อเพื่อจะมาเอาของใช้ส่วนตัวบางอย่าง พอมาถึงผู้เป็นน้องสาวต่างสายเลือดก็วิ่งเข้ามาหาชายหนุ่มด้วยความกระตือรือร้น เหมือนเด็กสาวเองก็พอใจมากที่ศรากรกลับมาที่บ้าน
“พี่ดีมกลับมาแล้วเหรอ วันนี้พี่จะนอนค้างที่นี่มั้ย”
“ไม่อ่ะ ฉันแค่กลับมาเอาของ”
“แล้วทำไมวันนี้พี่ไม่ไปโรงเรียนล่ะ พี่เป็นอะไรหรือเปล่า”
“ไม่ได้เป็นอะไรแค่เหนื่อยนิดหน่อย เธอจะทำอะไร?” ศรากรรีบถอยหลังออกห่างเด็กสาวเมื่อเห็นว่าเธอพยายามจะใช้มือสัมผัสมาที่ตัวเขา
“ฉันแค่จะจับตัวพี่ดูว่าพี่ไม่สบายหรือเปล่า ทำไมพี่ต้องทำท่ารังเกียจฉันขนาดนั้นด้วย”
“ขอโทษที ฉันไม่ชอบให้ใครถูกตัวน่ะ ฉันกับเธอเราก็ไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆ มันเลยทำให้ฉันไม่ชินเท่าไหร่”
“ไม่เป็นไรค่ะ งั้นพี่อยู่เป็นเพื่อนฉันจนกว่าพ่อกับแม่จะกลับมาได้มั้ย ฉันอยู่คนเดียวมันเหงายังไงไม่รู้”
“เธอก็อยู่แบบนี้ตลอดไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมต้องมารู้สึกเหงาในวันนี้ด้วย ฉันขอตัวก่อนนะจะรีบไปเอาของจะได้ไปทำธุระต่อ” ชายหนุ่มเอ่ยตอบเด็กสาวก่อนจะเดินขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง
ไอซ์หรือไอยลดา เด็กสาวเกรด10 (ชั้นม.4) เธอเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันกับศรากร เด็กสาวเป็นลูกติดของกิ่งกาญจ์ที่ได้มาแต่งงานกับจรูญพ่อของศรากร เธอย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของจรูญพร้อมกับผู้เป็นแม่หลังจากที่ทั้งคู่แต่งงานกัน
ไอยลดาเป็นเด็กสาวที่ร่าเริง และเธอก็ตื่นเต้นมากอีกด้วยที่จะได้ศรากรมาเป็นพี่ชาย แต่เหมือนว่าทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ เพราะนับตั้งแต่เธอย้ายเข้ามานั้น ศรากรก็ขอย้ายออกไปอยู่ข้างนอกทันที เธอกับศรากรเลยไม่ค่อยสนิทสนมกันเท่าไหร่ และเธอเองก็รู้ดีว่าชายหนุ่มนั้นไม่ค่อยพอใจเธอกับแม่ของเธออีกด้วย
…………………….
ศรากรหลังออกมาจากบ้านก็เดินรับลมเล่นคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ที่ชายหนุ่มเลือกกลับบ้านในช่วงเวลานั้นก็เพราะรู้ดีว่าผู้เป็นพ่อกับแม่เลี้ยงไม่ได้อยู่บ้าน ชายหนุ่มก็แค่ไม่อยากแสดงความอึดอัดออกมาเมื่อเห็นหน้าผู้เป็นพ่อกับภรรยาใหม่ของพ่อเท่านั้น เพราะมันทำให้อดคิดไม่ได้ว่าพ่อของเขาเอาคนอื่นมาแทนที่แม่ที่จากไปของเขานั่นเอง
ระหว่างที่ศรากรเดินเล่นอยู่นั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นปาลิตาที่พึ่งเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อพอดี ชายหนุ่มยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ ไม่คิดว่าจะได้เจอหญิงสาวอีกครั้งได้เร็วถึงเพียงนี้
“ยังไม่ทันได้ตามหาก็ได้เจอซะละ แบบนี้เขาเรียกว่าบุบเพหรือเปล่านะ”
ศรากรยิ้มร่าด้วยความพอใจ เขาเองก็ไม่รีรอที่จะเดินเข้าไปทักปาลิตา สีหน้าของชายหนุ่มในตอนนี้ดูกระปรี้กระเปร่าเป็นอย่างมาก เขาอยากรู้เหมือนกันว่าถ้าปาลิตาเจอเขาอีกครั้งจะทำยังไง
2 ปี ต่อมาศรากรพาปาลิตาเดินทางท่องเที่ยวตามที่เคยตั้งใจเอาไว้ ชายหนุ่มแพลนไว้ว่าจะพาหญิงสาวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ ในหลายๆ ประเทศทั้งในเอเชียและยุโรป และยังมีแพลนที่จะเดินทางท่องเที่ยวไปอีกเรื่อยๆ จนกว่าที่ทั้งคู่จะพอใจ ตอนนี้ที่หมายแรกที่ทั้งคู่มาถึงก็คือเมืองเวนิส ประเทศอิตาลีช่วงบ่ายของวัน ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในเวนิสปาลิตาเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้าเซื่องซึมเล็กน้อย หญิงสาวยืนมองศรากรอยู่สักครู่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้ายิ้มแย้ม เมื่อเห็นชายหนุ่มหันมามองที่เธอ“วันนี้เราจะไปเที่ยวไหนกันเหรอ” ปาลิตาเดินมานั่งที่เตียงนอนข้างๆ ศรากร เธอเอ่ยถามแพลนเที่ยวที่ชายหนุ่มวางเอาไว้“ไปล่องเรือกอนโดลาแบบส่วนตัวในเวนิส พี่ต้องชอบแน่ๆ ว่าแต่พี่เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมดูหน้าซีดๆ ล่ะ”“ก็กินอะไรไม่ค่อยลงนี่ นายก็รู้ฉันไม่คุ้นชินกับอาหารที่นี่เท่าไหร่”“ไหวมั้ย ไหนดูซิตัวร้อนหรือเปล่า” ศรากรรีบเอามือสัมผัสไปที่แก้มและหน้าผากของหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง แต่หญิงสาวไม่ได้ตัวร้อนเลยโล่งใจขึ้นมาได้บ้าง“ฉันไม่เป็นไร”“งั้นวันนี้ไปไม่ต้องไปไหนหรอก อยู่พักผ่อนก่อนแล้วกันพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”“ฉันไปได้
วันต่อมาศรากรและนเรศขับรถออกมาผ่อนคลายอยู่แถวนอกชานเมือง สถานที่นี้เป็นที่ที่ทั้งสองหนุ่มเคยมาด้วยกันบ่อยครั้ง นเรศก็เป็นอีกคนที่ศรากรให้ความสำคัญ ไม่ได้เจอหน้าเพื่อนชายเป็นเวลา3ปีก็คิดถึงมากเช่นกัน“ฉันมีอะไรจะบอกนายด้วย เดือนหน้าฉันจะไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสแล้วนะ”ศรากรหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าเพื่อนชายกำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ทั้งๆ ที่เขาก็พึ่งกลับมาเองยังไม่ได้อยู่เที่ยวเล่นด้วยกันให้หนำใจผู้เป็นเพื่อนชายก็จะเดินทางไกลเสียแล้ว แต่ถึงจะใจหายไปบ้างแต่ศรากรก็เคารพการตัดสินใจของนเรศเสมอ“พึ่งได้เจอกันเอง แต่ไม่เป็นไร นายจะทำอะไรฉันก็เห็นด้วยอยู่แล้ว”“นายจำได้มั้ยตอนที่นายบอกให้ฉันเรียนต่อ ตอนนั้นฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าจะเรียนไปทำไมทั้งๆ ที่ฉันก็ไม่มีเป้าหมายในชีวิต ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร แต่กลับเป็นนายที่รู้ความฝันของฉัน ฉันรู้นะว่าที่นายเลือกเรียนภาพยนตร์ก็แค่อยากเรียนเป็นเพื่อนฉัน”“แต่ยังไงฉันก็ทิ้งนายไปอยู่ดี”“ไม่เลยเพื่อน นายไม่ได้ทิ้งฉันไปไหน นายยังอยู่ที่เดิมเสมอ จากกันครั้งนั้นมันทำให้ฉันภูมิใจในตัวนายมากรู้มั้ย เพราะมันทำให้ฉันได้รู้ว่านายอยู่ได้แล้
ศรากรยิ้มหวานเดินตรงมาหาปาลิตาด้วยความคิดถึง ชายหนุ่มกางมือทั้งสองข้างเพื่อจะเข้าไปกอดแต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อหญิงสาวถอยหลังออกไม่ยอมให้ชายหนุ่มเข้ามาสวมกอดได้ง่ายๆ“ผมกลับมาแล้วไงพี่ไม่ดีใจเหรอ อุตส่าห์มาแบบเซอร์ไพรส์อดใจไม่บอกพี่ก่อนนะเนี่ย”ปาลิตาไม่ตอบรับอะไรทั้งนั้น หญิงสาวมองไปที่ศรากรด้วยความขุ่นเคืองก่อนจะเดินเลี่ยงชายหนุ่มออกไปอีกทาง ศรากรเองก็พยายามเดินตามเพื่อจะรั้งหญิงสาวเอาไว้“ไม่ต้องมาจับฉัน!”ปาลิตาพยายามสลัดตัวออกจากศรากรที่เอาแต่พยายามโอบกอดเธอ แต่ไม่ว่าจะออกแรงแค่ไหนก็ไม่สามารถต้านทานพละกำลังของชายหนุ่มได้ ยิ่งเธอดิ้นเท่าไหร่เขาก็จะกอดเธอให้แน่นกว่าเดิม ไม่นานนักความรู้สึกที่หญิงสาวอัดอั้นเอาไว้ก็ไหลรินออกมาเป็นทาง เสียงสะอื้นของเธอทำชายหนุ่มกังวลนัก“ผมขอโทษ ผมทำให้พี่โกรธอีกแล้วใช่มั้ย พี่อย่าร้องไห้เลยนะ”“ไม่ต้องมากอดฉันเลย ฉันเกลียดนายแล้ว นายจะไปไหนก็ไป ไอ้คนนิสัยไม่ดี” ปาลิตาใช้กำปั้นทุบไปที่แผ่นหลังศรากรด้วยความน้อยใจ“ใช่ผมนิสัยไม่ดีจริงๆ นั่นแหละ งั้นพี่ทุบผมให้หนักๆ เลยผมจะได้จำ” ศรากรหลุดขำเมื่อเห็นท่าทีงอแงของหญิงสาว ไม่ว่าตอนนี้ปาลิตาอยากทุบตีเขามากแค่ไห
ช่วงค่ำของวันปาลิตาเดินออกมาจากห้องนอนก็เห็นปวีร์นั่งอยู่ที่โซฟา หญิงสาวเองรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นคนที่เธอไม่รู้จักเข้ามานั่งอยู่ในบ้านแบบนี้ พอเห็นจริญตาเดินออกมาจากห้องก็รีบเดินตรงไปหาเพื่อนสาวในทันที“หมอเอิร์น ใครเหรอ?”“คุณปวีร์”“ห๊ะ! คุณปวีร์ หมายถึงคุณทนายหนุ่มที่ทำให้เธอชอบแล้วทิ้งเธอไปนั่นเหรอ”“พูดบ้าอะไรของเธอ” จริญตารีบปิดปากเพื่อนสาวเอาไว้ปวีร์เองพอได้ยินที่ปาลิตาพูดออกมาก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ การได้ยินว่าจริญตานั้นชอบเขามันเหนือความคาดหมายสำหรับเขามากจริงๆ“จริงเหรอครับที่หมอเอิร์นชอบผม” ชายหนุ่มหันไปถามปาลิาเพื่อย้ำคำตอบอีกครั้ง“จริงสิคะ ฉันว่านะที่เพื่อนฉันไม่ยอมคบใครมาถึงตอนนี้ก็เพราะคงรอคุณกลับมาแน่เลย อ่อลืมแนะนำตัว ฉันขิงค่ะ…เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของหมอเอิร์น” ปาลิตาเดินเข้าไปนั่งคุยกับปวีร์อย่างสนิทสนม นานทีหยอกเย้าเพื่อนรักก็ดูจะมีความสุขมาก“คุณขิงน่าจะเข้าใจผิดนะครับ คนที่หมอเอิร์นชอบน่าจะไม่ใช่ผมนะ”“ถ้าคุณทนายหมายถึงหมอหมอกละก็เมื่อก่อนอาจจะใช่ค่ะ แต่ตอนนี้คนในใจหมอเอิร์นได้เปลี่ยนไปแล้ว นี่ถ้าคุณทนายกลับอเมริกาช้ากว่านี้นิดหนึ่ง คงได้รู้แล้วค่ะว่าคนที่หมอเอิร์
จริญตามาเยี่ยมดูอาการแม่ของนเรศที่เข้ามารักษาตัวด้วยไข้ขึ้นสูงเมื่อช่วงดึกที่ผ่านมาในฐานะหมอเจ้าของไข้ หญิงสาวเปิดประตูเข้ามาในห้องก็ยิ้มทักทายคนไข้ที่นอนอยู่บนเตียงอย่างเป็นมิตร“เป็นยังไงบ้างคะคุณน้า หน้าตาดูสดชื่นขึ้นนะคะ”“ดีขึ้นอย่างที่หมอว่านั่นแหละ ตอนนี้น้าเองก็อยากจะกลับบ้านแล้ว นอนโรงพยาบาลนานๆ ไม่ค่อยชอบเลย”“นอนดูอาการคืนนี้ก่อนนะคะ ถ้าพรุ่งนี้ไข้ไม่ขึ้นเดี๋ยวหมอให้กลับ แล้วก้องไม่อยู่เหรอคะ”“ไปเชียงใหม่กับดีมน่ะ เห็นว่าไปทำธุระอะไรกันก็ไม่รู้ ปล่อยเขาไปเถอะสองคนนี้มักตัวติดกันตลอดแบบนี้แหละ ดีมเองก็พึ่งกลับมาก็คงหาเรื่องเที่ยวเล่นกันตามประสาหนุ่มๆ”“จริงด้วย แล้วนี่คุณน้าอยู่คนเดียวเหรอคะ”“อยู่กับหลานสาว พอดีออกไปซื้อของเดี๋ยวก็กลับมา”“โอเค งั้นหมอไปทำงานต่อแล้วกัน เดี๋ยวเย็นๆ จะมาใหม่ คุณน้าเองก็ต้องพักผ่อนให้เยอะๆ นะคะ” จริญตาบอกลาคนไข้ในความดูแลก่อนจะเดินออกจากห้องไปจริญตาเดินออกมาจากห้องพักฟื้นคนไข้ก็ตรงมายังเคาน์เตอร์ของโรงพยาบาล ระหว่างที่หญิงสาวหยิบแฟ้มเอกสารการรักษาคนไข้ขึ้นมาดูนั้นก็ถูกชายคนหนึ่งเดินตรงมากระชากแขนอย่างเต็มแรง โดยเธอไม่ทันได้ตั้งตัวจนต้องล้มลง
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะพี่ต้อม” เพียงขวัญเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับพนักงานอีกหลายคนที่มาร่วมงานเลี้ยงวันนี้ ทุกคนได้ยินเสียงดังมาจากในบ้านก็เลยพากันเดินเข้ามาดู“ไม่มีอะไรหรอกพี่ทำขวดเหล้าแตกนะ ทุกคนไปสนุกกันต่อได้เลยเดี๋ยวทางนี้พี่จัดการเอง”พนักงานทุกคนที่เข้ามาในบ้านเมื่อสักครู่ต่างก็ออกไปตามที่ผู้เป็นเจ้านายบอก เหลือก็แค่เพียงขวัญ หญิงสาวเข้าไปช่วยวราวิทย์เก็บกวาดเศษขวดเหล้าด้วยความระมัดระวัง สายตาก็จับจ้องไปที่ชายหนุ่มอย่างไม่ลดล่ะ“ทำไมเอยมองพี่แบบนี้ล่ะ”“พี่ต้อมเมาเหรอคะ”“เปล่า พี่ยังไม่ได้ดื่มเลยจะเมาได้ไง”“แล้วขวดเหล้านี้ตกแตกได้ยังไงคะ”“พอดีเป็นแผนล่อเหยื่อของดีมน่ะ”“หมายถึงคุณดีมล่อขิงเหรอคะ”“พูดซะพี่ตกใจเลย เอาเป็นว่าเป็นแผนที่จะทำให้สองคนนั้นปรับความเข้าใจกัน แบบนี้โอเคมั้ย”“แล้วคุณดีมกับขิงตอนนี้ไปไหนแล้วคะ”“อยู่บนห้องน่ะ เรารีบเก็บรีบออกไปสนุกกับงานเลี้ยงข้างนอกดีกว่า”ระหว่างที่ทั้งคู่ช่วยกันเก็บกวาดเศษขวดอยู่นั้น เกศราก็เดินเข้ามาเพื่อตามหาศรากร เธอมั่นใจว่าชายหนุ่มต้องตามปาลิตาเข้ามาในบ้านอย่างแน่นอน“คุณดีมล่ะคะ”“ออกไปตามขิงข้างนอกแล้วค่ะ" เพียงขวัญชิงตอบแทนวราวิ







![พื้นที่นี้มีคนเก่า [อ่านฟรี เป็นของขวัญปีใหม่]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)