แชร์

บทที่ 3

ผู้เขียน: สาวน้อยสวี่สวี่เนี่ยน
ลมหายใจของเขาสะดุดเล็กน้อย

เขาเรียกชื่อฉัน น้ำเสียงแหบต่ำ

"ซ่งอวี๋…"

ตอนที่เขากำลังจะยกแขนขึ้นมากอดฉัน คนที่ไม่ทันสังเกตความผิดปกติอย่างฉันกลับถอยออกมาแล้ว ยังอุตส่าห์ดึงผ้าห่มมาคลุมให้เขาอย่างเป็นห่วง

เผลอคลุมทั้งแขนที่กำลังจะยกขึ้นและหางที่ขยับซนไม่หยุดของเขาเข้าไปด้วย

กลัวว่าเขาจะหนาว ฉันยังทำหน้าจริงจัง แกล้งดุเขาอีก

"เชื่อฟังหน่อย อย่าขยับมั่ว ๆ แล้วก็ห้ามเตะผ้าห่มด้วยนะ"

"……"

ลู่อังหลับตาลง สีหน้าเหมือนหมดอาลัยตายอยากกับชีวิต

หลังปิดไฟ ฉันหันหลังให้อสูร นอนตะแคงลง

แล้วหยิบมือถือขึ้นมา เปิดแชตฝ่ายบริการหลังการขายด้วยหัวใจหนักอึ้ง

"สวัสดีค่ะ ดิฉันรู้สึกว่าอสูรของดิฉันเหมือนจะไม่ค่อยปกติ"

แอดมินตอบกลับมา "คุณลูกค้า หากพบปัญหาพื้นฐานระหว่างการเลี้ยงดู สามารถเปิดอ่าน 'คู่มือการเลี้ยงอสูร' ได้นะคะ”

"อ๊ะ ขอโทษทีค่ะ ดิฉันลืมส่งคู่มือให้คุณลูกค้าไป"

ฉันถอนหายก่อนจะใจพิมพ์ตอบ

"ไม่เป็นไรค่ะ แต่รู้สึกว่าคู่มือก็คงช่วยอะไรไม่ได้เพราะดิฉันสงสัยว่าอสูรน่าจะป่วยแล้วน่าจะป่วยค่อนข้างหนักด้วย"

แอดมินเริ่มกังวล "ขอรายละเอียดอาการของอสูรได้ไหมคะ?"

"เขาส่งเสียงตลอด ตัวก็ร้อน แล้วก็มองดิฉันแบบน้อยใจตลอดเวลา"

แอดมินตอบทันที "อ๋อ แบบนั้นปกติมากนะคะ แปลว่าเขาชอบอยู่กับคุณ"

ฉันตาเป็นประกาย

“จริงเหรอคะ ฉันนึกว่าเพราะให้เขาทำงานบ้านทุกวัน เขาเลยเหนื่อยจนป่วย"

แอดมินตกใจ “ทำ…งานบ้านเหรอคะ"

“เดี๋ยวก่อนนะคะ คุณให้อสูรทำงานบ้านเหรอ"

ฉันงง "ไม่ถูกเหรอคะ ในโบรชัวร์โฆษณาไม่ใช่เขียนไว้เหรอว่าอสูรเก่งมาก และสามารถมอบความสุขขั้นสุดให้มนุษย์ได้ทุกวัน"

“……"

“ไม่แปลกเลยค่ะที่อสูรของคุณจะผิดปกติ"

แอดมินเหมือนอยากพูดอะไร แต่ก็กลั้นไว้

เมื่อได้ยินแบบนี้ ฉันก็เริ่มร้อนใจ

"สรุปคือเขาป่วยจริง ๆ ใช่ไหมคะ?"

"คุณลูกค้า อสูรของคุณไม่ได้ป่วยค่ะ เขาแค่ ‘หิว' "

“หิวเหรอ เขากินข้าวครบทุกมื้อนะคะ"

ฉันไม่เข้าใจ

แอดมินเหมือนจะยอมแพ้แล้ว พิมพ์รัว ๆ ส่งมาเป็นชุด

"เขาไม่ได้หิวแบบท้องว่างค่ะแต่เป็นหิวแบบ… อยากจูบคุณ หรืออยากทำเรื่องร้าย ๆ อย่างอื่นต่างหาก”

“เพราะอสูรไม่ได้มีไว้ทำงานบ้าน แต่มีไว้ช่วยมนุษย์ระบายความปรารถนา”

“พูดง่าย ๆ คือ อสูรของคุณ กำลังอยู่ในสภาพหิวกระหายอย่างบ้าคลั่ง และกำลังอยากได้คุณมาก”

“เพียงแต่…เขาดันไปโปรยเสน่ห์ใส่คนตาบอด"

ท้ายข้อความ ยังแนบอีโมจิยิ้มมุมปากมาให้อีกหนึ่งอัน

อยากได้ฉัน

หิวกระหาย

อะไรวะเนี่ย

ฉันรีบไปเปิดอ่าน “คู่มือการเลี้ยงอสูร" ที่ไม่เคยเปิดดูมาก่อนอย่างจริงจัง เมื่ออ่านจบ ฉันเงียบไป

ที่แท้…อสูรไม่ได้มีไว้ทำงานบ้าน

คำว่า "เก่ง" นี้ ไม่ใช่เก่งแบบนั้น

ฉันหันกลับไป

ก็เห็นว่าอสูรที่เดิมทีหลับตาอยู่ ไม่รู้ตอนไหนดันลืมตาขึ้นมาแล้ว

ตอนนี้เขากำลังมองฉันอย่างน้อยใจสุด ๆ ดวงตากลายเป็นรูปหัวใจ

หางสวย ๆ เลื้อยมาแตะเอวฉันผ่านผ้าห่มแบบแผ่วเบา

เพราะไม่ได้ออกแรง ฉันเลยไม่ทันรู้สึกตัวมาก่อน

พอเห็นฉันหันมา เขาชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะรีบซ่อนหางทันที

แต่เหมือนจะกลั้นไม่ไหว ยังค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้อีกนิดแล้วเรียกฉันอย่างทรมาน

เสียงทุ้มต่ำเหมือนลูกอมกลิ่นมินต์ละลายในปาก

ทั้งใส ทั้งติดหนึบ

"นายท่าน… ผมทรมาน"

"……"

ไม่กี่วันก่อน เขาก็พูดแบบนี้ เรียกฉันแบบออดอ้อนเหมือนกัน แต่ตอนนั้นฉันคิดว่าเขาแค่เป็นไข้ เป็นหวัด เลยอ้อนเฉย ๆ

เลยดูเหมือนใส่ใจ แต่จริง ๆ ใจร้ายสุด ๆ ด้วยการกรอกน้ำอุ่นให้เขาหลายแก้ว

พูดตามตรงมันได้ผลมาก

คืนนั้นเขาไม่ส่งเสียงอีกเลย แค่หน้าดำหน้าแดง เหมือนหมาน้อยงอนเจ้าของ

แต่ตอนนี้…

พอนึกถึงคำพูดของแอดมิน ฉันก็ไอเบา ๆ อย่างรู้สึกผิด

จากนั้นก็เปิดผ้าห่มของตัวเองขึ้น

"งั้น…อยากมานอนในผ้าห่มของฉันไหม?"

ลู่อังชะงักไป

ก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงแหบพร่า

"อยากครับ"
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • กฎการเลี้ยงปีศาจยั่วเสน่ห์   บทที่ 10

    ตอนนี้เขาจ้องมองฉันราวกับผีผู้ชายในที่มืด สายตาไม่ยอมละไปไหน"ซ่งอวี๋ เธอกล้าทิ้งฉันเหรอ?"จบแล้วโดนจับได้แล้วฉันรีบคิดจะปิดประตูแกล้งทำเป็นเดินละเมอ แต่ลู่อังก็ยกเท้าเดินเข้ามาแล้วเขาแทบไม่ต้องออกแรง ก็อัดฉันชิดกำแพงได้"จะหนีไปไหน?
"ทิ้งฉันก็แล้ว ยังกล้าซื้ออสูรตัวอื่นอีก?
"ซ่งอวี๋ ตอนที่ฉันจากไป ฉันน่าใช้โซ่ล่ามเจ้าของใจดำแบบเธอแล้วลากไปด้วยตั้งแต่แรก"เขาข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเย็นชา มือข้างหนึ่งบีบที่คอฉันเหมือนกำลังกะความยาวโซ่ที่จะใช้ล่ามฉันแต่ว่า……ครืด…ครืด……เสียงหายใจครางต่ำ ๆ แทรกอยู่ในคำข่มขู่อันดุดันของอสูรยาวนานและคุ้นเคย!ฉันที่กำลังทำหน้าจะคุกเข่าขอชีวิต เงยหน้ามองเขาอย่างไม่อยากเชื่อเขาส่งเสียงดังในลำคอแล้ว แปลว่าเขาหิวและก็แปลว่า เขาอยากจูบฉัน กอดฉันหรือแม้แต่ทำอย่างอื่นงั้นก็หมายความว่า เขาไม่ได้คิดจะมาแก้แค้นฉันความกลัวหายวับไปในทันที ฉันแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่"งั้นเธอไม่จูบฉันให้เสร็จก่อน แล้วค่อยมาด่าดีไหม""……"ลู่อังที่โดนจับไต๋ได้ สีหน้าดำทะมึนอย่างอึดอัด เขากระแอมเบา ๆ"ใครจะไปอยากจูบเธอ?""แต่นายส่งเสียงดังในลำคอแล้วนะ ฉันเป็

  • กฎการเลี้ยงปีศาจยั่วเสน่ห์   บทที่ 9

    ……?สีหน้าฉันสะดุ้งวาบ ในพริบตาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ถ้าลู่อังฟื้นความจำแล้ว รู้สึกว่าการที่ต้องมาช่วยฉันซักถุงเท้า ซักกางเกงใน แถมยังต้องทำงานบ้านสารพัด เป็นเรื่องน่าอับอาย งั้นเขาจะมาหาเรื่องเอาคืนฉันไหมคำตอบคือใช่มีโอกาสสูงมากที่เขาจะสับปลานอนนิ่งอย่างฉันเป็นเนื้อบด เอาไปให้หมากินเพื่อระบายโทสะฉันรีบติดต่อเจ้าของห้องเช่าทันทีรออะไรอยู่ล่ะย้ายออกหนีสิไม่งั้นจะรอให้ลู่อังมากัดตายเหรอฉันแทบคลานหนีออกมาจากรังหมาเดิมของตัวเองโชคดีที่ตอนลู่อังอยู่บ้านฉัน ฉันเอาแต่ใช้เขาทำงานบ้านหรือไม่ก็คลุกคลีอยู่กับเขา ไม่เคยบอกเขาเลยว่าฉันทำงานอยู่ที่ไหนดังนั้นช่วงแรก เขาน่าจะยังหาตัวฉันไม่เจอหลังจากเอาชีวิตรอดมาได้ระยะหนึ่ง ก็ยังไม่มีใครมาหาเรื่องหัวใจที่แขวนอยู่กลางอากาศของฉันถึงค่อย ๆ วางลงหรือว่าฉันจะคิดมากไปเองลู่อังเป็นอสูรระดับสูง ฐานะยังสูงกว่ามนุษย์หลายคน คงไม่ถึงกับมารังแกมนุษย์ธรรมดาอย่างฉันหรอกแกล้งฉันไปก็ไม่มีอะไรน่าภูมิใจอีกอย่าง เขาฟื้นความจำแล้ว บางทีอาจลืมฉันไปนานแล้วก็ได้ความเป็นไปได้ข้อนี้กลับทำให้ใจฉันอึดอัดและจี๊ดหัวใจหลายวันติดกัน ฉันซ

  • กฎการเลี้ยงปีศาจยั่วเสน่ห์   บทที่ 8

    "ได้ครับ"ลู่อังเชื่อฟัง ถอดเสื้อออกอย่างว่าง่าย ภายใต้แสงไฟสีเหลืองอุ่นในห้องนอน รูปร่างดี ๆ ก็ถูกส่องจนเห็นชัดทุกส่วนซิกซ์แพ็กแปดก้อน เอวงาม เส้นช่วงสะโพก ไล่ลงไปยังส่วนลับของกางเกงนอนฉันกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง หัวใจเต้นดังสนั่น
เสียงดังจนแซงเสียงครางของลู่อังไปแล้ว"ถอดเสร็จแล้ว"“กะ...กางเกงก็ถอดด้วยสิ อสูรที่ดีต้องรู้หน้าที่ของตัวเอง เข้าใจไหม""ซ่งอวี๋"เขาไม่ขยับ แต่กลับเงยตามองฉันตรง ๆ
จากนั้นก็ดึงมือฉันไปวางบนเชือกผูกกางเกง“คุณช่วยผมถอด เพราะทุกอย่างของผม เป็นของคุณ""นายท่าน"คำเรียกที่แฝงความยอมจำนนนี้ ทำเอาฉันขาอ่อนแทบทรุดฉันยื่นมือออกไปอย่างสั่น ๆ……ค่ำคืนอันเร่าร้อนโชคดีที่วันถัดมาเป็นวันเสาร์ ฉันเลยไม่ต้องกลัวตื่นไม่ไหวแล้วโดนหักเบี้ยขยันแต่พอฉันลืมตาขึ้นมา ลู่อังก็ไม่อยู่แล้วอาหารเช้าถูกเตรียมไว้เรียบร้อย เสื้อผ้าก็พับไว้แล้วฉันลูบริมฝีปากที่ยังมีรอยกัด ใจมันว่างโหวงอย่างบอกไม่ถูกฉันใช้ชีวิตอย่างเลื่อนลอยอยู่บ้านสองวัน จากนั้นก็กลับไปเป็นแรงงานทาสที่เข้าออกงานตรงเวลา เพื่อเงินเบี้ยขยันสองร้อยบาทชีวิตเรียบ ๆ และเฮงซวยแค่บางครั้งที่บังเอิญเห

  • กฎการเลี้ยงปีศาจยั่วเสน่ห์   บทที่ 7

    ลู่อังหล่อขนาดนี้ ฉันจะใจร้ายให้เขามาลำบากอยู่กับฉันได้ยังไง
เงินจ๋า
ช่วยเข้ามาหน่อย ขอแบบก้อนโต ๆ เลยฉันพึมพำเรื่องความรวยไปตลอดทางจนกลับถึงบ้าน แต่กลับพบว่าบ้านไม่ได้เปิดไฟ มืดสนิทไปหมด?อสูรของฉันออกไปซื้อของเหรอ?ไม่ใช่ว่าตกลงกันแล้วเหรอ ว่าจะให้อยู่บ้านดี ๆ ไม่ออกไปมั่วซั่วฉันหันตัวจะไปตลาดหน้าหมู่บ้านเพื่อหาคน แต่พอหันกลับมา ก็พอดีกับที่ลู่อังกำลังเดินขึ้นบันไดมาพอเขาเห็นฉัน สีหน้าก็ดูแปลกไปเล็กน้อย"กลับมาแล้วเหรอ?"ฉันพยักหน้า ถามไปตามปกติ "ไปไหนมา ทำไมไม่อยู่บ้านล่ะ?""ผมออกไปซื้อของ""อ้าว แล้วของล่ะ?"ฉันมองอสูรที่มือว่างเปล่าอย่างสงสัยลู่อังเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขอโทษ
"ขอโทษครับ เดี๋ยวผมออกไปซื้อใหม่"พูดจบเขาก็หันหลังจะออกไป ฉันรีบคว้ามือเขาไว้ พูดเสียงอ่อน
"ไม่ต้องไปแล้ว บ้านเรายังมีของเยอะ""ครับ งั้นผมไปทำอาหาร"เขาเปลี่ยนรองเท้า แล้วเดินเข้าครัวไปทำกับข้าวแปลกนะก่อนหน้านี้แค่ฉันกลับถึงบ้าน เขาก็จะส่งเสียงครางไม่หยุดแล้ว
แต่คืนนี้กลับไม่ส่งเสียงเลยสักนิด แถมตอนหั่นผักยังเหม่อลอยหางสวย ๆ ที่เคยแกว่งไปมา คอยยั่วฉันตลอด ตอนนี้กลับตก

  • กฎการเลี้ยงปีศาจยั่วเสน่ห์   บทที่ 6

    แน่นอนว่าไม่มีทางทิ้งเขาอยู่แล้วถ้าจะเปรียบลู่อังเป็นสัตว์สักชนิด เขาก็เหมือนแมวลายสลิดในโลกแมวทั้งเย็นชา ทั้งมีความคิดเป็นของตัวเอง ต่อให้ไม่ทิ้งเขา เขาก็อาจเป็นฝ่ายทิ้งฉันก่อนด้วยซ้ำเพราะมนุษย์ธรรมดา หน้าตาเฉย ๆ กระเป๋าแห้งอย่างฉันที่ได้มีอสูรหน้าตาดีขนาดนี้อยู่เป็นเพื่อนก็ถือว่าโชคดีมากแล้วเช้าวันถัดมา ก่อนออกไปทำงาน ฉันดันรู้สึกไม่อยากจากรังรักเลยสักนิดก่อนหน้านี้ ฉันอาจจะมองลู่อังเป็นแค่เพื่อนร่วมบ้านที่ช่วยทำงานบ้านแต่พอเมื่อคืนได้จูบกันความรู้สึกมันก็เปลี่ยนไปโดยปริยายมีอะไรบางอย่างที่คล้ายความหวงแหนเพิ่มเข้ามา"ลู่อัง ช่วงนี้ข้างนอกดูวุ่นวายนิดหน่อย อย่าออกไปมั่ว ๆ นะ อสูรที่หล่อขนาดนี้ ถ้าโดนมนุษย์เลว ๆ จับไปขายต่อฉันไม่มีเงินซื้อคืนแล้วนะ""ครับ"“เรื่องกับข้าว ฉันจะซื้อกลับมาเองหรือไม่ก็ไปซื้อพร้อมกัน""ครับ"ลู่อังตอบรับด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในลำคอกลับยังมีเสียงครืด ๆ ดังไม่หยุดฮึ่ม… ฮึ่ม…เขาก้มตา ทำท่าตั้งใจช่วยฉันจัดผ้าพันคออย่างจริงจังเหมือนกำลังฟังฉันบ่นอยู่แต่ฉันที่อ่านคู่มือมาหมดแล้ว ตอนนี้สติปัญญาอยู่ในจุดสูงสุด ฉันไม่ซื่อบื้ออีกต่อไปฉันจับ

  • กฎการเลี้ยงปีศาจยั่วเสน่ห์   บทที่ 5

    ผลลัพธ์ของการตามใจอสูร ก็คือปากของฉันบวมเป่ง ลิ้นยังแตกเป็นแผลเล็ก ๆ อีกด้วยยังไม่ทันพูดก็เจ็บแล้วส่วนตัวการที่ก่อเหตุ กำลังถือถุงน้ำแข็งมาประคบให้ฉันอย่างใจเย็นลู่อังที่ได้กินอิ่มดื่มอิ่มแล้ว กลับไปเป็นอสูรหน้าตาเย็นชา พูดน้อยเหมือนเดิม"เจ็บไหม""ไม่เจ็บ"ฉันหน้าแดง ส่ายหัวเบา ๆ มือยังแอบบีบหางเขาเล่นอยู่เพราะเอาเข้าจริง คนหน้าด้านอย่างฉัน เมื่อกี้ก็จูบเพลินเหมือนกันอสูรก็คืออสูรจริง ๆ เก่งเรื่องทำให้มนุษย์ขาดสติสุด ๆยั่วยวน สะกดใจทำให้คนอยากทิ้งทุกอย่าง แล้วคิดแค่ว่าอยากกอด อยากจูบ อยากเล่นกับพวกเขานึกถึงภาพชวนใจเต้นเมื่อครู่นี้ ฉันก็ไอเบา ๆ พยายามเรียกสติกลับมาต้องจริงจังหน่อยแล้วไม่งั้นฉันกลัวตัวเองจะเผลอทำตัวเป็นอันธพาล“ลู่อัง พวกอสูรเนี่ย ถ้ารู้สึกหิว… เอ่อ หมายถึงหิวแบบนั้น จำเป็นต้องทำเรื่องใกล้ชิดกับเจ้าของถึงจะกลับมาเป็นปกติทุกครั้งเลยเหรอ"ลู่อังพยักหน้า"ครับ"“แล้วกับเจ้าของคนก่อน นายก็ทำแบบนี้เหมือนกันเหรอ""ไม่ครับ"ลู่อังอธิบาย “ผมไม่มีเจ้าของคนก่อน ผมมีแค่คุณคนเดียว"ฉันตกใจนิดหน่อย แต่ก็เข้าใจได้“ก็จริง ใครซื้ออสูรอย่างนายไปจะอยากคืนไ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status