Accueil / มาเฟีย / กรงปรารถนา / บทที่ 8 เด็กเสี่ย - 100%

Share

บทที่ 8 เด็กเสี่ย - 100%

last update Dernière mise à jour: 2025-07-13 20:32:13

“ไม่เป็นไรหรอกบอย รักกลับเองดีกว่า อีกอย่างนะ ทางไปบ้านบอยกับบ้านรักมันคนละทางกันเลยนะ บอยไม่ต้องไปส่งเราหรอก”

ต้องรักรีบปฏิเสธออกมาทันทีพร้อมกับยกแขนของยุวรรณดาขึ้นมาดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือของเพื่อน

“จะสี่โมงแล้วเดี๋ยวเรากลับบ้านก่อนดีกว่า พรุ่งนี้เจอกันนะ บาย”

เมื่อเห็นว่าอีกสิบนาทีจะบ่ายสี่โมง ต้องรักจึงรีบตัดบทแล้วหาทางเลี่ยงออกมาทันที เพราะกลัวว่าอนุวัฒน์จะดึงดันขอไปส่งบ้านให้ได้ เพื่อนชายคนนี้คิดกับตนอย่างไรใช่ว่าเธอจะไม่รู้ แม้ว่าเขาจะดีและมีน้ำใจกับเธอมากแค่ไหน แต่เธอก็ไม่สามารถคิดกับเขาเกินเพื่อนได้จริงๆ

เดินห่างเพื่อนออกมาได้ไม่เท่าไร โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าก็สั่นเตือนขึ้นมาว่ามีคนโทร.เข้า ต้องรักเอามือควานหาโดยไม่หยุดเดิน เมื่อเจอแล้วก็กดรับสายทันที โดยไม่ต้องดูชื่อเพราะรู้ว่าใครโทร.มา

“ค่ะ รักกำลังจะถึงหน้ามอแล้วค่ะคุณธิป...ได้ค่ะ”

หลังจากวางสาย ร่างเล็กก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางหน้ามหาวิทยาลัย ยิ่งเขาบอกว่ากำลังจอดรถรออยู่ หญิงสาวก็ยิ่งลนลานรีบไปให้ถึงโดยเร็วที่สุดเพราะไม่อยากให้เขารอนาน จึงไม่ทันสังเกตว่ามีใครคนหนึ่งแอบตามเธอมาห่างๆ อย่างไม่ให้คลาดสายตา

รถยุโรปที่แสนคุ้นตาจอดเลยห่างออกไปจากป้ายรถประจำทางประมาณสามสิบเมตร ต้องรักจึงรีบเดินให้เร็วขึ้นพร้อมกับนึกขอบคุณเขาในใจที่ไม่จอดใกล้กับป้ายรถประจำทางอันเป็นจุดเด่นและคนพลุกพล่าน มิเช่นนั้นหากมีคนรู้จักมาเห็นคงเอาไปพูดแน่ว่าเธอมีเสี่ยเลี้ยงอยู่

เอกรัฐมองกระจกรถด้านข้าง เห็นหญิงสาวในชุดนักศึกษากำลังเดินมาก็อดขำไม่ได้

“หัวเราะอะไรวะเอก” ชัชวาลที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยหันมาถาม เอกรัฐจึงเอี้ยวตัวไปมองเจ้านายที่นั่งนิ่งอยู่เบาะหลัง

“เห็นรักใส่ชุดนักศึกษาแบบนี้แล้วรู้สึกเหมือนคุณธิปเป็นอาเสี่ยกำลังเลี้ยงต้อยเลย” ชายหนุ่มพูดพลางหัวเราะ ในขณะที่คนถูกพาดพิงทำเพียงเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะพูดออกมายิ้มๆ

“ไม่เถียง ก็ฉันกำลังเลี้ยงต้อยอยู่จริงๆ นี่”

เพียงแต่เจ้าตัวยังไม่รู้เท่านั้นว่าตัวเองจะถูกเขาจับกินวันไหน ตอนนี้เขาก็แค่รอเวลาให้อะไรๆ มันลงตัวเสียก่อน ช่วงนี้จึงได้แต่สร้างความสนิทสนมคุ้นเคยกับเธอไปทีละนิด และถ้าเธอพร้อมสำหรับความสัมพันธ์ที่ก้าวไปอีกขั้นเมื่อไร เมื่อนั้นเธอจะได้รู้เองว่าการเป็นผู้หญิงของเขานั้นโชคดีแค่ไหน

ประตูรถด้านหลังเปิดออกพร้อมกับร่างเล็กของต้องรักแทรกเข้ามานั่งคู่กับชนาธิปที่เบาะหลัง หลังจากปิดประตูเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็หันไปยกมือไหว้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกัน ทำเอาสองหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านหน้าถึงกับขำพรืดออกมา

“หืม...มีอะไรหรือคะ”

ต้องรักทำหน้าเหลอหลาหันมองคนนั้นทีคนนู้นทีอย่างสงสัย กระทั่งรถเคลื่อนตัวออกสู่ถนนแล้ว เอกรัฐจึงหันมาไขข้อข้องใจให้สาวน้อยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขาสักอย่าง

“ไม่มีอะไร แค่รู้สึกว่าตอนที่รักไหว้คุณธิปน่ะ เหมือนลูกกำลังไหว้พ่อเลย” พูดจบเจ้าตัวก็หัวเราะร่าโดยมีชัชวาลเป็นลูกคู่หัวเราะตามไปด้วยอย่างสนุกสนาน ส่วนคนที่ถูกเปรียบเทียบให้เป็นพ่อนั้นได้แต่ยิ้มมุมปากบางๆ พลางส่ายหน้าไปมาอย่างไม่ใส่ใจ และไม่คิดจะเก็บมาเป็นอารมณ์กับการแซวเล่นของลูกน้อง

เอกรัฐกับชัชวาลอยู่กับเขามานานมาก สองคนนี้นอกจากจะเป็นลูกน้องคู่ใจแล้ว ยังเป็นเหมือนเพื่อน เหมือนน้องชายก็ว่าได้ พวกนี้จึงกล้าคุยเล่นกับเขาในยามปกติเพราะรู้ดีว่าเขาไม่ถือสา แต่เวลาทำงานให้เขา สองคนนี้ก็ทำแบบถวายหัว

“พวกพี่ก็พูดเกินไป คุณธิปไม่แก่ขนาดนั้นสักหน่อย”

ต้องรักอดเถียงแทนเขาไม่ได้ แม้จะรู้อยู่ว่าอายุเขาน่าจะเกินสามสิบแล้ว แต่หน้าตาและผิวพรรณของชนาธิปแทบไม่ต่างจากเพื่อนผู้ชายที่มหาวิทยาลัยเลย ทั้งยังดูดีกว่าด้วยซ้ำ

“เฮ้ย...พวกพี่ยังไม่ได้พูดสักคำเลยว่าคุณธิปแก่ มีแต่รักนั่นแหละพูด”

ชัชวาลคลี่ยิ้มกว้างเมื่อมองเห็นสีหน้าเถียงไม่ออกของหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในรถ ในขณะที่ต้องรักได้แต่ปิดปากเงียบ แต่หางตาแอบชำเลืองมองไปยังคนข้างกาย แล้วก็ต้องรีบถอนสายตาออกมาเมื่อเห็นว่านัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นกำลังมองเธออย่างคาดโทษ

สิ่งที่ต้องรักไม่รู้เลยก็คือตอนที่เธอเปิดประตูรถแล้วก้าวเข้าไปนั่งด้านใน จนกระทั่งรถเคลื่อนตัวออกไปนั้น ร่างสูงโปร่งของอนุวัฒน์ที่แอบเดินตามมาตั้งแต่อยู่ในมหาวิทยาลัย ตอนนี้กำลังทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ในป้ายรถประจำทางอย่างหมดแรง

รถคันนั้นเขาจำได้ว่าเป็นรถของใคร แต่ที่เขาไม่เข้าใจคือทำไมต้องรักถึงไปกับรถคันนั้น

“ไม่จริงใช่ไหมรัก”

ชายหนุ่มยกสองมือขึ้นปิดหน้าก่อนจะลูบแรงๆ แล้วมองท้ายรถหรูที่ขับห่างออกไปเรื่อยๆ อีกครั้งราวกับหลอกตัวเองว่าเมื่อครู่เขาแค่ตาฝาด แต่ไม่ว่าจะดูกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง สีของรถ รุ่นรถ หรือแม้แต่เลขทะเบียนของรถก็ยังเป็นคันเดิมอยู่นั่นเอง...รถของคุณชนาธิป เจ้านายของเขา

ผู้หญิงที่เขาหลงรักไปเป็นนกน้อยในกรงทองของผู้ชายคนอื่นแล้วอย่างนั้นหรือ

เมื่อมาถึงห้องพัก ชนาธิปเดินเข้าห้องนอนของตัวเองเพื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ต้องรักก็เช่นกัน หลังจากที่หญิงสาวเปลี่ยนเป็นชุดลำลองสบายๆ แล้วเธอก็หอบเลกเชอร์ของยุวรรณดาออกมาที่ห้องนั่งเล่น โดยตัวเธอนั่งลงกับพื้นพรมและวางสมุดเลกเชอร์ไว้บนโซฟา

“จะอ่านหนังสือหรือ ไปนั่งอ่านที่ห้องทำงานก็ได้นะ” ชายหนุ่มเห็นเธอนั่งลงกับพื้นจึงเสนอให้ไปใช้ห้องทำงานของตน

“ขอบคุณค่ะ แต่ไม่เป็นไรหรอก รักว่านั่งอย่างนี้สบายกว่า”

ในเมื่อเธอบอกอย่างนั้นเขาก็ไม่เซ้าซี้ต่อ ชายหนุ่มจึงเดินไปหยิบโน้ตบุ๊กในห้องทำงานแล้วออกมานั่งที่โซฟาอีกตัว ราวกับต้องการอยู่เป็นเพื่อนเธอไปเงียบๆ ต่างคนต่างจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าของตัวเองโดยไม่มีใครพูดอะไร แต่ในใจของทั้งคู่กลับสัมผัสได้ถึงสายใยอบอุ่นบางเบาที่ค่อยๆ ก่อตัวเข้ามาโอบล้อมทั้งสองคนไว้ให้แน่นแฟ้นขึ้นกว่าเดิม

ต้องรักแอบชำเลืองมองไปยังร่างสูงที่นั่งอยู่บนโซฟาด้านข้าง ก่อนหน้านี้เขาใส่สูทเต็มยศดูภูมิฐานเสียจนเธอต้องลอบถอนหายใจให้แก่ความน่าหลงใหลของเขา ทว่าตอนนี้เขาอยู่ในชุดที่แสนสบาย เสื้อยืดคอวีสีขาวไม่มีลวดลายกับกางเกงกีฬาขาสามส่วน กระนั้นเขาก็ยังดูดีได้ทุกกระเบียดนิ้ว

“มีอะไรจะถามรึเปล่าต้องรัก”

ชนาธิปประสานสายตากับเธอนิ่ง เห็นเธอสะดุ้งเล็กน้อยเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังนั่งจ้องเขาอยู่แล้วก็อดขำไม่ได้ มุมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีนิลลึกล้ำเจือแววขบขัน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรักใคร่เอ็นดู

“ปละ...เปล่าค่ะ แต่จริงๆ แล้วก็มีเรื่องสงสัย” ต้องรักหลบสายตาเขาเป็นพัลวัน ใบหน้าค่อยๆ ขึ้นสีระเรื่อด้วยความอับอายที่ถูกจับได้ว่าแอบมอง

“สงสัยว่า?” ชายหนุ่มเว้นช่วงให้เธอพูด ต้องรักเองก็ดูเหมือนกำลังชั่งใจว่าจะถามดีหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ถามออกมา

“สงสัยว่าตอนนี้...เอ่อ...คุณธิปอายุเท่าไรแล้วคะ”

ถามจบเจ้าตัวก็ก้มหน้างุด ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง ด้วยเกรงว่าจะเจอกับสายตาพิฆาตคู่นั้นประหัตประหารเธอทางสายตา

“สามสิบห้า” เสียงทุ้มตอบอย่างนุ่มนวล ต้องรักจึงกล้าเงยหน้าขึ้นมองเขา ครั้นเห็นเขากำลังยิ้มบางๆ ส่งมาให้เธอก็อดยิ้มตอบไม่ได้

“งั้นฉันขอถามเธอบ้าง”

นัยน์ตาคมกริบไม่ละไปจากใบหน้าของหญิงสาว ต้องรักเลิกคิ้วขึ้น รอฟังว่าเขาจะถามอะไร

“สามสิบห้าแก่เกินไปสำหรับเธอรึเปล่า ต้องรัก”

ทันทีที่ได้ยินคำถาม ก้อนเนื้อที่อกข้างซ้ายก็กระหน่ำเต้นเสียจนมือสั่นตามไปด้วย ริมฝีปากคลี่ยิ้มออกเองโดยอัตโนมัติ แม้ว่าเธอจะพยายามฝืนมันแล้วก็ตามที

“สำหรับรัก...ไม่ค่ะ”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • กรงปรารถนา   ตอนพิเศษ - 100%

    พอได้ยินคำว่าสยาม ชนกนันท์ก็ตาวาวขึ้นทันที เพราะทุกครั้งที่ได้ไปย่านนั้นกับบิดามารดา ตนมักได้เสื้อผ้า หรือของที่อยากได้ติดมือกลับบ้านเสมอ และครั้งนี้จึงไม่พลาดเช่นกัน“ไปค่ะคุณพ่อ ถ้างั้นให้อเล็กซ์กับอลัน...”“ให้อยู่บ้านไป อยู่เป็นเพื่อนคุณแม่ไงลูก” ชนาธิปชิงพูดก่อนบุตรสาว จากนั้นก็หันไปถามสองแฝดด้วยภาษาอังกฤษ“พวกนายจะเอาอะไรไหม”“เบียร์!” สองหนุ่มตอบมาพร้อมกัน ชนาธิปยิ้มเย็นพลางพูดว่า“No!” เขามองหน้าฝาแฝดทั้งสองคนแล้วลอบถอนหายใจแผ่ว สองหนุ่มนี่ยิ่งโตหน้าตาก็ยิ่งหล่อเหลา อีกทั้งรูปร่างยังสูงใหญ่จนไม่น่าเชื่อว่าเป็นเด็กหนุ่มอายุสิบแปด“ถ้าพวกนายอยากดื่มก็ดื่มได้ แต่ต้องไม่ใช่ที่นี่ เอารถที่บ้านออกไปหาร้านนั่งดื่มกันข้างนอกก็ได้ ตามสบาย”ชนาธิปบอกอย่างใจกว้าง เพราะอย่างไรเสียสองคนนี้เขาก็ถือว่าเป็นหลาน หรือญาติที่ใกล้ชิดที่สุด แต่เขาจะไม่วุ่นวายกับสองคนนี้เลยถ้าหากว่าทั้งคู่จะไม่มาวอแวชนกนันท์ สายตาหวานเชื่อมนั่นเขาดูออกว่าทั้งสองคนนั้นถูกใจบุตรสาวของเขา และกำลัง

  • กรงปรารถนา   ตอนพิเศษ - 75%

    “อ้าว คุณธิปพาภรรยามาด้วยหรือคะไม่น่าเชื่อ ปกติเห็นไปไหนมาไหนคนเดียวตลอด” อีฟหน้าเสียอย่างเห็นได้ชัด“ลูกผมสองคนยังเล็กมากครับ ผมเลยไม่อยากให้ลูกไปงานเลี้ยงกับผม ภรรยาผมเขาก็เลยต้องอยู่ดูแลลูกที่บ้าน ผมก็ตามใจเธอ”เขาดูนาฬิกาข้อมือแล้วพูดว่า “ผมขอตัวก่อนดีกว่า ป่านนี้อาหารน่าจะมาเสิร์ฟแล้ว ฝากความระลึกถึงคุณเบิร์ดด้วยนะครับ”ชนาธิปยิ้มบาง ๆ ให้อีกครั้งแล้วเดินจากไป ทิ้งสายตาผิดหวังของหญิงสาวไว้ที่เดิมโดยไม่คิดหันกลับไปมองอีกเมื่อชนาธิปกลับเข้าไปในร้านอาหาร ชายหนุ่มก็เห็นภรรยาคนสวยนั่งจ้องตนเขม็งแทบไม่กะพริบตา เขาเห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้ เพราะเธอมองเขาแบบนี้ก็หมายความว่าเธอเห็นที่เขาหยุดคุยกับผู้หญิงคนนั้น“เลขาฯ ของคุณเบิร์ดเจ้าของโครงการบ้านในสวนน่ะ เขามาเดินซื้อของ เจอพี่พอดีเขาก็เลยทัก” ชายหนุ่มอธิบายให้ภรรยารู้โดยไม่รอให้เธอเปิดปากถาม“รักยังไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย เห็นรักเป็นคนขี้หึงไปได้” เธออมยิ้ม สีหน้าพึงพอใจอย่างเห็นได้ชัดที่เขาบอกเธอไปตามตรง“หรือไม่ใช่ เห็นสายตาก

  • กรงปรารถนา   ตอนพิเศษ - 50%

    “อุ้ยเล่าให้ฟังว่าพี่ชายเขาทำงานหลายอย่างมาก พักผ่อนน้อย ความเครียดก็เยอะ แต่เพราะเขาไม่เคยป่วยก็เลยไม่เคยไปตรวจสุขภาพสักที จึงไม่รู้ว่าความจริงแล้วตัวเองเป็นโรคความดันสูง พออาการกำเริบ บทจะไปเขาก็ไปแบบกะทันหันจนคนในครอบครัวไม่ทันได้เตรียมใจเลยค่ะ”ชนาธิปยิ้มอ่อนพลางจูบหน้าผากภรรยาอย่างรักใคร่ เธอเคยบอกว่าเขาเปรียบเสมือนโลกทั้งใบของเธอกับลูก เพราะฉะนั้นต้องรักจึงขอร้องเขาว่าอย่าทำอะไรที่เป็นการสุ่มเสี่ยงหรืออันตรายต่อชีวิตอย่างเด็ดขาด และเขาก็เคยรับปากเธอไว้แล้ว“เราก็เลยกลัวว่าพี่จะเป็นเหมือนพี่ชายของเพื่อนหรือ”ต้องรักพยักหน้าอยู่กับอกเขา “รักกับลูกไม่ต้องการอะไรค่ะ ขออย่างเดียวคือขอให้พี่อยู่กับเราแม่ลูกไปนาน ๆ รักอยากให้พี่อยู่ดูความสำเร็จของลูกด้วยกันกับรัก อยู่เป็นปู่ย่าให้หลานของเราแค่นี้ก็พอค่ะ”ชายหนุ่มยิ้มกว้างกับประโยคน่ารักน่าใคร่ของภรรยา เขาหัวเราะแล้วพูดว่า “เป็นคุณปู่อย่างเดียวเองหรือ พี่อยากเป็นคุณตาด้วยนะ เป็นทั้งปู่ทั้งตาเลยได้ไหมต้องรัก เธอจะได้เป็นทั้งคุณย่าและคุณยายไง”ต้องรักหัวเ

  • กรงปรารถนา   ตอนพิเศษ - 25%

    ต้องรักเหลือบมองสามีที่นั่งจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าด้วยแววตาหลงใหล เธอชอบแอบมองเวลาเขามีสมาธิอยู่กับอะไรบางอย่างเพราะความมุ่งมั่นเคร่งขรึมของเขานานวันก็ยิ่งมีเสน่ห์เสียจนไม่รู้จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้อย่างไร เขาจะรู้ตัวบ้างไหมว่าภรรยาคนนี้หลงรักเขามากขึ้นทุกวันหญิงสาวเห็นมุมปากเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ก็รู้ทันทีว่าเขารู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกจับจ้องจึงทำทีเป็นเบนสายตาไปมองบุตรชายที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่บนเบาะตรงหน้าแทน“ไม่แอบมองต่อแล้วหรือ” เสียงทุ้มถามขึ้นลอย ๆ“ไม่มองแล้วค่ะ คนถูกมองรู้ตัวแล้วอย่างงี้จะเรียกว่าแอบมองได้ยังไง” เธอตอบยิ้ม ๆ พลางรีบเอื้อมมือตบก้นบุตรชายที่เริ่มทำปากเบะเหมือนจะร้องไห้ และทำท่าจะตื่นชนาธิปวางมือจากคอมพิวเตอร์ตรงหน้าแล้วเดินมานั่งใกล้ภรรยา เขามองต้องรักกล่อมลูกให้หลับด้วยแววตาแสนรักนี่คือลูกกับเมียของเขา คือครอบครัวที่เขาเคยวาดฝันหลายต่อหลายครั้งว่าอยากมีตั้งแต่ยังไม่ได้เจอกับต้องรักก่อนหน้านั้นเขาทำงานให้นิโคลัส ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับมอบชีวิตทั้งชีวิตให้อีกฝ่

  • กรงปรารถนา   บทที่ 25 บทส่งท้าย - 100%

    “อยากสิคะ แต่รักจำได้ว่าคุณธิปบอกให้ชะลอไปก่อน”ชนาธิปยื่นหน้าไปหอมแก้มเธออีกครั้ง ก่อนพูดให้เธอเข้าใจ“ตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน ตอนนั้นฉันติดปัญหาเรื่องรับช่วงต่อจากรูคส์ ฉันเลยไม่อยากมีลูกให้เป็นภาระของเธอ แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ฉันไม่เกี่ยวข้องกับรูคส์แล้ว ฉันพร้อมเต็มที่สำหรับการเป็นพ่อคน”ต้องรักเบี่ยงหน้าไปมองเขาเต็มตา วันนี้เขาทำให้เธอซาบซึ้งจนเกือบร้องไห้ไปกี่ครั้งแล้วนะ แต่ที่แน่ๆ ก็คือเธอรักผู้ชายคนนี้เหลือเกิน“รักก็พร้อมค่ะ”เสียงอ้อแอ้ที่ดังอยู่ข้างหูตามมาด้วยน้ำเปียกๆ ที่แตะลงบนแก้ม ส่งผลให้ชนาธิปต้องลืมตาตื่นขึ้นทันที ชายหนุ่มยิ้มกว้างเมื่อเห็นท่าทางดีอกดีใจของบุตรชายวัยเจ็ดเดือนตอนที่เขาลืมตาขึ้น“ว่าไงลูกพ่อ” เขาช้อนแขนเจ้าตัวจ้อยให้ขึ้นมายืนบนท้อง เจ้าตัวเล็กเห็นพ่อจับให้ยืนก็กระโดดผลุงๆ ไปมาบนท้องพร้อมกับหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างอารมณ์ดีจังหวะนั้น ต้องรักเปิดประตูห้องเข้ามา เห็นสองพ่อลูกกำลังนอนเล่นกันอยู่บนเตียงก็อดยิ้มออกมาไม่ได้&l

  • กรงปรารถนา   บทที่ 25 บทส่งท้าย - 70%

    ให้ต้องรักไปปรากฏตัวสักทีก็ดีเหมือนกัน สาวๆ เหล่านั้นจะได้เลิกตอแยเขาเสียที แต่ทางออกที่ดีที่สุดก็คงไม่พ้น...การแต่งงาน“แต่งงานกันไหมต้องรัก”เคธี่เคยบอกกับเขาว่าผู้หญิงทุกคนล้วนมีความฝันอยากใส่ชุดแต่งงานสวยๆ ด้วยกันทั้งนั้น เพราะมันเป็นงานที่จัดครั้งเดียวในชีวิต แม้ต้องรักเคยบอกเขาว่าไม่ต้องการจัดงานใหญ่โตอะไร แต่เขาก็อยากให้เกียรติเธอ และจัดงานแต่งงานให้เธออยู่ดี“ก็เราแต่งกันไปแล้วไม่ใช่หรือคะ ที่วัดไง” เธอหลับตาพริ้มอยู่กับอกของเขา รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นเมื่อคิดถึงเช้าวันนั้น“หมายถึงจัดงานที่เป็นเรื่องเป็นราวน่ะ คนทั่วไปจะได้รับรู้ว่าฉันแต่งงานแล้ว และเธอคือภรรยาของฉัน ฉันไม่ชอบเวลาที่มีคนมองว่าเธอเป็นของเล่นบนเตียงของฉัน แล้วก็เอาเธอไปพูดเสียๆ หายๆ” เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง มือใหญ่เลื่อนมาวางที่หน้าท้องแบนราบของเธอแล้วลูบไล้แผ่วเบา“เวลามีลูก เราจะได้เอารูปแต่งงานให้ลูกดูได้ด้วยไง ไม่ดีหรือ”“ตามใจคุณธิปเลยค่ะ”ต้องรักคลี่ยิ้มอยู่กับอกกว้างของเขา เปลือกตาเริ่มหนักอึ้งขึ้นอีก

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status