แชร์

ตอนที่6

ผู้เขียน: paiinara
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-02 21:38:50

หลายวันต่อมา

ศิวัฒน์หลังเลิกงานก็เดินตรงมายังลานจอดรถเพื่อเตรียมตัวจะกลับบ้าน ระหว่างที่เปิดประตูเข้าไปนั่งฝั่งเบาะคนขับศรากรที่ดักรออยู่ก่อนหน้านี้ก็เปิดประตูอีกฝั่งเพื่อเข้าไปนั่งในรถอย่างไม่มีรอ ก่อนจะแย่งกุญแจรถที่อยู่ในมือศิวัฒน์พร้อมกับหันมาแสยะยิ้มให้ชายหนุ่มที่กำลังทำหน้าสับสนอยู่

“แกมาทำอะไร เอากุญแจรถฉันคืนมานะ”

“แน่ใจนะว่าเป็นกุญแจรถของลุงน่ะ ไม่ใช่ของสาวสวยหัวหน้าฝ่ายขายคนนั้นหรอกเหรอ"

“จะของใครแล้วแกจะมายุ่งทำไม ลงจากรถฉันเดี๋ยวนี้ไม่งั้นฉันแจ้งตำรวจ”

“ก็เอาสิครับ ผมอยากเจอจริงๆ ตำรวจเนี่ย ผมเองก็จะได้แจ้งจับลุงข้อหาที่ลุงขับมอเตอร์ไซค์ชนผมแล้วหนีด้วย”

“แกพูดอะไร ฉันไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย” ศิวัฒน์รีบหลบสายตา เหมือนว่าศรากรจะรู้แล้วว่าเขาเป็นคนทำให้อุบัติเหตุครั้งนั้นเกิดขึ้น

“อย่าแสดงหน่อยเลยลุง ไม่ชอบผมถึงขั้นไปเช่ามอเตอร์ไซค์มาไล่ล่าผมเลยเหรอ คิดว่าผมจะตามสืบไม่เจอหรือไง”

“ใช่ ฉันทำแล้วทำไม แกจะแจ้งจับฉันเหรอ แกทำอะไรฉันไม่ได้หรอก โลกใบนี้อยู่ได้ด้วยเงินโว้ย มีเงินซะอย่างจะทำอะไรก็ได้ เด็กอมมืออย่างแกจะไปสู้ผู้ใหญ่ที่มีอำนาจได้ไง ที่ฉันทำแบบนั้นก็แค่อยากสั่งสอนแกว่าอย่ามายุ่งกับของของฉัน แกคิดเหรอว่าฉันไม่รู้ว่าแกพยายามตามตื๊อขิงตลอด ขิงไม่มีทางชอบแกหรอกโว้ย และสุดท้ายขิงกับฉันก็จะกลับมาคบกันเหมือนเดิม”

“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าขิงจะเคยรักผู้ชายอย่างคุณได้ ตั้งแต่หัวจรดเท้าคุณมันไม่มีอะไรดีสักอย่าง”

“ถ้าฉันไม่มีอะไรดีให้ขิงติดใจจริง ขิงจะทนคบกับฉันได้นานหลายปีเหรอ” ศิวัฒน์ยิ้มเย้ยเยาะ ก่อนจะถูกศรากรจู่โจมประชิดตัวด้วยความเกรี้ยวกราด

“อย่าพูดถึงขิงแบบนี้ แม้แต่ชื่อของเธอแกก็ไม่สมควรเอ่ยถึงด้วยซ้ำ แกคิดว่าฉันไม่รู้เหรอเรื่องที่แกนอกใจขิงเพราะขิงเขาไม่ยอมแกน่ะ” ศรากรใช้แขนรัดไปที่ลำคอของศิวัฒน์ด้วยความโกรธเคือง แววตาจ้องไปที่ชายหนุ่มอย่างเกรี้ยว ศรากรรัดคอศิวัฒน์อยู่แบบนั้นก่อนจะค่อยๆ คลายแขนออกเมื่อผู้ถูกระทำใช้มือตีไปที่แขนของเขาอย่างเต็มแรงเพราะหายใจไม่ออก

“แกมันบ้าไปแล้ว นี่แกจะฆ่าฉันเลยเหรอ” ศิวัฒน์เมื่อหลุดพ้นจากการจู่โจมของศรากรก็รีบเปิดประตูลงจากรถทันทีด้วยความหวาดกลัว ท่าทางของศรากรในตอนนี้ช่างไม่ปกติเอาซะเลย ชายหนุ่มเอามือลูบไปที่ลำคอตัวเองเพราะยังคงรู้สึกเจ็บกับสิ่งที่ศรากรทำเมื่อสักครู่

ศรากรลงจากรถตามศิวัฒน์อย่างไม่รีรอ ภาพในความทรงจำเมื่อครั้งหลายปีก่อนก็วกกลับมา ภาพที่เขากำลังใช้กำลังทำร้ายชายคนหนึ่งอย่างบ้าคลั่ง จนชายคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บสาหัส ศรากรกำมือแน่นพยายามควบคุมสติตัวเองให้กลับมา ก่อนจะทิ้งกุญแจรถที่อยู่ในมือแล้ววิ่งหนีออกจากลานจอดรถไป

ศรากรกลับมาถึงบ้านก็นั่งฟุบพิงประตูห้องนอน นัยน์ตาชายหนุ่มสั่นเครือดูสับสนเป็นอย่างมาก เมื่อสักครู่ถ้าไม่ได้สติกลับมาไม่รู้จะทำอะไรกับศิวัฒน์ไปบ้าง นี่ก็นานมากพอสมควรที่เขาเกิดอาการควบคุมตัวเองไม่ได้ ระหว่างที่ชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่นั้น นเรศเพื่อนของชายหนุ่มก็ตะโกนเรียกหาเขาพอดี ศรากรจึงละทิ้งความคิดทุกอย่างเพื่อลงไปหาเพื่อนชายที่รออยู่ชั้นล่าง

“นึกว่านายไม่อยู่ซะอีก แล้วเป็นอะไรทำไมหน้าซีดแบบนั้นล่ะ”

“ฉันเกือบจะทำร้ายผู้ชายคนนั้นไปแล้ว มันกลับมาอีกแล้วว่ะก้อง ตอนนั้นฉันควบคุมตัวเองไม่ได้เลย”

“แล้วช่วงนี้นายได้คุยกับหมอนิลบ้างมั้ย นายไม่มีอาการแบบนี้ตั้งนานแล้วนี่ แล้วทำไมจู่ๆ ถึงกลับมาล่ะ แต่ฉันเข้าใจนายนะ นายเองก็คงจะโกรธผู้ชายคนนั้นมาก เป็นฉันก็โกรธคนที่มาทำร้ายฉันเหมือนกัน”

“ฉันไม่ได้โกรธที่เขาทำร้ายฉัน แต่ฉันโกรธที่เขา….ช่างมันเถอะ ว่าแต่นายมาหาฉันทำไม”

“นั่นสิเกือบลืมไปเลย คือฉันสืบเพิ่มมาได้ว่าผู้หญิงที่คู่กรณีนายควงอยู่เธอแต่งงานแล้วนะ สามีของเธอทำงานอยู่ที่สิงคโปร์ หน้าที่การงานถือว่ามั่นคงเลยแหละ แต่ก็อย่างว่า…พออยู่ห่างกันอะไรก็เกิดขึ้นได้ ดูเหมือนว่าคนที่ทำงานของเธอจะไม่มีใครรู้ด้วยนะว่าเธอแต่งงานแล้ว”

“งั้นก็แปลว่านายต้นนั่นแอบเป็นชู้กับเมียคนอื่นนะสิ”

“นั่นแหละที่ฉันจะบอก นายเอาเรื่องนี้ไปจัดการเขาได้นะ ไม่ต้องปะทะซึ่งๆ หน้าจะได้ไม่เผลอทำร้ายเขาด้วยไง”

“ช่างเถอะ ฉันไม่อยากสนใจแล้ว ขอแค่คนพวกนั้นไม่มายุ่งกับฉันกับคนของฉันอีกก็พอ ขอบใจมากนะก้อง นายเป็นเพื่อนคนเดียวที่อยู่ข้างฉันจริงๆ” ศรากรยิ้มรับพร้อมตบไปที่บ่าของนเรศเบาๆ มีนเรศเป็นเพื่อนที่อยู่เคียงข้างเขาทุกสถานการณ์เช่นนี้ช่างดีมากจริงๆ

…………………..

วันต่อมา ช่วงเช้าของวัน

“ฉันกำลังจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละเร่งอยู่ได้ ตอนออกจากบ้านทำไมไม่ตรวจดูให้ดีๆ”

ปาลิตาบ่นให้กับเพื่อนสาวที่อยู่ปลายสาย ท่าทางของเธอในตอนนี้เร่งรีบเป็นอย่างมาก หญิงสาวต้องออกจากบ้านโดยเร่งด่วนมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งเพื่อเอาสมุดงานบรรยายไปให้กับจริญตา

วันนี้เพื่อนสาวของเธอเป็นวิทยากรเพื่อให้ความรู้ด้านการแพทย์กับเหล่าเด็กนักเรียน แต่เพราะช่วงเช้ารีบไปหน่อยเลยลืมหยิบเอกสารไปด้วย พอรู้ตัวอีกทีก็ถึงโรงเรียนแล้ว ถ้าจะกลับไปกลับมาคงไม่ทันเวลาอย่างแน่นอน เลยวานให้ปาลิตาเป็นคนนำเอกสารดังกล่าวมาให้เธอแทน

ปาลิตามาถึงโรงเรียนก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก โรงเรียนที่เธอเห็นอยู่ตอนนี้ดูใหญ่โตโอ่อ่าและหรูหราไม่ใช่น้อย ซึ่งต่างจากโรงเรียนมัธยมที่เธอเคยเรียนอย่างเห็นได้ชัด

“นี่สินะโรงเรียนคนรวย ชุดนักเรียนก็ไม่เหมือนที่เราเคยใส่เลย อิจฉาเด็กพวกนี้จังที่มีพ่อมีแม่รวยขนาดนี้”

ปาลิตายังคงตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็นจนลืมว่าเพื่อนสาวของเธอรอเอกสารอยู่ พอรู้ตัวอีกทีก็รีบวิ่งไปยังสถานที่ที่จริญตารออยู่ ที่นี่กว้างขวางจนเกินไปเลยทำให้หญิงสาวสับสนเดินวนเป็นเวลานาน กว่าจะได้เจอจริญตาก็ใช้เวลาอยู่พอสมควร แต่อย่างน้อยก็ยังทันเวลาก่อนที่เพื่อนสาวของเธอจะเริ่มบรรยาย

ปาลิตาหลังจากทำธุระให้เพื่อนสาวเรียบร้อยก็ตั้งใจจะกลับบ้านในทันที ไม่ทันที่จะได้เดินพ้นอาณาเขตของโรงเรียนเธอก็พบกับศรากรเข้าโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

ปาลิตาเบิกตาโตด้วยความตกใจเมื่อเห็นศรากรในชุดนักเรียนกับกลุ่มเพื่อนชายของเขากำลังเดินตรงมาทางเธอ และนั่นทำให้หญิงสาวรู้ทันทีว่าศรากรก็ไม่ได้โกหกเธออย่างที่เธอกล่าวหาเขาไว้ เรื่องจริงก็คือเขายังเป็นแค่เด็กนักเรียนจริงๆ

“พวกนายไปก่อนนะเดี๋ยวฉันตามไป” ศรากรเอ่ยบอกกลุ่มเพื่อนชายที่มาด้วยกันให้เดินนำไปก่อน

“นี่นายเรียนที่นี่เหรอ” ปาลิตาน้ำเสียงตะกุกตะกัก แม้แต่ในตอนนี้เธอก็ยังไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเท่าไหร่

“อืม พี่อยากเห็นผมอยู่ในชุดนักเรียนไม่ใช่เหรอตอนนี้ก็ได้เห็นแล้วเป็นไงบ้างล่ะ” ชายหนุ่มยิ้มหยัน เห็นท่าทีสับสนของปาลิตาก็เหมือนจะพอใจอยู่ไม่น้อย

“เป็นไปได้ไง”

“ถ้าพี่ไม่เชื่อจะไปดูทะเบียนนักเรียนมั้ยล่ะ พี่จะได้รู้ว่านายดีมหรือศรากรเรียนอยู่ที่นี่จริงหรือเปล่า”

“ฉันต้องกลับแล้ว ฉันต้องการเวลาสักหน่อย”

“เดี๋ยวสิ ผมยังคุยกับพี่ไม่จบเลย อาการหนักขนาดนี้เลยเหรอ”

ศรากรตะโกนตามหญิงสาวที่พึ่งเดินออกจากเขาไป เห็นท่าทางมึนงงของปาลิตาก็เริ่มเป็นกังวลขึ้นมา ชายหนุ่มไม่รู้ว่าจะทำให้หญิงสาวตกใจได้ถึงเพียงนี้

ปาลิตากลับมาถึงบ้านก็ล้มตัวนอนลงที่เตียงนอนของตัวเอง หญิงสาวยังคงมีอาการเหม่อและสับสนอยู่ ตอนที่เห็นศรากรอยู่ในชุดนักเรียนนั้นมันทำให้นึกย้อนกลับไปวันที่ชายหนุ่มข่มขู่เธอเรื่องพรากผู้เยาว์ขึ้นมาทันที เพื่อความมั่นใจจึงรีบหยิบมือถือเพื่อค้นหากฎหมายพรากผู้เยาว์ดู และนั่นก็ยิ่งทำให้หญิงสาวเป็นกังวลมากกว่าเดิม

“เธอบ้าไปแล้วเหรอขิง นี่เธอนอนกับเด็กที่อายุยังไม่ถึง18จริงเหรอ อะไรเข้าสิงเธอตอนนั้นกันแน่ หรือเป็นเพราะเขาหล่อเหรอ ทำไมไม่รู้จักหักห้ามใจบ้าง"

ปาลิตาได้แต่โทษตัวเองกับความคิดพลาดที่เกิดขึ้น ถึงจะไม่ได้กังวลเรื่องที่ศรากรเคยขู่ว่าจะฟ้องเธอคดีพรากผู้เยาว์ แต่การที่เธอไปมีอะไรกับเด็กอายุแค่17ปีซึ่งยังเป็นนักเรียนอยู่ต่างหากที่ทำให้เธอคิดมาก หญิงสาวเองก็เริ่มจะขยะแขยงตัวเองขึ้นมาแล้ว

…………………

ช่วงค่ำของวัน

ปาลิตานำถุงขยะออกมาทิ้งอยู่นอกบ้านก็ต้องตกใจเมื่อเห็นศรากรยืนจ้องอยู่ หญิงสาวรีบเดินกลับเข้าบ้านเพื่อหลีกหนีแต่ก็ถูกชายหนุ่มดักทางเอาไว้ได้ก่อน

“พี่เป็นอะไรหรือเปล่า ตอนอยู่ที่โรงเรียนผมเห็นท่าทางพี่แปลกๆ”

“นายยังจะมาถามอีกเหรอ ก็นายเป็นเด็กนักเรียนจริงๆ นี่”

“เด็กนักเรียนแล้วทำไมล่ะ ผมไม่เห็นเข้าใจเลย”

“นายอย่าเข้าใกล้ฉันนะ ยิ่งเห็นหน้านาย ฉันก็ยิ่งขยะแขยงตัวเอง ฉันมันบ้าจริงๆ ที่ทำเรื่องแบบนั้นลงไปได้” ปาลิตารีบถอยห่างเมื่อเห็นศรากรขยับเข้ามาใกล้

“เรื่องที่พี่นอนกับผมเหรอ ทำไมล่ะ…ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ทำไมพี่ต้องคิดมากด้วย ตอนนั้นพี่ยังบอกไม่แคร์อยู่เลยนี่"

“ก็ตอนนั้นฉันคิดว่านายแค่อาจจะขู่ฉัน แต่พอรู้ว่านายเป็นแค่นักเรียนและอายุพึ่ง17ปีจริงๆ จะไม่ให้ฉันคิดมากได้ไง ถ้านายไม่คิดจะฟ้องฉันจริงๆ ฉันขอนะ…เราอย่าเจอกันอีกเลย ฉันไม่อยากเกลียดตัวเองไปมากกว่านี้”

“ผมไม่ได้อายุ17” ศรากรโพล่งออกไปด้วยภาวะจำยอม พอเห็นท่าทีของปาลิตาที่คิดมากจนเกินไปก็ไม่สามารถปกปิดความจริงได้อีกแล้ว

“นายว่าอะไรนะ!”

“พี่ได้ยินแบบไหนก็แบบนั้นแหละ” ชายหนุ่มเลิ่กลั่ก เขาไม่กล้าสบตาปาลิตาด้วยซ้ำ

“ฉันถามว่านายว่าอะไรเมื่อกี๊” ปาลิตาตวาดเสียงย้ำถามอีกครั้งอย่างไม่พอใจ จนทำให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่สะดุ้งทันที

“อ๊ะนี่” ศรากรยื่นบัตรประชาชนตัวเองให้ปาลิตาดู และนั่นก็ทำให้ปาลิตาเข้าใจความจริงทุกอย่าง และก็ทำให้เธอไม่พอใจเป็นอย่างมากด้วยเมื่อเห็นปีเกิดของชายหนุ่ม

“นายอายุ19แล้วเหรอ ไม่น่าล่ะวันนั้นถึงไม่ยอมให้ฉันดูบัตรประชาชน นี่นายโกหกฉันทุกเรื่องเลยใช่มั้ย”

“อย่างน้อยเรื่องที่ผมเรียนอยู่ก็เป็นเรื่องจริงนะ ตอนนี้ผมก็ยังใส่ชุดนักเรียนอยู่เลย”

“แต่นายก็โกหกฉันอยู่ดี นายรู้มั้ยว่าฉันคิดมากแค่ไหน”

“ผมขอโทษ ผมแค่จะล้อพี่เล่นเอง ผมตั้งใจจะบอกความจริงพี่อยู่แต่ไม่มีโอกาสสักที อย่าโกรธเลยนะ นะ นะ พี่คนสวย”

ศรากรไกวมือปาลิตาไปมา น้ำเสียงชายหนุ่มออดอ้อนมากนัก ถ้าทำให้หญิงสาวหายโกรธได้เขาก็พร้อมจะทำทุกอย่าง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เพราะแววตาที่ปาลิตามีให้เขานั้นกลับเฉยชา ดูก็รู้ว่าเธอยังโกรธให้กับเขาอยู่อย่างแน่นอน ระหว่างนั้นศิวัฒน์ก็เดินมาหาคนทั้งคู่ การมาของชายหนุ่มทำให้ศรากรไม่สบอารมณ์ในทันที

“ขิง พี่ซื้อเค้กร้านที่ขิงชอบมาให้น่ะ”

ชายหนุ่มที่พึ่งมายื่นถุงขนมให้กับหญิงสาวที่ยืนอยู่ และนั่นก็ทำให้ปาลิตาคิดแผนบางอย่างออก หญิงสาวไม่พร้อมที่จะคุยกับศรากรตอนนี้จริงๆ จึงใช้ศิวัฒน์เป็นเครื่องมือเพื่อจะทำให้ศรากรกลับไปก่อน

“ขอบคุณค่ะพี่ต้น นายเองก็กลับไปได้แล้ว ตอนนี้ฉันมีแขกคงไม่สะดวกคุยกับนาย” หญิงสาวยื่นมือไปรับถุงขนม ก่อนจะหันมาบอกศรากรที่ยืนอยู่

ศรากรเองก็คงจะขัดใจปาลิตาไม่ได้เช่นกัน เพราะตอนนี้เธอกำลังโกรธให้เขาอยู่ ยังไงก็คงต้องยอมถอยออกไปก่อน ศิวัฒน์เองก็แสยะยิ้มเย้ยหยันไปที่ศรากรอย่างสะใจเมื่อปาลิตาเลือกเขาและไล่ศรากรกลับไป

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • only you อ้อนรัก   ตอนพิเศษ

    2 ปี ต่อมาศรากรพาปาลิตาเดินทางท่องเที่ยวตามที่เคยตั้งใจเอาไว้ ชายหนุ่มแพลนไว้ว่าจะพาหญิงสาวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ ในหลายๆ ประเทศทั้งในเอเชียและยุโรป และยังมีแพลนที่จะเดินทางท่องเที่ยวไปอีกเรื่อยๆ จนกว่าที่ทั้งคู่จะพอใจ ตอนนี้ที่หมายแรกที่ทั้งคู่มาถึงก็คือเมืองเวนิส ประเทศอิตาลีช่วงบ่ายของวัน ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในเวนิสปาลิตาเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้าเซื่องซึมเล็กน้อย หญิงสาวยืนมองศรากรอยู่สักครู่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้ายิ้มแย้ม เมื่อเห็นชายหนุ่มหันมามองที่เธอ“วันนี้เราจะไปเที่ยวไหนกันเหรอ” ปาลิตาเดินมานั่งที่เตียงนอนข้างๆ ศรากร เธอเอ่ยถามแพลนเที่ยวที่ชายหนุ่มวางเอาไว้“ไปล่องเรือกอนโดลาแบบส่วนตัวในเวนิส พี่ต้องชอบแน่ๆ ว่าแต่พี่เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมดูหน้าซีดๆ ล่ะ”“ก็กินอะไรไม่ค่อยลงนี่ นายก็รู้ฉันไม่คุ้นชินกับอาหารที่นี่เท่าไหร่”“ไหวมั้ย ไหนดูซิตัวร้อนหรือเปล่า” ศรากรรีบเอามือสัมผัสไปที่แก้มและหน้าผากของหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง แต่หญิงสาวไม่ได้ตัวร้อนเลยโล่งใจขึ้นมาได้บ้าง“ฉันไม่เป็นไร”“งั้นวันนี้ไปไม่ต้องไปไหนหรอก อยู่พักผ่อนก่อนแล้วกันพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”“ฉันไปได้

  • only you อ้อนรัก   ตอนที่50 (ตอนจบ)

    วันต่อมาศรากรและนเรศขับรถออกมาผ่อนคลายอยู่แถวนอกชานเมือง สถานที่นี้เป็นที่ที่ทั้งสองหนุ่มเคยมาด้วยกันบ่อยครั้ง นเรศก็เป็นอีกคนที่ศรากรให้ความสำคัญ ไม่ได้เจอหน้าเพื่อนชายเป็นเวลา3ปีก็คิดถึงมากเช่นกัน“ฉันมีอะไรจะบอกนายด้วย เดือนหน้าฉันจะไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสแล้วนะ”ศรากรหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าเพื่อนชายกำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ทั้งๆ ที่เขาก็พึ่งกลับมาเองยังไม่ได้อยู่เที่ยวเล่นด้วยกันให้หนำใจผู้เป็นเพื่อนชายก็จะเดินทางไกลเสียแล้ว แต่ถึงจะใจหายไปบ้างแต่ศรากรก็เคารพการตัดสินใจของนเรศเสมอ“พึ่งได้เจอกันเอง แต่ไม่เป็นไร นายจะทำอะไรฉันก็เห็นด้วยอยู่แล้ว”“นายจำได้มั้ยตอนที่นายบอกให้ฉันเรียนต่อ ตอนนั้นฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าจะเรียนไปทำไมทั้งๆ ที่ฉันก็ไม่มีเป้าหมายในชีวิต ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร แต่กลับเป็นนายที่รู้ความฝันของฉัน ฉันรู้นะว่าที่นายเลือกเรียนภาพยนตร์ก็แค่อยากเรียนเป็นเพื่อนฉัน”“แต่ยังไงฉันก็ทิ้งนายไปอยู่ดี”“ไม่เลยเพื่อน นายไม่ได้ทิ้งฉันไปไหน นายยังอยู่ที่เดิมเสมอ จากกันครั้งนั้นมันทำให้ฉันภูมิใจในตัวนายมากรู้มั้ย เพราะมันทำให้ฉันได้รู้ว่านายอยู่ได้แล้

  • only you อ้อนรัก   ตอนที่49

    ศรากรยิ้มหวานเดินตรงมาหาปาลิตาด้วยความคิดถึง ชายหนุ่มกางมือทั้งสองข้างเพื่อจะเข้าไปกอดแต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อหญิงสาวถอยหลังออกไม่ยอมให้ชายหนุ่มเข้ามาสวมกอดได้ง่ายๆ“ผมกลับมาแล้วไงพี่ไม่ดีใจเหรอ อุตส่าห์มาแบบเซอร์ไพรส์อดใจไม่บอกพี่ก่อนนะเนี่ย”ปาลิตาไม่ตอบรับอะไรทั้งนั้น หญิงสาวมองไปที่ศรากรด้วยความขุ่นเคืองก่อนจะเดินเลี่ยงชายหนุ่มออกไปอีกทาง ศรากรเองก็พยายามเดินตามเพื่อจะรั้งหญิงสาวเอาไว้“ไม่ต้องมาจับฉัน!”ปาลิตาพยายามสลัดตัวออกจากศรากรที่เอาแต่พยายามโอบกอดเธอ แต่ไม่ว่าจะออกแรงแค่ไหนก็ไม่สามารถต้านทานพละกำลังของชายหนุ่มได้ ยิ่งเธอดิ้นเท่าไหร่เขาก็จะกอดเธอให้แน่นกว่าเดิม ไม่นานนักความรู้สึกที่หญิงสาวอัดอั้นเอาไว้ก็ไหลรินออกมาเป็นทาง เสียงสะอื้นของเธอทำชายหนุ่มกังวลนัก“ผมขอโทษ ผมทำให้พี่โกรธอีกแล้วใช่มั้ย พี่อย่าร้องไห้เลยนะ”“ไม่ต้องมากอดฉันเลย ฉันเกลียดนายแล้ว นายจะไปไหนก็ไป ไอ้คนนิสัยไม่ดี” ปาลิตาใช้กำปั้นทุบไปที่แผ่นหลังศรากรด้วยความน้อยใจ“ใช่ผมนิสัยไม่ดีจริงๆ นั่นแหละ งั้นพี่ทุบผมให้หนักๆ เลยผมจะได้จำ” ศรากรหลุดขำเมื่อเห็นท่าทีงอแงของหญิงสาว ไม่ว่าตอนนี้ปาลิตาอยากทุบตีเขามากแค่ไห

  • only you อ้อนรัก   ตอนที่48

    ช่วงค่ำของวันปาลิตาเดินออกมาจากห้องนอนก็เห็นปวีร์นั่งอยู่ที่โซฟา หญิงสาวเองรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นคนที่เธอไม่รู้จักเข้ามานั่งอยู่ในบ้านแบบนี้ พอเห็นจริญตาเดินออกมาจากห้องก็รีบเดินตรงไปหาเพื่อนสาวในทันที“หมอเอิร์น ใครเหรอ?”“คุณปวีร์”“ห๊ะ! คุณปวีร์ หมายถึงคุณทนายหนุ่มที่ทำให้เธอชอบแล้วทิ้งเธอไปนั่นเหรอ”“พูดบ้าอะไรของเธอ” จริญตารีบปิดปากเพื่อนสาวเอาไว้ปวีร์เองพอได้ยินที่ปาลิตาพูดออกมาก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ การได้ยินว่าจริญตานั้นชอบเขามันเหนือความคาดหมายสำหรับเขามากจริงๆ“จริงเหรอครับที่หมอเอิร์นชอบผม” ชายหนุ่มหันไปถามปาลิาเพื่อย้ำคำตอบอีกครั้ง“จริงสิคะ ฉันว่านะที่เพื่อนฉันไม่ยอมคบใครมาถึงตอนนี้ก็เพราะคงรอคุณกลับมาแน่เลย อ่อลืมแนะนำตัว ฉันขิงค่ะ…เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของหมอเอิร์น” ปาลิตาเดินเข้าไปนั่งคุยกับปวีร์อย่างสนิทสนม นานทีหยอกเย้าเพื่อนรักก็ดูจะมีความสุขมาก“คุณขิงน่าจะเข้าใจผิดนะครับ คนที่หมอเอิร์นชอบน่าจะไม่ใช่ผมนะ”“ถ้าคุณทนายหมายถึงหมอหมอกละก็เมื่อก่อนอาจจะใช่ค่ะ แต่ตอนนี้คนในใจหมอเอิร์นได้เปลี่ยนไปแล้ว นี่ถ้าคุณทนายกลับอเมริกาช้ากว่านี้นิดหนึ่ง คงได้รู้แล้วค่ะว่าคนที่หมอเอิร์

  • only you อ้อนรัก   ตอนที่47

    จริญตามาเยี่ยมดูอาการแม่ของนเรศที่เข้ามารักษาตัวด้วยไข้ขึ้นสูงเมื่อช่วงดึกที่ผ่านมาในฐานะหมอเจ้าของไข้ หญิงสาวเปิดประตูเข้ามาในห้องก็ยิ้มทักทายคนไข้ที่นอนอยู่บนเตียงอย่างเป็นมิตร“เป็นยังไงบ้างคะคุณน้า หน้าตาดูสดชื่นขึ้นนะคะ”“ดีขึ้นอย่างที่หมอว่านั่นแหละ ตอนนี้น้าเองก็อยากจะกลับบ้านแล้ว นอนโรงพยาบาลนานๆ ไม่ค่อยชอบเลย”“นอนดูอาการคืนนี้ก่อนนะคะ ถ้าพรุ่งนี้ไข้ไม่ขึ้นเดี๋ยวหมอให้กลับ แล้วก้องไม่อยู่เหรอคะ”“ไปเชียงใหม่กับดีมน่ะ เห็นว่าไปทำธุระอะไรกันก็ไม่รู้ ปล่อยเขาไปเถอะสองคนนี้มักตัวติดกันตลอดแบบนี้แหละ ดีมเองก็พึ่งกลับมาก็คงหาเรื่องเที่ยวเล่นกันตามประสาหนุ่มๆ”“จริงด้วย แล้วนี่คุณน้าอยู่คนเดียวเหรอคะ”“อยู่กับหลานสาว พอดีออกไปซื้อของเดี๋ยวก็กลับมา”“โอเค งั้นหมอไปทำงานต่อแล้วกัน เดี๋ยวเย็นๆ จะมาใหม่ คุณน้าเองก็ต้องพักผ่อนให้เยอะๆ นะคะ” จริญตาบอกลาคนไข้ในความดูแลก่อนจะเดินออกจากห้องไปจริญตาเดินออกมาจากห้องพักฟื้นคนไข้ก็ตรงมายังเคาน์เตอร์ของโรงพยาบาล ระหว่างที่หญิงสาวหยิบแฟ้มเอกสารการรักษาคนไข้ขึ้นมาดูนั้นก็ถูกชายคนหนึ่งเดินตรงมากระชากแขนอย่างเต็มแรง โดยเธอไม่ทันได้ตั้งตัวจนต้องล้มลง

  • only you อ้อนรัก   ตอนที่46

    “เกิดอะไรขึ้นเหรอคะพี่ต้อม” เพียงขวัญเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับพนักงานอีกหลายคนที่มาร่วมงานเลี้ยงวันนี้ ทุกคนได้ยินเสียงดังมาจากในบ้านก็เลยพากันเดินเข้ามาดู“ไม่มีอะไรหรอกพี่ทำขวดเหล้าแตกนะ ทุกคนไปสนุกกันต่อได้เลยเดี๋ยวทางนี้พี่จัดการเอง”พนักงานทุกคนที่เข้ามาในบ้านเมื่อสักครู่ต่างก็ออกไปตามที่ผู้เป็นเจ้านายบอก เหลือก็แค่เพียงขวัญ หญิงสาวเข้าไปช่วยวราวิทย์เก็บกวาดเศษขวดเหล้าด้วยความระมัดระวัง สายตาก็จับจ้องไปที่ชายหนุ่มอย่างไม่ลดล่ะ“ทำไมเอยมองพี่แบบนี้ล่ะ”“พี่ต้อมเมาเหรอคะ”“เปล่า พี่ยังไม่ได้ดื่มเลยจะเมาได้ไง”“แล้วขวดเหล้านี้ตกแตกได้ยังไงคะ”“พอดีเป็นแผนล่อเหยื่อของดีมน่ะ”“หมายถึงคุณดีมล่อขิงเหรอคะ”“พูดซะพี่ตกใจเลย เอาเป็นว่าเป็นแผนที่จะทำให้สองคนนั้นปรับความเข้าใจกัน แบบนี้โอเคมั้ย”“แล้วคุณดีมกับขิงตอนนี้ไปไหนแล้วคะ”“อยู่บนห้องน่ะ เรารีบเก็บรีบออกไปสนุกกับงานเลี้ยงข้างนอกดีกว่า”ระหว่างที่ทั้งคู่ช่วยกันเก็บกวาดเศษขวดอยู่นั้น เกศราก็เดินเข้ามาเพื่อตามหาศรากร เธอมั่นใจว่าชายหนุ่มต้องตามปาลิตาเข้ามาในบ้านอย่างแน่นอน“คุณดีมล่ะคะ”“ออกไปตามขิงข้างนอกแล้วค่ะ" เพียงขวัญชิงตอบแทนวราวิ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status