Share

บทที่ 4

Author: สาวน้อยสวี่สวี่เนี่ยน
ลู่อังมุดเข้ามาในผ้าห่มของฉันทันทีแบบไม่รีรอ

ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาถอดเสื้อออกไปตั้งแต่ตอนไหน

ซิกแพ็กแปดก้อน เอวคอดแบบหมาหนุ่ม แทบทำให้สายตาของฉันตาบอด

เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะเอาแก้มแนบเบา ๆ กับปลายผมที่ยุ่ง ๆ บนหมอนของฉัน

จากนั้นก็ชายตามองฉันตรง ๆ

สายตากวาดตั้งแต่คิ้วลงมาถึงริมฝีปาก

หนักแน่นและหิวกระหาย

……

ต่อให้เป็นคนที่ความรู้สึกช้าขนาดฉัน ตอนนี้ก็ยังรับรู้ได้ว่า สิ่งที่นอนอยู่ข้าง ๆ ไม่ใช่หมาเชื่อง ๆ อีกต่อไป

แต่มันคือหมาป่าที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณนักล่า

เพียงแต่เพราะยังไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ เขาเลยไม่กล้าขยับเกินเส้น

ฉันไอเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยขอโทษเขาอย่างเขิน ๆ

"ลู่อัง ขอโทษนะ ฉันไม่เคยเลี้ยงอสูรมาก่อนเลย ไม่รู้เรื่องลักษณะทางร่างกายของพวกคุณเลยจริง ๆ โดยเฉพาะเรื่อง… ความหิวแบบนั้น ฉันนึกว่าพวกคุณเป็นแค่เพื่อนที่ช่วยมนุษย์ทำงานบ้าน"

“ไม่เป็นไร ผมชอบทำงานบ้านให้คุณ"

ระหว่างพูด เสียงครางในลำคอเขาก็ดังขึ้นกว่าเดิม

ถี่และเร่งเร้ามากขึ้น

ฉันกลืนน้ำลายอย่างประหม่า นึกถึงคำแนะนำข้อแรกในคู่มือที่เพิ่งอ่านมา

“เมื่ออสูรรู้สึกหิว เจ้าของสามารถเข้าไปใกล้ และให้พวกเขากอดได้ เพราะอุณหภูมิและกลิ่นของเจ้าของจะช่วยบรรเทาความกระวนกระวายและความหิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ"

ดังนั้นฉันเลยพูดว่า

"ลู่อัง ถ้านายทรมานมาก จริง ๆ แล้วนาย… กอดฉันได้นะ"

"ได้"

ดวงตาเขาสว่างวาบ ก่อนจะยื่นแขนมากอดฉันไว้

ท่าทางตอนแรกยังสุภาพ เรียบร้อย

แต่ไม่นาน พอเห็นว่าฉันเอาแต่หน้าแดง ไม่ได้แสดงอาการต่อต้าน เขาก็กล้าขึ้นทันที

มือข้างหนึ่งกดหลังฉันไว้ อีกข้างโอบเอว

หางแนบติดกับขาของฉันแน่น

เขาซุกหน้าเข้ากับซอกคอสูดดมไปมา ลมหายใจร้อน ๆ เป่ารดต้นคอ

จนสติของฉันเริ่มเลือนลาง

แม่เจ้า

ซิกแพ็กของอสูรตัวนี้ของจริงไม่จกตาเลย

ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าคุ้มเกินราคา

ลู่อังถูไถฉันอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงแหบ

“ซ่งอวี๋ ผมยังทรมานอยู่"

ฉันที่กำลังแอบมองรูปร่างหน้าท้องของเขาอย่างมึน ๆ ก็เผลอถามกลับไปตามสัญชาตญาณ

"งั้น…นายยังอยากทำอะไรอีก"

เขาเงยหน้าขึ้น

“ผมอยากจูบคุณ ได้ไหม"

"……"

ฉันลังเล "อย่าเลยดีกว่ามั้ง"

มันใกล้ชิดเกินไป

ฉันเขินจริง ๆ

ลู่อังก้มตาลงอย่างผิดหวัง

“ไม่เป็นไร ผมไม่ได้ทรมานมากขนาดนั้น แค่ได้กอดคุณก็น่าจะพอประทังไปได้สักพัก

“นายท่าน นอนเถอะ ไม่ต้องห่วงผม พรุ่งนี้ตื่นมา ผมก็ยังจะทำอาหารเช้าให้คุณเหมือนเดิม"

"……"

แปลกจัง

เหมือนได้กลิ่นชาอ่อน ๆ ลอยมา

แต่คนที่โดนหลอกจนเคลิ้มอย่างฉันกลับรีบเป็นห่วงขึ้นมาทันที

“นายอย่าเข้าใจผิดนะ ฉันไม่ได้คิดอะไร แค่รู้สึกว่าการจูบมันเร็วไปหน่อย แล้วก็… นายไม่ควรฝืนขนาดนี้ ฉันเลี้ยงนายแล้วก็ต้องรับผิดชอบสิ"

"จริงเหรอ"

“จริง นายอยากจูบก็จูบได้ แต่จูบได้แค่ครั้งเดียวนะ"

ฉันเม้มปากอย่างเขิน ๆ

"ขอบคุณครับ นายท่าน"

ลู่อังเงยหน้าขึ้นจากซอกคอฉัน

ฉันคิดว่าเขาน่าจะรีบจูบฉันทันทีเพื่อบรรเทาความหิว แต่เปล่าเลยเขากลับเริ่มจากการจูบที่คางของฉันก่อน

จากนั้นก็แลบลิ้นออกมา เลียเบา ๆ เหมือนลูกสัตว์

ค่อย ๆ เอาใจฉันอย่างอดทน

ฉันคิดอย่างเลื่อนลอย

ก็จริงสิ

อสูรเองก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบอ้อนอยู่แล้ว

แค่ความรู้สึกเปียกชื้นตรงคางทำให้ฉันเผลอยกนิ้วขึ้นมาเช็ดตามสัญชาตญาณ

ปลายนิ้วของฉันก็ไปแตะกับริมฝีปากของลู่อังเข้าเต็ม ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ

เขาไม่ปฏิเสธเลย กลับจูบนิ้วของฉันต่ออย่างเนียน ๆ

จูบไป ก็มองฉันไปด้วย ดวงตาดำสนิท

อื้อ

เหมือนหมาขึ้นไปอีก

ฉันทนไม่ไหว เลยใช้มืออีกข้างดึงหางเขาเบา ๆ

ก่อนจะเร่งเขาอย่างเขินอาย

“ลู่อัง รีบจูบปากสิ อย่าเล่น ฉันอนุญาตให้จูบนานขึ้นก็ได้ โอเคไหม"
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กฎการเลี้ยงปีศาจยั่วเสน่ห์   บทที่ 10

    ตอนนี้เขาจ้องมองฉันราวกับผีผู้ชายในที่มืด สายตาไม่ยอมละไปไหน"ซ่งอวี๋ เธอกล้าทิ้งฉันเหรอ?"จบแล้วโดนจับได้แล้วฉันรีบคิดจะปิดประตูแกล้งทำเป็นเดินละเมอ แต่ลู่อังก็ยกเท้าเดินเข้ามาแล้วเขาแทบไม่ต้องออกแรง ก็อัดฉันชิดกำแพงได้"จะหนีไปไหน?
"ทิ้งฉันก็แล้ว ยังกล้าซื้ออสูรตัวอื่นอีก?
"ซ่งอวี๋ ตอนที่ฉันจากไป ฉันน่าใช้โซ่ล่ามเจ้าของใจดำแบบเธอแล้วลากไปด้วยตั้งแต่แรก"เขาข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเย็นชา มือข้างหนึ่งบีบที่คอฉันเหมือนกำลังกะความยาวโซ่ที่จะใช้ล่ามฉันแต่ว่า……ครืด…ครืด……เสียงหายใจครางต่ำ ๆ แทรกอยู่ในคำข่มขู่อันดุดันของอสูรยาวนานและคุ้นเคย!ฉันที่กำลังทำหน้าจะคุกเข่าขอชีวิต เงยหน้ามองเขาอย่างไม่อยากเชื่อเขาส่งเสียงดังในลำคอแล้ว แปลว่าเขาหิวและก็แปลว่า เขาอยากจูบฉัน กอดฉันหรือแม้แต่ทำอย่างอื่นงั้นก็หมายความว่า เขาไม่ได้คิดจะมาแก้แค้นฉันความกลัวหายวับไปในทันที ฉันแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่"งั้นเธอไม่จูบฉันให้เสร็จก่อน แล้วค่อยมาด่าดีไหม""……"ลู่อังที่โดนจับไต๋ได้ สีหน้าดำทะมึนอย่างอึดอัด เขากระแอมเบา ๆ"ใครจะไปอยากจูบเธอ?""แต่นายส่งเสียงดังในลำคอแล้วนะ ฉันเป็

  • กฎการเลี้ยงปีศาจยั่วเสน่ห์   บทที่ 9

    ……?สีหน้าฉันสะดุ้งวาบ ในพริบตาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ถ้าลู่อังฟื้นความจำแล้ว รู้สึกว่าการที่ต้องมาช่วยฉันซักถุงเท้า ซักกางเกงใน แถมยังต้องทำงานบ้านสารพัด เป็นเรื่องน่าอับอาย งั้นเขาจะมาหาเรื่องเอาคืนฉันไหมคำตอบคือใช่มีโอกาสสูงมากที่เขาจะสับปลานอนนิ่งอย่างฉันเป็นเนื้อบด เอาไปให้หมากินเพื่อระบายโทสะฉันรีบติดต่อเจ้าของห้องเช่าทันทีรออะไรอยู่ล่ะย้ายออกหนีสิไม่งั้นจะรอให้ลู่อังมากัดตายเหรอฉันแทบคลานหนีออกมาจากรังหมาเดิมของตัวเองโชคดีที่ตอนลู่อังอยู่บ้านฉัน ฉันเอาแต่ใช้เขาทำงานบ้านหรือไม่ก็คลุกคลีอยู่กับเขา ไม่เคยบอกเขาเลยว่าฉันทำงานอยู่ที่ไหนดังนั้นช่วงแรก เขาน่าจะยังหาตัวฉันไม่เจอหลังจากเอาชีวิตรอดมาได้ระยะหนึ่ง ก็ยังไม่มีใครมาหาเรื่องหัวใจที่แขวนอยู่กลางอากาศของฉันถึงค่อย ๆ วางลงหรือว่าฉันจะคิดมากไปเองลู่อังเป็นอสูรระดับสูง ฐานะยังสูงกว่ามนุษย์หลายคน คงไม่ถึงกับมารังแกมนุษย์ธรรมดาอย่างฉันหรอกแกล้งฉันไปก็ไม่มีอะไรน่าภูมิใจอีกอย่าง เขาฟื้นความจำแล้ว บางทีอาจลืมฉันไปนานแล้วก็ได้ความเป็นไปได้ข้อนี้กลับทำให้ใจฉันอึดอัดและจี๊ดหัวใจหลายวันติดกัน ฉันซ

  • กฎการเลี้ยงปีศาจยั่วเสน่ห์   บทที่ 8

    "ได้ครับ"ลู่อังเชื่อฟัง ถอดเสื้อออกอย่างว่าง่าย ภายใต้แสงไฟสีเหลืองอุ่นในห้องนอน รูปร่างดี ๆ ก็ถูกส่องจนเห็นชัดทุกส่วนซิกซ์แพ็กแปดก้อน เอวงาม เส้นช่วงสะโพก ไล่ลงไปยังส่วนลับของกางเกงนอนฉันกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง หัวใจเต้นดังสนั่น
เสียงดังจนแซงเสียงครางของลู่อังไปแล้ว"ถอดเสร็จแล้ว"“กะ...กางเกงก็ถอดด้วยสิ อสูรที่ดีต้องรู้หน้าที่ของตัวเอง เข้าใจไหม""ซ่งอวี๋"เขาไม่ขยับ แต่กลับเงยตามองฉันตรง ๆ
จากนั้นก็ดึงมือฉันไปวางบนเชือกผูกกางเกง“คุณช่วยผมถอด เพราะทุกอย่างของผม เป็นของคุณ""นายท่าน"คำเรียกที่แฝงความยอมจำนนนี้ ทำเอาฉันขาอ่อนแทบทรุดฉันยื่นมือออกไปอย่างสั่น ๆ……ค่ำคืนอันเร่าร้อนโชคดีที่วันถัดมาเป็นวันเสาร์ ฉันเลยไม่ต้องกลัวตื่นไม่ไหวแล้วโดนหักเบี้ยขยันแต่พอฉันลืมตาขึ้นมา ลู่อังก็ไม่อยู่แล้วอาหารเช้าถูกเตรียมไว้เรียบร้อย เสื้อผ้าก็พับไว้แล้วฉันลูบริมฝีปากที่ยังมีรอยกัด ใจมันว่างโหวงอย่างบอกไม่ถูกฉันใช้ชีวิตอย่างเลื่อนลอยอยู่บ้านสองวัน จากนั้นก็กลับไปเป็นแรงงานทาสที่เข้าออกงานตรงเวลา เพื่อเงินเบี้ยขยันสองร้อยบาทชีวิตเรียบ ๆ และเฮงซวยแค่บางครั้งที่บังเอิญเห

  • กฎการเลี้ยงปีศาจยั่วเสน่ห์   บทที่ 7

    ลู่อังหล่อขนาดนี้ ฉันจะใจร้ายให้เขามาลำบากอยู่กับฉันได้ยังไง
เงินจ๋า
ช่วยเข้ามาหน่อย ขอแบบก้อนโต ๆ เลยฉันพึมพำเรื่องความรวยไปตลอดทางจนกลับถึงบ้าน แต่กลับพบว่าบ้านไม่ได้เปิดไฟ มืดสนิทไปหมด?อสูรของฉันออกไปซื้อของเหรอ?ไม่ใช่ว่าตกลงกันแล้วเหรอ ว่าจะให้อยู่บ้านดี ๆ ไม่ออกไปมั่วซั่วฉันหันตัวจะไปตลาดหน้าหมู่บ้านเพื่อหาคน แต่พอหันกลับมา ก็พอดีกับที่ลู่อังกำลังเดินขึ้นบันไดมาพอเขาเห็นฉัน สีหน้าก็ดูแปลกไปเล็กน้อย"กลับมาแล้วเหรอ?"ฉันพยักหน้า ถามไปตามปกติ "ไปไหนมา ทำไมไม่อยู่บ้านล่ะ?""ผมออกไปซื้อของ""อ้าว แล้วของล่ะ?"ฉันมองอสูรที่มือว่างเปล่าอย่างสงสัยลู่อังเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขอโทษ
"ขอโทษครับ เดี๋ยวผมออกไปซื้อใหม่"พูดจบเขาก็หันหลังจะออกไป ฉันรีบคว้ามือเขาไว้ พูดเสียงอ่อน
"ไม่ต้องไปแล้ว บ้านเรายังมีของเยอะ""ครับ งั้นผมไปทำอาหาร"เขาเปลี่ยนรองเท้า แล้วเดินเข้าครัวไปทำกับข้าวแปลกนะก่อนหน้านี้แค่ฉันกลับถึงบ้าน เขาก็จะส่งเสียงครางไม่หยุดแล้ว
แต่คืนนี้กลับไม่ส่งเสียงเลยสักนิด แถมตอนหั่นผักยังเหม่อลอยหางสวย ๆ ที่เคยแกว่งไปมา คอยยั่วฉันตลอด ตอนนี้กลับตก

  • กฎการเลี้ยงปีศาจยั่วเสน่ห์   บทที่ 6

    แน่นอนว่าไม่มีทางทิ้งเขาอยู่แล้วถ้าจะเปรียบลู่อังเป็นสัตว์สักชนิด เขาก็เหมือนแมวลายสลิดในโลกแมวทั้งเย็นชา ทั้งมีความคิดเป็นของตัวเอง ต่อให้ไม่ทิ้งเขา เขาก็อาจเป็นฝ่ายทิ้งฉันก่อนด้วยซ้ำเพราะมนุษย์ธรรมดา หน้าตาเฉย ๆ กระเป๋าแห้งอย่างฉันที่ได้มีอสูรหน้าตาดีขนาดนี้อยู่เป็นเพื่อนก็ถือว่าโชคดีมากแล้วเช้าวันถัดมา ก่อนออกไปทำงาน ฉันดันรู้สึกไม่อยากจากรังรักเลยสักนิดก่อนหน้านี้ ฉันอาจจะมองลู่อังเป็นแค่เพื่อนร่วมบ้านที่ช่วยทำงานบ้านแต่พอเมื่อคืนได้จูบกันความรู้สึกมันก็เปลี่ยนไปโดยปริยายมีอะไรบางอย่างที่คล้ายความหวงแหนเพิ่มเข้ามา"ลู่อัง ช่วงนี้ข้างนอกดูวุ่นวายนิดหน่อย อย่าออกไปมั่ว ๆ นะ อสูรที่หล่อขนาดนี้ ถ้าโดนมนุษย์เลว ๆ จับไปขายต่อฉันไม่มีเงินซื้อคืนแล้วนะ""ครับ"“เรื่องกับข้าว ฉันจะซื้อกลับมาเองหรือไม่ก็ไปซื้อพร้อมกัน""ครับ"ลู่อังตอบรับด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในลำคอกลับยังมีเสียงครืด ๆ ดังไม่หยุดฮึ่ม… ฮึ่ม…เขาก้มตา ทำท่าตั้งใจช่วยฉันจัดผ้าพันคออย่างจริงจังเหมือนกำลังฟังฉันบ่นอยู่แต่ฉันที่อ่านคู่มือมาหมดแล้ว ตอนนี้สติปัญญาอยู่ในจุดสูงสุด ฉันไม่ซื่อบื้ออีกต่อไปฉันจับ

  • กฎการเลี้ยงปีศาจยั่วเสน่ห์   บทที่ 5

    ผลลัพธ์ของการตามใจอสูร ก็คือปากของฉันบวมเป่ง ลิ้นยังแตกเป็นแผลเล็ก ๆ อีกด้วยยังไม่ทันพูดก็เจ็บแล้วส่วนตัวการที่ก่อเหตุ กำลังถือถุงน้ำแข็งมาประคบให้ฉันอย่างใจเย็นลู่อังที่ได้กินอิ่มดื่มอิ่มแล้ว กลับไปเป็นอสูรหน้าตาเย็นชา พูดน้อยเหมือนเดิม"เจ็บไหม""ไม่เจ็บ"ฉันหน้าแดง ส่ายหัวเบา ๆ มือยังแอบบีบหางเขาเล่นอยู่เพราะเอาเข้าจริง คนหน้าด้านอย่างฉัน เมื่อกี้ก็จูบเพลินเหมือนกันอสูรก็คืออสูรจริง ๆ เก่งเรื่องทำให้มนุษย์ขาดสติสุด ๆยั่วยวน สะกดใจทำให้คนอยากทิ้งทุกอย่าง แล้วคิดแค่ว่าอยากกอด อยากจูบ อยากเล่นกับพวกเขานึกถึงภาพชวนใจเต้นเมื่อครู่นี้ ฉันก็ไอเบา ๆ พยายามเรียกสติกลับมาต้องจริงจังหน่อยแล้วไม่งั้นฉันกลัวตัวเองจะเผลอทำตัวเป็นอันธพาล“ลู่อัง พวกอสูรเนี่ย ถ้ารู้สึกหิว… เอ่อ หมายถึงหิวแบบนั้น จำเป็นต้องทำเรื่องใกล้ชิดกับเจ้าของถึงจะกลับมาเป็นปกติทุกครั้งเลยเหรอ"ลู่อังพยักหน้า"ครับ"“แล้วกับเจ้าของคนก่อน นายก็ทำแบบนี้เหมือนกันเหรอ""ไม่ครับ"ลู่อังอธิบาย “ผมไม่มีเจ้าของคนก่อน ผมมีแค่คุณคนเดียว"ฉันตกใจนิดหน่อย แต่ก็เข้าใจได้“ก็จริง ใครซื้ออสูรอย่างนายไปจะอยากคืนไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status