로그인“โอ๊ยๆ ระวังค่ะคุณ” แม่สายร้องเสียงหลง เมื่อแป้งในตะแกรงที่ควรร่อนลงในชามกระเบื้องปลิวว่อน
คนกำลังเมามันในการร่อนแป้งเตรียมทำขนมที่รู้ว่าเป็นของโปรดเจ้าของบ้าน ก็ถึงสำลักกระอักไอจากผงแป้งที่ปลิวเข้าปากเข้าจมูก เรียกเสียงหัวเราะด้วยความขบขันจากเหล่าบรรดาคนในบ้านที่มาคอยดูคุณแจ้เรียนวิชาการครัวกับแม่สายอย่างครื้นเครง
“หน้าคุณแจ้ขาววอกไปหมดแล้วค่ะ คิกๆๆ”
เด็กรับใช้ในครัว ลูกมือแม่สายหัวเราะคิกคัก
ปัญจมาวางตะแกรงที่ยังเหลือเกล็ดแป้งหยาบๆ ยกมือแตะใบหน้าตัวเองพลางถาม
“ตรงไหนอะลูกอินที่เลอะ ตรงนี้หรือเปล่า”
“คิกๆ ๆ ไม่ใช่ค่ะ” เด็กลูกอินตอบพลางหัวเราะคิกคักพลางอย่างเด็กเส้นตื้น “แต่ตอนนี้เลอะทั่วหน้าแล้วค่ะ คิ้วคุณแจ้ยังกะคิ้วคนแก่แน่ะค่ะ คิก...”
เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กลูกอิน เหมือนถูกตัดฉับ สีหน้าขณะมองผ่านปัญจมาไปยังประตูดูเหยๆ ก่อนจะยิ้มแหย แล้วค่อยๆ เคลื่อนกายออกห่าง ขยับไปทางแม่สาย
อีกห้าคนที่มาคอยเชียร์ ล้วนสีหน้าเจื่อนไปตามๆ กัน ขณะมองไปยังจุดเดียว มีก็แต่แม่สายที่ยังคงสีหน้าปกติ
ปัญจมาหันไปมอง
ร่างสูงตรงของผู้ปกครองหนุ่ม ยืนอยู่กลางกรอบประตู เขากระพริบตา สีหน้างงๆ
“นี่เล่นอะไรกัน ครัวถึงได้ขาวโพลนไปหมดแบบนี้?”
“คุณแจ้หัดทำบลูเบอร์รี่ชีสพายค่ะ” แม่สายตอบแทนคนที่คิดจะเอาใจผู้ปกครอง
อกัณห์ส่ายหัว
“ซื้อเขาง่ายกว่ามั้ง... ถ้าพอจะมีใครว่าง ช่วยชงกาแฟให้สักแก้วด้วยนะ”
พูดเสียงเรียบก่อนหมุนตัวกลับ
เจ้านายมาแล้ว ไปแล้ว แม่สายก็หันไปตะเพิดลิ่วล้อ
“แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้วพวกแก นี่อะไรมาสุมหัวกันอยู่ในครัว งานการไม่มีทำแล้วเรอะ”
เท่านั้นเองก็วงแตก
อกัณห์ไม่ต้องรอนาน กาแฟร้อนส่งกลิ่นหอมก็ถูกนำเข้ามาให้ในห้องทำงาน
หน้าตาเนื้อตัวคนยกกาแฟมาให้ ดูสะอาดสะอ้านกว่าเมื่อสักครู่ใหญ่ที่เขาเห็นในครัว
“ทำไมต้องเอามาเอง”
“ไม่ใช่งานหนักอะไรนี่คะ” พูดติดต่อกันไป ขณะวางถ้วยกาแฟบนจานรองลงตรงหน้าผู้ปกครองหนุ่ม “ป้าสายฝากมาถามค่ะ เย็นนี้อากัณห์จะอยู่ทานข้าวที่บ้านหรือเปล่า”
“อยู่” อกัณห์ตอบ “แต่ขออาหารฝีมือแม่สายเถอะนะ อายังขยาดแกงส้มฝีมือเราไม่หาย”
“แหม...”
ปัญจมาหน้าแดง... คิดว่างั้น เพราะรู้สึกร้อนวาบที่แก้มทั้งสองข้าง
ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะถูกพาดพิงถึงฝีมือแกงส้มที่ควรเปลี่ยนเป็นแกงหวาน ที่หล่อนลงมือปรุงสุดฝีมือไปเมื่อวาน แต่เป็นเพราะสายตาเข้มๆ ที่กำลังมองมา เพียงแต่จุดโฟกัสไม่ได้อยู่ที่ใบหน้าของหล่อน
อกัณห์ได้สติ เสหยิบถ้วยกาแฟขึ้นจิบ แล้วก็ถึงกับสำลัก
“ร้อนมากหรือคะ?”
ปัญจมามองด้วยความเป็นห่วง
“เปล่า” เขาตอบ วางถ้วยกาแฟลงบนจานรองตามเดิม “ช่วยบอกทีซิ ว่าแจ้ไม่ได้ชงกาแฟแก้วนี้”
“เอ้อ...ทำไมละคะ หรือว่าขมไป?”
“ไม่ขม แต่เค็มปี๋เลย”
“แต่แจ้ทำตามสูตรที่ป้าสายบอกว่าอากัณห์ชอบนะคะ ใส่เกลือแล้วก็บีบมะนาว น้ำตาลช้อนเดียว ครีมไม่ต้อง”
“ยังไงแม่สายก็คงไม่ได้บอกให้ใส่เกลือเป็นช้อนแน่ๆ”
อกัณห์ถอนใจก่อนพูดต่อ
“อาไม่รู้ว่าแจ้คิดอะไร แต่ขอบอกให้รู้เอาไว้ อาพอใจแล้วที่แจ้เป็นอย่างที่เป็น ไม่ต้องไปฝืนทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัดหรอก”
“แต่ว่าแจ้... อยากทำตัวให้เป็นประโยชน์นี่คะ อีกอย่าง ช่วงนี้แจ้ก็ไม่มีอะไรทำเลย วันๆ นั่งๆ นอนๆ เบื่อจะตาย นี่ก็อีกตั้งเดือนกว่ามหา’ลัยจะเปิด”
“งั้นก็ลองหาอย่างอื่นทำ แต่เรื่องเข้าครัวทำอาหารนี่ขอที ไม่ได้จะว่านะ แต่ดูเหมือนเราจะไม่มีพรสวรรค์ในเรื่องการครัวเอาเลยจริงๆ อาพูดตรงๆ อย่าโกรธล่ะ”
“ไม่โกรธค่ะ แจ้ก็... พอจะรู้ตัวอยู่เหมือนกัน ต่อให้ป้าสายสอนจนปากฉีก ฝีมือทำกับข้าวกับปลาของแจ้ก็คงไม่พัฒนามากไปกว่านี้”
อกัณห์นึกขันเสียงอ่อยๆ
“เอาน่า” เขาทำเสียงปลอบ แต่ในใจนึกขัน “ถึงทำอาหารไม่ได้เรื่อง แต่อาจมีฝีมือทางอื่นก็ได้นี่นา”
“แจ้นึกไม่ออกเลยค่ะว่าตัวเองมีฝีมือทางไหน”
“นึกไปเรื่อยๆ สักวันก็คงนึกออกเองแหละ” เขาว่าแล้วก็หัวเราะ
ปัญจมาทำหน้ามุ่ย ปากเม้มอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะปล่อยคิกตามอย่างอดไม่ได้
“โอ!” เขาครางชิดลำคอบอบบาง ที่ชีพจรกำลังเต้นตุบๆ ทันทีที่ส่งมือลงไปรั้งกระโปรงอัดพลีทสูงขึ้นจากนั้นก็ส่งฝ่าไปทักทายเนินโหนกเป็นกระเปาะ ที่เขาไม่ได้สัมผัสมาเป็นเวลาหนึ่งปี หกเดือน กับอีกสิบเอ็ดวันครึ่งแค่พบว่าเป้ากางเกงในเนื้อบางเกาะตะโพกกลมมนเปียกชื้น เขาก็ลืมหมดสิ้นความควรไม่ควร เหมาะสมไม่เหมาะสม“อาทนไม่ไหวแล้ว!”สิ้นคำ ก็ยกร่างในวงแขนไปยืนหน้าโต๊ะทำงาน ปัดเลื่อนแฟ้มเอกสารพอมีที่ให้สะโพกกลมมนนั่งจากแววตา อกัณห์รู้ว่าสาวน้อยของเขายังงงงวยจากจูบ และสัมผัสของเขาตากลมเบิกกว้างนิดหนึ่ง บ่งบอกให้รู้ว่าสติที่แตกกระเจิงเริ่มคืนมา เมื่อเขาจัดแจงรูดชั้นในตัวน้อยลงจากสะโพก ดึงมาตามขาเรียว กระทั่งพ้นปลายขาอารมณ์ปรารถนารุนแรงที่ครอบงำเขา ทำให้อกัณห์ลืมนึกไปว่าเลขาของเขาอาจจะเปิดประตูเข้ามาตอนไหนก็ได้ปากบางอิ่มเผยอ เมื่อเขาปลดเข็มขัดและรูดซิบ แต่ไม่มีคำห้ามปรามอกัณห์ก้มจูบปากเผยอ สอดลิ้นล่วงล้ำเข้าสู่โพรงปากนุ่มเขาไม่เสียเวลาถอดกางออกพ้นกายทั้งชั้นนอกชั้นในทันทีที่ตัวตนบ่งบอกความเป็นชายพ้นจากการกักขัง จับตรงเป้าที่อ้ารอ เขาก็กระแทกจนเสี้ยวส่วนจมลึกลงในโพรงนุ่มฉ่ำเยิ้มในจังหวะเดียว โ
หนึ่งปีห้าเดือนกับอีกสิบเอ็ดวัน ที่หล่อนกับเขาไม่ได้เจอกัน...เขาไม่นับเดือนแรกที่ต้องแยกกันอยู่ เพราะช่วงสามอาทิตย์หลังของเดือน เขาไปแอบดูหล่อนที่มหาลัยสองหน ขณะหล่อนกลับเข้าหอพักอีกหลายครั้ง กระทั่งหล่อนรู้เข้าและห้ามเขาทำอย่างนั้นด้วยเหตุผลที่เขาจำต้องยอม“อย่าทำอย่างนี้เลยมันทำให้แจ้พะวักพะวน แทนที่จะมีสมาธิในการเรียน ก็มากังวลเป็นห่วงอากัณห์ แจ้ขอนะคะอย่ามาซุ่มดูแจ้อีก แจ้รักอากัณห์... เคยบอกหลายครั้งแล้วนี่คะ แล้วแจ้ก็รักของแจ้มาตั้งนาน เวลาแค่ปีกว่าสองปีคิดจริงๆ หรือว่าจะทำให้แจ้เปลี่ยนใจ” เขาไม่รู้ว่าหล่อนรู้ได้ยังไง แต่หลังจากหล่อนมาพบเขา เพื่อขอร้อง เขาก็ต้องฝืนใจ หักห้ามความต้องการที่จะได้เห็นหล่อนเขาเปลี่ยนเป็นโทรหา หล่อนก็จำกัดให้โทรได้แค่เดือนละครั้ง ๆละ ไม่เกินสองนาทีวันเกิดเขา หล่อนฝากของขวัญมาให้ เป็นผ้าเช็ดหน้าผ้าไหมหนึ่งโหลที่หล่อนปักชื่อย่อเขากับหล่อนไขว้ทับกันวันเกิดปีที่ยี่สิบเอ็ดของหล่อน ๆบอกเขาไม่ต้องหาอะไรให้ทั้งนั้นข่าวคราวเกี่ยวกับหล่อนส่วนใหญ่ เขารู้จากบริวารของเขาอีกที เพราะแม่สายจะทำกับข้าว ทำขนมข้าวต้มส่งไปให้บ่อยๆ “คุณมาลัยบอกว่าคุณแจ้ไม่เคยออกไปเ
ปัญจมายิ้มให้ลูกอินที่เดินหิ้วปิ่นโตเข้าประตูมาตลอดปีกว่าที่ผ่านมา นับแต่หล่อนออกจากบ้านนภนนท์มาอยู่หอพักของป้ามาลัย แม่สายก็จะคอยส่งเสบียงมาให้มิได้ขาด หากมาช่วงหล่อนไปมหาวิทยาลัย ป้ามาลัยจะเป็นคนรับไว้ให้ “ไง ลูกอิน วันนี้มีอะไรมาให้”ปัญมาทักเด็กสาวผู้ทำหน้าที่ผู้นำส่ง “ซี่โครงอบน้ำแดง น้ำพริกไข่ปู กับยำสามกรอบค่ะ”“แล้วอะไรอยู่ในถุงนั่นล่ะ”“อ๋อ...ถุงนี้แกงจืดลูกรอกค่ะ ป้าสายใส่ถุงมาให้ ถ้าใส่มาในปิ่นโตกลัวลูกอินจะทำหก ส่วนถุงนี้พายกรอบกับขนมปังกล้วยหอม คุณกัณห์ฝากมาให้คุณแจ้กินกับน้ำชาเวลาท่องหนังสือดึกๆ ค่ะ”หัวใจปัญจมาอ่อนยวบเพียงได้ยินชื่อเจ้าหัวใจเพื่อไม่ให้เกิดความตื้นตันจนน้ำตาคลอหน่วยจึงแกล้งพูดเล่นไปเสีย“อย่าบอกนะ ว่าคุณกัณห์ของลูกอินเข้าครัวทำพายกับขนมปังเอง”ลูกอินหัวเราะคิก ความเป็นคนเส้นตื้นไม่เคยเปลี่ยน“เปล่าค่ะ เห็นคุณกัณห์บอกป้าสายว่าซื้อมาจากร้านเจ้าประจำที่คุณแจ้ชอบนี่คะ คุณแจ้คะ”ลูกอินคุยจ๋อยๆ เมื่อตามหญิงสาวเข้ามาในบ้าน ตรงไปยังครัวกว้างที่ใช้ร่วมกันทั้งบ้าน“ว่าไง”“อีกนานมั้ยคะคุณแจ้ถึงจะกลับไปอยู่บ้านเรา”เหมือนมีอะไรกระแทกเข้าที่อกจนจุกไปชั่วครู่
ปัญจมาเดินเข้าครัวในครึ่งชั่วโมงต่อมาต้นเหตุทำให้อาหารเช้าของวันแรกที่หล่อนพ้นจากความเป็นผู้เยาว์ล่าช้า ยืนอยู่เตาหญิงสาวมองร่างสูงแข็งแรงนุ่ สวมกางจีนส์สีซีดแทนผ้าเช็ดตัว ด้วยความรู้สึกอ่อนโยนที่ออกมาจากหัวใจใครเลยจะคิด เพราะแม้แต่หล่อนเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อ ท้ายที่สุดผู้ชายที่กำลังยืนหันหลังให้หล่อนคนนี้ เลือกที่จะมอบความรักแก่หล่อน แทนที่จะเลือกสาวสวยจากตระกูลมั่งคั่ง หรือที่มีคุณวุฒิ วัยวุฒิ สถานะทางสังคมทัดเทียมกับเขา“อย่ามองอาอย่างนั้น ถ้าไม่อยากถูกอุ้มขึ้นเตียงอีก”ปัญจมารู้สึกตัวว่ากำลังจ้องร่างที่หล่อนแสนรักเพลิน เมื่อเสียงมีกังวานห้าวทุ้มพูดขึ้นหล่อนยิ้มหวาน พูดเสียงใส“ขู่แบบนั้นนึกหรือว่าแจ้จะกลัว แจ้รู้หรอกน่า ต่อให้เป็นบุรุษพลังม้าก็ต้องพักยกกันบ้าง นั่นอากัณห์ทำอะไรคะ”“อุ่นแพนเค้ก... มาก็ดีละ ช่วยออกไปหยิบจานเปล่าบนโต๊ะข้างนอกมาที อาตั้งโต๊ะที่ระเบียงแน่ะ จะได้กินไปชมวิวไป”“ได้ค่ะ”ปัญจมาเดินทะลุห้องนั่งเล่น แต่พอก้าวพ้นประตูออกสู่ระเบียงที่ด้านหน้า ก็หยุดกึกโต๊ะทรงรีที่เคยตั้งอยู่ข้างหน้าต่างในห้องนั่งเล่น ถูกยกมาตั้งสำหรับรับประทานมื้อเช้านอกบ้าน แต่นั่นไม่ใ
ปัญจมาไม่ทันจะเปิดปาก ร่างอ้อนแอ้นของหล่อนถูกผลักมือเบาให้กลับลงไปนอนหงายบนเตียง ขาเหยียดระพื้นข้างเตียง โหนกเป็นกระเปาะตรงต้นข้าบรรจบกันลอยเด่นเหมือนหลังเต่าแววตาคมเข้มจัดทอดมองลงมาสำรวจเรือนร่างเปลือย ก่อนสบตาหล่อนประมาณสองวินาที ทำให้หล่อนปลื้มปริ่ม ที่ตนเป็นที่ต้องการของผู้ชายคนหนึ่งมากมายขนาดนี้ อกัณห์จัดท่าร่างอ้อนแอ้นให้สะโพกกลมมนพาดกับขอบเตียง ขาเรียวถูกจับแยกห่างออกพอให้ร่างของเขาแทรกอยู่ได้ตรงกลาง จากนั้นร่างสูงทรุดลงนั่งกับพื้น ทิ้งน้ำหนักลงบนเข่าและปลายเท้า จับขาเรียวพาดบ่าจากท่านั้นทำให้เขายลนวลเนื้อสาวเต็มตา เขาหายใจแรงเกือบเป็นกระเส่า เมื่อเห็นติ่งยื่นขมิบขับหยาดน้ำหวาน ไม่ต้องเสียเวลาคิด เขาจำแลงแปลงท่วงท่าให้กลายเป็นแมลงที่หลงในกลิ่นน้ำหวานทันทีหน้าคมสันแนบซบเข้ากับแอ่งกักเก็บ ปักลิ้นแทรกลงไปกวาดต้อนดื่มกินอย่างสราญใจ“อะ...อากัณห์! สะ....เสียว!”ปัญจมาไม่คิดจะกักเก็บเสียงครางครวญทุกครั้งที่ลิ้นสากแบ ตวัดเป็นจังหวะ เหมือนลูกแมวตวัดเลียนมในภาชนะอกัณห์เหลือบตามองใบหน้าที่วางบนที่นอน ส่ายสะบัดปากก็ครางฮือๆ บอกความรู้สึกให้เขาได้รับรู้ ด้วยความพึงพอใจเขาเปลี
“แน่ะๆ ถูกชมแค่นี้เขิน”“เดี๋ยวเถอะ!”“แจ้พูดจริงๆ นะ” รีบพูดต่อเมื่อถูกตาคมสีน้ำตาลเข้มขึงเข้าใส่ กลบเกลื่อนความเขินที่ถูกชมซึ่งหน้า “อากัณห์ไม่ดูแก่สักนิดเดียว ภูมิฐานละใช่ แจ้คิดว่าอย่างอากัณห์นี้แหละ ที่เขาว่าเป็นคนมีเสน่ห์ทางเพศ หรือเซ็กส์แอพพีล ยิ่งอายุเพิ่มขึ้นก็จะยิ่งดูดี”“ขอให้คิดอย่างนี้ตลอดไปละกัน อากลัวแต่ว่าพออยู่ๆ กันไป แจ้จะเห็นอาเป็นแค่ตาแก่หัวล้านที่ไม่น่าเข้าใกล้นะสิ”“พูดยังกับว่าแจ้จะไม่แก่ แล้วผู้หญิงน่ะแก่เร็วกว่าผู้ชายนะคะ ยิ่งมีลูกก็ยิ่งทรุดโทรมไวเพราะร่างกายสูญเสียฮอร์โมนต่างๆ ไปกับการมีลูกแต่ละครั้ง อากัณห์ไม่ต้องกลัวไปหรอก ว่าจะไม่มียายแก่หนังเหี่ยว ผมขาวโพลนอยู่เคียงข้าง แล้วอากัณห์ก็ออกจะผมดก ไม่มีทางหัวล้านหรอกค่ะ แต่ถึงจะล้านแจ้ก็จะยังรักของแจ้อยู่ดี” สายตาอบอุ่นอ่อนหวานที่มองมายังหล่อนชั่วขณะนั้น แม้เพียงหวนระลึกถึง หล่อนก็เป็นสุขใจว่าแต่คนที่ทำให้หล่อนรู้สึกว่าตนเป็นผู้หญิงโชคดี อย่างน้อยก็ชั่วเวลานี้ หายตัวไปไหน... แทบว่ายังไม่ทันจะตั้งคำถามจบประโยค คนที่อยู่ในความคิดคำนึงของหล่อนก็เดินเข้าประตูมา“อ้อ ตื่นพอดี อากำลังจะมาปลุกทีเดียว”







