Accueil / มาเฟีย / กรงปรารถนา / บทที่ 1 แรกพบสบตา - 35%

Share

บทที่ 1 แรกพบสบตา - 35%

last update Dernière mise à jour: 2025-07-09 22:09:20

เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มแข่งกันกับเสียงพูดคุยจอแจของบรรดาผีเสื้อราตรีนั้น เป็นที่ชาชินของเหล่าพนักงานที่มีหน้าที่บริการลูกค้าในสถานบันเทิงแห่งนี้ โดยเฉพาะในคืนวันศุกร์และเสาร์ที่มักจะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องราตรีที่หลั่งไหลกันเข้ามาหาความสำราญ บ้างก็มาเพื่อปลดปล่อยอารมณ์ ผ่อนคลายความตึงเครียดจากหน้าที่การงานที่รับผิดชอบอยู่ บ้างก็มาเพื่อพบปะสังสรรค์ บ้างก็มาเพื่อหาทางปฏิสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม แต่ไม่ว่าเหตุผลการมาของแต่ละคนจะเป็นอย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีหน้าที่ให้บริการก็ยินดีทั้งนั้น เพราะนั่นหมายถึงรายได้ที่มากขึ้นตามไปด้วย

ร่างเล็กที่ผลุบเข้าผลุบออกระหว่างห้องเก็บมิกเซอร์หลังเคาน์เตอร์บาร์กับพื้นที่ในส่วนบริการด้านหน้านั้น ก็เป็นหนึ่งในบรรดาพนักงานที่จะยิ้มรับทุกครั้งเมื่อเห็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่เดินเข้ามาเพื่อมองหาโต๊ะนั่ง เพราะถ้าหากเธอหาพื้นที่แทรกโต๊ะลงไปให้ลูกค้าได้ ค่าตอบแทนอย่างน้อยๆ ที่เธอจะได้รับเข้ากระเป๋าก็ต้องเป็นธนบัตรสีม่วงหนึ่งใบ ทั้งนี้ไม่รวมถึงทิปและเงินทอนเวลาที่ลูกค้าสั่งมิกเซอร์หรืออาหาร เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วเวลาที่ลูกค้าเริ่มมึนได้ที่ นักเที่ยวพวกนี้มักจะไม่สนเงินทอน ซึ่งพนักงานเสิร์ฟอย่างพวกเธอนั้นชื่นชอบกันเหลือเกิน

ต้องรักดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ ใกล้เที่ยงคืนแล้วแต่ดูเหมือนลูกค้ายังคงเข้ามานั่งในร้านเรื่อยๆ ทั้งที่เป็นคืนวันอาทิตย์ บางคนก็ดื่มมาจากที่อื่นแล้วแต่ต้องการมาวาดลวดลายต่อที่นี่ บางคนก็เพิ่งเลิกงานมาเพราะสังเกตได้จากชุดที่สวมใส่ แต่สิ่งเหล่านั้นเธอไม่ใคร่อยากจะสนใจนัก เพราะเวลานี้เธอสนใจแต่เงินค่าทิปที่เธอยัดรวมๆ กันไว้ในกระเป๋ากางเกงมากกว่า

“จะพอไหมเนี่ย”

หญิงสาวล้วงหยิบธนบัตรหลายใบออกมาจากกระเป๋าทั้งด้านหน้าและด้านหลังเพื่อนับรวมกัน จากนั้นก็ยืนเอาหลังพิงไว้กับกำแพงด้านหนึ่งของหลังร้านซึ่งเฉพาะพนักงานเท่านั้นที่จะเข้ามาได้

ปากอิ่มคลี่ยิ้มออกมาบางๆ เมื่อนับเงินรวมแล้วได้ยอดเป็นที่น่าพอใจ ถึงแม้จะเป็นงานกลางคืน แต่ก็รายได้ดีกว่าการไปทำงานในร้านสะดวกซื้อมากนัก อีกทั้งยังทำงานแค่ไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน ถึงแม้ว่าในตอนเช้าเธอจะต้องรีบตื่นเพื่อไปเรียนในมหาวิทยาลัยต่อก็เถอะ แต่เธอก็ยอมเหนื่อยถ้าหากมันทำให้เธอได้ค่าตอบแทนงามแบบนี้

เหนื่อยสายตัวแทบขาดเป็นอย่างไร เธอรู้ซึ้งดี เพราะนอกจากเธอต้องหาเงินเพื่อเลี้ยงตัวเอง และเป็นค่าเรียนในแต่ละเทอมแล้ว เธอยังต้องหาเงินรักษามารดาที่นอนป่วยเป็นมะเร็งอยู่ที่บ้านอีกด้วย

พรุ่งนี้เธอต้องพามารดาไปตรวจตามที่แพทย์นัด ไม่รู้ว่าจะต้องจ่ายเงินค่าหมอค่ายาอีกเท่าไร ก็ได้แต่ภาวนาว่าเงินที่ได้จากค่าทิปในวันนี้จะเพียงพอกับค่ารักษาของมารดา เพราะหากไม่เป็นเช่นนั้นแล้วเธอก็คงต้องเจียดเอาเงินค่าเช่าบ้านที่ครบกำหนดจ่ายในวันมะรืนมาสมทบไปก่อน

ระหว่างที่กำลังพับเงินเก็บใส่กระเป๋ากางเกงตามเดิม หางตาของต้องรักก็เห็นร่างสูงใหญ่ของใครบางคนยืนทำท่าลับๆ ล่อๆ อยู่ตรงประตูที่จะเข้าไปในส่วนบริหาร หญิงสาวเพ่งมองอยู่สักพักก็เริ่มแน่ใจว่าผู้ชายคนนั้นไม่น่าจะเป็นพนักงานของที่นี่แน่นอน เพราะดูจากการแต่งตัวแล้วเขาน่าจะเป็นลูกค้าที่มาเที่ยวมากกว่า อย่างไม่รอช้า เธอรีบปรี่เข้าไปหาชายหนุ่มคนนั้นทันทีพร้อมกับเอ่ยปากเรียกเขาด้วยน้ำเสียงสุภาพ และเป็นทางการอย่างที่ได้ฝึกมา

“ขอโทษด้วยนะคะท่าน บริเวณนี้เป็นพื้นที่สำหรับพนักงานค่ะ บางทีท่านอาจจะหลงทางจึงทำให้เดินมาทางนี้ ถ้ายังไงเนี่ยเดี๋ยวดิฉันขออนุญาตพาท่านเดินเข้าไปด้านในนะคะ”

ทันทีที่ต้องรักพูดจบ ร่างสูงที่ยืนหันหลังให้เธออยู่เมื่อครู่ก็หันกลับมาทั้งตัว นัยน์ตาคมกริบของเขาจับจ้องที่ใบหน้าของหญิงสาวนิ่งๆ ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มส่งมาให้ ทว่าก็ไม่ได้บึ้งตึงขึงขังใส่ วูบหนึ่งนั้น ต้องรักรู้สึกใจกระตุกวาบเมื่อเห็นใบหน้าของชายหนุ่มคนนี้เต็มๆ ตา เขาจัดว่าเป็นคนหน้าตาดีคนหนึ่งเลยทีเดียว และเธอก็คิดว่าเขาคงจะดูหล่อเหลากว่านี้ ถ้าหากเขาจะยิ้มออกมาบ้าง และเพราะท่าทางนิ่งเฉยไม่ยินดียินร้ายของเขา จึงส่งผลให้เขาดูเหมือนตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เธอตัวหดเล็กลงๆ จนแทบกลายเป็นหนูตัวหนึ่ง

“ขะ...ขอโทษที่เสียมารยาทค่ะ”

ต้องรักก้มหน้างุด ไม่กล้าสบสายตาคมกริบของเขาที่ยังคงมองมานิ่งๆ จากที่เดิม แม้ท่าทางของเขาจะไม่ได้ดูคุกคาม หรือมองมาด้วยสายตาโลมเลียเหมือนลูกค้าบางคน แต่เธอกลับรู้สึกว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้มีรังสีบางอย่างแผ่ออกมาจากตัว จนทำให้เธอรู้สึกหวาดหวั่นและสะท้านไหวในคราวเดียว

“ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ ผมคงหลงทางมาจริงๆ”

น้ำเสียงทุ้มนุ่มของเขาแม้จะพูดเพียงแผ่วเบา แต่กลับก้องกังวานอยู่ในความรู้สึก ต้องรักทำใจกล้าเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้งแล้วก็ต้องสบประสานกับสายตาคมกริบคู่เดิม ใบหน้าเฉยชา แต่ครั้งนี้ต้องรักคิดว่ามีบางอย่างที่แปลกออกไป

เพราะเธอคิดว่าเธอเห็นมุมปากของเขายกขึ้นมาเล็กน้อยจนดูเหมือนรอยยิ้ม

ระหว่างที่หญิงสาวเผลอตัวมองจ้องเขา ร่างสูงนั้นก็เดินห่างออกไปจากบริเวณที่ทั้งคู่ยืนอยู่อย่างเงียบเชียบ โดยมีสายตาของต้องรักมองตามแผ่นหลังกว้างของเขาไป ถึงแม้ไม่มีคำกล่าวลาระหว่างกัน แต่การที่เขาผินใบหน้ามามองเธอเล็กน้อยก่อนจะหายลับไปอีกมุมนั่นก็ทำให้เธอใจสั่นระรัวขึ้นมาเสียดื้อๆ

“สงสัยเพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรกละมั้ง”

ต้องรักเปรยกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะละทิ้งความสนใจในตัวชายหนุ่มคนเมื่อครู่แล้วเดินเข้าไปด้านในอีกครั้ง กะเอาไว้ว่าอย่างน้อยๆ ก่อนจะถึงเวลาที่ผับปิด เธอน่าจะได้เงินมาอีกสักพันสองพันก็คงจะดี เหลือเวลาอีกสองชั่วโมงเท่านั้น และสองชั่วโมงที่เหลือนี้ก็เป็นช่วงเวลานาทีทองที่เหล่าพนักงานทั้งหลายตั้งตารอคอย

ทางด้านคนที่ยอมรับกับพนักงานสาวว่าตนเองหลงทางนั้น แทนที่เขาจะกลับเข้าไปด้านในอย่างเช่นนักท่องราตรีคนอื่นๆ ทว่าเขากลับพาตัวเองเดินเข้าไปอีกฝั่งกับบริเวณที่ตนเองเดินออกมาเมื่อสักครู่ ซึ่งพื้นที่ฝั่งนี้นั้นแม้แต่พนักงานระดับผู้จัดการร้านก็ยังไม่มีใครกล้าเดินเข้ามาแม้แต่คนเดียว เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตเสียก่อน

ร่างสูงเดินเข้าไปทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาตัวยาวกลางห้องโดยมีชายฉกรรจ์อีกสองคนเดินตามเข้ามาแล้วหยุดยืนอยู่ตรงบริเวณที่ใกล้กับประตูทางออก

“เอก นายเห็นผู้หญิงคนเมื่อกี้ไหม”

ชายหนุ่มเอ่ยปากขึ้นก่อน พร้อมกับยกแก้ววิสกี้ที่ลูกน้องอีกคนนำมาวางไว้ให้ขึ้นจดริมฝีปาก ก่อนกระดกน้ำสีอำพันนั้นลงคอไปพรวดเดียว

“เห็นครับคุณธิป สนใจหรือครับ” เอกรัฐถามยิ้มๆ เพราะตามปกติแล้วไม่ค่อยเห็นเจ้านายเอ่ยปากถึงผู้หญิงคนไหนก่อนเลยสักครั้ง

ชนาธิปตวัดสายตาคมดุขึ้นมองลูกน้องคู่ใจก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อย

“ไปดูประวัติพนักงานของผู้หญิงคนนั้นมาทีว่าอายุถึงยี่สิบรึยัง ดูหน้าตายังเด็กๆ อยู่เลยไม่น่าจะเข้ามาทำงานที่นี่ได้ ถ้าอายุยังไม่ถึงก็จัดการให้เงินไปสักก้อนแล้วเอาออกไปเสีย ฉันไม่อยากมีปัญหากับตำรวจ”

ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่แสดงความรู้สึกใดๆ เช่นเคย ซึ่งลูกน้องของเขาทั้งสองคนนั้นต่างรู้จักนิสัยใจคอของเจ้านายตัวเองดีว่าไม่ใช่คนช่างพูดนัก แต่ทว่าทุกประโยคนั้นแฝงความเด็ดขาดเอาไว้ทุกคำ

“พวกนายมีอะไรจะรายงานฉันรึเปล่า”

ชนาธิปยกแก้ววิสกี้ขึ้นสาดลงคอไปอีกครั้งพลางมองมายังลูกน้องคนสนิททั้งสองคน เอกรัฐกับชัชวาลหันไปมองตากันอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเดินมานั่งที่โซฟาฝั่งตรงกันข้ามกับเจ้านาย

“ก็เรื่องเดิมๆ นั่นแหละครับ แต่คราวนี้ดูเหมือนจะหนักข้อขึ้น”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • กรงปรารถนา   ตอนพิเศษ - 100%

    พอได้ยินคำว่าสยาม ชนกนันท์ก็ตาวาวขึ้นทันที เพราะทุกครั้งที่ได้ไปย่านนั้นกับบิดามารดา ตนมักได้เสื้อผ้า หรือของที่อยากได้ติดมือกลับบ้านเสมอ และครั้งนี้จึงไม่พลาดเช่นกัน“ไปค่ะคุณพ่อ ถ้างั้นให้อเล็กซ์กับอลัน...”“ให้อยู่บ้านไป อยู่เป็นเพื่อนคุณแม่ไงลูก” ชนาธิปชิงพูดก่อนบุตรสาว จากนั้นก็หันไปถามสองแฝดด้วยภาษาอังกฤษ“พวกนายจะเอาอะไรไหม”“เบียร์!” สองหนุ่มตอบมาพร้อมกัน ชนาธิปยิ้มเย็นพลางพูดว่า“No!” เขามองหน้าฝาแฝดทั้งสองคนแล้วลอบถอนหายใจแผ่ว สองหนุ่มนี่ยิ่งโตหน้าตาก็ยิ่งหล่อเหลา อีกทั้งรูปร่างยังสูงใหญ่จนไม่น่าเชื่อว่าเป็นเด็กหนุ่มอายุสิบแปด“ถ้าพวกนายอยากดื่มก็ดื่มได้ แต่ต้องไม่ใช่ที่นี่ เอารถที่บ้านออกไปหาร้านนั่งดื่มกันข้างนอกก็ได้ ตามสบาย”ชนาธิปบอกอย่างใจกว้าง เพราะอย่างไรเสียสองคนนี้เขาก็ถือว่าเป็นหลาน หรือญาติที่ใกล้ชิดที่สุด แต่เขาจะไม่วุ่นวายกับสองคนนี้เลยถ้าหากว่าทั้งคู่จะไม่มาวอแวชนกนันท์ สายตาหวานเชื่อมนั่นเขาดูออกว่าทั้งสองคนนั้นถูกใจบุตรสาวของเขา และกำลัง

  • กรงปรารถนา   ตอนพิเศษ - 75%

    “อ้าว คุณธิปพาภรรยามาด้วยหรือคะไม่น่าเชื่อ ปกติเห็นไปไหนมาไหนคนเดียวตลอด” อีฟหน้าเสียอย่างเห็นได้ชัด“ลูกผมสองคนยังเล็กมากครับ ผมเลยไม่อยากให้ลูกไปงานเลี้ยงกับผม ภรรยาผมเขาก็เลยต้องอยู่ดูแลลูกที่บ้าน ผมก็ตามใจเธอ”เขาดูนาฬิกาข้อมือแล้วพูดว่า “ผมขอตัวก่อนดีกว่า ป่านนี้อาหารน่าจะมาเสิร์ฟแล้ว ฝากความระลึกถึงคุณเบิร์ดด้วยนะครับ”ชนาธิปยิ้มบาง ๆ ให้อีกครั้งแล้วเดินจากไป ทิ้งสายตาผิดหวังของหญิงสาวไว้ที่เดิมโดยไม่คิดหันกลับไปมองอีกเมื่อชนาธิปกลับเข้าไปในร้านอาหาร ชายหนุ่มก็เห็นภรรยาคนสวยนั่งจ้องตนเขม็งแทบไม่กะพริบตา เขาเห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้ เพราะเธอมองเขาแบบนี้ก็หมายความว่าเธอเห็นที่เขาหยุดคุยกับผู้หญิงคนนั้น“เลขาฯ ของคุณเบิร์ดเจ้าของโครงการบ้านในสวนน่ะ เขามาเดินซื้อของ เจอพี่พอดีเขาก็เลยทัก” ชายหนุ่มอธิบายให้ภรรยารู้โดยไม่รอให้เธอเปิดปากถาม“รักยังไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย เห็นรักเป็นคนขี้หึงไปได้” เธออมยิ้ม สีหน้าพึงพอใจอย่างเห็นได้ชัดที่เขาบอกเธอไปตามตรง“หรือไม่ใช่ เห็นสายตาก

  • กรงปรารถนา   ตอนพิเศษ - 50%

    “อุ้ยเล่าให้ฟังว่าพี่ชายเขาทำงานหลายอย่างมาก พักผ่อนน้อย ความเครียดก็เยอะ แต่เพราะเขาไม่เคยป่วยก็เลยไม่เคยไปตรวจสุขภาพสักที จึงไม่รู้ว่าความจริงแล้วตัวเองเป็นโรคความดันสูง พออาการกำเริบ บทจะไปเขาก็ไปแบบกะทันหันจนคนในครอบครัวไม่ทันได้เตรียมใจเลยค่ะ”ชนาธิปยิ้มอ่อนพลางจูบหน้าผากภรรยาอย่างรักใคร่ เธอเคยบอกว่าเขาเปรียบเสมือนโลกทั้งใบของเธอกับลูก เพราะฉะนั้นต้องรักจึงขอร้องเขาว่าอย่าทำอะไรที่เป็นการสุ่มเสี่ยงหรืออันตรายต่อชีวิตอย่างเด็ดขาด และเขาก็เคยรับปากเธอไว้แล้ว“เราก็เลยกลัวว่าพี่จะเป็นเหมือนพี่ชายของเพื่อนหรือ”ต้องรักพยักหน้าอยู่กับอกเขา “รักกับลูกไม่ต้องการอะไรค่ะ ขออย่างเดียวคือขอให้พี่อยู่กับเราแม่ลูกไปนาน ๆ รักอยากให้พี่อยู่ดูความสำเร็จของลูกด้วยกันกับรัก อยู่เป็นปู่ย่าให้หลานของเราแค่นี้ก็พอค่ะ”ชายหนุ่มยิ้มกว้างกับประโยคน่ารักน่าใคร่ของภรรยา เขาหัวเราะแล้วพูดว่า “เป็นคุณปู่อย่างเดียวเองหรือ พี่อยากเป็นคุณตาด้วยนะ เป็นทั้งปู่ทั้งตาเลยได้ไหมต้องรัก เธอจะได้เป็นทั้งคุณย่าและคุณยายไง”ต้องรักหัวเ

  • กรงปรารถนา   ตอนพิเศษ - 25%

    ต้องรักเหลือบมองสามีที่นั่งจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าด้วยแววตาหลงใหล เธอชอบแอบมองเวลาเขามีสมาธิอยู่กับอะไรบางอย่างเพราะความมุ่งมั่นเคร่งขรึมของเขานานวันก็ยิ่งมีเสน่ห์เสียจนไม่รู้จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้อย่างไร เขาจะรู้ตัวบ้างไหมว่าภรรยาคนนี้หลงรักเขามากขึ้นทุกวันหญิงสาวเห็นมุมปากเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ก็รู้ทันทีว่าเขารู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกจับจ้องจึงทำทีเป็นเบนสายตาไปมองบุตรชายที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่บนเบาะตรงหน้าแทน“ไม่แอบมองต่อแล้วหรือ” เสียงทุ้มถามขึ้นลอย ๆ“ไม่มองแล้วค่ะ คนถูกมองรู้ตัวแล้วอย่างงี้จะเรียกว่าแอบมองได้ยังไง” เธอตอบยิ้ม ๆ พลางรีบเอื้อมมือตบก้นบุตรชายที่เริ่มทำปากเบะเหมือนจะร้องไห้ และทำท่าจะตื่นชนาธิปวางมือจากคอมพิวเตอร์ตรงหน้าแล้วเดินมานั่งใกล้ภรรยา เขามองต้องรักกล่อมลูกให้หลับด้วยแววตาแสนรักนี่คือลูกกับเมียของเขา คือครอบครัวที่เขาเคยวาดฝันหลายต่อหลายครั้งว่าอยากมีตั้งแต่ยังไม่ได้เจอกับต้องรักก่อนหน้านั้นเขาทำงานให้นิโคลัส ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับมอบชีวิตทั้งชีวิตให้อีกฝ่

  • กรงปรารถนา   บทที่ 25 บทส่งท้าย - 100%

    “อยากสิคะ แต่รักจำได้ว่าคุณธิปบอกให้ชะลอไปก่อน”ชนาธิปยื่นหน้าไปหอมแก้มเธออีกครั้ง ก่อนพูดให้เธอเข้าใจ“ตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน ตอนนั้นฉันติดปัญหาเรื่องรับช่วงต่อจากรูคส์ ฉันเลยไม่อยากมีลูกให้เป็นภาระของเธอ แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ฉันไม่เกี่ยวข้องกับรูคส์แล้ว ฉันพร้อมเต็มที่สำหรับการเป็นพ่อคน”ต้องรักเบี่ยงหน้าไปมองเขาเต็มตา วันนี้เขาทำให้เธอซาบซึ้งจนเกือบร้องไห้ไปกี่ครั้งแล้วนะ แต่ที่แน่ๆ ก็คือเธอรักผู้ชายคนนี้เหลือเกิน“รักก็พร้อมค่ะ”เสียงอ้อแอ้ที่ดังอยู่ข้างหูตามมาด้วยน้ำเปียกๆ ที่แตะลงบนแก้ม ส่งผลให้ชนาธิปต้องลืมตาตื่นขึ้นทันที ชายหนุ่มยิ้มกว้างเมื่อเห็นท่าทางดีอกดีใจของบุตรชายวัยเจ็ดเดือนตอนที่เขาลืมตาขึ้น“ว่าไงลูกพ่อ” เขาช้อนแขนเจ้าตัวจ้อยให้ขึ้นมายืนบนท้อง เจ้าตัวเล็กเห็นพ่อจับให้ยืนก็กระโดดผลุงๆ ไปมาบนท้องพร้อมกับหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างอารมณ์ดีจังหวะนั้น ต้องรักเปิดประตูห้องเข้ามา เห็นสองพ่อลูกกำลังนอนเล่นกันอยู่บนเตียงก็อดยิ้มออกมาไม่ได้&l

  • กรงปรารถนา   บทที่ 25 บทส่งท้าย - 70%

    ให้ต้องรักไปปรากฏตัวสักทีก็ดีเหมือนกัน สาวๆ เหล่านั้นจะได้เลิกตอแยเขาเสียที แต่ทางออกที่ดีที่สุดก็คงไม่พ้น...การแต่งงาน“แต่งงานกันไหมต้องรัก”เคธี่เคยบอกกับเขาว่าผู้หญิงทุกคนล้วนมีความฝันอยากใส่ชุดแต่งงานสวยๆ ด้วยกันทั้งนั้น เพราะมันเป็นงานที่จัดครั้งเดียวในชีวิต แม้ต้องรักเคยบอกเขาว่าไม่ต้องการจัดงานใหญ่โตอะไร แต่เขาก็อยากให้เกียรติเธอ และจัดงานแต่งงานให้เธออยู่ดี“ก็เราแต่งกันไปแล้วไม่ใช่หรือคะ ที่วัดไง” เธอหลับตาพริ้มอยู่กับอกของเขา รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นเมื่อคิดถึงเช้าวันนั้น“หมายถึงจัดงานที่เป็นเรื่องเป็นราวน่ะ คนทั่วไปจะได้รับรู้ว่าฉันแต่งงานแล้ว และเธอคือภรรยาของฉัน ฉันไม่ชอบเวลาที่มีคนมองว่าเธอเป็นของเล่นบนเตียงของฉัน แล้วก็เอาเธอไปพูดเสียๆ หายๆ” เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง มือใหญ่เลื่อนมาวางที่หน้าท้องแบนราบของเธอแล้วลูบไล้แผ่วเบา“เวลามีลูก เราจะได้เอารูปแต่งงานให้ลูกดูได้ด้วยไง ไม่ดีหรือ”“ตามใจคุณธิปเลยค่ะ”ต้องรักคลี่ยิ้มอยู่กับอกกว้างของเขา เปลือกตาเริ่มหนักอึ้งขึ้นอีก

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status