เข้าสู่ระบบความหงุดหงิด เข้าขีดงุ่นง่านของเขา เริ่มขึ้นเมื่อสองปีที่แล้ว
ถึงเวลานี้อายุเขาเพิ่มขึ้นจากสามสิบสามเป็นสามสิบห้า แต่ความหวงชีวิตหนุ่มโสดที่ยังรักอิสระ ไม่ต้องการหาพันธะถาวรมาเป็นห่วงผูกคอยังคงอยู่อย่างเหนียวแน่น
แล้วผู้ชายหนุ่มวัยสามสิบห้า จะทนอยู่ร่วมบ้านกับเด็กสาววัยสิบแปด ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือดอย่างสงบสุขได้อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อเด็กคนนั้นเป็นสาวสะพรั่ง มีความงามสดใสยวนตายวนใจทั้งรูปร่างหน้าตา
แต่ก่อนแต่ไรมา เขาไม่มีรสนิยมชอบเด็กสาวๆ ผู้หญิงที่เขาเลือกเป็นคู่นอน ล้วนแต่เป็นผู้ใหญ่ สามารถรับผิดชอบตัวเองได้
นอกจากเรื่องวัย เขายังเลี่ยงที่จะสานสัมพันธ์กับหญิงสาวที่เขาแน่ใจว่ายังเป็นสาวบริสุทธิ์ รู้สึกสบายใจกว่าที่จะยุ่งเกี่ยวกับสตรีที่พอมีประสบการณ์มาบ้าง และทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขาจะต้องรับได้ในเงื่อนไข ‘ไม่มีความผูกพันถาวร เบื่อกันเมื่อไหร่ต่างคนต่างไป’
“ว่าไปสิคะอากัณห์ขา” ปัญจมาทำเสียงอ่อนหวาน เมื่อเห็นชายหนุ่มยังมองหล่อนเงียบๆ ด้วยสีหน้าแววตาครุ่นคิด คล้ายกับว่าไม่รู้จะจัดการกับหล่อนยังไงดี
หล่อนได้รู้จักกับน้องชายต่างมารดาของพ่อเลี้ยง ก็เมื่อมารดาตัดสินใจแต่งงานใหม่หลังจากตกพุ่มม่ายมาหลายปี
อันที่จริง ถ้าผู้ใหญ่ไม่พูดนำให้ ปัญจมาคงเรียกเขาพี่ไปแล้ว
เมื่อต้องกลายเป็นเด็กภายใต้การปกครองของเขา อกัณห์เพิ่งอายุยี่สิบห้า อ่อนกว่าพี่ชายของเขารอบหนึ่งเต็มๆ
ผ่านไปสิบปี ไม่เพียงแต่เขาจะยังไม่แก่ แต่ยังสง่าภูมิฐาน
รูปร่างสูงผึ่งผายของเขานั้นเล่า แม้แต่เพื่อนๆ ของหล่อนก็ยังเห็นตรงกันว่า โคตรน่ากิน
นอกจากหุ่นชวนให้สาวๆ คิดอกุศลด้วย เพราะทั้งเนื้อทั้งตัวไม่มีร่องรอยไขมันเกาะ ไม่ว่าตามเอว บริเวณหน้าท้อง ทำให้หล่อนเกิดความรู้สึกอยากสัมผัส แตะต้องร่างสูงแกร่งทรงพลังด้วยมือเรียวนุ่มของหล่อน นับแต่เห็นเขาในกางเกงว่ายน้ำเกาะสะโพกเพรียว หน้าตาเขายังชวนให้สาวน้อยสาวใหญ่เก็บเอาไปฝันถึง
ความคมสันดุจรูปสลักเทพบุตร คิ้วเข้ม จมูกโด่ง ปลายคางออกเหลี่ยมนิดๆ ประกอบด้วยดวงตาคมฉายแววเชิญชวนในที แบบเป็นเองโดยธรรมชาติ คือเสน่ห์ดึงดูดที่เขาอาจจะรู้ตัว หรือไม่รู้ หล่อนก็ไม่ทราบ
แต่ที่แน่ๆ ยามเขาปรายตามองมายิ้มๆ ผิวกายหล่อนถึงกับซ่านซ่า ตามด้วยอาการหวิววาบในช่องท้อง บางครั้งรุนแรงถึงขั้นกระตุ้นให้เกิดความเสียวซ่านตรงจุดศูนย์รวมประสาทที่ฝังอยู่ใจกลางความเป็นหญิง
หลายครั้งเหลือเกิน ที่หล่อนจินตนาการไป หากมือสีน้ำตาลแข็งแรงประกอบด้วยนิ้วเรียวยาวของคุณอารูปหล่อ ทำการลูบไล้สัมผัสเนื้อตัวเปล่าเปลือยของหล่อนในลักษณะเล้าโลมแนบชิด จะมีความสุขสักเพียงไหน
แต่ท่าทีของเขาที่แสดงต่อหล่อนตลอดมาอย่างอาหลาน ทำให้ปัญจมาออกปลงๆ ว่าคงไม่มีวันได้รู้ซึ้งอย่างแน่นอน ในเมื่อเขาไม่ยอมมองหล่อน หรือถึงมองเขาก็มองอย่างเห็นหล่อนเป็นหลาน เป็นเด็กในปกครองในความดูแล ที่เขาออกจะเอือมๆ ในความแก่นกล้าตามวัยประสาสาวรุ่นของหล่อน
นอกจากแสดงความเอือมระอาทางสายตา เขายังคอยตำหนิด้วยวาจา อย่างกับว่าหล่อนคือเด็กหญิงวัยแปดขวบ ทั้งที่ขณะนี้หล่อนอายุสิบแปด กำลังจะเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ในภาคการศึกษาที่จะมาถึงอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
จะต้องทำยังไงหนอ ให้ผู้ปกครองของหล่อนได้เห็นว่า หล่อนไม่ใช่เด็กแปดขวบ แต่เป็นสาวเต็มตัว รู้จักมีอารมณ์ อยากรู้จักความรักความใคร่ไปพร้อมกัน โดยมีเขาเป็นครูสอนแต่เพียงผู้เดียว
ปัญจมาลอบถอนใจ เมื่อบอกตัวเองว่าสิ่งที่วาดฝันอยู่ในใจ อาจจะไม่มีวันเป็นจริง
หญิงสาวสะดุ้ง ลืมไปว่าผู้ปกครองหนุ่มกำลังอบรมบ่มนิสัยหล่อนอยู่
ขณะนี้เขาได้หยุดพร่ำสอน มองหน้าหล่อนเขม็งด้วยประกายตาเข้มๆ ฉายแววชัดว่ากำลังจะสิ้นความอดทนกับหล่อน
“แจ้ไม่ได้ฟังอาเลยนี่” เสียงห้าวมีกังวาน ฟังว่าฉุนเฉียวไม่น้อย
“ฟังสิคะ อากัณห์ว่าแจ้โง่ สอนอะไรไม่จำ”
“ฟังครึ่งๆ กลางๆ นะซี ที่อาพูดไปน่ะแค่ว่าดื้อด้านสอนอะไรก็คอยแต่จะต่อต้าน ไม่เอาเข้าสมองสักอย่าง”
“อะไรบ้างคะที่อากัณห์ว่าสอนแล้วแจ้ไม่เอาเข้าสมอง”
“ถ้าฟังอย่างที่ปากพูดก็คงไม่ต้องถาม”
เขาเลิกคิ้วมองหล่อนอย่างหยันๆ วางนิตยสารที่อ่านอยู่ก่อนจะถูกก่อกวนความสงบ ลงบนโต๊ะ
“อาคิดว่าพูดกับแจ้ หรือสีซอให้ควายฟังก็คงพอกัน”
เขาลุกขึ้นเต็มความสูง เดินเฉียดหล่อนไปออกประตู
ปัญจมาเดือดปุด
ฟังที่เขาว่าซี หล่อนกับไอ้ทุยก็พอกัน!
ดีละ! อยากมาว่าหล่อนพอๆ กับไอ้ทุย หล่อนก็จะทำตัวงี่เง่าให้สมกับคำเขาว่า...
ไม่ดีกว่า หล่อนจะเปลี่ยนคำสบประมาทของเขาให้กลายเป็นคำชื่นชม
ลำดับแรกเลย หล่อนจะเริ่มปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้อยู่ในกรอบที่เขาจะต้องชอบ
จากนั้น หล่อนก็จะต้องทำตัวให้เป็นคนฉลาด สามารถพูดคุยกับเขาได้อย่างคนปัญญาทัดเทียมกัน
บางทีอาจต้องถึงขั้นเลิกเที่ยวเตร่กับเพื่อนฝูง อยู่ติดบ้านมากขึ้น
เพื่อเรียกคะแนนสงสารเพิ่ม หล่อนอาจต้องเข้าครัว ปรุงอาหารที่หล่อนเคยลองแล้วผลปรากฏว่ารสชาติคล้ายยาถ่ายให้แม่ครูสายส่ายหน้าเล่น
ที่สำคัญสุด หล่อนจะเลิกเถียงเขา
เขาว่าอะไรมาก็จะวางสีหน้าเจียมเนื้อเจียมตัวอย่างสำนึกในฐานะ ว่าเป็นเพียงผู้อาศัยบ้านเขาอยู่
จะทนก้มหน้านิ่ง ฟังคำสั่งสอนปนมาพร้อมเสียงเอ็ดโดยไม่โต้แย้ง เลิกเถียงคำไม่ตกฟากตามที่เขามักจะว่าหล่อนอยู่บ่อยๆ
“โอ!” เขาครางชิดลำคอบอบบาง ที่ชีพจรกำลังเต้นตุบๆ ทันทีที่ส่งมือลงไปรั้งกระโปรงอัดพลีทสูงขึ้นจากนั้นก็ส่งฝ่าไปทักทายเนินโหนกเป็นกระเปาะ ที่เขาไม่ได้สัมผัสมาเป็นเวลาหนึ่งปี หกเดือน กับอีกสิบเอ็ดวันครึ่งแค่พบว่าเป้ากางเกงในเนื้อบางเกาะตะโพกกลมมนเปียกชื้น เขาก็ลืมหมดสิ้นความควรไม่ควร เหมาะสมไม่เหมาะสม“อาทนไม่ไหวแล้ว!”สิ้นคำ ก็ยกร่างในวงแขนไปยืนหน้าโต๊ะทำงาน ปัดเลื่อนแฟ้มเอกสารพอมีที่ให้สะโพกกลมมนนั่งจากแววตา อกัณห์รู้ว่าสาวน้อยของเขายังงงงวยจากจูบ และสัมผัสของเขาตากลมเบิกกว้างนิดหนึ่ง บ่งบอกให้รู้ว่าสติที่แตกกระเจิงเริ่มคืนมา เมื่อเขาจัดแจงรูดชั้นในตัวน้อยลงจากสะโพก ดึงมาตามขาเรียว กระทั่งพ้นปลายขาอารมณ์ปรารถนารุนแรงที่ครอบงำเขา ทำให้อกัณห์ลืมนึกไปว่าเลขาของเขาอาจจะเปิดประตูเข้ามาตอนไหนก็ได้ปากบางอิ่มเผยอ เมื่อเขาปลดเข็มขัดและรูดซิบ แต่ไม่มีคำห้ามปรามอกัณห์ก้มจูบปากเผยอ สอดลิ้นล่วงล้ำเข้าสู่โพรงปากนุ่มเขาไม่เสียเวลาถอดกางออกพ้นกายทั้งชั้นนอกชั้นในทันทีที่ตัวตนบ่งบอกความเป็นชายพ้นจากการกักขัง จับตรงเป้าที่อ้ารอ เขาก็กระแทกจนเสี้ยวส่วนจมลึกลงในโพรงนุ่มฉ่ำเยิ้มในจังหวะเดียว โ
หนึ่งปีห้าเดือนกับอีกสิบเอ็ดวัน ที่หล่อนกับเขาไม่ได้เจอกัน...เขาไม่นับเดือนแรกที่ต้องแยกกันอยู่ เพราะช่วงสามอาทิตย์หลังของเดือน เขาไปแอบดูหล่อนที่มหาลัยสองหน ขณะหล่อนกลับเข้าหอพักอีกหลายครั้ง กระทั่งหล่อนรู้เข้าและห้ามเขาทำอย่างนั้นด้วยเหตุผลที่เขาจำต้องยอม“อย่าทำอย่างนี้เลยมันทำให้แจ้พะวักพะวน แทนที่จะมีสมาธิในการเรียน ก็มากังวลเป็นห่วงอากัณห์ แจ้ขอนะคะอย่ามาซุ่มดูแจ้อีก แจ้รักอากัณห์... เคยบอกหลายครั้งแล้วนี่คะ แล้วแจ้ก็รักของแจ้มาตั้งนาน เวลาแค่ปีกว่าสองปีคิดจริงๆ หรือว่าจะทำให้แจ้เปลี่ยนใจ” เขาไม่รู้ว่าหล่อนรู้ได้ยังไง แต่หลังจากหล่อนมาพบเขา เพื่อขอร้อง เขาก็ต้องฝืนใจ หักห้ามความต้องการที่จะได้เห็นหล่อนเขาเปลี่ยนเป็นโทรหา หล่อนก็จำกัดให้โทรได้แค่เดือนละครั้ง ๆละ ไม่เกินสองนาทีวันเกิดเขา หล่อนฝากของขวัญมาให้ เป็นผ้าเช็ดหน้าผ้าไหมหนึ่งโหลที่หล่อนปักชื่อย่อเขากับหล่อนไขว้ทับกันวันเกิดปีที่ยี่สิบเอ็ดของหล่อน ๆบอกเขาไม่ต้องหาอะไรให้ทั้งนั้นข่าวคราวเกี่ยวกับหล่อนส่วนใหญ่ เขารู้จากบริวารของเขาอีกที เพราะแม่สายจะทำกับข้าว ทำขนมข้าวต้มส่งไปให้บ่อยๆ “คุณมาลัยบอกว่าคุณแจ้ไม่เคยออกไปเ
ปัญจมายิ้มให้ลูกอินที่เดินหิ้วปิ่นโตเข้าประตูมาตลอดปีกว่าที่ผ่านมา นับแต่หล่อนออกจากบ้านนภนนท์มาอยู่หอพักของป้ามาลัย แม่สายก็จะคอยส่งเสบียงมาให้มิได้ขาด หากมาช่วงหล่อนไปมหาวิทยาลัย ป้ามาลัยจะเป็นคนรับไว้ให้ “ไง ลูกอิน วันนี้มีอะไรมาให้”ปัญมาทักเด็กสาวผู้ทำหน้าที่ผู้นำส่ง “ซี่โครงอบน้ำแดง น้ำพริกไข่ปู กับยำสามกรอบค่ะ”“แล้วอะไรอยู่ในถุงนั่นล่ะ”“อ๋อ...ถุงนี้แกงจืดลูกรอกค่ะ ป้าสายใส่ถุงมาให้ ถ้าใส่มาในปิ่นโตกลัวลูกอินจะทำหก ส่วนถุงนี้พายกรอบกับขนมปังกล้วยหอม คุณกัณห์ฝากมาให้คุณแจ้กินกับน้ำชาเวลาท่องหนังสือดึกๆ ค่ะ”หัวใจปัญจมาอ่อนยวบเพียงได้ยินชื่อเจ้าหัวใจเพื่อไม่ให้เกิดความตื้นตันจนน้ำตาคลอหน่วยจึงแกล้งพูดเล่นไปเสีย“อย่าบอกนะ ว่าคุณกัณห์ของลูกอินเข้าครัวทำพายกับขนมปังเอง”ลูกอินหัวเราะคิก ความเป็นคนเส้นตื้นไม่เคยเปลี่ยน“เปล่าค่ะ เห็นคุณกัณห์บอกป้าสายว่าซื้อมาจากร้านเจ้าประจำที่คุณแจ้ชอบนี่คะ คุณแจ้คะ”ลูกอินคุยจ๋อยๆ เมื่อตามหญิงสาวเข้ามาในบ้าน ตรงไปยังครัวกว้างที่ใช้ร่วมกันทั้งบ้าน“ว่าไง”“อีกนานมั้ยคะคุณแจ้ถึงจะกลับไปอยู่บ้านเรา”เหมือนมีอะไรกระแทกเข้าที่อกจนจุกไปชั่วครู่
ปัญจมาเดินเข้าครัวในครึ่งชั่วโมงต่อมาต้นเหตุทำให้อาหารเช้าของวันแรกที่หล่อนพ้นจากความเป็นผู้เยาว์ล่าช้า ยืนอยู่เตาหญิงสาวมองร่างสูงแข็งแรงนุ่ สวมกางจีนส์สีซีดแทนผ้าเช็ดตัว ด้วยความรู้สึกอ่อนโยนที่ออกมาจากหัวใจใครเลยจะคิด เพราะแม้แต่หล่อนเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อ ท้ายที่สุดผู้ชายที่กำลังยืนหันหลังให้หล่อนคนนี้ เลือกที่จะมอบความรักแก่หล่อน แทนที่จะเลือกสาวสวยจากตระกูลมั่งคั่ง หรือที่มีคุณวุฒิ วัยวุฒิ สถานะทางสังคมทัดเทียมกับเขา“อย่ามองอาอย่างนั้น ถ้าไม่อยากถูกอุ้มขึ้นเตียงอีก”ปัญจมารู้สึกตัวว่ากำลังจ้องร่างที่หล่อนแสนรักเพลิน เมื่อเสียงมีกังวานห้าวทุ้มพูดขึ้นหล่อนยิ้มหวาน พูดเสียงใส“ขู่แบบนั้นนึกหรือว่าแจ้จะกลัว แจ้รู้หรอกน่า ต่อให้เป็นบุรุษพลังม้าก็ต้องพักยกกันบ้าง นั่นอากัณห์ทำอะไรคะ”“อุ่นแพนเค้ก... มาก็ดีละ ช่วยออกไปหยิบจานเปล่าบนโต๊ะข้างนอกมาที อาตั้งโต๊ะที่ระเบียงแน่ะ จะได้กินไปชมวิวไป”“ได้ค่ะ”ปัญจมาเดินทะลุห้องนั่งเล่น แต่พอก้าวพ้นประตูออกสู่ระเบียงที่ด้านหน้า ก็หยุดกึกโต๊ะทรงรีที่เคยตั้งอยู่ข้างหน้าต่างในห้องนั่งเล่น ถูกยกมาตั้งสำหรับรับประทานมื้อเช้านอกบ้าน แต่นั่นไม่ใ
ปัญจมาไม่ทันจะเปิดปาก ร่างอ้อนแอ้นของหล่อนถูกผลักมือเบาให้กลับลงไปนอนหงายบนเตียง ขาเหยียดระพื้นข้างเตียง โหนกเป็นกระเปาะตรงต้นข้าบรรจบกันลอยเด่นเหมือนหลังเต่าแววตาคมเข้มจัดทอดมองลงมาสำรวจเรือนร่างเปลือย ก่อนสบตาหล่อนประมาณสองวินาที ทำให้หล่อนปลื้มปริ่ม ที่ตนเป็นที่ต้องการของผู้ชายคนหนึ่งมากมายขนาดนี้ อกัณห์จัดท่าร่างอ้อนแอ้นให้สะโพกกลมมนพาดกับขอบเตียง ขาเรียวถูกจับแยกห่างออกพอให้ร่างของเขาแทรกอยู่ได้ตรงกลาง จากนั้นร่างสูงทรุดลงนั่งกับพื้น ทิ้งน้ำหนักลงบนเข่าและปลายเท้า จับขาเรียวพาดบ่าจากท่านั้นทำให้เขายลนวลเนื้อสาวเต็มตา เขาหายใจแรงเกือบเป็นกระเส่า เมื่อเห็นติ่งยื่นขมิบขับหยาดน้ำหวาน ไม่ต้องเสียเวลาคิด เขาจำแลงแปลงท่วงท่าให้กลายเป็นแมลงที่หลงในกลิ่นน้ำหวานทันทีหน้าคมสันแนบซบเข้ากับแอ่งกักเก็บ ปักลิ้นแทรกลงไปกวาดต้อนดื่มกินอย่างสราญใจ“อะ...อากัณห์! สะ....เสียว!”ปัญจมาไม่คิดจะกักเก็บเสียงครางครวญทุกครั้งที่ลิ้นสากแบ ตวัดเป็นจังหวะ เหมือนลูกแมวตวัดเลียนมในภาชนะอกัณห์เหลือบตามองใบหน้าที่วางบนที่นอน ส่ายสะบัดปากก็ครางฮือๆ บอกความรู้สึกให้เขาได้รับรู้ ด้วยความพึงพอใจเขาเปลี
“แน่ะๆ ถูกชมแค่นี้เขิน”“เดี๋ยวเถอะ!”“แจ้พูดจริงๆ นะ” รีบพูดต่อเมื่อถูกตาคมสีน้ำตาลเข้มขึงเข้าใส่ กลบเกลื่อนความเขินที่ถูกชมซึ่งหน้า “อากัณห์ไม่ดูแก่สักนิดเดียว ภูมิฐานละใช่ แจ้คิดว่าอย่างอากัณห์นี้แหละ ที่เขาว่าเป็นคนมีเสน่ห์ทางเพศ หรือเซ็กส์แอพพีล ยิ่งอายุเพิ่มขึ้นก็จะยิ่งดูดี”“ขอให้คิดอย่างนี้ตลอดไปละกัน อากลัวแต่ว่าพออยู่ๆ กันไป แจ้จะเห็นอาเป็นแค่ตาแก่หัวล้านที่ไม่น่าเข้าใกล้นะสิ”“พูดยังกับว่าแจ้จะไม่แก่ แล้วผู้หญิงน่ะแก่เร็วกว่าผู้ชายนะคะ ยิ่งมีลูกก็ยิ่งทรุดโทรมไวเพราะร่างกายสูญเสียฮอร์โมนต่างๆ ไปกับการมีลูกแต่ละครั้ง อากัณห์ไม่ต้องกลัวไปหรอก ว่าจะไม่มียายแก่หนังเหี่ยว ผมขาวโพลนอยู่เคียงข้าง แล้วอากัณห์ก็ออกจะผมดก ไม่มีทางหัวล้านหรอกค่ะ แต่ถึงจะล้านแจ้ก็จะยังรักของแจ้อยู่ดี” สายตาอบอุ่นอ่อนหวานที่มองมายังหล่อนชั่วขณะนั้น แม้เพียงหวนระลึกถึง หล่อนก็เป็นสุขใจว่าแต่คนที่ทำให้หล่อนรู้สึกว่าตนเป็นผู้หญิงโชคดี อย่างน้อยก็ชั่วเวลานี้ หายตัวไปไหน... แทบว่ายังไม่ทันจะตั้งคำถามจบประโยค คนที่อยู่ในความคิดคำนึงของหล่อนก็เดินเข้าประตูมา“อ้อ ตื่นพอดี อากำลังจะมาปลุกทีเดียว”







