Mag-log inเรื่องราวของประธานหนุ่มที่ตั้งสัญญาขึ้นมา เพื่อเป็นการผูกมัดหญิงสาวที่เป็นคู่นอนเพียงแค่คืนเดียว
view more
“น้ำจะไปทำงานในสถานที่แบบนั้นจริง ๆ เหรอ?” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าซึ่งมีสถานะเป็นแฟนสาวของตนในตอนนี้ เมื่อเธอมาบอกเขาว่าเธอได้งานทำที่ใหม่แล้ว
เอกมนัส หรือ เอก ชายหนุ่มนักศึกษาวัย 20 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ปีที่สอง เขาเป็นชายหนุ่มต่างจังหวัด และเป็นแฟนของหญิงสาวตรงหน้าที่คบหาดูใจกันมา และเข้ามาศึกษาต่อด้วยกันที่เมืองหลวง แต่ทั้งคู่ไม่ได้พักอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน แต่จะไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ เพราะแฟนสาวนั้นพักอาศัยอยู่กับหญิงสาวรุ่นพี่ในหมู่บ้านเดียวกัน...
“จริงสิเอก งานที่นี่แหละได้เงินดีและได้ไวด้วย แบบนี้น้ำจะได้มีเงินส่งกลับให้แม่เยอะ ๆ จะได้ใช้หนี้ด้วยไง” เธอเอ่ยตอบแฟนหนุ่มของเธอด้วยใบหน้าและรอยยิ้มที่มีความหวังเมื่อนึกถึงงานใหม่ที่เธอจะได้ทำในเร็ววัน
ธารารินทร์ ธนารักษ์ หรือ น้ำ หญิงสาวต่างจังหวัดที่เข้ามาศึกษาต่อในเมืองหลวงแห่งนี้ ตอนนี้เธออยู่มหาวิทยาลัยปีสองแล้ว ด้วยวัยเพียงแค่ 19 ปี ชีวิตที่ต้องดิ้นรนหางานส่งตัวเองเรียน เนื่องจากเธอเกิดจากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ เธอมีมารดาเพียงคนเดียวที่เป็นคนเลี้ยงดูและเป็นเสาหลักของบ้าน
ทั้งคู่เป็นคนต่างจังหวัดที่คบหาดูใจกันมาตั้งแต่จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายแล้ว และเข้ามาศึกษาต่อที่นี่ด้วยกัน ทางบ้านของแฟนหนุ่มเป็นครอบครัวที่มีฐานะมากกว่าเธอ เขาจึงไม่ต้องดิ้นรนอะไรเลย เพราะมีครอบครัวคอยส่งเสียให้ทุกเดือนอยู่แล้ว
ต่างจากเธอที่ครอบครัวเป็นเพียงแค่คนธรรมดา ชีวิตหาเช้ากินค่ำ มีมารดาเพียงคนเดียวที่คอยเป็นเสาหลัก หาเลี้ยงเธอ เพราะบิดาทิ้งไปตั้งแต่ที่เธอยังเล็ก
ธารารินทร์จึงเลือกสอบเข้ามาศึกษาต่อที่นี่ด้วยกันกับแฟนหนุ่ม เพื่อที่จะได้หางานทำได้สะดวกในระหว่างเรียน และส่งตัวเองเรียนต่อเพื่อแบ่งเบาภาระมารดาของเธอมากไปกว่านี้ แถมยังมีเงินส่งกลับไปที่บ้านให้มารดาใช้อีกด้วย
เดิมทีเธอเป็นเพียงแค่เด็กเสิร์ฟร้านอาหารธรรมดาค่าจ้างแค่ไม่กี่ร้อย แต่เมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมสถานศึกษาทำงานในสถานบันเทิงแล้วได้เงินดี เธอจึงสนใจแล้วหันมาปรึกษารุ่นพี่ที่บ้านเดียวกันที่พักอาศัยด้วย จึงได้คำแนะนำมาเพราะหญิงสาวก็ทำงานที่นั่นด้วยเช่นกัน
“แต่เราไม่อยากให้เธอไปทำงานกลางคืนในที่แบบนั้นเลยน้ำ” แฟนหนุ่มพูดด้วยความลำบากใจ เพราะเขารู้ดีว่าสถานที่ที่เธอบอกนั้นเป็นแบบไหน
“พี่ฝ้ายก็ทำงานที่นั่นเหมือนกัน พี่เขาบอกว่าได้เงินดีแถมยังได้ทิปเยอะอีกด้วยน่ะ” เธอเอ่ยบอกกับแฟนหนุ่มไปตามที่รู้ข้อมูลมาจากพี่สาวบ้านเดียวกันที่เธอพักอยู่ด้วยในตอนนี้
“แต่...” เอกมนัสไม่รู้จะห้ามเธออย่างไรดี
“ให้น้ำไปทำเถอะ น้ำจะได้มีเงินส่งกลับไปให้แม่ น้ำไม่อยากให้แม่ทำงานหนักด้วย เพราะตอนนี้แม่สุขภาพไม่ดีด้วย” เธอเอ่ยขออย่างอ้อนวอนกับแฟนหนุ่ม
“แต่น้ำอายุยังไม่ถึงยี่สิบปีเลยน่ะ” เอกมนัสจึงยกเหตุผลข้อนี้ขึ้นมาอ้าง เพราะทราบดีว่าสถานบันเทิงจะรับคนที่อายุยี่สิบปีขึ้นไป
“อีกไม่กี่วันก็จะถึงแล้ว พี่ฝ้ายคงฝากเข้าได้แหละ” อีกไม่กี่่วันที่เธอบอก นั่นไม่ได้แปลว่าวันสองวัน แต่เป็นเดือนสองเดือน เพราะเธอเข้าเรียนก่อนเกณฑ์จึงอายุน้อยกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน
“เราห้ามอะไรน้ำไม่ได้เลยใช่ไหม?” เอกมนัสเอ่ยอย่างจำใจ เพราะไม่สามารถห้ามอะไรหญิงสาวที่ขึ้นสถานะว่าแฟนได้
“เข้าใจน้ำหน่อยนะเอก...”
“น้ำก็ย้ายไปอยู่กับเราสิ เราจะได้ดูแลน้ำได้สะดวกกว่าไง น้ำอยู่กับเราน้ำไม่ต้องทำงานก็ได้” เอกมนัสตัดสินใจพูดคำนี้ขึ้นมาอีก เมื่อเธอไม่ยอมย้ายไปอยู่กับเขาทั้งที่ก็เป็นแฟนกันมาเกือบจะสองปีแล้ว
“เราพึ่งจะคบกันเองนะเอก อีกอย่างถ้าน้ำไปอยู่กับเอกมันคงจะดูไม่เหมาะ” ธารารินทร์เอาเรื่องนี้ขึ้นมาอ้างอีกครั้ง เพราะทราบดีว่าแฟนหนุ่มต้องการอะไร ถึงพยายามหว่านล้อมให้เธอไปพักอาศัยอยู่กัน
“ถ้าอย่างนั้นเราก็หมั้นกันไว้ก่อนก็ได้นี้น้ำ” เพราะรู้ว่าแฟนสาวกังวลเรื่องอะไร เอกมนัสจึงพูดเครื่องนี้ขึ้น
“เอก...”
*
*
Night Club
“พี่ใบหม่อนค่ะ ฝ้ายมีน้องสาวมาฝากให้พี่ช่วยรับน้องเข้าทำงานได้ไหมค่ะ” ปุยฝ้าย หญิงสาวเอ่ยกับผู้จัดการที่รับผิดรับคนเข้าทำงานในสถานบันเทิงแห่งนี้ทันทีที่เธอพาธารารินทร์มาถึงก่อนที่สถานแห่งนี้จะเปิดบริการลูกค้า
ปุยฝ้ายเธอเป็นหญิงสาวต่างจังหวัด เป็นคนหมู่บ้านเดียวกันกับธารารินทร์ แถมยังเป็นรุ่นพี่ที่ธารารินทร์มาพักอาศัยอยู่อีกด้วย หรือตามภาษาปากชาวบ้านก็เรียกว่าเป็นเครือญาติเป็นลูกพี่ลูกน้องคนบ้านเดียวกันนั่นเอง
ปุยฝ้ายเธออยู่มหาวิทยาลัยปีที่สี่แล้ว และใกล้จะจบการศึกษาในเร็ว ๆ วันนี้ เธอเข้ามาศึกษาและอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่อายุสิบแปดปีกว่า เธอทำงานส่งตัวเองเรียนด้วยการรับงานเสริมที่สถานบันเทิงแห่งนี้ โดยที่ไม่เดือดร้อนคนทางบ้านเลย
สาเหตุนี้เองที่ทำให้ธารารินทร์สนใจที่เข้ามาทำงานที่นี่ เพราะเห็นพี่สาวบ้านเดียวกันทำงานส่งตัวเอง โดยที่ไม่รบกวนคนทางบ้านเลย เธอจึงอยากจะลองทำบ้าง
“อายุเท่าไหร่แล้ว ดูเหมือนยังเด็กอยู่เลย แล้วเคยทำงานแบบนี้มาหรือเปล่า” ใบหม่อน สาวใหญ่ที่เป็นผู้จัดการของที่นี่ยิงคำถามขึ้นมาทันที พร้อมกับมองสำรวจไปทางหญิงสาวที่ปุยฝ้ายพามาด้วยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
“สิบเก้าปีอีกไม่นานก็ถึงยี่สิบแล้วค่ะ” ปุยฝ้ายตอบผู้จัดการออกไปตามตรง เพราะไม่มีอะไรที่ต้องปกปิด และเธอเองก็เป็นคนตรงไปตรงมาแบบนี้มาแล้ว
“ปุยฝ้าย! เธอเองก็น่าจะรู้น่ะว่าที่นี่เข้าได้อายุเท่าไหร่...” ใบหม่อนตำหนิเธอออกไปทันที ที่รู้ว่าหญิงสาวที่เธอพามาฝากงานนั้นอายุเท่าไหร่
“ทราบค่ะพี่ใบหม่อน แต่น้องเขาอยากทำงานที่นี่จริง ๆ นะคะ ฝ้ายก็เข้ามาตั้งแต่อายุยังไม่ถึงเหมือนกัน ให้โอกาสน้องเถอะนะคะ” ปุยฝ้ายได้แต่เอ่ยอ้อนวอนหญิงสาวผู้จัดการ
“แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนตอนที่เธอเข้ามาแรก ๆ นะปุยฝ้าย...” ใบหม่อนเอ่ยขึ้นอย่างหนักใจ เพราะทุกวันนี้สถานบันเทิงถูกตรวจเข้ม
“ฝากน้องอีกคนเถอะนะคะพี่ น้องอยากได้งานที่นี่จริง อีกอย่างน้องมันทำงานส่งตัวเองเรียน ที่บ้านน้องก็ลำบากมาก เด็กเป็นเด็กดีนะคะ ฝ้ายรับรองได้ว่าน้องจะไม่ทำให้พี่เดือดร้อนแน่นอน...” ปุยฝ้ายยกมือขึ้นไหว้หญิงตรงหน้า แล้วเอ่ยอ้อนวอนขอความเห็นใจอีกครั้ง
เพื่อนมาอุดหนุนเพื่อนไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เขาถึงกล้าเอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายมาเล่าสู่เธอฟัง ทั้งทีเพื่อนสนิทและหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่พยายามมาตีสนิทเขาเพื่อที่จะเข้าหาพี่ชายของเขา เขายังไม่กล้าพูดเรื่องของพี่ชายให้คนเหล่านั้นฟังเลย แต่กับธารารินทร์ทำไมเขาถึงเล่าบอกเสียหมดเปลือกเลย “เว่อร์ไปหรือเปล่าแทน...” ธารารินทร์ได้แต่ดุเพื่อน ที่เอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายตัวเองมาสาธยายเล่าบอกให้เธอฟัง“เรื่องจริง เธอลองคิดตามน่ะน้ำริน ขนาดเราอายุแค่ยี่สิบเอง เรายังกินมาเป็นสิบ ๆ คนแล้วเลย เธอลองคิดตามความเป็นจริงสิ พี่ชายเราอายุสามสิบจะขนาดไหน...” ปัณณธรพูดขึ้นมาอีกครั้ง“ผู้ชายขาดเรื่องแบบนี้กันไม่ได้เลยเหรอ?” เธอจึงตัดสินใจเลิกคิ้วถามเพื่อนอย่างสงสัย เพราะที่แฟนหนุ่มของเธอพยายามชวนเธอไปอยู่ด้วยกันก็เพราะหวังเรื่องแบบนี้เองสินะ“คนอื่นเราไม่รู้ แต่สำหรับเรามันขาดไม่ได้จริง ๆ ทำไมเธอไม่ลองถามแฟนเธอดูล่ะ ว่าขาดเรื่องแบบนี้ได้หรือเปล่า” ปัณณธรตอบเธอออกไปตามตรงตามความรู้สึกของตัวเขาเอง“พูดอะไรของเธอ...”“เราพูดความจริงน้ำริน มันเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์”“...” ธารารินทร์เอาแต่ก้มหน้าเงียบไม่
ให้น้องทำงานแทนธารารินทร์ยังคงรู้สึกประหม่า และไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคน เมื่อนึกถึงน้ำเสียงของชายหนุ่มเมื่อสักครู่“น้ำริน เธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?” ปัณณธรถามหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าทันที เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคนสาเหตุที่เขาเรียกเธอว่าน้ำรินนั้น ก็เพราะมีเพื่อนอีกคนก็ชื่อน้ำด้วย เขาเลยเรียกเธอว่าน้ำริน โดยการเอาชื่อเล่นและชื่อจริงของเธอมาเรียกรวมกัน เพื่อที่จะได้จำง่ายและสะดวกแบบนี้ด้วย“ขอโทษนะแทน คือเราได้ยินมาว่างานแบบนี้เงินดีเราแค่อยากได้เงิน...” ธารารินทร์เชิดหน้าขึ้น เอ่ยบอกเพื่อนออกไปตามตรง พร้อมกับบอกจุดประสงค์ที่เธอต้องการเข้ามาทำงานที่นี่“แต่ที่นี่มัน...”“ขอร้องนะแทน เราต้องการงานต้องการเงินจริง” เธอเอ่ยร้องขอความเห็นใจจากเพื่อนอีกครั้ง เมื่อเห็นความลำบากใจของเพื่อนเธอ“ไปเป็นแม่บ้านที่บ้านของเราสิน้ำริน เรารู้ว่าเธอเป็นคนขยัน ไม่เลือกงานอยู่แล้ว แต่ที่นี่เราว่ามันไม่เหมาะกับคนแบบเธอเลย...” ปัณณธรยื่นข้อเสนอขึ้นมาให้เธอ เพราะรู้ดีว่าธารารินทร์เองก็ไม่ได้เต็มใจที่ทำงานแบบนี้เลย หากไม่ใช่เพราะเรื่องเงิน“ขอโอกาสให้เราลองดูก่อนเถอะ
เริ่มงานใหม่หญิงผู้จัดการเองก็ลำบากใจ แต่เมื่อเห็นแก่ความกตัญญูและความดีความสามารถที่ปุยฝ้ายทำเงินให้ก็อดที่จะสงสารเห็นใจหญิงสาวไม่ได้“ก็ได้ ๆ แต่จะให้ขึ้นไปบริการคุณแทนไทก็แล้วกัน...”สองสาวหันมามองหน้ากันและยิ้มให้กันอย่างดีใจที่ได้ยินคำนี้ แต่ปุยฝ้ายกลับนึกแปลกใจ ที่ได้ยินว่าผู้จัดการจะให้ธารารินทร์ไปทำงานตรงจุดไหน “ทำไมล่ะพี่ใบหม่อน...” ปุยฝ้ายถามออกไปในทันอย่างสงสัย“อยู่ใกล้เจ้าของคลับ มีอะไรเขาจะได้เคลียร์ได้เร็วไง...” ผู้จัดการจึงบอกเหตุผลออกไปตามตรง เพราะเธอไม่อยากมาจัดการอะไรเองแบบนี้แล้ว จึงมอบหน้าที่นี้ให้แก่เจ้าของสถานที่นี่จัดการเองเลย และอีกอย่างสามีของเธอก็เป็นตำรวจที่รับผิดชอบในพื้นที่นี้ด้วย“อ๋อ ค่ะ ๆ” ปุยฝ้ายได้แต่เออออตามที่หญิงสาวผู้จัดการบอก เพราะเธอไม่มีสิทธิ์อะไรไปมากกว่านี้อยู่แล้ว ครั้นจะปฏิเสธก็ไม่ได้อีก เพราะงานคือเงิน“ตามมา เดี๋ยวเจ้จะพาไปเปลี่ยนชุดดูสิใส่ชุดอะไรมาก็ไม่รู้ เรียบร้อยอย่างกับจะไปปฏิบัติธรรมเสียอย่างนั่นแหละ” แล้วหญิงสาวก็หันมาพูดกับธารารินทร์ธารารินทร์ยืนนิ่ง เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี เธอทั้งรู้สึกดีใจที่ได้เริ่มงานและทั้งยังรู้สึก
ทำงานที่ใหม่“น้ำจะไปทำงานในสถานที่แบบนั้นจริง ๆ เหรอ?” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าซึ่งมีสถานะเป็นแฟนสาวของตนในตอนนี้ เมื่อเธอมาบอกเขาว่าเธอได้งานทำที่ใหม่แล้ว เอกมนัส หรือ เอก ชายหนุ่มนักศึกษาวัย 20 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ปีที่สอง เขาเป็นชายหนุ่มต่างจังหวัด และเป็นแฟนของหญิงสาวตรงหน้าที่คบหาดูใจกันมา และเข้ามาศึกษาต่อด้วยกันที่เมืองหลวง แต่ทั้งคู่ไม่ได้พักอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน แต่จะไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ เพราะแฟนสาวนั้นพักอาศัยอยู่กับหญิงสาวรุ่นพี่ในหมู่บ้านเดียวกัน...“จริงสิเอก งานที่นี่แหละได้เงินดีและได้ไวด้วย แบบนี้น้ำจะได้มีเงินส่งกลับให้แม่เยอะ ๆ จะได้ใช้หนี้ด้วยไง” เธอเอ่ยตอบแฟนหนุ่มของเธอด้วยใบหน้าและรอยยิ้มที่มีความหวังเมื่อนึกถึงงานใหม่ที่เธอจะได้ทำในเร็ววันธารารินทร์ ธนารักษ์ หรือ น้ำ หญิงสาวต่างจังหวัดที่เข้ามาศึกษาต่อในเมืองหลวงแห่งนี้ ตอนนี้เธออยู่มหาวิทยาลัยปีสองแล้ว ด้วยวัยเพียงแค่ 19 ปี ชีวิตที่ต้องดิ้นรนหางานส่งตัวเองเรียน เนื่องจากเธอเกิดจากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ เธอมีมารดาเพียงคนเดียวที่เป็นคนเลี้ยงดูและเป็นเสาหลักของบ้านทั้งคู่เป็นคนต่างจังหวัดที่คบหาด