LOGINศตายุที่นั่งนิ่งอยู่นานก็อดที่จะเอ่ยแทรกขึ้นมาไม่ได้ บรรยากาศในตอนนี้ดูน่าอึดอัดจนเกินไปมาก และท่าทีของปาลิตาก็ไม่ค่อยพอใจการแสดงออกของศรากรเท่าไหร่นัก
“มีอะไรก็คุยกันดีๆ กว่านะครับ น้องครับ…ตอนนี้พี่กับขิงเรากำลังคุยกันอยู่ ถ้าน้องไม่มีอะไรงั้นช่วยออกไปก่อนได้มั้ย”
“พี่ต้องการอย่างนี้ใช่มั้ย” ศรากรหันมาถามปาลิตาบ้าง ชายหนุ่มจ้องไปที่หญิงสาวด้วยความคาดหวัง
“ใช่ นายออกไปได้แล้ว ฉันรำคาญนายจะแย่อยู่แล้ว และก็…”
“โอเค งั้นผมไปก็ได้ เมื่อกี๊ผมแค่จะบอกว่า…ผมเป็นรุ่นน้องของพี่เท่านั้น แต่ไม่คิดว่าพี่จะโมโหและไม่พอใจให้ผมขนาดนี้ งั้นเชิญพวกคุณสองคนนัดบอดกันให้สนุกแล้วกันนะครับ”
ศรากรเอ่ยสวนขึ้นมาก่อนที่ปาลิตาจะพูดจบ ชายหนุ่มตัดพ้อเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบของหญิงสาวเมื่อสักครู่ ท่าทางที่ปาลิตาแสดงออกมาดูรำคาญเขามากจนเกินไปจริงๆ
ปาลิตามองตามหลังศรากรที่พึ่งเดินออกไปอย่างหวั่นใจ หรือว่าคำพูดของเธอจะดูแรงเกินไปถึงทำให้ชายหนุ่มหน้าซึมได้ขนาดนั้น
“คุณขิงมีอะไรหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่เอ่ยถามหญิงสาวขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเธอเอาแต่มองตามหลังศรากรอย่างไม่ละสายตา
“อ่อ…ไม่มีค่ะ เรากินข้าวกันต่อดีกว่า อย่าถือสาเขาเลยนะคะเขายังเด็ก ไม่ได้มีเจตนาไม่ดีหรอกค่ะ”
“ครับ ดูคุณขิงกับเด็กหนุ่มคนนั้นจะสนิทกันนะครับ”
“ไม่รู้จะเรียกว่าสนิทได้หรือเปล่า อย่าพูดถึงเขาเลยค่ะ”
หญิงสาวบ่ายเบี่ยงเปลี่ยนเรื่อง เพราะถ้าพูดกันตามจริงแล้วจะเรียกว่าสนิทกับศรากรก็คงไม่ได้ ความสัมพันธ์ของเธอกับศรากรนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยที่เธอเองก็ไม่ได้ตั้งใจด้วย แต่พอได้เห็นศรากรทำหน้าเซื่องซึมก็อดที่จะว้าวุ่นใจไม่ได้เหมือนกัน
ช่วงค่ำของวัน
หลังจากที่ทั้งคู่ทานอาหารด้วยกันเสร็จก็พากันออกมาเดินเล่นรับลมผ่อนคลายต่อ ศตายุเหมือนที่จริญตาเพื่อนสาวของเธอบอกไว้จริงๆ เขาทั้งสุภาพ ดูอบอุ่นและเป็นคนที่น่าไว้ใจได้ อีกทั้งเรื่องหน้าตาและหน้าที่การงานก็ดูจะสมบูรณ์แบบทุกอย่างแถมอายุมากกว่าเธออีก ถ้าจะให้พูดตามตรงเขาก็เป็นชายหนุ่มในอุดมคติของเธอทุกอย่าง ติดแค่ว่าเธอไม่ได้รู้สึกชอบพอเขามากพอที่จะสานสัมพันธ์ต่อแค่นั้น
“นี่ก็มืดแล้ว ฉันว่าฉันกลับก่อนดีกว่าค่ะเดี๋ยวหมอเอิร์นจะเป็นห่วงเอา”
“ให้ผมไปส่งนะ ผมจะได้แวะทักทายหมอเอิร์นด้วย”
“ไว้ครั้งหน้าดีกว่านะคะ วันนี้ฉันไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่”
“นี่คุณขิงกำลังปฏิเสธผมอยู่ใช่มั้ยครับ”
“ว้า…คุณหมอรู้ทันซะละ ขอโทษนะคะ ตอนนี้ฉันไม่อยากเปิดใจให้ใครจริงๆ ฉันเองก็พึ่งเลิกกับแฟนที่คบกันมานาน ต้องใช้เวลาสักพักเพื่อรักษาแผลใจ หวังว่าคุณหมอคงเข้าใจนะคะ”
“งั้นผมจะขอรอคุณได้มั้ย คุณพร้อมเมื่อไหร่เราค่อยกลับมาคุยกันก็ได้”
“อย่ารอเลยนะคะ ฉันเองก็ไม่อยากให้ความหวังใครและก็ไม่อยากให้ความหวังตัวเองด้วย แต่ถ้าคุณหมออยากจะเป็นเพื่อนกับฉัน ฉันก็จะยินดีมาก บางทีมิตรภาพของคำว่าเพื่อนอาจจะดีกว่าการเป็นแฟนก็ได้นะคะ”
“ที่คุณขิงปฏิเสธผมเกี่ยวกับผู้ชายที่เข้ามาหาคุณในร้านอาหารหรือเปล่า”
“ไม่เกี่ยวค่ะ ฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น”
“ก็ได้ครับ อย่างน้อยก็ได้เป็นเพื่อนกับคุณก็ยังดี วันนี้สนุกมากเลย ขอบคุณนะครับที่ยอมออกมาเจอผม”
“เหมือนกันค่ะ งั้น…ฉันกลับก่อนนะคะ”
เมื่อกล่าวลากันเรียบร้อยต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้านของตัวเอง ปาลิตาเดินอยู่ทางฟุตบาทเพื่อจะเดินตรงไปยังจุดเรียกแท็กซี่ ไม่ทันได้เดินถึงก็ถูกศรากรคว้าข้อมือเอาไว้ ชายหนุ่มเดินจูงมือพาหญิงสาวไปยังซอกตึกที่อยู่ใกล้ๆ ที่ไม่ค่อยมีคนสัญจรเท่าไหร่นัก
“ทำอะไรของนายเนี่ยปล่อยนะ”
ศรากรไม่ฟังคำคัดค้านของปาลิตา ชายหนุ่มรีบดันตัวหญิงสาวให้เข้าไปติดกำแพง มือทั้งสองข้างยันกำแพงไว้อีกทีเพื่อกันไม่ให้หญิงสาวหนีออกไปจากเขาได้ แววตาของศรากรในตอนนี้ดุดันเป็นอย่างมาก
“ผู้ชายที่พี่กินข้าวด้วยเขาเป็นใคร”
“เป็นใครแล้วเกี่ยวอะไรกับนายด้วย”
“เกี่ยวสิก็ผมชอบพี่ ถ้าจะมีผู้ชายคนอื่นเข้ามาในชีวิตพี่ผมก็ไม่พอใจทั้งนั้น”
“นายมีสิทธิ์อะไรไม่พอใจ ฉันกับนายไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”
“แน่ใจนะว่าไม่ได้เป็น”
“ทำไม นายจะเอาเรื่องคืนนั้นมาขู่ฉันอีกเหรอ ก็เอาสิ…นายจะไปแจ้งความว่าฉันพรากผู้เยาว์ก็เอาเลย แต่นายคงไม่ทำแบบนั้นหรอกเพราะนายไม่ได้อายุ17จริงๆ”
“ผมไม่แจ้งความหรอก แต่ผมจะทำอย่างอื่น”
เอ่ยจบชายหนุ่มก็โน้มหน้าเพื่อจะประทับรอยจูบไปที่ปาลิตา แต่เธอเองก็ไม่ได้ยอมให้ชายหนุ่มทำแบบนั้น เธอใช้มือดันไปที่ไหล่ทั้งสองข้างของศรากรอย่างเต็มกำลัง จนเขาต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บเมื่อหญิงสาวสัมผัสไปถึงบาดแผลที่ไหล่ขวาเมื่อครั้งที่เกิดอุบัติเหตุกับเขาเมื่อหลายวันก่อน
“เป็นอะไร ฉันยังไม่ได้ทำอะไรนายเลยนะ” ปาลิตาพอได้ยินเสียงร้องของศรากรก็รีบเอ่ยถามด้วยความตกใจ เห็นชายหนุ่มใช่มือกุมไปที่ไหล่ขวาก็กังวลขึ้นมาทันที
“ก็พี่ทำผมเจ็บน่ะสิ พี่ไม่รู้หรือไงว่าผมมอเตอร์ไซค์ล้มมา”
“ฉันจะไปรู้ได้ไงไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับนายตลอด24ชั่วโมงสักหน่อย ไหนขอฉันดูหน่อยสิ” ปาลิตาเข้าไปดูบาดแผลที่ไหล่ของชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง
“แต่แผลก็เหมือนจะหายแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมนายยังเจ็บอยู่อีกล่ะ”
“แผลข้างนอกมันอาจจะหายดีแล้ว แต่ข้างในมันยังเจ็บอยู่นี่ ดูสิผมขยับไหล่ไม่ค่อยได้เลย ไม่เชื่อพี่ก็ลองจับตรงนี้ดูสิยังตึงๆ อยู่เลย”
ศรากรออดอ้อนให้ปาลิตาเข้ามาดูบาดแผลที่ไหล่ขวาอีกครั้ง ที่จริงเขาไม่ได้รู้สึกเจ็บอย่างที่บอกหญิงสาวไว้เลย เขาแค่อยากอ้อนเธอก็เท่านั้น ชายหนุ่มใช้จังหวะที่หญิงสาวโน้มหน้าเข้ามาใกล้เข้าจู่โจมจูบไปที่แก้มของเธอโดยที่เธอก็ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ปาลิตาพอรู้ตัวว่าถูกศรากรลักหอมแก้มก็รีบใช้มือเพื่อจะฟาดไปที่ชายหนุ่ม แต่ก็ถูกชายหนุ่มปรามเอาไว้ได้ก่อน
“ผมเจ็บอยู่นะ พี่จะทำร้ายผมได้ลงคอเหรอ”
“เจ้าเล่ห์นักนะ นายนี่มัน….”
“น่ารักใช่มั้ยล่ะ”
“น่ารักกับผีสิ นี่นายโกหกฉันอีกแล้วใช่มั้ย ที่จริงนายไม่ได้เป็นอะไรเลย”
“ผมเป็นจริงๆ นะ ไม่งั้นพี่ก็ลองไปถามหมอจริญตาที่รักษาผมได้เลย ไปถามคุณหมอดูสิว่ามีประวัติผมรักษากับคุณหมอหรือเปล่า”
“หมอจริญตา นายหมายถึงหมอเอิร์นเหรอ”
“ใช่ๆ ผมได้ยินพยาบาลเรียกว่าหมอเอิร์นอยู่ อ๋อ…ที่แท้วันนั้นก็เป็นพี่สินะที่โทรไปหาหมอเอิร์น เป็นคนคนเดียวกันจริงๆ ด้วย ผมว่าเพื่อนพี่แย่แล้วล่ะ”
“ทำไมเหรอ”
“เดี๋ยวพี่ก็รู้ ว่าแต่พี่ยังไม่ได้บอกผมเลยนะว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ผมจริงจังนะ”
“เขาเป็นรุ่นพี่ของหมอเอิร์น พอดีหมอเอิร์นอยากให้ฉันรู้จักกับเขาไว้น่ะ”
“พี่ชอบเขาหรือเปล่า นอกจากเขาอายุมากกว่าผมแล้วเขามีอะไรที่ดีกว่าผมบ้าง”
“ถามทำไม” หญิงสาวหลุดขำในทันทีเมื่อได้ยินคำถามของชายหนุ่ม ท่าทีและคำพูดของศรากรในตอนนี้น่าเอ็นดูนัก
“ยังจะมาหัวเราะอีก ตอบผมมาสิว่าพี่ชอบเขาหรือเปล่า หน้าตาก็หล่อสู้ผมไม่ได้ แล้วก็….”
“ไม่ชอบ พอใจหรือยัง” หญิงสาวรีบเอ่ยสวนขึ้นมา เห็นชายหนุ่มเอาแต่เซ้าซี้ก็อดที่จะรำคาญไม่ได้
“แน่นะ” ศรากรยิ้มกรุ้มกริ่มด้วยความพอใจ พอได้ยินแบบนี้ก็โล่งอกไปได้สักที
“ถึงฉันไม่ชอบเขา แต่ฉันก็ไม่ได้ชอบนายด้วยเหมือนกัน ไม่ต้องมาทำหน้าทำตาแบบนี้หรอก”
“ถ้าพี่จะชอบใครสักคน ให้คนคนนั้นเป็นผมได้มั้ย”
คำพูดและแววตาที่จริงจังของศรากรทำให้ปาลิตาใจสั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก ไหนจะสายตาที่เว้าวอนมองมาที่เธออีก หญิงสาวเองก็ไม่เข้าใจทำไมถึงรู้สึกว้าวุ่นใจกับคำพูดและสายตาของชายหนุ่มได้ขนาดนี้ และเธอเองก็ไม่สามารถทนสบตากับศรากรได้อีกต่อไป
“ฉันให้คำตอบที่นายต้องการแล้ว งั้นฉันกลับก่อนนะ”
“เดี๋ยวก่อนสิ ขิง…ให้ผมไปส่งนะ” ชายหนุ่มคว้ามือหญิงสาวเอาไว้อีกครั้ง สายตายังคงหวานเยิ้มมองไปที่ปาลิตาอย่างไม่ลดละ
“เจ้าเด็กบ้า ฉันอายุมากกว่านายนะจะมาเรียกชื่อเฉยๆ ได้ไง”
“ก็ฝึกไว้ เผื่อว่าตอนเป็นแฟนกันจะได้ใช้ไง บางทีพี่อาจจะไม่อยากให้ผมเรียกว่าพี่ก็ได้นี่”
“ใครจะเป็นแฟนกับนาย ฝันไปเถอะ” หญิงสาวยิ้มเขินออกมาก่อนจะเดินนำหน้าไปก่อน ศรากรเองก็ไม่รีรอ ชายหนุ่มรีบตามหญิงสาวไปในทันที
ใช้เวลาสักพักปาลิตาก็กลับมาถึงบ้านโดยมีศรากรมาส่ง พอเดินเข้ามาในบ้านก็เห็นจริญตานั่งรออยู่ หญิงสาวจึงเดินเข้าไปนั่งข้างๆ เพื่อนสาวของเธอ
“กลับมาแล้วเหรอ แล้วทำไมไม่ให้หมอหมอกเข้ามาในบ้านก่อนล่ะ เมื่อกี๊เขามาส่งเธอไม่ใช่เหรอ”
“ไม่ใช่หมอหมอกหรอกที่มาส่ง”
“ทำไมเป็นงั้นไป ถ้าไม่ใช่หมอหมอกแล้วเป็นใคร”
“เป็นใครก็ไม่สำคัญหรอกน่า คือฉันกับคุณหมอตกลงแล้วว่าจะเป็นแค่เพื่อนกันน่ะ”
“ว่าไงนะ หรือว่าหมอทำอะไรให้เธอไม่พอใจ”
“เปล่า คุณหมอเป็นคนดีอย่างที่เธอพูดเอาไว้นั่นแหละ แต่ฉันจะไปคบกับผู้ชายที่เพื่อนรักเพียงคนเดียวของฉันชอบได้ยังไง”
“เธอพูดอะไร ใครชอบใครไม่เห็นเข้าใจเลย” จริญตาเบือนหน้านี้ ดูเหมือนว่าตอนนี้เพื่อนสาวของเธอจะรู้ความรู้สึกที่แท้จริงของเธอเสียแล้ว
“เอิร์น ทำไมฉันจะดูไม่ออกว่ารุ่นพี่ที่เธอชอบคือหมอหมอก อาการเธอชัดขนาดนั้น ชอบเขาแล้วทำไมถึงชงเขาให้ฉันล่ะ”
“ก็เขาชอบเธอนี่ ขิง…เธอไม่ต้องปฏิเสธเขาเพื่อฉันหรอกนะ ถ้ารักครั้งนี้มันทำให้เธอมีความสุข ฉันจะดีใจกับเธอมากจริงๆ”
“ฉันจะมีความสุขได้ยังไงเมื่อเพื่อนรักของฉันหน้าบูดหน้าบึ้งขนาดนี้” หญิงสาวหยิกแก้มจริญตาเพื่อหยอกเย้า
“ฉันจริงจังนะ ยังจะมาเล่นอีก”
“ฉันก็จริงจัง ก็ฉันไม่ได้รู้สึกชอบเขานี่ ถ้าไม่ชอบก็สานสัมพันธ์ต่อไม่ได้ และที่ฉันยอมไปหาเขาก็แค่จะหยอกเธอเล่น ก็เธอนะสิชงเขาให้ฉันอยู่นั่นแหละ เธอก็เหมือนกัน ถ้าชอบเขาขนาดนี้ก็ควรจะบอกเขาได้แล้ว”
“พูดไปเรื่อย ฉันชอบเขามากขนาดนั้นที่ไหน”
สองสาวเอ่ยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ปาลิตาเองก็มีความสุขมากที่ได้อยู่กับเพื่อนรักของเธอเช่นนี้ หญิงสาวก็หวังแค่ว่าไม่ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น ขอแค่ความเป็นเพื่อนของพวกเธอสองคนหนักแน่นแบบนี้ตลอดไปก็พอใจแล้ว
………………
ศรากรพอกลับมาถึงบ้านหลังจากส่งปาลิตาเรียบร้อยก็ได้รับสายจากนเรศ เพื่อนชายของเขาโทรมาแจ้งข่าวเรื่องที่ตามสืบว่าใครเป็นคนทำร้ายเขาเมื่อหลายวันก่อน ตอนนี้รู้ตัวคนทำแล้ว ได้เวลาที่ชายหนุ่มจะคิดบัญชีคืน ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใคร เขาจะไม่มีทางปล่อยไปอย่างแน่นอน
“ขอบใจมากนะก้อง เดี๋ยวหลังจากนี้ฉันจัดการเอง” ศรากรแสยะยิ้มออกมาอย่างพอใจ รอยยิ้มของชายหนุ่มที่เผยออกมานั้นดูน่ากลัวอยู่มากทีเดียว
2 ปี ต่อมาศรากรพาปาลิตาเดินทางท่องเที่ยวตามที่เคยตั้งใจเอาไว้ ชายหนุ่มแพลนไว้ว่าจะพาหญิงสาวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ ในหลายๆ ประเทศทั้งในเอเชียและยุโรป และยังมีแพลนที่จะเดินทางท่องเที่ยวไปอีกเรื่อยๆ จนกว่าที่ทั้งคู่จะพอใจ ตอนนี้ที่หมายแรกที่ทั้งคู่มาถึงก็คือเมืองเวนิส ประเทศอิตาลีช่วงบ่ายของวัน ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในเวนิสปาลิตาเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้าเซื่องซึมเล็กน้อย หญิงสาวยืนมองศรากรอยู่สักครู่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้ายิ้มแย้ม เมื่อเห็นชายหนุ่มหันมามองที่เธอ“วันนี้เราจะไปเที่ยวไหนกันเหรอ” ปาลิตาเดินมานั่งที่เตียงนอนข้างๆ ศรากร เธอเอ่ยถามแพลนเที่ยวที่ชายหนุ่มวางเอาไว้“ไปล่องเรือกอนโดลาแบบส่วนตัวในเวนิส พี่ต้องชอบแน่ๆ ว่าแต่พี่เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมดูหน้าซีดๆ ล่ะ”“ก็กินอะไรไม่ค่อยลงนี่ นายก็รู้ฉันไม่คุ้นชินกับอาหารที่นี่เท่าไหร่”“ไหวมั้ย ไหนดูซิตัวร้อนหรือเปล่า” ศรากรรีบเอามือสัมผัสไปที่แก้มและหน้าผากของหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง แต่หญิงสาวไม่ได้ตัวร้อนเลยโล่งใจขึ้นมาได้บ้าง“ฉันไม่เป็นไร”“งั้นวันนี้ไปไม่ต้องไปไหนหรอก อยู่พักผ่อนก่อนแล้วกันพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”“ฉันไปได้
วันต่อมาศรากรและนเรศขับรถออกมาผ่อนคลายอยู่แถวนอกชานเมือง สถานที่นี้เป็นที่ที่ทั้งสองหนุ่มเคยมาด้วยกันบ่อยครั้ง นเรศก็เป็นอีกคนที่ศรากรให้ความสำคัญ ไม่ได้เจอหน้าเพื่อนชายเป็นเวลา3ปีก็คิดถึงมากเช่นกัน“ฉันมีอะไรจะบอกนายด้วย เดือนหน้าฉันจะไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสแล้วนะ”ศรากรหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าเพื่อนชายกำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ทั้งๆ ที่เขาก็พึ่งกลับมาเองยังไม่ได้อยู่เที่ยวเล่นด้วยกันให้หนำใจผู้เป็นเพื่อนชายก็จะเดินทางไกลเสียแล้ว แต่ถึงจะใจหายไปบ้างแต่ศรากรก็เคารพการตัดสินใจของนเรศเสมอ“พึ่งได้เจอกันเอง แต่ไม่เป็นไร นายจะทำอะไรฉันก็เห็นด้วยอยู่แล้ว”“นายจำได้มั้ยตอนที่นายบอกให้ฉันเรียนต่อ ตอนนั้นฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าจะเรียนไปทำไมทั้งๆ ที่ฉันก็ไม่มีเป้าหมายในชีวิต ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร แต่กลับเป็นนายที่รู้ความฝันของฉัน ฉันรู้นะว่าที่นายเลือกเรียนภาพยนตร์ก็แค่อยากเรียนเป็นเพื่อนฉัน”“แต่ยังไงฉันก็ทิ้งนายไปอยู่ดี”“ไม่เลยเพื่อน นายไม่ได้ทิ้งฉันไปไหน นายยังอยู่ที่เดิมเสมอ จากกันครั้งนั้นมันทำให้ฉันภูมิใจในตัวนายมากรู้มั้ย เพราะมันทำให้ฉันได้รู้ว่านายอยู่ได้แล้
ศรากรยิ้มหวานเดินตรงมาหาปาลิตาด้วยความคิดถึง ชายหนุ่มกางมือทั้งสองข้างเพื่อจะเข้าไปกอดแต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อหญิงสาวถอยหลังออกไม่ยอมให้ชายหนุ่มเข้ามาสวมกอดได้ง่ายๆ“ผมกลับมาแล้วไงพี่ไม่ดีใจเหรอ อุตส่าห์มาแบบเซอร์ไพรส์อดใจไม่บอกพี่ก่อนนะเนี่ย”ปาลิตาไม่ตอบรับอะไรทั้งนั้น หญิงสาวมองไปที่ศรากรด้วยความขุ่นเคืองก่อนจะเดินเลี่ยงชายหนุ่มออกไปอีกทาง ศรากรเองก็พยายามเดินตามเพื่อจะรั้งหญิงสาวเอาไว้“ไม่ต้องมาจับฉัน!”ปาลิตาพยายามสลัดตัวออกจากศรากรที่เอาแต่พยายามโอบกอดเธอ แต่ไม่ว่าจะออกแรงแค่ไหนก็ไม่สามารถต้านทานพละกำลังของชายหนุ่มได้ ยิ่งเธอดิ้นเท่าไหร่เขาก็จะกอดเธอให้แน่นกว่าเดิม ไม่นานนักความรู้สึกที่หญิงสาวอัดอั้นเอาไว้ก็ไหลรินออกมาเป็นทาง เสียงสะอื้นของเธอทำชายหนุ่มกังวลนัก“ผมขอโทษ ผมทำให้พี่โกรธอีกแล้วใช่มั้ย พี่อย่าร้องไห้เลยนะ”“ไม่ต้องมากอดฉันเลย ฉันเกลียดนายแล้ว นายจะไปไหนก็ไป ไอ้คนนิสัยไม่ดี” ปาลิตาใช้กำปั้นทุบไปที่แผ่นหลังศรากรด้วยความน้อยใจ“ใช่ผมนิสัยไม่ดีจริงๆ นั่นแหละ งั้นพี่ทุบผมให้หนักๆ เลยผมจะได้จำ” ศรากรหลุดขำเมื่อเห็นท่าทีงอแงของหญิงสาว ไม่ว่าตอนนี้ปาลิตาอยากทุบตีเขามากแค่ไห
ช่วงค่ำของวันปาลิตาเดินออกมาจากห้องนอนก็เห็นปวีร์นั่งอยู่ที่โซฟา หญิงสาวเองรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นคนที่เธอไม่รู้จักเข้ามานั่งอยู่ในบ้านแบบนี้ พอเห็นจริญตาเดินออกมาจากห้องก็รีบเดินตรงไปหาเพื่อนสาวในทันที“หมอเอิร์น ใครเหรอ?”“คุณปวีร์”“ห๊ะ! คุณปวีร์ หมายถึงคุณทนายหนุ่มที่ทำให้เธอชอบแล้วทิ้งเธอไปนั่นเหรอ”“พูดบ้าอะไรของเธอ” จริญตารีบปิดปากเพื่อนสาวเอาไว้ปวีร์เองพอได้ยินที่ปาลิตาพูดออกมาก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ การได้ยินว่าจริญตานั้นชอบเขามันเหนือความคาดหมายสำหรับเขามากจริงๆ“จริงเหรอครับที่หมอเอิร์นชอบผม” ชายหนุ่มหันไปถามปาลิาเพื่อย้ำคำตอบอีกครั้ง“จริงสิคะ ฉันว่านะที่เพื่อนฉันไม่ยอมคบใครมาถึงตอนนี้ก็เพราะคงรอคุณกลับมาแน่เลย อ่อลืมแนะนำตัว ฉันขิงค่ะ…เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของหมอเอิร์น” ปาลิตาเดินเข้าไปนั่งคุยกับปวีร์อย่างสนิทสนม นานทีหยอกเย้าเพื่อนรักก็ดูจะมีความสุขมาก“คุณขิงน่าจะเข้าใจผิดนะครับ คนที่หมอเอิร์นชอบน่าจะไม่ใช่ผมนะ”“ถ้าคุณทนายหมายถึงหมอหมอกละก็เมื่อก่อนอาจจะใช่ค่ะ แต่ตอนนี้คนในใจหมอเอิร์นได้เปลี่ยนไปแล้ว นี่ถ้าคุณทนายกลับอเมริกาช้ากว่านี้นิดหนึ่ง คงได้รู้แล้วค่ะว่าคนที่หมอเอิร์
จริญตามาเยี่ยมดูอาการแม่ของนเรศที่เข้ามารักษาตัวด้วยไข้ขึ้นสูงเมื่อช่วงดึกที่ผ่านมาในฐานะหมอเจ้าของไข้ หญิงสาวเปิดประตูเข้ามาในห้องก็ยิ้มทักทายคนไข้ที่นอนอยู่บนเตียงอย่างเป็นมิตร“เป็นยังไงบ้างคะคุณน้า หน้าตาดูสดชื่นขึ้นนะคะ”“ดีขึ้นอย่างที่หมอว่านั่นแหละ ตอนนี้น้าเองก็อยากจะกลับบ้านแล้ว นอนโรงพยาบาลนานๆ ไม่ค่อยชอบเลย”“นอนดูอาการคืนนี้ก่อนนะคะ ถ้าพรุ่งนี้ไข้ไม่ขึ้นเดี๋ยวหมอให้กลับ แล้วก้องไม่อยู่เหรอคะ”“ไปเชียงใหม่กับดีมน่ะ เห็นว่าไปทำธุระอะไรกันก็ไม่รู้ ปล่อยเขาไปเถอะสองคนนี้มักตัวติดกันตลอดแบบนี้แหละ ดีมเองก็พึ่งกลับมาก็คงหาเรื่องเที่ยวเล่นกันตามประสาหนุ่มๆ”“จริงด้วย แล้วนี่คุณน้าอยู่คนเดียวเหรอคะ”“อยู่กับหลานสาว พอดีออกไปซื้อของเดี๋ยวก็กลับมา”“โอเค งั้นหมอไปทำงานต่อแล้วกัน เดี๋ยวเย็นๆ จะมาใหม่ คุณน้าเองก็ต้องพักผ่อนให้เยอะๆ นะคะ” จริญตาบอกลาคนไข้ในความดูแลก่อนจะเดินออกจากห้องไปจริญตาเดินออกมาจากห้องพักฟื้นคนไข้ก็ตรงมายังเคาน์เตอร์ของโรงพยาบาล ระหว่างที่หญิงสาวหยิบแฟ้มเอกสารการรักษาคนไข้ขึ้นมาดูนั้นก็ถูกชายคนหนึ่งเดินตรงมากระชากแขนอย่างเต็มแรง โดยเธอไม่ทันได้ตั้งตัวจนต้องล้มลง
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะพี่ต้อม” เพียงขวัญเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับพนักงานอีกหลายคนที่มาร่วมงานเลี้ยงวันนี้ ทุกคนได้ยินเสียงดังมาจากในบ้านก็เลยพากันเดินเข้ามาดู“ไม่มีอะไรหรอกพี่ทำขวดเหล้าแตกนะ ทุกคนไปสนุกกันต่อได้เลยเดี๋ยวทางนี้พี่จัดการเอง”พนักงานทุกคนที่เข้ามาในบ้านเมื่อสักครู่ต่างก็ออกไปตามที่ผู้เป็นเจ้านายบอก เหลือก็แค่เพียงขวัญ หญิงสาวเข้าไปช่วยวราวิทย์เก็บกวาดเศษขวดเหล้าด้วยความระมัดระวัง สายตาก็จับจ้องไปที่ชายหนุ่มอย่างไม่ลดล่ะ“ทำไมเอยมองพี่แบบนี้ล่ะ”“พี่ต้อมเมาเหรอคะ”“เปล่า พี่ยังไม่ได้ดื่มเลยจะเมาได้ไง”“แล้วขวดเหล้านี้ตกแตกได้ยังไงคะ”“พอดีเป็นแผนล่อเหยื่อของดีมน่ะ”“หมายถึงคุณดีมล่อขิงเหรอคะ”“พูดซะพี่ตกใจเลย เอาเป็นว่าเป็นแผนที่จะทำให้สองคนนั้นปรับความเข้าใจกัน แบบนี้โอเคมั้ย”“แล้วคุณดีมกับขิงตอนนี้ไปไหนแล้วคะ”“อยู่บนห้องน่ะ เรารีบเก็บรีบออกไปสนุกกับงานเลี้ยงข้างนอกดีกว่า”ระหว่างที่ทั้งคู่ช่วยกันเก็บกวาดเศษขวดอยู่นั้น เกศราก็เดินเข้ามาเพื่อตามหาศรากร เธอมั่นใจว่าชายหนุ่มต้องตามปาลิตาเข้ามาในบ้านอย่างแน่นอน“คุณดีมล่ะคะ”“ออกไปตามขิงข้างนอกแล้วค่ะ" เพียงขวัญชิงตอบแทนวราวิ







