Home / มาเฟีย / กรงปรารถนา / บทที่ 3 สูญเสีย - 50%

Share

บทที่ 3 สูญเสีย - 50%

last update Last Updated: 2025-07-14 13:00:23

ต้องรักเดินเกาะกลุ่มกับเพื่อนพนักงานออกมาจากอาคารเพื่อกลับบ้านดังเช่นทุกวัน นัยน์ตาคู่สวยชะเง้อมองไปยังที่จอดรถทางฝั่งของผู้บริหารอย่างลืมตัว รถยุโรปคันหรูที่เธอเคยนั่งยังคงจอดนิ่งอยู่ที่เดิม อันเป็นการบอกว่าเขาคนนั้นยังไม่ได้ออกจากที่นี่ อยากหยุดยืนเพื่อรอส่งตอนที่รถของเขาแล่นผ่าน แต่ก็เกรงว่าหากทำอย่างนั้นเขาจะมองว่าเธอกำลังทอดสะพานให้เขา คิดได้ดังนั้นจึงตัดสินใจเดินตามกลุ่มเพื่อนออกไป

ทว่ายังไม่ทันเดินพ้นเขตลานจอดรถดี รถคันที่ต้องรักมองดูอยู่เมื่อครู่ก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวแล่นผ่านหน้าของทุกคนไป ต้องรักมองไปยังกระจกของที่นั่งตอนหลังพร้อมกับคลี่ยิ้มให้ มองผิวเผินอาจจะดูเหมือนว่าเธอกำลังยิ้มให้เงาของตัวเองที่สะท้อนกลับมา แต่ใครเลยจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วเธอกำลังยิ้มให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่เบาะหลังนั้นต่างหาก

“รัก!”

ได้ยินเสียงของใครคนหนึ่งเรียกมาจากด้านหลัง แต่เจ้าของชื่อไม่ได้หันกลับไปเพราะมัวแต่มองส่งรถคนนั้นจนกระทั่งลับสายตา พร้อมกับที่ผู้ตะโกนเรียกมาหยุดรถมอเตอร์ไซค์อยู่ข้างๆ

“รักขึ้นรถเราเถอะ เดี๋ยวเราไปส่ง”

อนุวัฒน์พยักพเยิดไปทางเบาะหลังของตัวเอง ตอนที่เขารู้เรื่องเธอถูกลูกค้าฉุดไปเมื่อคืนนั้น ยอมรับว่าตกใจมาก และเป็นห่วงหญิงสาวที่สุด แต่พอรู้ว่ามีพลเมืองดีมาช่วยไว้ได้ทัน และพอดีกับที่มีรถสายตรวจขับผ่านมาพอดีเธอจึงรอดมาได้ เขาจึงตั้งใจว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เขาจะต้องไปส่งเธอถึงบ้านอย่างปลอดภัยทุกวัน

“ไม่ต้องปฏิเสธเลย เมื่อคืนไม่เข็ดรึไง”

ชายหนุ่มรีบพูดดักคอขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวทำท่าจะไม่ยอมขึ้นรถมาด้วย สุดท้ายต้องรักจึงต้องยอมนั่งซ้อนท้ายเพื่อนชายเพื่อให้พาไปส่งถึงบ้าน

“ส่งถึงปากซอยก็พอนะบอย ไม่ต้องไปถึงหน้าบ้านหรอก” เธอยังไม่วายต่อรองกับเขา อนุวัฒน์จึงอดไม่ได้ที่จะถาม

“ถามจริงๆ เถอะรัก ทำไมไม่ยอมให้เราขับไปส่งในซอยล่ะ รักต้องเดินเข้าไปอีกไม่ใช่หรือ”

“บอยก็รู้ว่าแถวบ้านเราปากหอยปากปูมันเยอะ พวกไม่รู้จริงชอบเอาไปพูดเสียๆ หายๆ เราไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ ช่วงนี้แม่ยิ่งอาการไม่ค่อยดีอยู่ด้วย”

พอได้ฟังเหตุผลของเพื่อนสาวอนุวัฒน์จึงไม่ซักถามอะไรอีก เพราะรู้ดีว่าต้องรักนั้นรักมารดามากแค่ไหน อะไรที่ทำให้มารดาอาการดีขึ้นหรือสบายใจได้ ต้องรักไม่เคยเกี่ยงที่จะทำ

อนุวัฒน์จอดรถที่หน้าปากซอยทางเข้าบ้านของต้องรัก เธอลงจากรถพร้อมกับเอ่ยขอบคุณเพื่อนชายก่อนจะโบกไม้โบกมือให้ระหว่างที่เดินเข้าไปในซอย จากนั้นชายหนุ่มจึงขับรถกลับไปยังบ้านของตัวเอง

ต้องรักพยายามเดินเร็วๆ เพื่อให้ถึงบ้านให้เร็วที่สุด แต่เพราะข้อเท้ายังไม่หายดีเท่าที่ควร เวลาที่เธอเกร็งมากเกินไปจึงรู้สึกปวดแปลบขึ้นมาอีกครา สุดท้ายจึงชะลอฝีเท้าลงแต่ประสาทสัมผัสก็คอยระแวดระวังภัยรอบกายไปด้วย

ทางเข้าซอยไม่ได้มืดมิดอะไรนักเพราะมีไฟส่องสว่างตามข้างทางให้พออุ่นใจอยู่บ้าง เพียงแต่บางคืนนั้นจะมีกลุ่มวัยรุ่นมานั่งดื่มเหล้าหรือเสพยากันแถวเพิงขายของข้างทาง และรีดไถเงินคนที่เดินผ่านไปมา คืนนี้เธอจึงกลัวว่าจะเจอกับพวกนั้นเข้า แต่เมื่อมองไปไกลๆ แล้วไม่เห็นเด็กกลุ่มนั้นจึงค่อยคลายใจ

หญิงสาวไม่มีโอกาสรู้เลยว่าเบื้องหลังไปประมาณห้าสิบเมตรจากจุดที่เธอเดินอยู่นั้นจะมีร่างสูงของใครบางคนกำลังเดินตามอยู่ห่างๆ อย่างเงียบกริบ ร่างนั้นพยายามเดินอยู่ในเงามืดเพื่ออำพรางตัวเองจากสายตาที่สอดส่ายไปมาของหญิงสาว จนกระทั่งเห็นว่าต้องรักเข้าบ้านไปได้เป็นที่เรียบร้อย ร่างนั้นจึงหันหลังเดินกลับไปทางเดิม

ต้องรักไขกุญแจเข้าไปในบ้าน เห็นข้างในมืดสนิทแล้วก็อดแปลกใจไม่ได้ เพราะปกติแล้วมารดาจะเปิดไฟในครัวทิ้งเอาไว้ให้เพื่อให้เธอมองเห็นทางจะได้ไม่เดินชนโต๊ะหรือเดินตกบันได เธอควานไปกดสวิตช์ไฟที่ผนังใกล้กับประตูจนไฟที่ชั้นล่างสว่างพึ่บ ครั้นพอมองเห็นภายในได้เต็มตาหญิงสาวก็ต้องหวีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง

“แม่!”

ต้องรักถลาเข้าไปหาร่างของมารดาที่นอนนิ่งไม่ไหวติงจมกองเลือดสีแดงสดอยู่หน้าบันได หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งข้างร่างของมารดา มือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูก รู้สึกเหมือนพื้นโคลงเคลงจนไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะพยุงกายของมารดาให้มาพิงซบกับหน้าตัก ปากก็ได้แต่ร้องเรียกพร้อมกับเขย่าตัวท่านแรงๆ ทว่าร่างนั้นก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง

“แม่...แม่จ๋า ฮือ...แม่ได้ยินเสียงรักไหม แม่แข็งใจหน่อยนะ รักจะพาแม่ไปโรงพยาบาล”

หญิงสาวพร่ำพูดปนสะอื้น น้ำตาหลั่งไหลลงมาไม่ขาดสาย ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นวิ่งไปเคาะประตูบ้านข้างๆ

“ป้านวล ลุงเพิ่มเปิดประตูให้รักหน่อย ช่วยแม่ของรักด้วยนะป้า เปิดประตูให้รักที ฮือ...”

ต้องรักทุบประตูดังโครมครามโดยไม่สนใจว่าดึกสงัดเพียงใด สักพักพอเห็นแสงไฟจากด้านในสว่างขึ้นพร้อมกับเสียงบ่นยาวๆ ของเจ้าของบ้าน หญิงสาวจึงเลิกเคาะ

“อะไรของเอ็งวะนังรัก ดึกๆ ดื่นๆ มาเคาะอะไรนักหนา หนวกหูคนจะหลับจะนอน”

เสียงแหลมๆ ของหญิงวัยห้าสิบกว่าดังเล็ดลอดออกมาจากในตัวบ้านพร้อมกับเสียงปลดล็อกประตู

“ป้านวลช่วยแม่รักด้วยนะ ให้ลุงเพิ่มเอารถออกไปส่งแม่รักที่โรงพยาบาลหน่อยนะป้า แม่รักเลือดไหลเต็มพื้นไปหมดปลุกยังไงก็ไม่ยอมตื่นเลย นะป้านะ”

หญิงสาวพร่ำพูดอ้อนวอนทั้งน้ำตานองหน้าพลางเขย่าแขนของคนที่เธอเรียกว่าป้านวลนั้นไปมา

“ว่าไงนะ เลือดไหลเต็มพื้น แม่เอ็งเป็นอะไรทำไมเลือดออก โว้ย! ไอ้เพิ่ม มึงตื่นมาดูนังจงมันหน่อยเร็ว นังรักมันบอกว่าแม่มันแย่แล้วปลุกเท่าไรก็ไม่ตื่น”

ประโยคหลังป้านวลตะโกนเข้าไปในตัวบ้านเพื่อปลุกสามีผู้มีอาชีพขับรถสามล้อให้ตื่นขึ้นจากเตียงเพื่อไปดูจงรัก มารดาของหญิงสาว ก่อนจะจับจูงแขนของต้องรักแล้วพากันเดินเร็วๆ ออกจากตรงนั้นทันที

“ว้าย! ตายแล้ว...ทำไมเลือดเต็มไปหมดอย่างนี้ล่ะ แม่เอ็งตกบันไดหรือ ไอ้เพิ่มเร็วๆ เข้า มาช่วยกันหน่อย”

ป้านวลยกมือขึ้นทาบอก อาการง่วงงุนหายเป็นปลิดทิ้ง ก่อนจะโหวกเหวกเสียงดังเพื่อเร่งสามีให้เข้ามาในบ้านเร็วๆ

“เฮ้ย! นี่ไอ้หลกมันเตะแม่เอ็งตกบันไดเลือดอาบเลยหรือวะนังรัก ไปๆ ถอยๆ” เพิ่มเองก็ตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นสภาพของจงรัก คราแรกนึกว่าดิลกตีเมียอย่างเคยจึงไม่ได้สนใจอะไรมากนักเพราะเห็นจนเป็นเรื่องชินตา แต่ดูเหมือนครั้งนี้จะหนักมือเกินไปหน่อยกระมัง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กรงปรารถนา   ตอนพิเศษ - 100%

    พอได้ยินคำว่าสยาม ชนกนันท์ก็ตาวาวขึ้นทันที เพราะทุกครั้งที่ได้ไปย่านนั้นกับบิดามารดา ตนมักได้เสื้อผ้า หรือของที่อยากได้ติดมือกลับบ้านเสมอ และครั้งนี้จึงไม่พลาดเช่นกัน“ไปค่ะคุณพ่อ ถ้างั้นให้อเล็กซ์กับอลัน...”“ให้อยู่บ้านไป อยู่เป็นเพื่อนคุณแม่ไงลูก” ชนาธิปชิงพูดก่อนบุตรสาว จากนั้นก็หันไปถามสองแฝดด้วยภาษาอังกฤษ“พวกนายจะเอาอะไรไหม”“เบียร์!” สองหนุ่มตอบมาพร้อมกัน ชนาธิปยิ้มเย็นพลางพูดว่า“No!” เขามองหน้าฝาแฝดทั้งสองคนแล้วลอบถอนหายใจแผ่ว สองหนุ่มนี่ยิ่งโตหน้าตาก็ยิ่งหล่อเหลา อีกทั้งรูปร่างยังสูงใหญ่จนไม่น่าเชื่อว่าเป็นเด็กหนุ่มอายุสิบแปด“ถ้าพวกนายอยากดื่มก็ดื่มได้ แต่ต้องไม่ใช่ที่นี่ เอารถที่บ้านออกไปหาร้านนั่งดื่มกันข้างนอกก็ได้ ตามสบาย”ชนาธิปบอกอย่างใจกว้าง เพราะอย่างไรเสียสองคนนี้เขาก็ถือว่าเป็นหลาน หรือญาติที่ใกล้ชิดที่สุด แต่เขาจะไม่วุ่นวายกับสองคนนี้เลยถ้าหากว่าทั้งคู่จะไม่มาวอแวชนกนันท์ สายตาหวานเชื่อมนั่นเขาดูออกว่าทั้งสองคนนั้นถูกใจบุตรสาวของเขา และกำลัง

  • กรงปรารถนา   ตอนพิเศษ - 75%

    “อ้าว คุณธิปพาภรรยามาด้วยหรือคะไม่น่าเชื่อ ปกติเห็นไปไหนมาไหนคนเดียวตลอด” อีฟหน้าเสียอย่างเห็นได้ชัด“ลูกผมสองคนยังเล็กมากครับ ผมเลยไม่อยากให้ลูกไปงานเลี้ยงกับผม ภรรยาผมเขาก็เลยต้องอยู่ดูแลลูกที่บ้าน ผมก็ตามใจเธอ”เขาดูนาฬิกาข้อมือแล้วพูดว่า “ผมขอตัวก่อนดีกว่า ป่านนี้อาหารน่าจะมาเสิร์ฟแล้ว ฝากความระลึกถึงคุณเบิร์ดด้วยนะครับ”ชนาธิปยิ้มบาง ๆ ให้อีกครั้งแล้วเดินจากไป ทิ้งสายตาผิดหวังของหญิงสาวไว้ที่เดิมโดยไม่คิดหันกลับไปมองอีกเมื่อชนาธิปกลับเข้าไปในร้านอาหาร ชายหนุ่มก็เห็นภรรยาคนสวยนั่งจ้องตนเขม็งแทบไม่กะพริบตา เขาเห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้ เพราะเธอมองเขาแบบนี้ก็หมายความว่าเธอเห็นที่เขาหยุดคุยกับผู้หญิงคนนั้น“เลขาฯ ของคุณเบิร์ดเจ้าของโครงการบ้านในสวนน่ะ เขามาเดินซื้อของ เจอพี่พอดีเขาก็เลยทัก” ชายหนุ่มอธิบายให้ภรรยารู้โดยไม่รอให้เธอเปิดปากถาม“รักยังไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย เห็นรักเป็นคนขี้หึงไปได้” เธออมยิ้ม สีหน้าพึงพอใจอย่างเห็นได้ชัดที่เขาบอกเธอไปตามตรง“หรือไม่ใช่ เห็นสายตาก

  • กรงปรารถนา   ตอนพิเศษ - 50%

    “อุ้ยเล่าให้ฟังว่าพี่ชายเขาทำงานหลายอย่างมาก พักผ่อนน้อย ความเครียดก็เยอะ แต่เพราะเขาไม่เคยป่วยก็เลยไม่เคยไปตรวจสุขภาพสักที จึงไม่รู้ว่าความจริงแล้วตัวเองเป็นโรคความดันสูง พออาการกำเริบ บทจะไปเขาก็ไปแบบกะทันหันจนคนในครอบครัวไม่ทันได้เตรียมใจเลยค่ะ”ชนาธิปยิ้มอ่อนพลางจูบหน้าผากภรรยาอย่างรักใคร่ เธอเคยบอกว่าเขาเปรียบเสมือนโลกทั้งใบของเธอกับลูก เพราะฉะนั้นต้องรักจึงขอร้องเขาว่าอย่าทำอะไรที่เป็นการสุ่มเสี่ยงหรืออันตรายต่อชีวิตอย่างเด็ดขาด และเขาก็เคยรับปากเธอไว้แล้ว“เราก็เลยกลัวว่าพี่จะเป็นเหมือนพี่ชายของเพื่อนหรือ”ต้องรักพยักหน้าอยู่กับอกเขา “รักกับลูกไม่ต้องการอะไรค่ะ ขออย่างเดียวคือขอให้พี่อยู่กับเราแม่ลูกไปนาน ๆ รักอยากให้พี่อยู่ดูความสำเร็จของลูกด้วยกันกับรัก อยู่เป็นปู่ย่าให้หลานของเราแค่นี้ก็พอค่ะ”ชายหนุ่มยิ้มกว้างกับประโยคน่ารักน่าใคร่ของภรรยา เขาหัวเราะแล้วพูดว่า “เป็นคุณปู่อย่างเดียวเองหรือ พี่อยากเป็นคุณตาด้วยนะ เป็นทั้งปู่ทั้งตาเลยได้ไหมต้องรัก เธอจะได้เป็นทั้งคุณย่าและคุณยายไง”ต้องรักหัวเ

  • กรงปรารถนา   ตอนพิเศษ - 25%

    ต้องรักเหลือบมองสามีที่นั่งจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าด้วยแววตาหลงใหล เธอชอบแอบมองเวลาเขามีสมาธิอยู่กับอะไรบางอย่างเพราะความมุ่งมั่นเคร่งขรึมของเขานานวันก็ยิ่งมีเสน่ห์เสียจนไม่รู้จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้อย่างไร เขาจะรู้ตัวบ้างไหมว่าภรรยาคนนี้หลงรักเขามากขึ้นทุกวันหญิงสาวเห็นมุมปากเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ก็รู้ทันทีว่าเขารู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกจับจ้องจึงทำทีเป็นเบนสายตาไปมองบุตรชายที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่บนเบาะตรงหน้าแทน“ไม่แอบมองต่อแล้วหรือ” เสียงทุ้มถามขึ้นลอย ๆ“ไม่มองแล้วค่ะ คนถูกมองรู้ตัวแล้วอย่างงี้จะเรียกว่าแอบมองได้ยังไง” เธอตอบยิ้ม ๆ พลางรีบเอื้อมมือตบก้นบุตรชายที่เริ่มทำปากเบะเหมือนจะร้องไห้ และทำท่าจะตื่นชนาธิปวางมือจากคอมพิวเตอร์ตรงหน้าแล้วเดินมานั่งใกล้ภรรยา เขามองต้องรักกล่อมลูกให้หลับด้วยแววตาแสนรักนี่คือลูกกับเมียของเขา คือครอบครัวที่เขาเคยวาดฝันหลายต่อหลายครั้งว่าอยากมีตั้งแต่ยังไม่ได้เจอกับต้องรักก่อนหน้านั้นเขาทำงานให้นิโคลัส ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับมอบชีวิตทั้งชีวิตให้อีกฝ่

  • กรงปรารถนา   บทที่ 25 บทส่งท้าย - 100%

    “อยากสิคะ แต่รักจำได้ว่าคุณธิปบอกให้ชะลอไปก่อน”ชนาธิปยื่นหน้าไปหอมแก้มเธออีกครั้ง ก่อนพูดให้เธอเข้าใจ“ตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน ตอนนั้นฉันติดปัญหาเรื่องรับช่วงต่อจากรูคส์ ฉันเลยไม่อยากมีลูกให้เป็นภาระของเธอ แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ฉันไม่เกี่ยวข้องกับรูคส์แล้ว ฉันพร้อมเต็มที่สำหรับการเป็นพ่อคน”ต้องรักเบี่ยงหน้าไปมองเขาเต็มตา วันนี้เขาทำให้เธอซาบซึ้งจนเกือบร้องไห้ไปกี่ครั้งแล้วนะ แต่ที่แน่ๆ ก็คือเธอรักผู้ชายคนนี้เหลือเกิน“รักก็พร้อมค่ะ”เสียงอ้อแอ้ที่ดังอยู่ข้างหูตามมาด้วยน้ำเปียกๆ ที่แตะลงบนแก้ม ส่งผลให้ชนาธิปต้องลืมตาตื่นขึ้นทันที ชายหนุ่มยิ้มกว้างเมื่อเห็นท่าทางดีอกดีใจของบุตรชายวัยเจ็ดเดือนตอนที่เขาลืมตาขึ้น“ว่าไงลูกพ่อ” เขาช้อนแขนเจ้าตัวจ้อยให้ขึ้นมายืนบนท้อง เจ้าตัวเล็กเห็นพ่อจับให้ยืนก็กระโดดผลุงๆ ไปมาบนท้องพร้อมกับหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างอารมณ์ดีจังหวะนั้น ต้องรักเปิดประตูห้องเข้ามา เห็นสองพ่อลูกกำลังนอนเล่นกันอยู่บนเตียงก็อดยิ้มออกมาไม่ได้&l

  • กรงปรารถนา   บทที่ 25 บทส่งท้าย - 70%

    ให้ต้องรักไปปรากฏตัวสักทีก็ดีเหมือนกัน สาวๆ เหล่านั้นจะได้เลิกตอแยเขาเสียที แต่ทางออกที่ดีที่สุดก็คงไม่พ้น...การแต่งงาน“แต่งงานกันไหมต้องรัก”เคธี่เคยบอกกับเขาว่าผู้หญิงทุกคนล้วนมีความฝันอยากใส่ชุดแต่งงานสวยๆ ด้วยกันทั้งนั้น เพราะมันเป็นงานที่จัดครั้งเดียวในชีวิต แม้ต้องรักเคยบอกเขาว่าไม่ต้องการจัดงานใหญ่โตอะไร แต่เขาก็อยากให้เกียรติเธอ และจัดงานแต่งงานให้เธออยู่ดี“ก็เราแต่งกันไปแล้วไม่ใช่หรือคะ ที่วัดไง” เธอหลับตาพริ้มอยู่กับอกของเขา รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นเมื่อคิดถึงเช้าวันนั้น“หมายถึงจัดงานที่เป็นเรื่องเป็นราวน่ะ คนทั่วไปจะได้รับรู้ว่าฉันแต่งงานแล้ว และเธอคือภรรยาของฉัน ฉันไม่ชอบเวลาที่มีคนมองว่าเธอเป็นของเล่นบนเตียงของฉัน แล้วก็เอาเธอไปพูดเสียๆ หายๆ” เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง มือใหญ่เลื่อนมาวางที่หน้าท้องแบนราบของเธอแล้วลูบไล้แผ่วเบา“เวลามีลูก เราจะได้เอารูปแต่งงานให้ลูกดูได้ด้วยไง ไม่ดีหรือ”“ตามใจคุณธิปเลยค่ะ”ต้องรักคลี่ยิ้มอยู่กับอกกว้างของเขา เปลือกตาเริ่มหนักอึ้งขึ้นอีก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status