LOGINช่วงเย็นของวัน
“หมอเอิร์นจะกลับแล้วเหรอ”
“ค่ะ รุ่นพี่มีอะไรหรือเปล่าคะ” จริญตาหันมาถามหมอหนุ่มรุ่นพี่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“คุณขิงเป็นเพื่อนของหมอเอิร์นใช่มั้ย”
“ค่ะ ทำไมเหรอคะ แล้วรุ่นพี่รู้จักขิงได้ยังไง”
“ผมบังเอิญเจอคุณขิงตอนที่แวะมาส่งข้าวกลางวันให้หมอเอิร์นน่ะ ถามอะไรหน่อยสิ คุณขิงมีแฟนหรือยัง”
จริญตาคลายรอยยิ้มลงทันที หญิงสาวจ้องไปที่หมอหนุ่มด้วยความหวั่นใจ การที่เขาถามแบบนี้นอกจากถูกใจเพื่อนรักของเธอแล้วจะเป็นอะไรได้
“อย่าบอกนะคะว่าขิงเป็นรักแรกพบของรุ่นพี่”
“ไม่ขนาดนั้นหรอก ผมแค่อยากรู้จักคุณขิงให้มากขึ้นน่ะ แล้วตกลงเพื่อนหมอเอิร์นมีแฟนหรือยัง ถ้ามีแล้วผมก็จะได้ถอยออกมา"
“ขิงพึ่งเลิกกับแฟนเมื่ออาทิตย์ก่อนค่ะ ตอนนี้ก็ยังไม่ได้คบใคร"
“จริงเหรอ งั้น…เป็นไปได้มั้ยถ้าผมจะให้หมอเอิร์นช่วยนัดเธอให้ไปทานข้าวกับผมหน่อยวันเสาร์นี้”
“จะนัดบอดเหรอคะ”
“ก็ประมาณนั้น ช่วยผมหน่อยนะหมอเอิร์น ผมอยากทำความรู้จักกับเพื่อนของหมอเอิร์นจริงๆ”
“ค่ะ แต่ไม่รับปากนะคะว่าขิงจะไปหรือเปล่า”
“ขอบใจมาก ผมรู้อยู่แล้วว่ายังไงหมอเอิร์นก็ต้องช่วยผมแน่นอน ไว้ครั้งหน้าผมจะนัดบอดให้คุณบ้างนะ” ชายหนุ่มยิ้มกว้างอย่างพอใจ ก่อนจะใช้มือแตะที่ไหล่หญิงสาวเบาๆ แล้วเดินจากไป
จริญตาหน้าเจื่อนลงในทันที หญิงสาวรู้สึกว้าวุ่นใจเป็นอย่างมาก สีหน้าแสดงความผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด รุ่นพี่ที่เธอแอบชอบมาตลอดหลายปีกลับมาบอกให้เธอนัดบอดกับเพื่อนสนิทของเธอให้ซะอย่างนั้น
“ถ้าเธอโกหกไปว่าขิงมีแฟนแล้วก็จบ ทำไมคนที่เขาชอบต้องเป็นเธอด้วยนะขิง เป็นคนอื่นไม่ได้หรือไงฉันจะได้ทำใจง่ายหน่อย” หญิงสาวพึมพำความกังวลออกมา
หมอกหรือศตายุ หมอหนุ่มรุ่นพี่ที่แสนจะใจดีและอบอุ่นที่จริญตาแอบชอบมานานตั้งแต่เธอเข้าเรียนหมอปีแรก หญิงสาวตั้งใจว่าวันหนึ่งต้องบอกความรู้สึกของตัวเธอเองให้ชายหนุ่มรับรู้อย่างแน่นอน แต่พอวันนี้สิ่งที่ตั้งใจเอาไว้กลับพังไม่เป็นท่า เพราะหญิงสาวที่ชายหนุ่มรุ่นพี่ชื่นชอบกลับเป็นเพื่อนรักของเธอแทน
………………..
“เธอมาทำอะไรที่นี่” ศรากรเอ่ยถามเด็กสาวที่กำลังยืนยิ้มให้กับเขาอยู่ เห็นไอยลดามาถึงบ้านของเขาก็อดที่จะสงสัยไม่ได้
“ฉันมาทำมื้อเย็นให้พี่ไงคะ วันนี้พี่ไม่ได้ไปโรงเรียนอีกแล้ว ตกลงพี่เป็นอะไรกันแน่” ไอยลดาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เห็นศรากรไม่ได้ไปโรงเรียนก็เป็นกังวล
“ไม่ได้เป็นอะไรแค่ไม่อยากไป ถ้าหมดธุระก็กลับบ้านไปได้แล้ว”
“ฉันทำกับข้าวไว้เยอะเลย ให้ฉันอยู่ทานกับพี่ไม่ได้เหรอ”
“งั้นเธอก็อยู่กินก่อนค่อยกลับก็ได้ ฉันกินกับเพื่อนมาแล้ว กินเสร็จก็เก็บจานทำความสะอาดให้ด้วยแล้วกัน”
“พี่จะไม่กินจริงๆ เหรอ ฉันตั้งใจทำให้พี่เลยนะ” เด็กสาวนัยน์ตาสั่นเครือ เห็นท่าทีหมางเมินของศรากรก็ผิดหวังเป็นอย่างมาก ทั้งที่เธอตั้งใจทำเพื่อชายหนุ่มขนาดนี้
“ฉันไม่ได้ขอให้เธอทำเพื่อฉันเลยนะ ที่ฉันย้ายมาอยู่ข้างนอกเพราะไม่อยากสุงสิงกับใคร ไม่อยากให้ชีวิตวุ่นวายเธอก็รู้นี่ แล้วทำไมถึงยังตามมาหาฉันถึงที่นี่อีก”
“ฉันก็แค่อยากทำหน้าที่น้องสาวที่ดีให้พี่ การมีฉันอยู่มันทำให้ชีวิตพี่วุ่นวายขนาดนี้เลยเหรอ ก็ได้…งั้นฉันกลับก็ได้”
เด็กสาวหลั่งน้ำตาด้วยความน้อยใจ ระหว่างนั้นจรูญก็โทรเข้ามาพอดี ผู้เป็นพ่อขอให้ศรากรไปส่งไอยลดากลับบ้านหลังเสร็จธุระแล้ว คำขอของผู้เป็นพ่อไม่อาจปฏิเสธได้ ชายหนุ่มจึงรับปากว่าจะไปส่งเด็กสาวเพราะเขาเองก็ไม่อยากผิดใจกับผู้เป็นพ่อเช่นกัน
…………………
“กลับมาแล้วเหรอหมอเอิร์น ทำไมหน้าตาดูเหนื่อยๆ ล่ะ ยังเป็นแค่นักศึกษาแพทย์เองต้องทำงานหนักขนาดนี้เลยเหรอ”
“ทำงานหนักตั้งแต่คิดจะเรียนหมอแล้วล่ะ พอดีวันนี้คนไข้เยอะน่ะ แล้วนี่ทำอะไรกินกลิ่นหอมคลุ้งไปถึงนอกบ้านเชียว”
“ต้มจืดมะระยัดไส้ ของโปรดเธอไง กลับมาก็ดีแล้วฉันมีเรื่องจะถามเธอหน่อย”
“เหรอ ใจตรงกันจัง ฉันเองก็มีเรื่องจะบอกเธอด้วย”
“เรื่องเธอเอาไว้ก่อนนะเอาเรื่องฉันก่อน ฉันอยากรู้ว่าหมอหนุ่มรุ่นพี่ที่เธอแอบชอบอยู่ใช่หมอหมอกมั้ย วันนี้ฉันไปเจอหมอหมอกด้วยความบังเอิญ ได้คุยกันนิดหน่อย พอฉันพูดถึงเธอเขาก็ออกตัวว่ารู้จักเธอดีด้วย แถมบอกว่ายังเป็นรุ่นพี่ของเธออีก สรุปคนที่เธอชอบคือคนนี้ใช่มั้ย”
“ใช่ที่ไหนล่ะ” จริญตาหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย หญิงสาวฮึดยิ้มอีกครั้งไม่อยากให้เพื่อนสาวจับสังเกตเห็น
“อ้าว…ไม่ใช่หรอกเหรอ งั้นช่างเถอะ แล้วเรื่องที่เธอจะบอกฉันคือเรื่องอะไรล่ะ”
“ก่อนอื่นต้องถามเธอก่อน เธอลืมพี่ต้นได้หรือยัง ตอนนี้เธอยังรักพี่ต้นอยู่หรือเปล่า”
“ถามทำไมเหรอ แถมดูจริงจังอีกต่างหาก”
“บอกมาเถอะน่า”
“ฉันกับพี่ต้นคบกันมาตั้งนานจะให้ลืมกันในวันสองวันก็คงเป็นไปไม่ได้หรอก แต่ถ้าถามว่ายังรักพี่ต้นอยู่มั้ยก็คงตอบได้ว่าไม่ ฉันไม่ได้รู้สึกโหยหาพี่ต้นเหมือนครั้งก่อนๆ ที่เราเลิกกัน” ระหว่างที่พูดถึงศิวัฒน์อยู่นั้น แต่ในความคิดของหญิงสาวกลับคิดถึงใบหน้าสดใสของศรากรขึ้นมา จนเธอเองก็เผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัว
“หรือตอนนี้เธอมีคนใหม่ที่ชอบแล้ว ถึงได้ยิ้มแบบนี้”
“ฉันยิ้มที่ไหน แล้วตกลงเรื่องพี่ต้นมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่เธอจะบอกฉัน”
“ก็เพราะว่าถ้าเธอยังไม่ได้คบใครฉันก็อยากให้เธอไปเจอคนคนหนึ่งหน่อย เขาเป็นรุ่นพี่ที่ฉันรู้จัก เป็นผู้ชายอบอุ่น เป็นสุภาพบุรุษ รับรองว่าเขานิสัยดีกว่าพี่ต้นร้อยเท่า ดูเธอกับรุ่นพี่ฉันก็น่าจะเข้ากันได้ดีด้วย”
“นี่กำลังนัดบอดให้ฉันเหรอ”
“อืม เธอก็ควรเปิดโอกาสให้ตัวเองไม่ใช่เหรอ ฉันยืนยันให้เธอได้ว่ารุ่นพี่คนนี้เป็นคนดีจริงๆ วันเสาร์นี้เธอลองไปเจอเขาหน่อยนะ”
“อยากให้ฉันไปจริงๆ เหรอ”
“ถามได้ ก็อยากนะสิ ไม่งั้นฉันจะพูดมากขนาดนี้ทำไม”
“โอเค ฉันไปเจอเขาก็ได้ ถ้าเธอบอกว่าเขาดีฉันก็ว่าดีเหมือนกัน”
คำตอบของปาลิตาทำให้จริญตาหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก ถ้าเพื่อนสาวของเธอเจอศตายุขึ้นมาและพูดถูกคอกันแล้วสานสัมพันธ์กันต่อล่ะจะทำยังไง หญิงสาวยิ่งคิดยิ่งสับสน
…………………….
ช่วงค่ำของวัน
ศรากรขับบิ๊กไบค์คู่ใจไปส่งไอยลดาที่บ้านตามคำขอของผู้เป็นพ่อ ระหว่างทางกลับชายหนุ่มก็รู้สึกได้ว่ามีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับตามมาตลอด ก่อนจะไม่ทันระวังถูกชายที่ขับมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าวใช้ขาถีบไปที่บิ๊กไบค์คันที่เขาขับอย่างไม่ทันตั้งตัว จนบิ๊กไบค์เสียหลักล้มลงข้างทางอย่างแรง ชายหนุ่มได้รับบาดเจ็บที่ไหล่ข้างขวาในทันที ส่วนมอเตอร์ไซค์คู่กรณีก็ขับหนีไปโดยไม่สนใจศรากรเลยแม้แต่น้อย
ศรากรโทรหาก้องหรือนเรศเพื่อนชายคนสนิทให้มาหายังที่เกิดเหตุ ก่อนจะถูกเพื่อนชายพาไปส่งที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจดูบาดแผลจากที่ได้รับบาดเจ็บมา
“นายจะให้ฉันโทรบอกพ่อนายมั้ย”
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยววุ่นวายไปเปล่าๆ”
“ฉันก็ว่างั้นแหละ แล้วเห็นหน้าคนที่ทำร้ายนายมั้ย รู้จักมันหรือเปล่า”
“ไม่เห็นน่ะ มันสวมหมวกกันน็อกไว้ แต่ที่รู้ๆ มันตั้งใจทำร้ายฉันแน่นอน ฉันต้องรู้ให้ได้ว่ามันเป็นใคร ยังไงก็ขอบใจนะก้องที่พามาโรงพยาบาล”
“อืม ดีนะแค่ไหล่ถลอก หมอให้นายนอนดูอาการหนึ่งคืน พรุ่งนี้ค่อยกลับแล้วกัน”
“ไม่ได้ ฉันต้องกลับวันนี้ ถ้าพรุ่งนี้ฉันไม่ไปโรงเรียนอีกพ่อฉันได้แหกอกฉันแน่”
“นายจะไปได้ยังไงยังเจ็บอยู่เลย เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกน่าฉันจัดการให้แล้ว ถ้าพ่อนายถามขึ้นมาฉันให้น้องสาวนายโกหกให้แล้ว”
“นี่นายโทรหาไอซ์เหรอ”
“ก็ใช่นะสิ อย่างน้อยต้องมีสักคนในครอบครัวนายรู้เรื่องนายไม่ใช่เหรอ แต่เหมือนน้องสาวนายจะตกใจมากนะตอนรู้เรื่องนาย ถ้าฉันไม่ห้ามไว้คงได้มาหานายถึงที่นี่แล้ว”
“นายทำอะไรไม่ปรึกษากันเลย กลับไปเลยนะ…ฉันไม่อยากเห็นหน้านายแล้ว”
“ไปก็ได้ว่ะ รู้งี้ไม่ช่วยนายก็ดีหรอก” เพื่อนหนุ่มตัดพ้อเล็กน้อยก่อนจะทำหน้าหงิกหน้างอใส่ แล้วเดินออกจากห้องพักฟื้นไปอย่างไม่สบอารมณ์
…………………….
เช้าวันต่อมา
“คุณหมอคนสวย ผมจะออกจากโรงพยาบาลได้หรือยังครับ”
ศรากรยิ้มหวานทำตาปริบๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนต่อจริญตาที่เข้ามาตรวจอาการบาดเจ็บของเขา ตอนนี้ชายหนุ่มอยากจะกลับบ้านเต็มทนแล้ว
“ก็กลับได้นะ อาการบาดเจ็บไม่ได้เป็นอะไรมาก เดี๋ยวหมอสั่งยาให้ก็กลับบ้านได้เลย”
ระหว่างนั้นก็มีสายของปาลิตาโทรเข้ามาหาจริญตาพอดี ศรากรเองพอได้ยินชื่อปลายสายที่จริญตาเอ่ยถึงก็ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เขาอยากรู้เหมือนกันว่าคนในสายใช่คนเดียวกันที่เขารู้จักหรือเปล่า เพราะถ้าใช่ก็คงเป็นความบังเอิญที่คิดไม่ถึงจริงๆ
“หมอครับ คนที่หมอคุยด้วยเมื่อกี๊ชื่อขิงเหรอ”
“ใช่ มีอะไรหรือเปล่า”
“ผมก็รู้จักผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อขิงเหมือนกัน ไม่แน่ขิงของผมกับขิงเพื่อนหมออาจจะเป็นคนคนเดียวกันก็ได้”
“ในประเทศไทยมีคนชื่อขิงเป็นร้อยเป็นพันไม่มีทางจะบังเอิญเป็นขิงคนเดียวกันได้หรอก และเพื่อนของฉันก็คงไม่รู้จักเด็กหนุ่มหน้าละอ่อนอย่างเธอแน่นอน เพราะถ้ารู้จักฉันก็ต้องรู้จักด้วย เอาเป็นว่าถ้าเป็นขิงคนเดียวกันฉันจะยอมลาออกจากการเป็นหมอเลย”
“คุณหมอพูดแล้วนะ งั้นผมจะภาวนาให้เป็นขิงคนเดียวกัน ผมอยากเห็นหมอลาออกน่ะ”
“เด็กบ้านี่!” จริญตาหลุดขำออกมาเมื่อได้ยินคำพูดหยอกล้อของชายหนุ่ม แต่เธอเองก็มั่นใจว่าคนที่ชายหนุ่มพูดถึงไม่ใช่ปาลิตาเพื่อนสาวของเธออย่างแน่นอน เพราะมันคงไม่มีเรื่องบังเอิญขนาดนั้น
………………….
หลายวันผ่านไป ช่วงบ่ายของวัน
ปาลิตาแต่งตัวออกจากบ้านเพื่อไปยังร้านอาหารที่จริญตานัดบอดกับชายหนุ่มรุ่นพี่ให้เธอเอาไว้ พอมาถึงหญิงสาวถึงรู้ว่าเป็นศตายุหมอหนุ่มที่เธอเคยเจอเมื่อหลายวันก่อนที่โรงพยาบาล
“ไม่คิดว่ารุ่นพี่ของหมอเอิร์นจะเป็นคุณหมอหมอกนี่เอง”
“ทำไมเหรอครับ หรือว่าคุณขิงผิดหวังที่เป็นผม”
“เปล่าค่ะ กลับรู้สึกดีมากกว่า อย่างน้อยฉันก็เคยเจอหมอแล้วจะได้ไม่รู้สึกอึดอัดด้วย หมอกับหมอเอิร์นนี่สนิทกันมากเลยใช่มั้ยคะ หมอเอิร์นถึงได้ไว้ใจให้ฉันออกมานัดบอดกับหมอแบบนี้”
“ก็สนิทกันครับ ผมรู้จักกับหมอเอิร์นตั้งแต่เธอเข้าเรียนปีหนึ่ง บ่อยครั้งที่พวกเราออกไปสังสรรค์กัน หลายปีที่รู้จักกันเลยทำให้หมอเอิร์นไว้ใจในตัวผมมั้งครับ เลยอยากแนะนำให้คุณรู้จักผม”
“อย่างนี้นี่เอง เข้าใจแล้วค่ะ งั้นเราสั่งอาหารกันเลยมั้ยคะ จะได้กินไปด้วยคุยไปด้วย”
“ได้สิครับ”
ระหว่างที่ทั้งสองนั่งทานอาหารและคุยกันอย่างเพลิดเพลินอยู่นั้นก็มีสายตาคู่หนึ่งกำลังมองทั้งคู่อยู่ ศรากรเห็นปาลิตาเดินเข้ามาในร้านอาหารเลยเดินตามหญิงสาวมา และเลือกนั่งอยู่อีกมุมที่สามารถมองเห็นหญิงสาวได้อย่างชัดเจน แต่พอรู้ว่าหญิงสาวออกมาเจอผู้ชายก็ทำให้ชายหนุ่มไม่สบอารมณ์ในทันที และเขาก็จะไม่เปิดโอกาสให้ทั้งสองได้อยู่ด้วยกันนานกว่านี้อีกแล้ว
“ขอนั่งด้วยคนนะครับ” ศรากรเดินเข้าไปยังโต๊ะของคนทั้งคู่ ชายหนุ่มลากเก้าอี้ที่อยู่โต๊ะข้างๆ เข้ามานั่งเบียดใกล้กับปาลิตาที่นั่งอยู่ แววตาและรอยยิ้มของศรากรช่างทะเล้นนัก
“นายมาได้ยังไง” ปาลิตาเอ่ยถามด้วยความตกใจเมื่อเห็นศรากรปรากฏตัวต่อหน้าในเวลานี้ ยิ่งท่าทางของชายหนุ่มที่แสดงออกมาดูจะเกินไปสักหน่อย เขาควรรู้จักมารยาทมากกว่านี้ในเมื่อเธอไม่ได้อยู่แค่คนเดียว
“ผมก็มาหาพี่นะสิ ไม่เจอกันหลายวัน พี่คิดถึงผมบ้างมั้ย” ศรากรยิ้มหวาน สายตามองไปที่ปาลิตาอย่างเว้าวอน
“นายไม่เห็นเหรอว่าฉันไม่ได้อยู่คนเดียว ออกไปได้แล้ว”
“ทำไมล่ะ หรือว่าพี่ชายสุดหล่อคนนี้เป็นแฟนใหม่ของพี่ กลัวเขาจะไม่พอใจหรือไง”
“จะเป็นหรือไม่เป็นแล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย”
“เกี่ยวสิ ก็เพราะว่าผม….”
“หยุดนะ!”
ปาลิตารีบใช้มือปิดปากศรากรเอาไว้ หญิงสาวกลัวว่าชายหนุ่มจะพูดถึงเรื่องคืนนั้นอีก ศตายุเองที่นั่งอยู่เงียบๆ มานานก็พอมองออกว่าศรากรกำลังแสดงความหึงหวงต่อปาลิตาอยู่
2 ปี ต่อมาศรากรพาปาลิตาเดินทางท่องเที่ยวตามที่เคยตั้งใจเอาไว้ ชายหนุ่มแพลนไว้ว่าจะพาหญิงสาวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ ในหลายๆ ประเทศทั้งในเอเชียและยุโรป และยังมีแพลนที่จะเดินทางท่องเที่ยวไปอีกเรื่อยๆ จนกว่าที่ทั้งคู่จะพอใจ ตอนนี้ที่หมายแรกที่ทั้งคู่มาถึงก็คือเมืองเวนิส ประเทศอิตาลีช่วงบ่ายของวัน ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในเวนิสปาลิตาเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้าเซื่องซึมเล็กน้อย หญิงสาวยืนมองศรากรอยู่สักครู่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้ายิ้มแย้ม เมื่อเห็นชายหนุ่มหันมามองที่เธอ“วันนี้เราจะไปเที่ยวไหนกันเหรอ” ปาลิตาเดินมานั่งที่เตียงนอนข้างๆ ศรากร เธอเอ่ยถามแพลนเที่ยวที่ชายหนุ่มวางเอาไว้“ไปล่องเรือกอนโดลาแบบส่วนตัวในเวนิส พี่ต้องชอบแน่ๆ ว่าแต่พี่เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมดูหน้าซีดๆ ล่ะ”“ก็กินอะไรไม่ค่อยลงนี่ นายก็รู้ฉันไม่คุ้นชินกับอาหารที่นี่เท่าไหร่”“ไหวมั้ย ไหนดูซิตัวร้อนหรือเปล่า” ศรากรรีบเอามือสัมผัสไปที่แก้มและหน้าผากของหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง แต่หญิงสาวไม่ได้ตัวร้อนเลยโล่งใจขึ้นมาได้บ้าง“ฉันไม่เป็นไร”“งั้นวันนี้ไปไม่ต้องไปไหนหรอก อยู่พักผ่อนก่อนแล้วกันพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”“ฉันไปได้
วันต่อมาศรากรและนเรศขับรถออกมาผ่อนคลายอยู่แถวนอกชานเมือง สถานที่นี้เป็นที่ที่ทั้งสองหนุ่มเคยมาด้วยกันบ่อยครั้ง นเรศก็เป็นอีกคนที่ศรากรให้ความสำคัญ ไม่ได้เจอหน้าเพื่อนชายเป็นเวลา3ปีก็คิดถึงมากเช่นกัน“ฉันมีอะไรจะบอกนายด้วย เดือนหน้าฉันจะไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสแล้วนะ”ศรากรหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าเพื่อนชายกำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ทั้งๆ ที่เขาก็พึ่งกลับมาเองยังไม่ได้อยู่เที่ยวเล่นด้วยกันให้หนำใจผู้เป็นเพื่อนชายก็จะเดินทางไกลเสียแล้ว แต่ถึงจะใจหายไปบ้างแต่ศรากรก็เคารพการตัดสินใจของนเรศเสมอ“พึ่งได้เจอกันเอง แต่ไม่เป็นไร นายจะทำอะไรฉันก็เห็นด้วยอยู่แล้ว”“นายจำได้มั้ยตอนที่นายบอกให้ฉันเรียนต่อ ตอนนั้นฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าจะเรียนไปทำไมทั้งๆ ที่ฉันก็ไม่มีเป้าหมายในชีวิต ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร แต่กลับเป็นนายที่รู้ความฝันของฉัน ฉันรู้นะว่าที่นายเลือกเรียนภาพยนตร์ก็แค่อยากเรียนเป็นเพื่อนฉัน”“แต่ยังไงฉันก็ทิ้งนายไปอยู่ดี”“ไม่เลยเพื่อน นายไม่ได้ทิ้งฉันไปไหน นายยังอยู่ที่เดิมเสมอ จากกันครั้งนั้นมันทำให้ฉันภูมิใจในตัวนายมากรู้มั้ย เพราะมันทำให้ฉันได้รู้ว่านายอยู่ได้แล้
ศรากรยิ้มหวานเดินตรงมาหาปาลิตาด้วยความคิดถึง ชายหนุ่มกางมือทั้งสองข้างเพื่อจะเข้าไปกอดแต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อหญิงสาวถอยหลังออกไม่ยอมให้ชายหนุ่มเข้ามาสวมกอดได้ง่ายๆ“ผมกลับมาแล้วไงพี่ไม่ดีใจเหรอ อุตส่าห์มาแบบเซอร์ไพรส์อดใจไม่บอกพี่ก่อนนะเนี่ย”ปาลิตาไม่ตอบรับอะไรทั้งนั้น หญิงสาวมองไปที่ศรากรด้วยความขุ่นเคืองก่อนจะเดินเลี่ยงชายหนุ่มออกไปอีกทาง ศรากรเองก็พยายามเดินตามเพื่อจะรั้งหญิงสาวเอาไว้“ไม่ต้องมาจับฉัน!”ปาลิตาพยายามสลัดตัวออกจากศรากรที่เอาแต่พยายามโอบกอดเธอ แต่ไม่ว่าจะออกแรงแค่ไหนก็ไม่สามารถต้านทานพละกำลังของชายหนุ่มได้ ยิ่งเธอดิ้นเท่าไหร่เขาก็จะกอดเธอให้แน่นกว่าเดิม ไม่นานนักความรู้สึกที่หญิงสาวอัดอั้นเอาไว้ก็ไหลรินออกมาเป็นทาง เสียงสะอื้นของเธอทำชายหนุ่มกังวลนัก“ผมขอโทษ ผมทำให้พี่โกรธอีกแล้วใช่มั้ย พี่อย่าร้องไห้เลยนะ”“ไม่ต้องมากอดฉันเลย ฉันเกลียดนายแล้ว นายจะไปไหนก็ไป ไอ้คนนิสัยไม่ดี” ปาลิตาใช้กำปั้นทุบไปที่แผ่นหลังศรากรด้วยความน้อยใจ“ใช่ผมนิสัยไม่ดีจริงๆ นั่นแหละ งั้นพี่ทุบผมให้หนักๆ เลยผมจะได้จำ” ศรากรหลุดขำเมื่อเห็นท่าทีงอแงของหญิงสาว ไม่ว่าตอนนี้ปาลิตาอยากทุบตีเขามากแค่ไห
ช่วงค่ำของวันปาลิตาเดินออกมาจากห้องนอนก็เห็นปวีร์นั่งอยู่ที่โซฟา หญิงสาวเองรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นคนที่เธอไม่รู้จักเข้ามานั่งอยู่ในบ้านแบบนี้ พอเห็นจริญตาเดินออกมาจากห้องก็รีบเดินตรงไปหาเพื่อนสาวในทันที“หมอเอิร์น ใครเหรอ?”“คุณปวีร์”“ห๊ะ! คุณปวีร์ หมายถึงคุณทนายหนุ่มที่ทำให้เธอชอบแล้วทิ้งเธอไปนั่นเหรอ”“พูดบ้าอะไรของเธอ” จริญตารีบปิดปากเพื่อนสาวเอาไว้ปวีร์เองพอได้ยินที่ปาลิตาพูดออกมาก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ การได้ยินว่าจริญตานั้นชอบเขามันเหนือความคาดหมายสำหรับเขามากจริงๆ“จริงเหรอครับที่หมอเอิร์นชอบผม” ชายหนุ่มหันไปถามปาลิาเพื่อย้ำคำตอบอีกครั้ง“จริงสิคะ ฉันว่านะที่เพื่อนฉันไม่ยอมคบใครมาถึงตอนนี้ก็เพราะคงรอคุณกลับมาแน่เลย อ่อลืมแนะนำตัว ฉันขิงค่ะ…เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของหมอเอิร์น” ปาลิตาเดินเข้าไปนั่งคุยกับปวีร์อย่างสนิทสนม นานทีหยอกเย้าเพื่อนรักก็ดูจะมีความสุขมาก“คุณขิงน่าจะเข้าใจผิดนะครับ คนที่หมอเอิร์นชอบน่าจะไม่ใช่ผมนะ”“ถ้าคุณทนายหมายถึงหมอหมอกละก็เมื่อก่อนอาจจะใช่ค่ะ แต่ตอนนี้คนในใจหมอเอิร์นได้เปลี่ยนไปแล้ว นี่ถ้าคุณทนายกลับอเมริกาช้ากว่านี้นิดหนึ่ง คงได้รู้แล้วค่ะว่าคนที่หมอเอิร์
จริญตามาเยี่ยมดูอาการแม่ของนเรศที่เข้ามารักษาตัวด้วยไข้ขึ้นสูงเมื่อช่วงดึกที่ผ่านมาในฐานะหมอเจ้าของไข้ หญิงสาวเปิดประตูเข้ามาในห้องก็ยิ้มทักทายคนไข้ที่นอนอยู่บนเตียงอย่างเป็นมิตร“เป็นยังไงบ้างคะคุณน้า หน้าตาดูสดชื่นขึ้นนะคะ”“ดีขึ้นอย่างที่หมอว่านั่นแหละ ตอนนี้น้าเองก็อยากจะกลับบ้านแล้ว นอนโรงพยาบาลนานๆ ไม่ค่อยชอบเลย”“นอนดูอาการคืนนี้ก่อนนะคะ ถ้าพรุ่งนี้ไข้ไม่ขึ้นเดี๋ยวหมอให้กลับ แล้วก้องไม่อยู่เหรอคะ”“ไปเชียงใหม่กับดีมน่ะ เห็นว่าไปทำธุระอะไรกันก็ไม่รู้ ปล่อยเขาไปเถอะสองคนนี้มักตัวติดกันตลอดแบบนี้แหละ ดีมเองก็พึ่งกลับมาก็คงหาเรื่องเที่ยวเล่นกันตามประสาหนุ่มๆ”“จริงด้วย แล้วนี่คุณน้าอยู่คนเดียวเหรอคะ”“อยู่กับหลานสาว พอดีออกไปซื้อของเดี๋ยวก็กลับมา”“โอเค งั้นหมอไปทำงานต่อแล้วกัน เดี๋ยวเย็นๆ จะมาใหม่ คุณน้าเองก็ต้องพักผ่อนให้เยอะๆ นะคะ” จริญตาบอกลาคนไข้ในความดูแลก่อนจะเดินออกจากห้องไปจริญตาเดินออกมาจากห้องพักฟื้นคนไข้ก็ตรงมายังเคาน์เตอร์ของโรงพยาบาล ระหว่างที่หญิงสาวหยิบแฟ้มเอกสารการรักษาคนไข้ขึ้นมาดูนั้นก็ถูกชายคนหนึ่งเดินตรงมากระชากแขนอย่างเต็มแรง โดยเธอไม่ทันได้ตั้งตัวจนต้องล้มลง
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะพี่ต้อม” เพียงขวัญเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับพนักงานอีกหลายคนที่มาร่วมงานเลี้ยงวันนี้ ทุกคนได้ยินเสียงดังมาจากในบ้านก็เลยพากันเดินเข้ามาดู“ไม่มีอะไรหรอกพี่ทำขวดเหล้าแตกนะ ทุกคนไปสนุกกันต่อได้เลยเดี๋ยวทางนี้พี่จัดการเอง”พนักงานทุกคนที่เข้ามาในบ้านเมื่อสักครู่ต่างก็ออกไปตามที่ผู้เป็นเจ้านายบอก เหลือก็แค่เพียงขวัญ หญิงสาวเข้าไปช่วยวราวิทย์เก็บกวาดเศษขวดเหล้าด้วยความระมัดระวัง สายตาก็จับจ้องไปที่ชายหนุ่มอย่างไม่ลดล่ะ“ทำไมเอยมองพี่แบบนี้ล่ะ”“พี่ต้อมเมาเหรอคะ”“เปล่า พี่ยังไม่ได้ดื่มเลยจะเมาได้ไง”“แล้วขวดเหล้านี้ตกแตกได้ยังไงคะ”“พอดีเป็นแผนล่อเหยื่อของดีมน่ะ”“หมายถึงคุณดีมล่อขิงเหรอคะ”“พูดซะพี่ตกใจเลย เอาเป็นว่าเป็นแผนที่จะทำให้สองคนนั้นปรับความเข้าใจกัน แบบนี้โอเคมั้ย”“แล้วคุณดีมกับขิงตอนนี้ไปไหนแล้วคะ”“อยู่บนห้องน่ะ เรารีบเก็บรีบออกไปสนุกกับงานเลี้ยงข้างนอกดีกว่า”ระหว่างที่ทั้งคู่ช่วยกันเก็บกวาดเศษขวดอยู่นั้น เกศราก็เดินเข้ามาเพื่อตามหาศรากร เธอมั่นใจว่าชายหนุ่มต้องตามปาลิตาเข้ามาในบ้านอย่างแน่นอน“คุณดีมล่ะคะ”“ออกไปตามขิงข้างนอกแล้วค่ะ" เพียงขวัญชิงตอบแทนวราวิ





![คลั่งรักสาวขัด[ดอ]ดอก](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

