LOGIN
“เอิร์น ทำไมวันนี้ถึงมานอนห้องฉันล่ะ”
ปาลิตาน้ำเสียงงัวเงียนอนตะแคงกอดคนที่นอนอยู่ข้างๆ โดยที่ยังไม่ทันได้ลืมตาขึ้นมา หญิงสาวเริ่มเอะใจในความผิดปกติเมื่อมือของเธอสัมผัสถึงแผงอกอันเปลือยเปล่าของบุคคลที่นอนอยู่ข้างๆ และทราบได้ในทันทีว่าคนดังกล่าวไม่ใช่เพื่อนสาวอย่างที่เธอเข้าใจ
ปาลิตาลืมตาขึ้นอย่างไม่รีรอ แววตาของหญิงสาวจับจ้องไปที่แผ่นหลังของคนที่เธอกอดอยู่ ก่อนจะส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อรู้ว่าตัวเองอยู่ในสภาพที่เปลือยเปล่าพร้อมกับศรากร ชายหนุ่มวัยใสที่นอนหลับสนิทอยู่ข้างๆ
หญิงสาวตื่นตระหนกเป็นอย่างมากที่ต้องมาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าทำไมถึงได้มาหลับนอนกับชายหนุ่มแปลกหน้าที่ตัวเธอก็ไม่ได้รู้จักเลยแม้แต่น้อย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอกับชายหนุ่มที่หลับอยู่ทำอะไรกันบ้างกับค่ำคืนที่ผ่านมา และตอนนี้เธอเองนอนอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ระหว่างที่สับสนอยู่นั้นศรากรที่หลับอยู่ก็ค่อยๆ สะลึมสะลือลืมตาขึ้นมา เขายิ้มและจ้องไปที่หญิงสาวอย่างพอใจ
“ตื่นแล้วเหรอครับ นอนต่ออีกหน่อยสิ ผมยังง่วงอยู่เลย” ชายหนุ่มที่พึ่งตื่นใช้มือคว้าตัวปาลิตาเข้ามาสวมกอดเอาไว้ แต่ก็ถูกหญิงสาวผลักออกและถอยห่างออกมาในทันที แววตาของปาลิตาจับจ้องไปที่ศรากรด้วยความหวาดระแวง
“ทำไมคุณมองผมแบบนั้นล่ะ เมื่อคืนเรายังสนุกด้วยกันอยู่เลย”
“หยุดนะ! เมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น มันต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดแน่ๆ” หญิงสาวยังคงสับสน เธอแค่ไม่อยากยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น
“ผมกับคุณล่อนจ้อนกันขนาดนี้ คุณคิดว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเราจริงๆ เหรอ”
“ฉันบอกไม่ให้พูดไง ต่อให้มีอะไรเกิดขึ้นจริงฉันไม่เห็นจะสนใจเลย ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่ต้องมาคิดมากกับเรื่องหยุมหยิมแค่นี้หรอก” หญิงสาวน้ำเสียงสั่นเครือ คำพูดและท่าทางที่สื่อออกมาสวนทางกันอย่างเห็นได้ชัด จนชายหนุ่มที่ฟังอยู่ต้องหลุดขำออกมาด้วยความเอ็นดู
“คุณนี่โกหกไม่เก่งเลย คุณไม่ต้องคิดมากหรือรู้สึกผิดอะไรหรอก อย่างน้อยคุณก็เลิกกับแฟนก่อนจะมานอนกับผมไม่ใช่เหรอ”
ปาลิตาเบิกตาโตจ้องไปที่ศรากรด้วยความเคลือบแคลง คำพูดของเขาเหมือนว่ารู้จักเธอเป็นอย่างดี แล้วเขารู้ได้ยังไงว่าเธอพึ่งเลิกกับแฟนมา
“เราเคยเจอกันแล้ว แต่คุณคงจำผมไม่ได้ คงเป็นผมที่เป็นคนจดจำคุณอยู่ฝ่ายเดียวล่ะมั้ง”
ชายหนุ่มยิ้มไปที่หญิงสาวอย่างมีเลศนัย คำพูดของเขาทำให้ปาลิตาเริ่มหวาดกลัวขึ้นมา และเธอเองก็มั่นใจว่าไม่เคยเห็นหน้าศรากรมาก่อนอย่างแน่นอน หรือว่าการที่เธอร่วมหลับนอนกับเขาครั้งนี้จะเป็นแผนการของเขาทั้งหมด
“อย่ามองผมแบบนี้สิ เรื่องที่เกิดขึ้นกับเราเป็นความเต็มใจด้วยกันทั้งคู่ ผมไม่ได้บังคับฝืนใจคุณเลยนะ คุณจ้องผมเหมือนกับว่าผมล่อลวงคุณอย่างงั้น อีกอย่างเมื่อคืนคุณเป็นฝ่ายเริ่มก่อนแท้ๆ …”
“ไม่ต้องพูดแล้ว เอาเป็นว่าเรื่องของเราก็คิดซะว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลังจากนี้เราก็ไม่ต้องเจอกันอีก”
“ไม่! เราต้องเจอกันอีก คุณนอนกับผมแล้ว คุณก็ควรรับผิดชอบผมหน่อยสิ”
“คำนี้มันควรเป็นฉันที่ต้องพูดต่างหาก เอาล่ะ…งั้นเรามาทำความเข้าใจกัน เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นความผิดพลาด งั้นพวกเราต่างก็แยกย้ายกันไป เพราะฉันไม่คิดจะสานสัมพันธ์ต่ออยู่แล้ว”
“ตกลงคุณจะไม่รับผิดชอบผมจริงๆ ใช่มั้ย หรือคุณอยากโดนคดีพรากผู้เยาว์ล่ะ”
“ว่าไงนะ!”
ปาลิตาเบิกตากว้างอย่างตกใจ ใบหน้าแสดงความกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด หรือว่าชายหนุ่มคนตรงหน้าเธอตอนนี้ยังเป็นแค่ผู้เยาว์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ นี่คือสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อให้เธอรู้งั้นเหรอ พอคิดแบบนี้ก็ยิ่งทำให้หญิงสาวเป็นกังวลมากขึ้นกว่าเดิม
“เมื่อคืนผมพึ่งฉลองที่ตัวเองอายุครบ17ปีเอง ผมยังเป็นแค่นักเรียนม.ปลายอยู่เลยแต่กลับถูกคุณล่อลวงมาทำ…”
“หยุดพูดได้แล้ว” ปาลิตารีบใช้มือตัวเองปิดปากศรากรเอาไว้ แค่ได้ยินที่เขาพูดก็ทำให้รู้สึกสะอิดสะเอียนในตัวเองมากพอแล้ว เธอเองก็ไม่คิดว่าจะปล่อยตัวให้พลาดมีอะไรกับเด็กนักเรียนม.ปลายได้
ศรากรค่อยๆ เลื่อนมือมากุมมือของปาลิตาที่ปิดปากเขาเอาไว้ สายตามองไปที่หญิงสาวอย่างหวานเยิ้ม มุมปากเผยให้เห็นรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย
“แค่คุณบอกว่าเราจะเจอกันอีก ผมรับปากว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกแน่นอน และก็จะไม่มีคดีพรากผู้เยาว์เกิดขึ้นทั้งนั้น ถึงผมจะเด็กกว่าคุณ แต่ผมก็มีความเป็นผู้ใหญ่มากพอ ไหนๆ คุณก็เลิกกับแฟนแล้ว อีกอย่างผมกับคุณก็นอนด้วยกันแล้ว งั้นเราสองคนก็มาคบกันเถอะ ขิง…คุณคบกับผมได้มั้ย”
ศรากรจ้องไปที่ดวงตากลมโตของปาลิตาด้วยความจริงใจ คำพูดเมื่อสักครู่กลั่นมาจากความรู้สึกของเขาอย่างแท้จริง สายตาและท่าทางที่แสดงออกมาทำให้หญิงสาวสับสนเป็นอย่างมาก เพราะแม้แต่ชื่อของเธอชายหนุ่มก็รู้ แต่เธอกลับไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเขาเลยสักอย่าง หญิงสาวรีบคลายมือที่ถูกศรากรกุมไว้ออก ก่อนจะถอยห่างจากชายหนุ่มออกมาเล็กน้อย
“ฉันจะไม่คบกับนาย ฉันพึ่งเลิกกับแฟนเมื่อคืนเองจะให้มาคบกับนายต่อเลยคงทำไม่ได้ อีกอย่าง…ฉันก็ไม่ชอบผู้ชายที่เด็กกว่าด้วย ในขณะที่นายยังเรียนอยู่แค่ม.ปลายแต่ฉันกลับเรียนจบมหาลัยแล้ว เรื่องของเราที่เกิดขึ้นมันเป็นความผิดพลาดแค่นั้น นายอย่าเอาไปคิดจริงจังเลยนะ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรฉันด้วย จากนี้ฉันหวังว่าเราจะไม่เจอกันอีก”
“งั้นคุณก็ไม่สนใจว่าผมจะแจ้งความจับคุณใช่มั้ย”
“นายบอกฉันเองไม่ใช่เหรอว่าเรื่องที่เกิดขึ้นพวกเราเต็มใจด้วยกันทั้งคู่”
“ใช่ แต่ยังไงถ้าตามกฎหมายคุณก็ล่อลวงผมอยู่ดี”
“งั้นก็แล้วแต่นาย” ปาลิตาหน้าบึ้งจ้องไปที่ศรากรอย่างไม่พอใจ หญิงสาวรีบลงจากเตียงนอนหยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่ตรงพื้นเดินตรงไปยังห้องน้ำ โดยมีแค่ผ้าห่มที่คลุมร่างของเธอเอาไว้แค่นั้น
ปาลิตาใช้เวลาไม่นานกับการเปลี่ยนเสื้อผ้าของเธอกลับตามเดิม พอเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นศรากรยังคงอยู่ที่เตียงตามเดิมโดยที่ยังไม่ได้สวมเสื้อผ้า เขามองและยิ้มให้กับเธออย่างพอใจ
“ไว้เจอกันใหม่นะครับคุณขิง ไม่ใช่สิ…ต้องเรียกพี่ขิงถึงจะถูก แล้วพี่ไม่อยากรู้จักชื่อผมบ้างเหรอ”
“ไม่!” หญิงสาวปฏิเสธในทันทีพร้อมกับจ้ำอ้าวเดินออกจากห้องด้วยความเร่งรีบ โดยที่มีเสียงของศรากรตะโกนบอกชื่อของตัวเองตามหลังหญิงสาวอีกที
“ผมชื่อดีมนะ จำชื่อนี้ไว้ให้ดีๆ นะพี่ขิง เราต้องได้เจอกันอีกแน่นอน” เสียงตะโกนของชายหนุ่มช่างรื่นรมย์นัก
ขิงหรือปาลิตา หญิงสาวในวัย22ปีที่อาศัยเช่าบ้านอยู่กับเอิร์นหรือจริญตาเพื่อนสาวนักศึกษาแพทย์ ปาลิตาพึ่งสำเร็จปริญญาตรีมาหมาดๆ และเมื่อคืนที่ผ่านมาต้นหรือศิวัฒน์ผู้เป็นแฟนหนุ่มที่อายุมากกว่าเธอ1ปี นัดให้เธอออกมาเจอเพื่อจะทานมื้อค่ำด้วยกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แฟนหนุ่มอยากฉลองเนื่องในโอกาสที่แฟนสาวของเขาเรียนจบ
ปาลิตากับศิวัฒน์คบกันมาตั้งแต่หญิงสาวเข้าเรียนมหาลัยปีหนึ่งโดยที่ชายหนุ่มเป็นรุ่นพี่อยู่ปี2 และตลอดเวลาที่ผ่านมาแฟนหนุ่มก็มักจะมีเรื่องหยุมหยิมเกี่ยวกับหญิงสาวคนอื่นมาติดพันเสมอ และบ่อยครั้งที่เธอขอเลิกแต่พอแฟนหนุ่มมาขอคืนดีเธอก็มักจะยอมใจอ่อนทุกครั้งไป แต่พอมาเจอเหตุการณ์เมื่อวานทำให้ความอดทนของเธอหมดลงในทันที
ย้อนกลับไปเมื่อ10ชั่วโมงก่อน
“ยิ้มหน้าบานเลยนะ วันนี้จะออกไปไหนเหรอจ๊ะขิงเพื่อนยาก” จริญตาผู้เป็นเพื่อนสาวเอ่ยหยอกเมื่อเห็นท่าทีของปาลิตาที่ดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
“พี่ต้นชวนไปกินข้าว บอกว่าจะพาไปเลี้ยงที่ฉันเรียนจบน่ะ ก็คงรู้สึกผิดที่ไม่ได้ไปงานวันรับปริญญาฉันด้วยแหละมั้ง”
“พี่ต้นเธอก็แปลกนะ งานรับปริญญาแฟนทั้งทีกลับไม่ไป วันนั้นเขาก็ไม่ได้ทำงานไม่ใช่เหรอ ขนาดฉันที่เป็นนักศึกษาแพทย์ที่แทบจะไม่มีเวลาว่างยังไปหาเธอได้เลย”
“ทำไงได้ก็มีงานด่วนเข้ามานี่ พี่ต้นเองก็พึ่งได้งานใหม่ด้วยก็ต้องทำงานเอาใจหัวหน้าหน่อย หัวหน้าจะได้เอ็นดูพี่ต้นไง”
“ฉันกลัวว่ามันจะมากกว่าเอ็นดูนี่สิ ชายหญิงสนิทสนมกันเกินไปใช่จะอ่อนไหวไม่เป็น เรื่องความเจ้าชู้ของเขาก็ใช่ย่อยที่ไหน เธอก็รู้”
“ฉันรู้ว่าเธอเป็นห่วงฉัน เอาเป็นว่าพี่ต้นทำผิดกับฉันอีกครั้ง ฉันจะเลิกกับเขาทันทีและจะไม่กลับไปคืนดีกับเขาอีกแน่นอน”
“ให้มันจริงเถอะ งั้นขอให้สนุกแล้วกัน” จริญตายิ้มรับ หญิงสาวส่ายหน้าเล็กน้อยมองตามหลังปาลิตาที่พึ่งเดินออกจากบ้านไป
จริญตาไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกที่ปาลิตาคบกับศิวัฒน์ชายหนุ่มผู้เลื่องชื่อแห่งความเจ้าชู้ และเมื่อหลายวันก่อนเธอก็เห็นศิวัฒน์เดินอยู่กับผู้หญิงซึ่งเป็นหัวหน้างานของเขา ทั้งคู่สนิทสนมกันเกินคำว่าผู้ร่วมงานไปมาก พอเอาเรื่องนี้ไปบอกปาลิตากลับได้คำตอบกลับมาว่าเป็นเธอเองที่คิดมากไป การมองโลกในแง่ดีและไม่คิดอะไรของปาลิตาทำให้เธออดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ
……………
ปาลิตานั่งแท็กซี่มายังร้านอาหารที่แฟนหนุ่มของเธอได้นัดเอาไว้ พอลงจากรถก็เห็นผู้เป็นแฟนหนุ่มกำลังเดินออกจากร้านอาหารด้วยท่าทีเร่งรีบ หญิงสาวรีบโบกมือเพื่อจะทักทายแต่ดูเหมือนว่าแฟนหนุ่มของเธอไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าเธอยืนอยู่ด้วยซ้ำ
“จะรีบไปไหนของเขานะ” หญิงสาวพึมพำออกมา ก่อนจะเดินตามแฟนหนุ่มออกไป
ปาลิตาเดินตามศิวัฒน์มาจนถึงรถคันหนึ่งที่จอดเอาไว้ ภาพที่หญิงสาวเห็นตอนนี้คือแฟนหนุ่มของเธอโน้มตัวเข้าไปในรถและกำลังบรรเลงบทจูบอย่างเร่าร้อนอยู่กับหญิงสาวผู้เป็นหัวหน้าของเขา ทั้งคู่ดูกระเหี้ยนกระหือรือกันเป็นอย่างมากโดยที่ไม่ได้สนใจว่าจะถูกใครพบเห็นเลยด้วยซ้ำ
ปาลิตาเนื้อตัวสั่นไหวไปหมด หญิงสาวกำมือแน่นจ้องไปที่คนทั้งคู่อย่างเคืองแค้น ก่อนจะระเบิดความโทสะออกมาเมื่อถูกคนรักหักหลังอย่างไม่มีชิ้นดี เธอจู่โจมเข้าไปทุบตีศิวัฒน์อย่างหมดความอดทน
“เลวที่สุด พี่ทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง”
“ขิงฟังพี่ก่อนนะ มันไม่ใช่อย่างที่ขิงคิดนะ” ศิวัฒน์รีบรวบมือของปาลิตาเอาไว้ เขาพยายามแก้ตัวอย่างลนลาน
“ขนาดนี้แล้วพี่ก็ยังจะโกหกฉันอีก พี่คิดว่าฉันไม่เห็นพี่กับเธอจูบกันหรือไง พี่มันน่ารังเกียจที่สุด”
“งั้นเธอก็เห็นทุกอย่างแล้วสินะ ต้น…พี่ว่าเราบอกความจริงกับขิงไปเถอะ ไหนๆ เรื่องมันก็มาถึงขนาดนี้แล้ว” หญิงสาวที่นั่งอยู่ในรถสวนขึ้นมาแทน เธอเปิดประตูลงจากรถเดินมาหาคนทั้งคู่ด้วยสีหน้าที่ไม่ได้สะทกสะท้านเลยสักนิด กลับยิ้มแย้มยินดีกับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ
“ขอโทษด้วยนะขิง ก็ต้นเขาบอกพี่ว่าเธอไม่ยอมให้ในสิ่งที่เขาต้องการ ไม่เหมือนกับพี่ที่ให้เขาได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องงาน หรือเรื่องอย่างว่า ผู้ชายน่ะ…ก็ต้องการแค่นี้แหละ"
“นี่พี่นอกใจฉันเพราะแค่ฉันไม่ยอมนอนกับพี่งั้นเหรอ” ปาลิตาหันไปถามแฟนหนุ่มอย่างขุ่นเคือง
“พูดได้ไงเรื่องแค่นี้ ขิง…เราคบกันมาจะ4ปีแล้วนะ การที่เราสองคนจะมีอะไรกันมันแปลกตรงไหน คู่อื่นๆ เขาก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้น มีแต่ขิงนี่แหละที่ไม่ยอม”
“พี่เลยเอาเรื่องนี้มาอ้างเพื่อจะนอกใจฉันเหรอ ที่ฉันไม่ยอมก็เป็นเพราะพี่ ตลอดเวลาที่เราคบกันพี่เคยทำให้ฉันมั่นใจในตัวพี่มั้ย ฉันต้องเสียใจกี่ครั้งกับพวกผู้หญิงที่เข้ามาติดพันพี่ พอฉันขอเลิกก็เป็นพี่เองที่ขอโอกาสกับฉันไม่ใช่เหรอ และพี่ก็รับปากฉันแล้วว่าจะไม่ให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก แต่พี่ก็ทำไม่ได้ พอสักที ฉันจะไม่ทนอีกแล้ว”
“ขิงจะเลิกกับพี่เหรอ”
“ใช่ ฉันเหนื่อยที่จะคบพี่แล้ว เราเลิกกันเถอะนะพี่ต้น”
“ไม่เอาพี่ไม่เลิก ขิง…พี่ขอโทษ ให้โอกาสพี่อีกครั้งนะ” ศิวัฒน์พยายามยื้อยุดปาลิตาเอาไว้ แต่ก็ถูกหญิงสาวสะบัดแขนออกและวิ่งหนีออกไปได้ในที่สุด
“ต้นอย่าตามไปเลยนะ เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วนี่พี่กับต้นจะได้คบกันอย่างเปิดเผยสักที ไหนๆ วันนี้ต้นก็ไม่มีนัดแล้ว งั้นคืนนี้เราไปต่อที่ห้องพี่กันดีมั้ย พี่มีงานใหม่ให้ต้นทำด้วยนะ กว่าจะได้งานนี้มามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะต้น”
พิมผกา หญิงสาวผู้เป็นหัวหน้าใช้มือเล้าโลมไปที่ต้นคอของศิวัฒน์ เธอเอาเรื่องงานมาหลอกล่อ มีหรือคนที่ทะเยอทะยานใฝ่สูงอย่างเขาจะไม่หลงกล
ปาลิตาหลังจากแยกตัวออกมาก็เดินโซซัดโซเซหมดเรี่ยวแรง น้ำตาของหญิงสาวยังคงไหลพรากไม่ขาดสาย เธอเจ็บใจนักที่คนใกล้ชิดตักเตือนเธอเรื่องของศิวัฒน์มาตลอด แต่เป็นเธอเองที่หน้ามืดตามัวคิดว่าชายหนุ่มจะยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเธอได้
ปาลิตาใช้เวลาอยู่ที่ร้านอาหารข้างทาง หญิงสาวสั่งเบียร์มามากมายและดื่มอย่างหนักเพราะเสียใจกับการกระทำของอดีตแฟนหนุ่ม และก็รู้สึกสมเพชตัวเองเป็นอย่างมากอีกด้วย เธอนั่งดื่มอยู่แบบนั้นสักพักก่อนจะฟุบหลับไปที่โต๊ะ
“หนู หนู อ้าวหลับซะแล้ว จะทำไงล่ะทีนี้” ป้าเจ้าของร้านเดินมาเขย่าตัวปาลิตาที่ฟุบหลับไม่ได้สติ
“ป้าครับ ทั้งหมดเท่าไหร่ครับ เดี๋ยวผมจ่ายเอง” เสียงของศรากรเอ่ยแทรกขึ้นมา
“เธอรู้จักผู้หญิงคนนี้ด้วยเหรอ” ป้าเจ้าของร้านเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“รู้จักครับ เธอเป็นเพื่อนพี่สาวผมเอง พอดีเธอตกงานมาเลยเครียดทำให้ดื่มหนักไปหน่อย ผมเองก็มาพร้อมกับเธอแหละครับแต่แยกนั่งอยู่อีกโต๊ะ ป้าเองก็น่าจะเห็นผมนะ ถ้าป้าไม่เชื่อจะคุยกับพี่สาวผมมั้ยล่ะครับ เดี๋ยวผมโทรให้”
“ไม่ๆ ป้าก็แค่เป็นห่วง คนสมัยนี้ไว้ใจได้ที่ไหน ถ้าเธอกับยัยหนูนี่รู้จักกันก็ดีไป งั้นก็พากันกลับบ้านเถอะ เมาขนาดนี้คงไม่รู้เรื่องอะไรแล้ว”
“ครับ ผมจะพาเธอกลับเดี๋ยวนี้แหละ” ศรากรเอ่ยตอบป้าเจ้าของร้าน ก่อนจะเรียกแท็กซี่แล้วพาปาลิตาขึ้นไปนั่งในรถ
ศรากรบอกให้แท็กซี่ขับไปส่งที่บ้านของเขาเอง เพราะก่อนหน้านี้ได้ตรวจดูในกระเป๋าพกส่วนตัวของปาลิตาแล้วแต่ไม่พบมือถือของหญิงสาว ชายหนุ่มเลยไม่รู้ว่าจะต้องติดต่อกับใคร และเขาเองก็ไม่รู้ว่าบ้านของปาลิตาอยู่ที่ไหนด้วย
ดีมหรือศรากร หนุ่มนักเรียนมัธยมปลายของโรงเรียนอินเตอร์แห่งหนึ่ง ครั้งหนึ่งเขาเคยได้รับความช่วยเหลือจากปาลิตาด้วยความบังเอิญ และได้รู้สึกดีกับหญิงสาวตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ วันนี้บังเอิญเจอกันอีกครั้งและเมื่อเห็นปาลิตาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเลยอยากยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
2 ปี ต่อมาศรากรพาปาลิตาเดินทางท่องเที่ยวตามที่เคยตั้งใจเอาไว้ ชายหนุ่มแพลนไว้ว่าจะพาหญิงสาวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ ในหลายๆ ประเทศทั้งในเอเชียและยุโรป และยังมีแพลนที่จะเดินทางท่องเที่ยวไปอีกเรื่อยๆ จนกว่าที่ทั้งคู่จะพอใจ ตอนนี้ที่หมายแรกที่ทั้งคู่มาถึงก็คือเมืองเวนิส ประเทศอิตาลีช่วงบ่ายของวัน ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในเวนิสปาลิตาเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้าเซื่องซึมเล็กน้อย หญิงสาวยืนมองศรากรอยู่สักครู่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้ายิ้มแย้ม เมื่อเห็นชายหนุ่มหันมามองที่เธอ“วันนี้เราจะไปเที่ยวไหนกันเหรอ” ปาลิตาเดินมานั่งที่เตียงนอนข้างๆ ศรากร เธอเอ่ยถามแพลนเที่ยวที่ชายหนุ่มวางเอาไว้“ไปล่องเรือกอนโดลาแบบส่วนตัวในเวนิส พี่ต้องชอบแน่ๆ ว่าแต่พี่เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมดูหน้าซีดๆ ล่ะ”“ก็กินอะไรไม่ค่อยลงนี่ นายก็รู้ฉันไม่คุ้นชินกับอาหารที่นี่เท่าไหร่”“ไหวมั้ย ไหนดูซิตัวร้อนหรือเปล่า” ศรากรรีบเอามือสัมผัสไปที่แก้มและหน้าผากของหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง แต่หญิงสาวไม่ได้ตัวร้อนเลยโล่งใจขึ้นมาได้บ้าง“ฉันไม่เป็นไร”“งั้นวันนี้ไปไม่ต้องไปไหนหรอก อยู่พักผ่อนก่อนแล้วกันพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”“ฉันไปได้
วันต่อมาศรากรและนเรศขับรถออกมาผ่อนคลายอยู่แถวนอกชานเมือง สถานที่นี้เป็นที่ที่ทั้งสองหนุ่มเคยมาด้วยกันบ่อยครั้ง นเรศก็เป็นอีกคนที่ศรากรให้ความสำคัญ ไม่ได้เจอหน้าเพื่อนชายเป็นเวลา3ปีก็คิดถึงมากเช่นกัน“ฉันมีอะไรจะบอกนายด้วย เดือนหน้าฉันจะไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสแล้วนะ”ศรากรหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าเพื่อนชายกำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ทั้งๆ ที่เขาก็พึ่งกลับมาเองยังไม่ได้อยู่เที่ยวเล่นด้วยกันให้หนำใจผู้เป็นเพื่อนชายก็จะเดินทางไกลเสียแล้ว แต่ถึงจะใจหายไปบ้างแต่ศรากรก็เคารพการตัดสินใจของนเรศเสมอ“พึ่งได้เจอกันเอง แต่ไม่เป็นไร นายจะทำอะไรฉันก็เห็นด้วยอยู่แล้ว”“นายจำได้มั้ยตอนที่นายบอกให้ฉันเรียนต่อ ตอนนั้นฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าจะเรียนไปทำไมทั้งๆ ที่ฉันก็ไม่มีเป้าหมายในชีวิต ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร แต่กลับเป็นนายที่รู้ความฝันของฉัน ฉันรู้นะว่าที่นายเลือกเรียนภาพยนตร์ก็แค่อยากเรียนเป็นเพื่อนฉัน”“แต่ยังไงฉันก็ทิ้งนายไปอยู่ดี”“ไม่เลยเพื่อน นายไม่ได้ทิ้งฉันไปไหน นายยังอยู่ที่เดิมเสมอ จากกันครั้งนั้นมันทำให้ฉันภูมิใจในตัวนายมากรู้มั้ย เพราะมันทำให้ฉันได้รู้ว่านายอยู่ได้แล้
ศรากรยิ้มหวานเดินตรงมาหาปาลิตาด้วยความคิดถึง ชายหนุ่มกางมือทั้งสองข้างเพื่อจะเข้าไปกอดแต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อหญิงสาวถอยหลังออกไม่ยอมให้ชายหนุ่มเข้ามาสวมกอดได้ง่ายๆ“ผมกลับมาแล้วไงพี่ไม่ดีใจเหรอ อุตส่าห์มาแบบเซอร์ไพรส์อดใจไม่บอกพี่ก่อนนะเนี่ย”ปาลิตาไม่ตอบรับอะไรทั้งนั้น หญิงสาวมองไปที่ศรากรด้วยความขุ่นเคืองก่อนจะเดินเลี่ยงชายหนุ่มออกไปอีกทาง ศรากรเองก็พยายามเดินตามเพื่อจะรั้งหญิงสาวเอาไว้“ไม่ต้องมาจับฉัน!”ปาลิตาพยายามสลัดตัวออกจากศรากรที่เอาแต่พยายามโอบกอดเธอ แต่ไม่ว่าจะออกแรงแค่ไหนก็ไม่สามารถต้านทานพละกำลังของชายหนุ่มได้ ยิ่งเธอดิ้นเท่าไหร่เขาก็จะกอดเธอให้แน่นกว่าเดิม ไม่นานนักความรู้สึกที่หญิงสาวอัดอั้นเอาไว้ก็ไหลรินออกมาเป็นทาง เสียงสะอื้นของเธอทำชายหนุ่มกังวลนัก“ผมขอโทษ ผมทำให้พี่โกรธอีกแล้วใช่มั้ย พี่อย่าร้องไห้เลยนะ”“ไม่ต้องมากอดฉันเลย ฉันเกลียดนายแล้ว นายจะไปไหนก็ไป ไอ้คนนิสัยไม่ดี” ปาลิตาใช้กำปั้นทุบไปที่แผ่นหลังศรากรด้วยความน้อยใจ“ใช่ผมนิสัยไม่ดีจริงๆ นั่นแหละ งั้นพี่ทุบผมให้หนักๆ เลยผมจะได้จำ” ศรากรหลุดขำเมื่อเห็นท่าทีงอแงของหญิงสาว ไม่ว่าตอนนี้ปาลิตาอยากทุบตีเขามากแค่ไห
ช่วงค่ำของวันปาลิตาเดินออกมาจากห้องนอนก็เห็นปวีร์นั่งอยู่ที่โซฟา หญิงสาวเองรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นคนที่เธอไม่รู้จักเข้ามานั่งอยู่ในบ้านแบบนี้ พอเห็นจริญตาเดินออกมาจากห้องก็รีบเดินตรงไปหาเพื่อนสาวในทันที“หมอเอิร์น ใครเหรอ?”“คุณปวีร์”“ห๊ะ! คุณปวีร์ หมายถึงคุณทนายหนุ่มที่ทำให้เธอชอบแล้วทิ้งเธอไปนั่นเหรอ”“พูดบ้าอะไรของเธอ” จริญตารีบปิดปากเพื่อนสาวเอาไว้ปวีร์เองพอได้ยินที่ปาลิตาพูดออกมาก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ การได้ยินว่าจริญตานั้นชอบเขามันเหนือความคาดหมายสำหรับเขามากจริงๆ“จริงเหรอครับที่หมอเอิร์นชอบผม” ชายหนุ่มหันไปถามปาลิาเพื่อย้ำคำตอบอีกครั้ง“จริงสิคะ ฉันว่านะที่เพื่อนฉันไม่ยอมคบใครมาถึงตอนนี้ก็เพราะคงรอคุณกลับมาแน่เลย อ่อลืมแนะนำตัว ฉันขิงค่ะ…เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของหมอเอิร์น” ปาลิตาเดินเข้าไปนั่งคุยกับปวีร์อย่างสนิทสนม นานทีหยอกเย้าเพื่อนรักก็ดูจะมีความสุขมาก“คุณขิงน่าจะเข้าใจผิดนะครับ คนที่หมอเอิร์นชอบน่าจะไม่ใช่ผมนะ”“ถ้าคุณทนายหมายถึงหมอหมอกละก็เมื่อก่อนอาจจะใช่ค่ะ แต่ตอนนี้คนในใจหมอเอิร์นได้เปลี่ยนไปแล้ว นี่ถ้าคุณทนายกลับอเมริกาช้ากว่านี้นิดหนึ่ง คงได้รู้แล้วค่ะว่าคนที่หมอเอิร์
จริญตามาเยี่ยมดูอาการแม่ของนเรศที่เข้ามารักษาตัวด้วยไข้ขึ้นสูงเมื่อช่วงดึกที่ผ่านมาในฐานะหมอเจ้าของไข้ หญิงสาวเปิดประตูเข้ามาในห้องก็ยิ้มทักทายคนไข้ที่นอนอยู่บนเตียงอย่างเป็นมิตร“เป็นยังไงบ้างคะคุณน้า หน้าตาดูสดชื่นขึ้นนะคะ”“ดีขึ้นอย่างที่หมอว่านั่นแหละ ตอนนี้น้าเองก็อยากจะกลับบ้านแล้ว นอนโรงพยาบาลนานๆ ไม่ค่อยชอบเลย”“นอนดูอาการคืนนี้ก่อนนะคะ ถ้าพรุ่งนี้ไข้ไม่ขึ้นเดี๋ยวหมอให้กลับ แล้วก้องไม่อยู่เหรอคะ”“ไปเชียงใหม่กับดีมน่ะ เห็นว่าไปทำธุระอะไรกันก็ไม่รู้ ปล่อยเขาไปเถอะสองคนนี้มักตัวติดกันตลอดแบบนี้แหละ ดีมเองก็พึ่งกลับมาก็คงหาเรื่องเที่ยวเล่นกันตามประสาหนุ่มๆ”“จริงด้วย แล้วนี่คุณน้าอยู่คนเดียวเหรอคะ”“อยู่กับหลานสาว พอดีออกไปซื้อของเดี๋ยวก็กลับมา”“โอเค งั้นหมอไปทำงานต่อแล้วกัน เดี๋ยวเย็นๆ จะมาใหม่ คุณน้าเองก็ต้องพักผ่อนให้เยอะๆ นะคะ” จริญตาบอกลาคนไข้ในความดูแลก่อนจะเดินออกจากห้องไปจริญตาเดินออกมาจากห้องพักฟื้นคนไข้ก็ตรงมายังเคาน์เตอร์ของโรงพยาบาล ระหว่างที่หญิงสาวหยิบแฟ้มเอกสารการรักษาคนไข้ขึ้นมาดูนั้นก็ถูกชายคนหนึ่งเดินตรงมากระชากแขนอย่างเต็มแรง โดยเธอไม่ทันได้ตั้งตัวจนต้องล้มลง
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะพี่ต้อม” เพียงขวัญเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับพนักงานอีกหลายคนที่มาร่วมงานเลี้ยงวันนี้ ทุกคนได้ยินเสียงดังมาจากในบ้านก็เลยพากันเดินเข้ามาดู“ไม่มีอะไรหรอกพี่ทำขวดเหล้าแตกนะ ทุกคนไปสนุกกันต่อได้เลยเดี๋ยวทางนี้พี่จัดการเอง”พนักงานทุกคนที่เข้ามาในบ้านเมื่อสักครู่ต่างก็ออกไปตามที่ผู้เป็นเจ้านายบอก เหลือก็แค่เพียงขวัญ หญิงสาวเข้าไปช่วยวราวิทย์เก็บกวาดเศษขวดเหล้าด้วยความระมัดระวัง สายตาก็จับจ้องไปที่ชายหนุ่มอย่างไม่ลดล่ะ“ทำไมเอยมองพี่แบบนี้ล่ะ”“พี่ต้อมเมาเหรอคะ”“เปล่า พี่ยังไม่ได้ดื่มเลยจะเมาได้ไง”“แล้วขวดเหล้านี้ตกแตกได้ยังไงคะ”“พอดีเป็นแผนล่อเหยื่อของดีมน่ะ”“หมายถึงคุณดีมล่อขิงเหรอคะ”“พูดซะพี่ตกใจเลย เอาเป็นว่าเป็นแผนที่จะทำให้สองคนนั้นปรับความเข้าใจกัน แบบนี้โอเคมั้ย”“แล้วคุณดีมกับขิงตอนนี้ไปไหนแล้วคะ”“อยู่บนห้องน่ะ เรารีบเก็บรีบออกไปสนุกกับงานเลี้ยงข้างนอกดีกว่า”ระหว่างที่ทั้งคู่ช่วยกันเก็บกวาดเศษขวดอยู่นั้น เกศราก็เดินเข้ามาเพื่อตามหาศรากร เธอมั่นใจว่าชายหนุ่มต้องตามปาลิตาเข้ามาในบ้านอย่างแน่นอน“คุณดีมล่ะคะ”“ออกไปตามขิงข้างนอกแล้วค่ะ" เพียงขวัญชิงตอบแทนวราวิ







