เข้าสู่ระบบปาลิตาระหว่างที่เดินอยู่ก็รู้สึกได้ว่ามีคนสะกิดมาที่ไหล่ หญิงสาวรีบหันกลับพอเห็นเป็นศรากรก็ตกใจจนถุงร้านสะดวกซื้อที่ถืออยู่ในมือร่วงลงพื้น
“นี่นาย!”
“เห็นผมทำไมต้องตกใจขนาดนี้ด้วย ทำอย่างกับผมเป็นผีอย่างนั้น” ศรากรยิ้มทักทาย พร้อมกับหยิบถุงสะดวกซื้อที่ตกลงพื้นยื่นไปให้หญิงสาวอีกที
“นายสะกดรอยตามฉันเหรอ”
“เปล่าสักหน่อย ผมแค่เดินเล่นอยู่เห็นพี่ก็เลยเข้ามาทัก ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอกันอีกทั้งๆ ที่พึ่งอยู่ด้วยกันมาทั้งคืน”
“หยุดนะ! เมื่อไหร่นายจะหยุดพูดถึงเรื่องนี้สักที ฉันบอกแล้วไงว่ามันเป็นความผิดพลาด”
“ผิดพลาดแบบเต็มใจเหรอ” ชายหนุ่มหลุดยิ้ม แต่พอเห็นสายตาที่จริงจังของปาลิตาก็เริ่มรู้สึกผิดขึ้นมา
“โกรธผมเหรอ ก็ได้…ผมจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว”
ระหว่างที่ทั้งสองยืนคุยกันอยู่นั้น ศิวัฒน์ที่เดินผ่านมาเมื่อเห็นปาลิตาก็รีบเดินเข้ามาหาหญิงสาวในทันที การปรากฏตัวของเขาทำให้ปาลิตาไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก
“อยู่นี่เอง พี่ไปหาขิงที่บ้านไม่เจอน่ะ ขิงช่วยคุยกับพี่หน่อยได้มั้ย เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานพี่อธิบายขิงได้นะ”
“จูบกับผู้หญิงคนอื่นซะขนาดนั้นยังจะอธิบายอะไรอีก” ศรากรที่ยืนฟังอยู่เอ่ยแทรกขึ้นมา เขาแสยะยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“นายเป็นใคร แล้วมายุ่งอะไรเรื่องของคนที่เป็นแฟนกัน”
“ฉันไม่ได้เป็นแฟนพี่แล้ว” ปาลิตาสวนกลับในทันควัน เพราะในตอนนี้เธอกับศิวัฒน์ไม่มีความเกี่ยวข้องกันไม่ว่าจะในสถานะอะไรก็ตาม
“ได้ยินมั้ยครับคุณลุง พี่สาวคนนี้บอกว่าคุณลุงไม่ใช่แฟนเธอแล้ว”
ศรากรเย้ยหยันอย่างชอบใจ จนทำให้ศิวัฒน์ไม่พอใจเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มปรี่เข้าไปกระชากคอเสื้อของศรากรในทันทีหวังว่าจะใช้กำลังทำร้ายแต่ก็ถูกปาลิตาห้ามเอาไว้ได้ก่อน
“หยุดนะพี่ต้น พี่จะมาทำร้ายคนของฉันไม่ได้ เรื่องของเรามันจบไปแล้ว ถ้าพี่ต้นยังมาวุ่นวายกับฉันอีก ฉันจะแจ้งความจริงๆ ด้วย”
ปาลิตาตวาดเสียงไปที่ศิวัฒน์อย่างขุ่นเคือง ก่อนจะเดินจูงมือศรากรให้ออกไปด้วยกัน เดินมาได้สักพักก็คลายมือที่จับมือชายหนุ่มออก หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา
“พี่โกรธเขามากเลยเหรอ”
“โกรธสิ ฉันถูกเขานอกใจนายจะให้ฉันยิ้มดีใจงั้นเหรอ”
“ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่จะบอกว่าถ้าพี่ยังโกรธเขาอยู่ก็แปลว่าพี่ยังรักเขาอยู่ไง แถมยังประชดเขาโดยบอกว่าผมเป็นคนของพี่อีก พี่อยากให้เขาหึงใช่มั้ยล่ะ”
“เปล่าสักหน่อย ฉันแค่ไม่อยากเห็นหน้าเขา ยังไงก็ขอโทษแล้วกันที่เอานายเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องนี้”
“ไม่เป็นไร ผมชอบซะอีกที่พี่พูดแบบนั้น ถ้าจะให้ดีพี่ควรประชดเขาโดยบอกว่าผมเป็นแฟนพี่ถึงจะถูก”
“พูดแบบนั้นไปพี่ต้นเขาไม่เชื่อหรอก พี่ต้นเขารู้ดีว่าฉันไม่มีทางชอบคนที่เด็กกว่า ดูหน้านายสิละอ่อนขนาดนี้”
“ละอ่อนไม่ละอ่อนพี่น่าจะรู้ดีที่สุดนะ” ศรากรจ้องไปที่นัยน์ตาของหญิงสาวอย่างสั่นไหว แววตาของชายหนุ่มเว้าวอนเป็นอย่างมากจนคนที่ถูกมองต้องรีบหลบสายตาหนี
“ฉันกลับบ้านก่อนแล้วกัน นายเองก็ควรจะกลับได้แล้ว”
ปาลิตาบ่ายเบี่ยงเปลี่ยนเรื่อง หญิงสาวตั้งใจที่จะเดินเลี่ยงออกไปแต่ก็ถูกชายหนุ่มจับข้อมือรั้งเธอเอาไว้ ศรากรมองไปที่ปาลิตาอย่างไม่ลดละ ใบหน้าที่ออดอ้อนเมื่อสักครู่ก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที
“ผมชอบพี่จริงๆ นะ ไม่ได้ชอบเพราะความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เรื่องเมื่อคืนมันทำให้ความรู้สึกผมชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิมต่างหาก เพราะเป็นพี่ผมถึงอดกลั้นไม่ได้ ผมรู้ว่าพี่เลิกกับเขาแล้วผมถึงกล้าทำแบบนั้น พี่ให้โอกาสผมหน่อยไม่ได้หรือไง อย่าพึ่งบอกว่าไม่ชอบผมสิ การที่พี่จะรักหรือคบใครสักคนต้องเอาเกณฑ์อายุมาวัดด้วยเหรอ ผมที่เด็กกว่าไม่มีสิทธิ์จะชอบคนที่โตกว่าหรือไง”
“นั่นมันสำหรับคนอื่นไม่ใช่สำหรับฉัน นายชื่อดีมใช่มั้ย ดีม…นายเองก็ยังต้องผ่านชีวิตอีกเยอะ วันข้างหน้านายยังต้องขึ้นมหาลัย เจอเพื่อน เจอคนในวัยเดียวกันยังมีอะไรต้องเรียนรู้อีกเยอะ ส่วนฉันต่อจากนี้ก็ต้องดิ้นรนหางานทำ กลุ่มคนที่ฉันเจอก็จะเป็นกลุ่มคนที่โตขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น ฉันไม่อยากเสียเวลาไปกับเรื่องแบบนี้ ขนาดคนในวัยเดียวกัน ใช้ชีวิตแบบเดียวก็ยังเลิกกันได้เลย แล้วกับนายที่เด็กกว่า สังคมที่ต่างกันอีกล่ะ นายคิดว่ามันจะง่ายขนาดนั้นเหรอ”
“สำหรับผมถ้าเป็นเรื่องที่อยากได้ก็ง่ายเสมอนั่นแหละ ผมก็จะทำทุกทางเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ…รวมถึงพี่ด้วย”
“นายคงไม่เข้าใจจริงๆ” ปาลิตาถอนหายใจให้ความดื้อดึงของศรากร หญิงสาวส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะสะบัดข้อมือออกจากมือของชายหนุ่มแล้วเดินจากไป
“คำก็เด็ก สองคำก็เด็ก อายุเราห่างกันไม่กี่ปีเองนะขิง” ชายหนุ่มหลุดขำออกมาเล็กน้อย เห็นท่าทีจริงจังของปาลิตาก็อดเอ็นดูไม่ได้
………………
หลายวันต่อมา ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
“ขอโทษนะคะ ฝากเอากล่องข้าวไปให้หมอเอิร์นหน่อยได้มั้ยคะ"
ปาลิตาเอ่ยรบกวนต่อพยาบาลสาวที่อยู่แผนกเดียวกันกับจริญตาเพื่อนสาวของเธอ วันนี้เธอตั้งใจเอากล่องข้าวมื้อกลางวันมาฝากแก่หญิงสาว
“ได้ค่ะ น่ารักจังเลยนะคะมีส่งข้าวส่งน้ำกันด้วย” พยาบาลสาวเอ่ยหยอกด้วยความเอ็นดู
ปาลิตาหลังทำธุระเสร็จก็ขอตัวกลับ ระหว่างทางที่เดินเธอเห็นหมอหนุ่มคนหนึ่งกำลังเล่นหยอกล้อกับเด็กน้อยอยู่จึงหยุดยืนมองทั้งคู่ด้วยความเอ็นดู ก่อนจะละสายตาออกเมื่อหมอหนุ่มคนดังกล่าวหันมามองที่เธอพอดี และดูเหมือนว่าเขาก็กำลังเดินตรงมาหาเธออีกด้วย
“มีอะไรให้ช่วยมั้ยครับเห็นยืนมองอยู่นานแล้ว”
“ไม่มีอะไรค่ะ ฉันแค่เอ็นดูเด็กน้อยที่คุณหมอเล่นด้วย”
“อ๋อ…แบบนี้นี่เอง แล้วคุณมาที่โรงพยาบาลไม่สบายเหรอครับ”
“เปล่าค่ะ พอดีฉันแวะเอากล่องข้าวกลางวันมาให้เพื่อน เธอเป็นนักศึกษาแพทย์ประจำอยู่ที่นี่ค่ะ”
“เดี๋ยวนี้ยังมีคนส่งกล่องข้าวให้กันด้วยเหรอครับ”
“ทำไมคะ มันแปลกมากเลยเหรอ”
“เปล่าครับผมแค่ไม่เคยเห็น แล้วเพื่อนคุณชื่ออะไรล่ะ ผมรู้จักหมอทุกคนที่นี่หมดแหละ”
“หมอเอิร์นค่ะ”
“อ๋อ…หมอเอิร์นนี่เอง พอดีผมเป็นรุ่นพี่หมอเอิร์นนะครับ ที่แท้ก็คนกันเอง ผมหมอกครับ แล้วคุณ…”
“ฉันขิงค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะหมอหมอก” หญิงสาวยิ้มรับ
“เช่นกันครับ ได้เวลาที่ผมต้องไปทำงานต่อแล้ว หวังว่าจะได้เจอกันอีกนะครับคุณขิง” หมอหนุ่มยิ้มหวานบอกลาปาลิตา ก่อนจะเดินจากออกไป
“หรือว่าจะเป็นรุ่นพี่ที่หมอเอิร์นชอบ ฉันต้องรู้ให้ได้”
ปาลิตาพึมพำตามหลังหมอหนุ่มที่พึ่งเดินออกไป เพราะก่อนหน้านี้จริญตามักเล่าเรื่องหมอหนุ่มรุ่นพี่ที่หญิงสาวแอบปลื้มให้เธอฟังบ่อยๆ ไม่แน่อาจจะเป็นหมอหนุ่มที่เธอพึ่งรู้จักเมื่อสักครู่ก็ได้
……………………
ปาลิตาหลังออกมาจากโรงพยาบาลก็ตรงกลับบ้านในทันที ระหว่างนั้นเธอเหลือบไปเห็นศรากรกำลังสูบบุหรี่อยู่ในซอกตึกร้างแห่งหนึ่ง หญิงสาวยืนมองชายหนุ่มอยู่สักครู่ก่อนจะเบะปากแล้วเดินจากไป ขืนอยู่นานกว่านี้คงได้ถูกชายหนุ่มเห็นเป็นแน่ แต่พอเดินได้สักครู่ก็เกิดนึกอะไรบางอย่างออก
“เดี๋ยวนะ ตอนนี้ก็พึ่งบ่ายโมงเองปกติโรงเรียนยังไม่เลิกไม่ใช่เหรอ แล้วเขามาอยู่นี่ได้ไง ชุดที่เขาใส่ก็ไม่ใช่ชุดนักเรียนด้วย หรือจริงๆ แล้วนายนั่นโกหกเรา ไม่ได้…เรื่องแบบนี้เราจะยอมไม่ได้ กล้าโกหกฉันเหรอเคยดูเถอะ”
ปาลิตาหน้าหงิกหน้างอเมื่อคิดว่าชายหนุ่มโกหกเธอเรื่องอายุ ไหนจะเรื่องที่เขาข่มขู่เธอเรื่องพรากผู้เยาว์อีก หญิงสาวเปลี่ยนใจเลือกที่จะเดินเข้าหาศรากรแทนที่จะกลับบ้าน วันนี้เธอต้องจับโกหกชายหนุ่มให้ได้
ปาลิตาเดินมาถึงตัวศรากรก็ดึงบุหรี่ที่ชายหนุ่มกำลังสูบอยู่โยนลงพื้นก่อนจะใช้เท้าบี้ไปที่บุหรี่อีกที ศรากรเองก็แปลกใจเป็นอย่างมากที่เห็นปาลิตาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าเขาตอนนี้ เพราะชายหนุ่มคิดว่าหญิงสาวไม่อยากจะเจอเขาแล้วเสียอีก
“พี่มาหาผมเองเลยเหรอ”
“ยังจะมาเรียกพี่อีก ฉันรู้ความจริงหมดแล้วว่านายโกหกเรื่องอายุ นายไม่ได้อายุ17ตามที่บอกไว้ใช่มั้ย”
“พี่รู้ได้ไง” ศรากรชะงักเหมือนกันที่ได้ยินปาลิตาพูดออกมาแบบนี้
“โกหกจริงๆ ด้วย และนายก็ไม่ได้เรียนอยู่ม.ปลายด้วยใช่มั้ย”
“ผมเรียนอยู่ม.ปลายจริงๆ พี่เองยังบอกว่าผมหน้าเด็กอยู่เลย”
“ฉันไม่เชื่อ ถ้านายยังเรียนอยู่จริงๆ ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ ไม่เห็นจะใส่ชุดนักเรียนเลย ไหนจะสูบบุหรี่อีก นายไม่รู้หรือไงว่ากฎหมายห้ามขายหรือให้บุหรี่กับเด็กที่อายุต่ำกว่า20ปี บุหรี่นี่นายไปซื้อมาเองใช่มั้ย”
“ทีแบบนี้เอากฎหมายมาอ้างเลยนะ บุหรี่มันไม่ได้หายากขนาดนั้นนะพี่สาว อีกอย่างวันนี้ผมไม่ได้ไปโรงเรียนเลยไม่ต้องใส่ชุดนักเรียน ทีนี้พี่สาวคนสวยเข้าใจหรือยังครับ หรือจะให้ผมกลับบ้านไปใส่ชุดนักเรียนมาให้พี่ดูตอนนี้เลยล่ะ”
“ก็ได้นะ งั้นกลับไปใส่ชุดนักเรียนมาสิฉันจะรอดูนายอยู่ตรงนี้แหละ”
“เอาจริงดิ นี่พี่ไม่เชื่อผมขนาดนี้เลยเหรอ”
“ก็ใช่นะสิ ก็นายเองที่เอากฎหมายมาข่มขู่ฉันก่อน ถ้าเรื่องที่นายพูดมาเป็นเรื่องโกหก ฉันจะได้ฟ้องกลับนายได้ไง”
“อาการหนักนะเรา ได้…งั้นผมจะกลับบ้านไปเปลี่ยนใส่ชุดนักเรียนให้พี่ดู แต่มีเงื่อนไขว่าพี่ต้องกลับไปกับผมด้วย บ้านนั้นพี่ก็เคยไปแล้วนี่”
“ทำไมฉันต้องไปกับนายด้วย ก็ได้…ฉันไม่อยากดูแล้วก็ได้ งั้นนายเอาบัตรประชาชนนายมาดูหน่อย”
“ผมไม่ได้เอามา”
“คิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ คนปกติทั่วไปเขาพกบัตรประชาชนติดตัวกันทั้งนั้น”
“ผมคงไม่ใช่คนปกติมั้ง ไม่มีอะไรแล้วผมกลับก่อนดีกว่า”
“นายนะพิรุธเห็นได้ชัดเลย จะไปไหน มานี่เลย”
ปาลิตาดึงแขนศรากรไว้เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มจะเดินหนีเธอไป ท่าทางของเขาในตอนนี้ดูมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด การที่เขาไม่ยอมให้เธอเห็นบัตรประชาชนก็เพราะเขาโกหกเรื่องอายุอย่างแน่นอน
ปาลิตาพยายามยื้อยุดและคลำหากระเป๋าสตางค์ทั่วตัวของชายหนุ่มแต่ก็ทำไม่สำเร็จ ศรากรรวบมือทั้งสองข้างของหญิงสาวเอาไว้ก่อนจะดันตัวหญิงสาวให้หลังเธอเข้าไปติดกำแพง ใบหน้าทั้งสองแทบแนบชิดกัน ปาลิตาเองพยายามขัดขืนแต่ก็สู้แรงชายหนุ่มไม่ได้ ต่อให้เขาอายุยังน้อยแต่ก็ตัวสูงกว่าเธอมากนัก
“ยังอยากดูบัตรประชาชนผมอยู่อีกมั้ย”
“ไม่อยากดูแล้ว นายจะรีบกลับบ้านไม่ใช่เหรอ…งั้นก็กลับไปสิ”
“ตอนนี้ไม่รีบแล้ว ผมชอบอยู่แบบนี้มากกว่า ทำไม…เหรอว่าพี่เขินผม”
“ทำไมฉันต้องเขินนายด้วย”
หญิงสาวสวนกลับในทันควัน สายตาก็จ้องไปที่ดวงตาหวานละมุนของชายหนุ่มที่ยืนตรงหน้า ตอนนี้ศรากรมองมาที่เธอแทบจะกลืนกิน รอยยิ้มหวานที่เผยออกมานั้นทำหญิงสาวสับสนอยู่ไม่น้อย ไหนจะใบหน้าของชายหนุ่มที่ค่อยๆ โน้มเข้าใกล้เธออีก เขาจะทำอะไรกันแน่ ตอนนี้หญิงสาวต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว
“เหม็นบุหรี่ชะมัด ถอยไปไกลๆ เลยนะ เกลียดจริงๆ พวกที่ชอบทำให้สังคมมีมลพิษ” ปาลิตาเลิ่กลั่กเป็นอย่างมาก
ปาลิตาใช้กำลังที่มีฮึดสู้อีกครั้ง หญิงสาวผลักอกชายหนุ่มออกไปอย่างเต็มแรงจนคนที่ถูกผลักต้องถอยห่างออกไป เธอจ้องใบหน้าหล่อเหลาของศรากรอีกครั้งก่อนจะสายตา แล้ววิ่งหนีออกจากซอกตึกไปในที่สุด
ศรากรมองตามหญิงสาวที่วิ่งออกไปด้วยสีหน้าพอใจ ท่าทางของปาลิตาในตอนนี้น่าเอ็นดูเสียจริงๆ ชายหนุ่มนึกถึงคำพูดของหญิงสาวเมื่อสักครู่ก็รีบล้วงหยิบซองบุหรี่ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมา ก่อนจะนำไปทิ้งที่ถังขยะอีกที
2 ปี ต่อมาศรากรพาปาลิตาเดินทางท่องเที่ยวตามที่เคยตั้งใจเอาไว้ ชายหนุ่มแพลนไว้ว่าจะพาหญิงสาวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ ในหลายๆ ประเทศทั้งในเอเชียและยุโรป และยังมีแพลนที่จะเดินทางท่องเที่ยวไปอีกเรื่อยๆ จนกว่าที่ทั้งคู่จะพอใจ ตอนนี้ที่หมายแรกที่ทั้งคู่มาถึงก็คือเมืองเวนิส ประเทศอิตาลีช่วงบ่ายของวัน ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในเวนิสปาลิตาเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้าเซื่องซึมเล็กน้อย หญิงสาวยืนมองศรากรอยู่สักครู่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้ายิ้มแย้ม เมื่อเห็นชายหนุ่มหันมามองที่เธอ“วันนี้เราจะไปเที่ยวไหนกันเหรอ” ปาลิตาเดินมานั่งที่เตียงนอนข้างๆ ศรากร เธอเอ่ยถามแพลนเที่ยวที่ชายหนุ่มวางเอาไว้“ไปล่องเรือกอนโดลาแบบส่วนตัวในเวนิส พี่ต้องชอบแน่ๆ ว่าแต่พี่เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมดูหน้าซีดๆ ล่ะ”“ก็กินอะไรไม่ค่อยลงนี่ นายก็รู้ฉันไม่คุ้นชินกับอาหารที่นี่เท่าไหร่”“ไหวมั้ย ไหนดูซิตัวร้อนหรือเปล่า” ศรากรรีบเอามือสัมผัสไปที่แก้มและหน้าผากของหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง แต่หญิงสาวไม่ได้ตัวร้อนเลยโล่งใจขึ้นมาได้บ้าง“ฉันไม่เป็นไร”“งั้นวันนี้ไปไม่ต้องไปไหนหรอก อยู่พักผ่อนก่อนแล้วกันพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”“ฉันไปได้
วันต่อมาศรากรและนเรศขับรถออกมาผ่อนคลายอยู่แถวนอกชานเมือง สถานที่นี้เป็นที่ที่ทั้งสองหนุ่มเคยมาด้วยกันบ่อยครั้ง นเรศก็เป็นอีกคนที่ศรากรให้ความสำคัญ ไม่ได้เจอหน้าเพื่อนชายเป็นเวลา3ปีก็คิดถึงมากเช่นกัน“ฉันมีอะไรจะบอกนายด้วย เดือนหน้าฉันจะไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสแล้วนะ”ศรากรหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าเพื่อนชายกำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ทั้งๆ ที่เขาก็พึ่งกลับมาเองยังไม่ได้อยู่เที่ยวเล่นด้วยกันให้หนำใจผู้เป็นเพื่อนชายก็จะเดินทางไกลเสียแล้ว แต่ถึงจะใจหายไปบ้างแต่ศรากรก็เคารพการตัดสินใจของนเรศเสมอ“พึ่งได้เจอกันเอง แต่ไม่เป็นไร นายจะทำอะไรฉันก็เห็นด้วยอยู่แล้ว”“นายจำได้มั้ยตอนที่นายบอกให้ฉันเรียนต่อ ตอนนั้นฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าจะเรียนไปทำไมทั้งๆ ที่ฉันก็ไม่มีเป้าหมายในชีวิต ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร แต่กลับเป็นนายที่รู้ความฝันของฉัน ฉันรู้นะว่าที่นายเลือกเรียนภาพยนตร์ก็แค่อยากเรียนเป็นเพื่อนฉัน”“แต่ยังไงฉันก็ทิ้งนายไปอยู่ดี”“ไม่เลยเพื่อน นายไม่ได้ทิ้งฉันไปไหน นายยังอยู่ที่เดิมเสมอ จากกันครั้งนั้นมันทำให้ฉันภูมิใจในตัวนายมากรู้มั้ย เพราะมันทำให้ฉันได้รู้ว่านายอยู่ได้แล้
ศรากรยิ้มหวานเดินตรงมาหาปาลิตาด้วยความคิดถึง ชายหนุ่มกางมือทั้งสองข้างเพื่อจะเข้าไปกอดแต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อหญิงสาวถอยหลังออกไม่ยอมให้ชายหนุ่มเข้ามาสวมกอดได้ง่ายๆ“ผมกลับมาแล้วไงพี่ไม่ดีใจเหรอ อุตส่าห์มาแบบเซอร์ไพรส์อดใจไม่บอกพี่ก่อนนะเนี่ย”ปาลิตาไม่ตอบรับอะไรทั้งนั้น หญิงสาวมองไปที่ศรากรด้วยความขุ่นเคืองก่อนจะเดินเลี่ยงชายหนุ่มออกไปอีกทาง ศรากรเองก็พยายามเดินตามเพื่อจะรั้งหญิงสาวเอาไว้“ไม่ต้องมาจับฉัน!”ปาลิตาพยายามสลัดตัวออกจากศรากรที่เอาแต่พยายามโอบกอดเธอ แต่ไม่ว่าจะออกแรงแค่ไหนก็ไม่สามารถต้านทานพละกำลังของชายหนุ่มได้ ยิ่งเธอดิ้นเท่าไหร่เขาก็จะกอดเธอให้แน่นกว่าเดิม ไม่นานนักความรู้สึกที่หญิงสาวอัดอั้นเอาไว้ก็ไหลรินออกมาเป็นทาง เสียงสะอื้นของเธอทำชายหนุ่มกังวลนัก“ผมขอโทษ ผมทำให้พี่โกรธอีกแล้วใช่มั้ย พี่อย่าร้องไห้เลยนะ”“ไม่ต้องมากอดฉันเลย ฉันเกลียดนายแล้ว นายจะไปไหนก็ไป ไอ้คนนิสัยไม่ดี” ปาลิตาใช้กำปั้นทุบไปที่แผ่นหลังศรากรด้วยความน้อยใจ“ใช่ผมนิสัยไม่ดีจริงๆ นั่นแหละ งั้นพี่ทุบผมให้หนักๆ เลยผมจะได้จำ” ศรากรหลุดขำเมื่อเห็นท่าทีงอแงของหญิงสาว ไม่ว่าตอนนี้ปาลิตาอยากทุบตีเขามากแค่ไห
ช่วงค่ำของวันปาลิตาเดินออกมาจากห้องนอนก็เห็นปวีร์นั่งอยู่ที่โซฟา หญิงสาวเองรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นคนที่เธอไม่รู้จักเข้ามานั่งอยู่ในบ้านแบบนี้ พอเห็นจริญตาเดินออกมาจากห้องก็รีบเดินตรงไปหาเพื่อนสาวในทันที“หมอเอิร์น ใครเหรอ?”“คุณปวีร์”“ห๊ะ! คุณปวีร์ หมายถึงคุณทนายหนุ่มที่ทำให้เธอชอบแล้วทิ้งเธอไปนั่นเหรอ”“พูดบ้าอะไรของเธอ” จริญตารีบปิดปากเพื่อนสาวเอาไว้ปวีร์เองพอได้ยินที่ปาลิตาพูดออกมาก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ การได้ยินว่าจริญตานั้นชอบเขามันเหนือความคาดหมายสำหรับเขามากจริงๆ“จริงเหรอครับที่หมอเอิร์นชอบผม” ชายหนุ่มหันไปถามปาลิาเพื่อย้ำคำตอบอีกครั้ง“จริงสิคะ ฉันว่านะที่เพื่อนฉันไม่ยอมคบใครมาถึงตอนนี้ก็เพราะคงรอคุณกลับมาแน่เลย อ่อลืมแนะนำตัว ฉันขิงค่ะ…เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของหมอเอิร์น” ปาลิตาเดินเข้าไปนั่งคุยกับปวีร์อย่างสนิทสนม นานทีหยอกเย้าเพื่อนรักก็ดูจะมีความสุขมาก“คุณขิงน่าจะเข้าใจผิดนะครับ คนที่หมอเอิร์นชอบน่าจะไม่ใช่ผมนะ”“ถ้าคุณทนายหมายถึงหมอหมอกละก็เมื่อก่อนอาจจะใช่ค่ะ แต่ตอนนี้คนในใจหมอเอิร์นได้เปลี่ยนไปแล้ว นี่ถ้าคุณทนายกลับอเมริกาช้ากว่านี้นิดหนึ่ง คงได้รู้แล้วค่ะว่าคนที่หมอเอิร์
จริญตามาเยี่ยมดูอาการแม่ของนเรศที่เข้ามารักษาตัวด้วยไข้ขึ้นสูงเมื่อช่วงดึกที่ผ่านมาในฐานะหมอเจ้าของไข้ หญิงสาวเปิดประตูเข้ามาในห้องก็ยิ้มทักทายคนไข้ที่นอนอยู่บนเตียงอย่างเป็นมิตร“เป็นยังไงบ้างคะคุณน้า หน้าตาดูสดชื่นขึ้นนะคะ”“ดีขึ้นอย่างที่หมอว่านั่นแหละ ตอนนี้น้าเองก็อยากจะกลับบ้านแล้ว นอนโรงพยาบาลนานๆ ไม่ค่อยชอบเลย”“นอนดูอาการคืนนี้ก่อนนะคะ ถ้าพรุ่งนี้ไข้ไม่ขึ้นเดี๋ยวหมอให้กลับ แล้วก้องไม่อยู่เหรอคะ”“ไปเชียงใหม่กับดีมน่ะ เห็นว่าไปทำธุระอะไรกันก็ไม่รู้ ปล่อยเขาไปเถอะสองคนนี้มักตัวติดกันตลอดแบบนี้แหละ ดีมเองก็พึ่งกลับมาก็คงหาเรื่องเที่ยวเล่นกันตามประสาหนุ่มๆ”“จริงด้วย แล้วนี่คุณน้าอยู่คนเดียวเหรอคะ”“อยู่กับหลานสาว พอดีออกไปซื้อของเดี๋ยวก็กลับมา”“โอเค งั้นหมอไปทำงานต่อแล้วกัน เดี๋ยวเย็นๆ จะมาใหม่ คุณน้าเองก็ต้องพักผ่อนให้เยอะๆ นะคะ” จริญตาบอกลาคนไข้ในความดูแลก่อนจะเดินออกจากห้องไปจริญตาเดินออกมาจากห้องพักฟื้นคนไข้ก็ตรงมายังเคาน์เตอร์ของโรงพยาบาล ระหว่างที่หญิงสาวหยิบแฟ้มเอกสารการรักษาคนไข้ขึ้นมาดูนั้นก็ถูกชายคนหนึ่งเดินตรงมากระชากแขนอย่างเต็มแรง โดยเธอไม่ทันได้ตั้งตัวจนต้องล้มลง
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะพี่ต้อม” เพียงขวัญเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับพนักงานอีกหลายคนที่มาร่วมงานเลี้ยงวันนี้ ทุกคนได้ยินเสียงดังมาจากในบ้านก็เลยพากันเดินเข้ามาดู“ไม่มีอะไรหรอกพี่ทำขวดเหล้าแตกนะ ทุกคนไปสนุกกันต่อได้เลยเดี๋ยวทางนี้พี่จัดการเอง”พนักงานทุกคนที่เข้ามาในบ้านเมื่อสักครู่ต่างก็ออกไปตามที่ผู้เป็นเจ้านายบอก เหลือก็แค่เพียงขวัญ หญิงสาวเข้าไปช่วยวราวิทย์เก็บกวาดเศษขวดเหล้าด้วยความระมัดระวัง สายตาก็จับจ้องไปที่ชายหนุ่มอย่างไม่ลดล่ะ“ทำไมเอยมองพี่แบบนี้ล่ะ”“พี่ต้อมเมาเหรอคะ”“เปล่า พี่ยังไม่ได้ดื่มเลยจะเมาได้ไง”“แล้วขวดเหล้านี้ตกแตกได้ยังไงคะ”“พอดีเป็นแผนล่อเหยื่อของดีมน่ะ”“หมายถึงคุณดีมล่อขิงเหรอคะ”“พูดซะพี่ตกใจเลย เอาเป็นว่าเป็นแผนที่จะทำให้สองคนนั้นปรับความเข้าใจกัน แบบนี้โอเคมั้ย”“แล้วคุณดีมกับขิงตอนนี้ไปไหนแล้วคะ”“อยู่บนห้องน่ะ เรารีบเก็บรีบออกไปสนุกกับงานเลี้ยงข้างนอกดีกว่า”ระหว่างที่ทั้งคู่ช่วยกันเก็บกวาดเศษขวดอยู่นั้น เกศราก็เดินเข้ามาเพื่อตามหาศรากร เธอมั่นใจว่าชายหนุ่มต้องตามปาลิตาเข้ามาในบ้านอย่างแน่นอน“คุณดีมล่ะคะ”“ออกไปตามขิงข้างนอกแล้วค่ะ" เพียงขวัญชิงตอบแทนวราวิ







