หน้าหลัก / มาเฟีย / กรงปรารถนา / บทที่ 1 แรกพบสบตา - 70%

แชร์

บทที่ 1 แรกพบสบตา - 70%

ผู้เขียน: จรสจันทร์
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-07-09 22:17:30

ชัชวาลพูดขึ้นก่อน จากนั้นทั้งสองคนก็ผลัดกันรายงานเรื่องราวต่างๆ ให้เจ้านายฟังอย่างละเอียด เนื่องจากช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ชนาธิปไม่ได้อยู่ที่เมืองไทยเพราะต้องเดินทางไปทำธุระที่ต่างประเทศ และพวกเขาทุกคนต่างรู้กันดีว่าถ้าหากเจ้านายไปอเมริกาเมื่อไร เขาจะทำตัวตัดขาดจากธุรกิจต่างๆ โดยสิ้นเชิง ฉะนั้นหากไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายจริงๆ พวกเขาจะไม่โทร.ไปรบกวนอย่างเด็ดขาด

ต้องรักดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ ใกล้ตีสามเข้าไปทุกทีแต่เธอยังคงอยู่ที่ผับ เพราะคืนนี้มีลูกค้าหลายโต๊ะที่นั่งรอให้สุราหมดขวดจึงจะทยอยลุกออกไปจากโต๊ะกัน เรื่องแบบนี้พนักงานเสิร์ฟอย่างพวกเธอชินชากันเสียแล้วเพราะมีแทบทุกวันเลยก็ว่าได้ บางครั้งสุราเหลือแค่หนึ่งในสี่ของขวดก็ไม่ค่อยมีใครอยากฝากเอาไว้ที่ร้านสักเท่าไร ส่วนใหญ่มักจะจัดการให้หมด

หญิงสาวคว้ากระเป๋าสะพายได้ก็ผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำ จัดการล้วงเอาธนบัตรออกมาจากกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้างมานับอีกครั้ง เรียวปากอิ่มเต็มตึงคลี่ยิ้มออกมาอย่างสมใจ วันนี้ถือว่ารายได้ทะลุเป้า อย่างน้อยๆ เธอก็ไม่ต้องเจียดเอาเงินที่ต้องจ่ายค่าเช่าบ้านมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้มารดาในวันรุ่งขึ้นแล้ว

จากนั้นต้องรักก็จัดการแยกธนบัตรใบสีม่วงประมาณสี่ห้าใบเข้าไว้ด้วยกันแล้วม้วนจนเป็นหลอดเล็กๆ สอดเข้าไปในส่วนก้นของกระเป๋าสะพายซึ่งเธอแอบทำเป็นช่องลับเอาไว้เพื่อซ่อนเงินที่หามาได้จากพ่อเลี้ยงที่มักจะมาเบียดเบียนอยู่เสมอ เพราะหากเอาเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ ไม่แคล้วคงต้องถูกพ่อเลี้ยงขโมยไปลงขวด หรือไม่ก็เล่นการพนันจนหมด และเธอก็คงไม่มีเงินพามารดาไปหาหมอพรุ่งนี้เป็นแน่

ต้องรักไม่เคยถูกชะตากับพ่อเลี้ยงมาแต่ไหนแต่ไร เข้าขั้นเกลียดเลยก็ว่าได้ เพราะดิลก ผู้เป็นพ่อเลี้ยงของเธอนั้นไม่ใช่คนดีอะไรนัก ไม่เคยทำงานทำการเป็นชิ้นเป็นอัน หนำซ้ำยังหาเรื่องเดือดร้อนมาให้มารดากับเธอต้องคอยตามล้างตามเช็ดอยู่เสมอ ซึ่งเธอก็ไม่เคยเข้าใจมารดาเลยว่าทำไมถึงยังทนอยู่กับผู้ชายคนนี้มาได้ ทั้งที่เขาแทบไม่มีอะไรดีแม้แต่อย่างเดียว

ยิ่งมารดาของเธอป่วยเป็นมะเร็งแบบนี้ ก็ยิ่งรู้สึกได้ว่าสายตาของพ่อเลี้ยงนั้นเริ่มเปลี่ยนไป มันดูวาววาม เจ้าเล่ห์ และดูหื่นกระหายอย่างน่าเกลียด ต้องรักเกลียดสายตาของพ่อเลี้ยงทุกครั้งที่มองมาราวกับเธอเป็นสมันเนื้อหวาน และเธอรังเกียจสัมผัสจากผู้ชายคนนี้ทุกครั้งที่เขาพยายามหาทางแตะต้องตัวเธอ

อยากหนีออกจากบ้านนี้ไปเสียแต่ก็ทำไม่ได้อย่างที่ใจคิด เธอยังมีมารดาที่ต้องดูแล เพราะถ้าให้ชวนท่านไปด้วย ท่านไม่มีทางไปกับเธออย่างแน่นอน

ทุกวันนี้ต้องรักจึงต้องกล้ำกลืนฝืนทนอยู่ร่วมบ้านกับคนที่เกลียดแสนเกลียดอย่างดิลก ต้องเหนื่อยกับการหาเลี้ยงคนทั้งบ้าน เพราะนอกจากค่าเช่าบ้าน ค่ารักษาพยาบาลของมารดา ค่ากินค่าอยู่ของตัวเองแล้ว เธอยังต้องเจียดเงินที่หามาได้ในแต่ละวันให้ผู้ชายปีกทองอย่างพ่อเลี้ยงอีกด้วย หากไม่ได้เงินอย่างที่หวังไว้ ดิลกมักจะหาเรื่องตบตีทำร้ายมารดาของเธออยู่เสมอ ในเวลาที่เธอต้องออกมาทำงานข้างนอก

ต้องรักเดินออกมาจากห้องน้ำ จากนั้นจึงเดินไปตอกบัตรที่ติดไว้ด้านข้างของประตูทางออก เสร็จเรียบร้อยก็เดินออกมาจากอาคารเพื่อหารถกลับบ้าน

“รัก...กลับด้วยกันไหม เดี๋ยวไปส่ง”

เสียงทุ้มของใครคนหนึ่งดังมาจากลานจอดรถ ต้องรักหันไปตามเสียงเรียก พอเห็นว่าเป็นใครเธอจึงค่อยเบาใจว่าไม่ใช่พวกลูกค้าที่ชอบหาเรื่องแทะโลม

“อ้าว...บอยหรอกหรือ ยังอยู่อีกหรือเนี่ย นึกว่ากลับไปแล้วเสียอีก” หญิงสาวหยุดเดินแล้วยืนอยู่กับที่ ฝ่ายนั้นจึงต้องเคลื่อนรถมอเตอร์ไซค์ที่ตนนั่งคร่อมอยู่ให้เข้ามาใกล้เธอเสียเอง

“ก็ว่ากำลังจะกลับน่ะ แต่เห็นรักกำลังเดินมาก็เลยหยุดรอก่อน กลับด้วยกันไหม เดี๋ยวเราไปส่งที่บ้านให้”

บอย หรืออนุวัฒน์ เป็นทั้งเพื่อนร่วมงานและเป็นเพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันกับต้องรัก เขาแอบชอบต้องรักมานานแล้วแต่เธอก็ยังให้เขาได้แค่ความเป็นเพื่อน แต่ชายหนุ่มก็ไม่คิดย่อท้อหรือถอดใจ เพราะเขาเชื่อว่าความเสมอต้นเสมอปลายของเขาจะชนะใจเธอได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง

“เกรงใจน่ะ ไม่เป็นไรหรอก เธอกลับไปเถอะ เรากลับเองได้”

ต้องรักปฏิเสธออกไปไม่ใช่เพราะรังเกียจความหวังดีของเขา แต่เพราะเกรงใจเขาจริงๆ หลายครั้งหลายคราที่เธอต้องอาศัยให้เขาไปส่งที่หน้าปากทางเข้าบ้าน ทั้งที่บ้านของเขาถึงก่อนบ้านของเธอเสียด้วยซ้ำ แทนที่เขาจะได้รีบกลับไปพักผ่อน กลับกลายเป็นว่าต้องเสียเวลามาส่งเธอถึงบ้านก่อน

“จะมาเกรงใจอะไรกันเล่า รักนี่ก็...ถ้ารักออกไปยืนรอรถเมล์ตอนนี้ ชาติไหนมันถึงจะมาสักคันล่ะ เปลี่ยวก็เปลี่ยวนะตรงนั้นน่ะอันตรายจะตายไป ขึ้นมาเถอะอย่าคิดมากเลย”

ชายหนุ่มบิดกุญแจสตาร์ตเครื่องพร้อมกับบุ้ยใบ้ให้เธอไปนั่งซ้อนท้าย ก่อนจะลอบยิ้มออกมาเมื่อเห็นหญิงสาวเดินมานั่งคร่อมเบาะหลังของเขา

ต้องรักคร้านจะเถียงกับเพื่อน เวลาประมาณนี้ที่ป้ายรถเมล์ยังคงมีคนพลุกพล่านอยู่ เพราะผับอื่นๆ ก็เลิกเวลานี้เช่นกัน แถวนี้มีแต่ผับและไนต์คลับเปิดเรียงรายเต็มสองข้างทาง ส่วนใหญ่เวลาเธอกลับบ้านจึงมีพนักงานจากผับอื่นๆ นั่งรอรถประจำทางเป็นเพื่อนอยู่หลายคน แม้จะไม่รู้จักกันแต่ก็รู้สึกอุ่นใจว่าไม่ได้ยืนรออยู่เพียงลำพังแน่นอน

รถยุโรปคันหรูติดฟิล์มดำสนิททั้งคันเคลื่อนตัวออกมาจากที่จอดรถสำหรับผู้บริหารและแขกวีไอพี จนกระทั่งแล่นเข้ามาใกล้คนทั้งคู่อย่างช้าๆ อนุวัฒน์จึงหยุดรอให้รถคันนั้นเคลื่อนผ่านไปก่อนแล้วค่อยออกรถตามไปทีหลัง

ต้องรักที่กำลังนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์เพื่อนอยู่นั้นเผลอตัวมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกรถหรูจนมันแล่นผ่านไปโดยลืมนึกไปว่า เธอไม่สามารถมองเข้าไปในตัวรถได้ แต่คนในรถนั้นสามารถมองออกมาด้านนอกได้อย่างชัดเจน อาการเธอที่เผลอมองเงาของตัวเองเมื่อครู่จึงอยู่ในสายตาคนที่นั่งอยู่ด้านในโดยตลอด

“นี่รถใครหรือบอย เราเห็นบ่อยๆ แต่ไม่เคยเห็นคนขับสักที แขกวีไอพีหรือ” หญิงสาวถามคนด้านหน้า ชายหนุ่มจึงหันหน้ามาตอบให้

“รถของคุณชนาธิป เจ้าของที่นี่ยังไงเล่า หรือพูดง่ายๆ ก็คือเจ้านายของพวกเรานั่นแหละ”

“จริงหรือ...จะว่าไปตั้งแต่ทำงานมาเราก็ยังไม่เคยเห็นหน้าเจ้าของที่นี่เลยนะ”

ต้องรักพูดขึ้นลอยๆ เธอเห็นรถคันนี้บ่อยๆ ทั้งตอนจะกลับบ้านแล้วเห็นมันจอดอยู่ หรือแม้แต่ตอนที่เธอนั่งรอรถประจำทางแล้วรถคันนี้แล่นผ่านหน้าไป คราแรกเธอนึกว่าเป็นรถของลูกค้าวีไอพีขาประจำ ไม่คิดเลยว่าจะเป็นรถของเจ้าของผับที่ตนทำงานอยู่

“แล้วเธอเคยเห็นหน้าเขารึเปล่า คุณชนาธิปอะไรเนี่ย” เธออดถามไม่ได้ว่าทำไมอนุวัฒน์เคยเห็นผู้เป็นเจ้านายแต่เธอไม่ ทั้งที่เธอเข้าทำงานหลังอนุวัฒน์แค่สองเดือน

“เคยเจอครั้งเดียว เจอแบบบังเอิญด้วย ตอนนั้นเราออกมาโทรศัพท์ที่หลังร้านน่ะ เห็นพี่ตั้มกำลังยืนพูดคุยอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งอยู่ ท่าทางนอบน้อมมากเลย หัวนี่ก้มแล้วก้มอีก เราก็นึกว่ากำลังคุยกับลูกค้า แต่พอผู้ชายคนนั้นเดินเข้าไปในส่วนบริหารก็เลยถามพี่ตั้มว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร พี่แกก็บอกว่านั่นน่ะเจ้าของที่นี่เชียวนะเว้ยเอ็ง หรือเจ้านายพวกเอ็งนั่นแหละ”

อนุวัฒน์ทำเสียงเลียนแบบผู้จัดการร้านที่ชื่อตั้ม ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ

“แปลว่าต้องอายุมากแล้วก็ต้องดุมากแน่ๆ เลย” ต้องรักเอ่ยขึ้นอย่างใจคิด แต่อนุวัฒน์กลับค้านเสียงหลง

“ไม่เลย ไม่แก่สักนิด ยังหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวเชียวแหละรักเอ๊ย ตัวก็สูง เป็นพระเอกหนังหรือนายแบบได้สบายๆ เลย แต่ท่าทางจะดุอย่างที่รักว่านั่นแหละ เพราะตอนที่เราแอบดูเราไม่เห็นเขายิ้มเลยสักนิด ทำหน้านิ่งๆ ไม่พูดไม่จา เอาแต่พยักหน้ารับรู้อย่างเดียว แถมคนติดตามก็ขนาบซ้ายขวา คงเป็นบอดีการ์ดประจำตัวเขามั้ง”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • กรงปรารถนา   ตอนพิเศษ - 100%

    พอได้ยินคำว่าสยาม ชนกนันท์ก็ตาวาวขึ้นทันที เพราะทุกครั้งที่ได้ไปย่านนั้นกับบิดามารดา ตนมักได้เสื้อผ้า หรือของที่อยากได้ติดมือกลับบ้านเสมอ และครั้งนี้จึงไม่พลาดเช่นกัน“ไปค่ะคุณพ่อ ถ้างั้นให้อเล็กซ์กับอลัน...”“ให้อยู่บ้านไป อยู่เป็นเพื่อนคุณแม่ไงลูก” ชนาธิปชิงพูดก่อนบุตรสาว จากนั้นก็หันไปถามสองแฝดด้วยภาษาอังกฤษ“พวกนายจะเอาอะไรไหม”“เบียร์!” สองหนุ่มตอบมาพร้อมกัน ชนาธิปยิ้มเย็นพลางพูดว่า“No!” เขามองหน้าฝาแฝดทั้งสองคนแล้วลอบถอนหายใจแผ่ว สองหนุ่มนี่ยิ่งโตหน้าตาก็ยิ่งหล่อเหลา อีกทั้งรูปร่างยังสูงใหญ่จนไม่น่าเชื่อว่าเป็นเด็กหนุ่มอายุสิบแปด“ถ้าพวกนายอยากดื่มก็ดื่มได้ แต่ต้องไม่ใช่ที่นี่ เอารถที่บ้านออกไปหาร้านนั่งดื่มกันข้างนอกก็ได้ ตามสบาย”ชนาธิปบอกอย่างใจกว้าง เพราะอย่างไรเสียสองคนนี้เขาก็ถือว่าเป็นหลาน หรือญาติที่ใกล้ชิดที่สุด แต่เขาจะไม่วุ่นวายกับสองคนนี้เลยถ้าหากว่าทั้งคู่จะไม่มาวอแวชนกนันท์ สายตาหวานเชื่อมนั่นเขาดูออกว่าทั้งสองคนนั้นถูกใจบุตรสาวของเขา และกำลัง

  • กรงปรารถนา   ตอนพิเศษ - 75%

    “อ้าว คุณธิปพาภรรยามาด้วยหรือคะไม่น่าเชื่อ ปกติเห็นไปไหนมาไหนคนเดียวตลอด” อีฟหน้าเสียอย่างเห็นได้ชัด“ลูกผมสองคนยังเล็กมากครับ ผมเลยไม่อยากให้ลูกไปงานเลี้ยงกับผม ภรรยาผมเขาก็เลยต้องอยู่ดูแลลูกที่บ้าน ผมก็ตามใจเธอ”เขาดูนาฬิกาข้อมือแล้วพูดว่า “ผมขอตัวก่อนดีกว่า ป่านนี้อาหารน่าจะมาเสิร์ฟแล้ว ฝากความระลึกถึงคุณเบิร์ดด้วยนะครับ”ชนาธิปยิ้มบาง ๆ ให้อีกครั้งแล้วเดินจากไป ทิ้งสายตาผิดหวังของหญิงสาวไว้ที่เดิมโดยไม่คิดหันกลับไปมองอีกเมื่อชนาธิปกลับเข้าไปในร้านอาหาร ชายหนุ่มก็เห็นภรรยาคนสวยนั่งจ้องตนเขม็งแทบไม่กะพริบตา เขาเห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้ เพราะเธอมองเขาแบบนี้ก็หมายความว่าเธอเห็นที่เขาหยุดคุยกับผู้หญิงคนนั้น“เลขาฯ ของคุณเบิร์ดเจ้าของโครงการบ้านในสวนน่ะ เขามาเดินซื้อของ เจอพี่พอดีเขาก็เลยทัก” ชายหนุ่มอธิบายให้ภรรยารู้โดยไม่รอให้เธอเปิดปากถาม“รักยังไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย เห็นรักเป็นคนขี้หึงไปได้” เธออมยิ้ม สีหน้าพึงพอใจอย่างเห็นได้ชัดที่เขาบอกเธอไปตามตรง“หรือไม่ใช่ เห็นสายตาก

  • กรงปรารถนา   ตอนพิเศษ - 50%

    “อุ้ยเล่าให้ฟังว่าพี่ชายเขาทำงานหลายอย่างมาก พักผ่อนน้อย ความเครียดก็เยอะ แต่เพราะเขาไม่เคยป่วยก็เลยไม่เคยไปตรวจสุขภาพสักที จึงไม่รู้ว่าความจริงแล้วตัวเองเป็นโรคความดันสูง พออาการกำเริบ บทจะไปเขาก็ไปแบบกะทันหันจนคนในครอบครัวไม่ทันได้เตรียมใจเลยค่ะ”ชนาธิปยิ้มอ่อนพลางจูบหน้าผากภรรยาอย่างรักใคร่ เธอเคยบอกว่าเขาเปรียบเสมือนโลกทั้งใบของเธอกับลูก เพราะฉะนั้นต้องรักจึงขอร้องเขาว่าอย่าทำอะไรที่เป็นการสุ่มเสี่ยงหรืออันตรายต่อชีวิตอย่างเด็ดขาด และเขาก็เคยรับปากเธอไว้แล้ว“เราก็เลยกลัวว่าพี่จะเป็นเหมือนพี่ชายของเพื่อนหรือ”ต้องรักพยักหน้าอยู่กับอกเขา “รักกับลูกไม่ต้องการอะไรค่ะ ขออย่างเดียวคือขอให้พี่อยู่กับเราแม่ลูกไปนาน ๆ รักอยากให้พี่อยู่ดูความสำเร็จของลูกด้วยกันกับรัก อยู่เป็นปู่ย่าให้หลานของเราแค่นี้ก็พอค่ะ”ชายหนุ่มยิ้มกว้างกับประโยคน่ารักน่าใคร่ของภรรยา เขาหัวเราะแล้วพูดว่า “เป็นคุณปู่อย่างเดียวเองหรือ พี่อยากเป็นคุณตาด้วยนะ เป็นทั้งปู่ทั้งตาเลยได้ไหมต้องรัก เธอจะได้เป็นทั้งคุณย่าและคุณยายไง”ต้องรักหัวเ

  • กรงปรารถนา   ตอนพิเศษ - 25%

    ต้องรักเหลือบมองสามีที่นั่งจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าด้วยแววตาหลงใหล เธอชอบแอบมองเวลาเขามีสมาธิอยู่กับอะไรบางอย่างเพราะความมุ่งมั่นเคร่งขรึมของเขานานวันก็ยิ่งมีเสน่ห์เสียจนไม่รู้จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้อย่างไร เขาจะรู้ตัวบ้างไหมว่าภรรยาคนนี้หลงรักเขามากขึ้นทุกวันหญิงสาวเห็นมุมปากเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ก็รู้ทันทีว่าเขารู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกจับจ้องจึงทำทีเป็นเบนสายตาไปมองบุตรชายที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่บนเบาะตรงหน้าแทน“ไม่แอบมองต่อแล้วหรือ” เสียงทุ้มถามขึ้นลอย ๆ“ไม่มองแล้วค่ะ คนถูกมองรู้ตัวแล้วอย่างงี้จะเรียกว่าแอบมองได้ยังไง” เธอตอบยิ้ม ๆ พลางรีบเอื้อมมือตบก้นบุตรชายที่เริ่มทำปากเบะเหมือนจะร้องไห้ และทำท่าจะตื่นชนาธิปวางมือจากคอมพิวเตอร์ตรงหน้าแล้วเดินมานั่งใกล้ภรรยา เขามองต้องรักกล่อมลูกให้หลับด้วยแววตาแสนรักนี่คือลูกกับเมียของเขา คือครอบครัวที่เขาเคยวาดฝันหลายต่อหลายครั้งว่าอยากมีตั้งแต่ยังไม่ได้เจอกับต้องรักก่อนหน้านั้นเขาทำงานให้นิโคลัส ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับมอบชีวิตทั้งชีวิตให้อีกฝ่

  • กรงปรารถนา   บทที่ 25 บทส่งท้าย - 100%

    “อยากสิคะ แต่รักจำได้ว่าคุณธิปบอกให้ชะลอไปก่อน”ชนาธิปยื่นหน้าไปหอมแก้มเธออีกครั้ง ก่อนพูดให้เธอเข้าใจ“ตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน ตอนนั้นฉันติดปัญหาเรื่องรับช่วงต่อจากรูคส์ ฉันเลยไม่อยากมีลูกให้เป็นภาระของเธอ แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ฉันไม่เกี่ยวข้องกับรูคส์แล้ว ฉันพร้อมเต็มที่สำหรับการเป็นพ่อคน”ต้องรักเบี่ยงหน้าไปมองเขาเต็มตา วันนี้เขาทำให้เธอซาบซึ้งจนเกือบร้องไห้ไปกี่ครั้งแล้วนะ แต่ที่แน่ๆ ก็คือเธอรักผู้ชายคนนี้เหลือเกิน“รักก็พร้อมค่ะ”เสียงอ้อแอ้ที่ดังอยู่ข้างหูตามมาด้วยน้ำเปียกๆ ที่แตะลงบนแก้ม ส่งผลให้ชนาธิปต้องลืมตาตื่นขึ้นทันที ชายหนุ่มยิ้มกว้างเมื่อเห็นท่าทางดีอกดีใจของบุตรชายวัยเจ็ดเดือนตอนที่เขาลืมตาขึ้น“ว่าไงลูกพ่อ” เขาช้อนแขนเจ้าตัวจ้อยให้ขึ้นมายืนบนท้อง เจ้าตัวเล็กเห็นพ่อจับให้ยืนก็กระโดดผลุงๆ ไปมาบนท้องพร้อมกับหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างอารมณ์ดีจังหวะนั้น ต้องรักเปิดประตูห้องเข้ามา เห็นสองพ่อลูกกำลังนอนเล่นกันอยู่บนเตียงก็อดยิ้มออกมาไม่ได้&l

  • กรงปรารถนา   บทที่ 25 บทส่งท้าย - 70%

    ให้ต้องรักไปปรากฏตัวสักทีก็ดีเหมือนกัน สาวๆ เหล่านั้นจะได้เลิกตอแยเขาเสียที แต่ทางออกที่ดีที่สุดก็คงไม่พ้น...การแต่งงาน“แต่งงานกันไหมต้องรัก”เคธี่เคยบอกกับเขาว่าผู้หญิงทุกคนล้วนมีความฝันอยากใส่ชุดแต่งงานสวยๆ ด้วยกันทั้งนั้น เพราะมันเป็นงานที่จัดครั้งเดียวในชีวิต แม้ต้องรักเคยบอกเขาว่าไม่ต้องการจัดงานใหญ่โตอะไร แต่เขาก็อยากให้เกียรติเธอ และจัดงานแต่งงานให้เธออยู่ดี“ก็เราแต่งกันไปแล้วไม่ใช่หรือคะ ที่วัดไง” เธอหลับตาพริ้มอยู่กับอกของเขา รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นเมื่อคิดถึงเช้าวันนั้น“หมายถึงจัดงานที่เป็นเรื่องเป็นราวน่ะ คนทั่วไปจะได้รับรู้ว่าฉันแต่งงานแล้ว และเธอคือภรรยาของฉัน ฉันไม่ชอบเวลาที่มีคนมองว่าเธอเป็นของเล่นบนเตียงของฉัน แล้วก็เอาเธอไปพูดเสียๆ หายๆ” เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง มือใหญ่เลื่อนมาวางที่หน้าท้องแบนราบของเธอแล้วลูบไล้แผ่วเบา“เวลามีลูก เราจะได้เอารูปแต่งงานให้ลูกดูได้ด้วยไง ไม่ดีหรือ”“ตามใจคุณธิปเลยค่ะ”ต้องรักคลี่ยิ้มอยู่กับอกกว้างของเขา เปลือกตาเริ่มหนักอึ้งขึ้นอีก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status