INICIAR SESIÓN“ขวัญ ตอนเย็นไปกินชาบูที่คอนโดแพรววาไหม”
คนถูกตั้งคำถามเงยหน้าขึ้นจากหนังสือเล่มหนา ครั้นแววตาที่เต็มเปี่ยมด้วยความเหนื่อยล้าจากการพักผ่อนน้อยฉายแววครุ่นคิด โดยมีเพื่อนสนิทในสาขาอีกสามคนอย่าง ทอฝัน ใยบัว และเจ้าของคอนโดอย่างแพรววากดดัน
“เอ่อ… คือว่าเรา—”
“หรือขวัญต้องไปทำงาน?”
แพรววาเป็นฝ่ายเอ่ยขัดขึ้นมาเมื่อเธอเห็นว่าเพื่อนของตัวเองนั้นมีสีหน้าลำบากใจ อันที่จริงพวกเธอทั้งสามคนรวมถึงเพื่อนคนอื่นในสาขาก็พอรู้ว่าหลังเลิกเรียนขวัญญาดาต้องไปทำงานพาร์ตไทม์ต่อ
“เอาไว้วันหลังได้ไหม วันนี้ขวัญต้องไปทำงานจริง ๆ”
มันเป็นแบบนี้เสมอ นับตั้งแต่ที่ขวัญญาดาเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัย การที่หญิงสาวปฏิเสธเพื่อนในหลาย ๆ ครั้งกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว และทุกคนก็เข้าใจเหตุผลของเธอเป็นอย่างดี
“งั้นเอาไว้วันหลังก็ได้ เอาวันที่ขวัญสะดวกก็ได้เนอะ”
“...”
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น หยุดคิดมากเดี๋ยวนี้เลยขวัญ”
ใยบัวขยับเข้ามาใกล้พร้อมซบหน้าของเธอลงกับหัวไหล่อันบอบบางของขวัญญาดา ตัวก็เล็กแค่นี้ แต่ทำไมถึงได้แบกรับอะไรมากมายจนเธอรวมถึงเพื่อนคนอื่นอดเห็นใจไม่ได้ เพราะตลอดระยะเวลาเกือบสี่ปี ตั้งแต่เข้าปีหนึ่งวันแรก แววตาของขวัญญาดาเต็มไปด้วยความหม่นหมอง ใยบัวเพิ่งตระหนักรู้ว่าการยิ้มที่ส่งไปไม่ถึงดวงตาเป็นอย่างไรก็ตอนที่ได้มารู้จักกับขวัญญาดา
ดังนั้นทุกครั้งยามที่ขวัญญาดาปฏิเสธการไปดูหนัง ทานข้าว หรือทำกิจกรรมรวมกลุ่มอย่างที่เพื่อนสนิทเขาทำกัน พวกเธอทั้งสามจึงไม่เคยโกรธ แต่เข้าใจเพราะต้นทุนของขวัญญาดามีไม่เท่าคนอื่น
หลายครั้งขวัญญาดาพยายามออกจากกลุ่ม และแยกตัวออกไปอยู่คนเดียว ด้วยเหตุผลเพียงเพราะความต่างของฐานะ ใยบัว ทอฝัน และแพรววาค่อนข้างมีฐานะก็จริงอยู่ แต่พวกเธอทั้งสามไม่ได้เลือกคบเพื่อนเพียงเพราะความรวยหรือจน
ขวัญญาดาเป็นเพื่อนที่ดีเสมอมา
จึงไม่มีเหตุผลอะไรจะต้องตัดเพื่อนเพียงเพราะฐานะ
หลังจากเลิกเรียน ซึ่งก่อนหน้านี้ขวัญญาดาปฏิเสธที่จะไปทานชาบูที่คอนโดของแพรววา หญิงสาวก็รีบกลับไปเปลี่ยนชุดที่หอพักเป็นยูนิฟอร์มของพนักงานคลับ แล้วนั่งรถเมล์มายังที่ทำงานทันที
“ขวัญมาพอดีเลย ช่วยยกเครื่องดื่มไปเสิร์ฟให้ลูกค้าโต๊ะเก้าโซนวีไอพีให้ที”
ยังไม่ทันที่ร่างเล็กจะก้าวเข้ามาในโซนเครื่องดื่มเต็มตัว ภาระหน้าที่ก็ถูกมอบหมายให้ทันที ขวัญญาดาจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะยกเอาถาดเครื่องดื่มเดินตรงไปยังโซนวีไอพี ซึ่งเป็นโซนที่หญิงสาวไม่ชอบที่สุด
บรรยากาศภายในคลับของค่ำคืนนี้ยังคงคลาคล่ำไปด้วยนักท่องราตรี เสียงเพลงดังกระหึ่มจนกลบเสียงพูดคุย ซึ่งต้องเค้นเสียงให้ดังขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย อย่างเช่นด้านในสุดของโซนวีไอพีที่ถูกจับจองด้วยชายหนุ่มสามคน
“ไม่สนุกเหรอวะไอ้กรณ์ กูเห็นนั่งทำหน้าเป็นตูด”
ดูเหมือนว่าถ้อยคำเมื่อครู่จะไม่ได้รับความสนใจจากเจ้าของชื่อสักเท่าไรนัก จึงทำให้ประโยคดังกล่าวได้รับกลับมาเพียงความเงียบ ท่ามกลางเสียงเพลงจังหวะบีตหนักที่ยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“เฮ้ย! ไอกรณ์ หูหนวกไปแล้วหรือไงไอ้ห่า”
เขตครามเอ่ยขึ้นแข่งกับเสียงเพลงอีกครั้ง หากแต่กรณ์ดนัยเลือกที่จะเอื้อมมือหยิบเอาแก้วที่ด้านในบรรจุแอลกอฮอล์ขึ้นมาจรดริมฝีปาก ดื่มน้ำรสชาติขมปร่าเข้าสู่ร่างกาย ทว่ารสชาติของเครื่องดื่มกลับไม่ได้ดึงความสนใจของชายหนุ่มได้เท่ากับภาพที่กำลังสะท้อนผ่านม่านตา
เนิ่นนานเกือบนาทีแล้วที่กรณ์ดนัยวางสายตาเอาไว้ที่พนักงานเสิร์ฟผู้หญิงคนนั้น แม้แสงสว่างภายในคลับจะสว่างไม่พอให้เห็นใบหน้าของเธอชัดเท่าไรนัก แต่กลับดึงความสนใจของเขาได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะท่าทางของเธอที่กำลังพยายามปฏิเสธลูกค้าโต๊ะนั้น
“หึ...”
มุมปากหยักยกยิ้ม สายตายังคงจดจ่ออยู่ที่ภาพตรงหน้า ไม่รู้ว่าทำไมภาพผู้หญิงคนนั้นกำลังปกป้องตัวเองจากมือปลาหมึกของคนอายุรุ่นราวคราวพ่อถึงได้ดูน่าสนใจสำหรับ
กรณ์ดนัย จนทำให้เพื่อนทั้งสองอย่างเขตครามและอินทัชมองตามอย่างอดไม่ได้
แต่ก็ไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนใจเลยสักนิด
“มองอะไรของมันวะ”
“หรืออยากเปลี่ยนรสนิยม?”
อินทัชพูดก่อน ตามมาด้วยเขตครามเอ่ยเสริม โดยคนทั้งสองต่างมองไปยังเพื่อนตัวดีของตัวเองที่กำลังนั่งหัวเราะราวกับผีเข้า
“ไหนตอนแรกมึงบอกไม่ชอบที่นี่”
“...”
“ทำไม เจอคนถูกใจแล้วเหรอ”
หัวไหล่กว้างถูกทุบลงมาเบา ๆ ก่อนกรณ์ดนัยจะละความสนใจออกจากผู้หญิงคนนั้น แล้วหันกลับมายังเพื่อนสนิท ขณะที่รอยยิ้มยังไม่เลือนหายออกไปจากใบหน้าคมคาย วันนี้ชายหนุ่มเซตผมขึ้นไปจนเผยให้เห็นหน้าผากกว้าง รับกับจมูกสันโด่งได้เป็นอย่างดี
เมื่อนำมารวมกับริมฝีปาก และองค์ประกอบทุกอย่างของใบหน้า แม้จะนั่งอยู่บนโซฟาของโซนวีไอพี แต่กรณ์ดนัยกลับดึงดูดสายตาของหญิงสาวที่นี่ได้ดีที่สุด จนใครต่อใครต่างต่อคิวกันเข้ามาทำความรู้จัก และแน่นอนว่าพวกเธอต่างถูกปฏิเสธกลับไป
เนื่องจากตอนนี้กรณ์ดนัยยังหาคนที่ถูกใจไม่เจอ
“ชอบเหรอ”
อินทัชพูดพลางตวัดสายตามองไปยังผู้หญิงคนเดิม ซึ่งดูด้วยตาเปล่า ไม่ใช่สเปกในแบบที่เพื่อนของเขาชอบเลยสักนิด ทั้งยังเป็นพนักงานเสิร์ฟอีกต่างหาก คนที่ถือเรื่องความเหมาะสมว่าจะต้องได้รับประทานผู้หญิงที่คู่ควรอย่างไอ้หน้าขาวนี่ ไม่มีทางที่มันจะสนใจผู้หญิงธรรมดาทั้งยังจืดชืดแบบนั้นแน่นอน
กระทั่งกรณ์ดนัยผละริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า มือหนาถูกยกขึ้นมาเกลี่ยปอยผมให้คนรัก ก่อนจะจัดการจูบหน้าผากของเธอไปอีกหนึ่งครั้ง แล้วขยับร่างกายให้ขวัญญาดาเอนลงไปแนบแผ่นหลังกับขอบอ่าง“หนาวไหมคะ”“...”“ถ้าหนาวเราไปต่อกันที่เตียงไหม หืม”ขวัญญาดาทำเพียงส่ายหน้าเป็นคำตอบ หญิงสาวเม้มปากเข้าหากันเล็กน้อยยามที่เจ้าของถ้อยคำเมื่อครู่จับขาทั้งสองข้างของเธอแยกออกจากกัน ก่อนเจ้าตัวจะแทรกร่างกายเข้ามาแนบชิดยิ่งกว่าเดิมใต้หว่างขา “อ๊ะ— กรณ์คะ”ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เสียงครางหวานระรื่นหูดังขึ้นมา เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่มันเกิดขึ้นระหว่างกรณ์ดนัยดันส่วนแข็งขืนเข้ามาภายในช่องทางคับแน่นของเธออีกรอบ ซึ่งร่างกายของขวัญญาดาก็ยังคงตอบสนองต่อสัมผัสได้เป็นอย่างดี มันทั้งบีบรัด หดตัว และขมิบเสียจนสีหน้าของกรณ์ดนัยแสดงออกมาว่ารู้สึกดีมากขนาดไหน“เธอกำลังทำให้กรณ์เป็นบ้า อืม... เสียวฉิบ”ท่อนเนื้อถูกครอบคลุมด้วยความนุ่มหยุ่นที่แม้กรณ์ดนัยจะยังไม่ได้ขยับเคลื่อนไหว หากแต่ความเสียวซ่านนั้นส่งผลให้ร่างกำยำกระตุกเบา ๆ เขายิ้มให้กับคนที่ช้อนสายตามองขึ้นมา ก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะโน้มลงไปแนบริมฝีปากบนอวัยวะเดียวกันอีกครั้
“ชอบไหมคะ”เสียงอ่อนโยนพร้อมกับร่างกายถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง เรียกให้ขวัญญาดาละความสนใจจากทัศนียภาพเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยภูเขาเขียวขจี ก้มมองแขนแกร่งสอดแทรกเข้ามาที่เอวบางของเธอ“ชอบค่ะ ที่นี่สวยและบรรยากาศดีมาก ๆ”“ถ้าชอบงั้นกรณ์จะมาสร้างบ้านที่นี่ เป็นเรือนหอของเราดีไหมคะ”“เวอร์แล้วค่ะกรณ์”ขวัญญาดาได้ยินเสียงหัวเราะจากคนด้านหลัง และสัมผัสได้ว่าอีกคนโอบกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นกว่าเดิมอีกนิด ก่อนบรรยากาศจะกลับมาปกคลุมไปด้วยความเงียบชั่วขณะหนึ่ง เมื่อบทสนทนาเมื่อครู่ไม่ได้ถูกสานต่อ เวลาหกโมงเย็น พระอาทิตย์คล้อยต่ำลงจนใกล้จะลาลับขอบฟ้า บรรยากาศที่เขาใหญ่วันนี้เย็นกำลังดี ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปเมื่อวานก่อนหน้านี้ กรณ์ดนัยบอกกับขวัญญาดาว่าจะนำดอกไม้มาไหว้มารดาเหมือนที่เคยทำในทุก ๆ ปีเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนนี้คนทั้งคู่ถึงมายืนกอดกันกลมเกลียวที่ระเบียงของโรงแรมสุดหรู ซึ่งเป็นโรงแรมในเครือของบริษัทคุณดิเรกผู้เป็นพ่อของคนที่ยังกอดขวัญญาดาเอาไว้แน่น“เดี๋— เดี๋ยวค่ะกรณ์”ความเงียบที่ปกคลุมมาเนิ่นนานนับหลายนาทีถูกทำลายลงด้วยเสียงของขวัญญาดา เมื่อมือของคนด้านหลังเลื่อนลงต่ำ ส่งสัญญาณถึงอะไรบางอย
ขวัญญาดาไม่มั่นใจว่าสิ่งนั้นเรียกว่าอะไร แต่ทันทีที่คนด้านบนกดปุ่ม แรงสั่นสะเทือนเบา ๆ จากเครื่องมือชิ้นเล็กก็เริ่มต้นทำงาน มิหนำซ้ำกรณ์ดนัยยังสาธิตให้ดูว่ามันปรับระดับความแรงได้หลายระดับ พลันให้หญิงสาวเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอด้วยหัวใจที่เริ่มสั่นสะท้านขวัญญาดาไม่ใช่เด็กอมมือเธอรู้ว่าอุปกรณ์ในมือของคนรักคืออะไร“กรณ์… มันสั่นแรงไปหรือเปล่าคะ”ขวัญญาดาถามเสียงสั่น พลางมองเจ้าเครื่องมือตัวจิ๋วที่ดูเหมือนจะสร้างความกระเส่าได้มากกว่าที่เธอคิด“ลองดูก่อนไหม ถ้าไม่ชอบกรณ์จะปิดทันทีเลย”กรณ์ดนัยปลอบเสียงอ่อนโยน ก่อนจะขยับตัวลงมาซุกไซ้ลำคอขาว มือหนาค่อย ๆ เลื่อนอุปกรณ์ตัวนั้นลงไปเบื้องล่าง แทรกผ่านร่างกายของทั้งคู่ที่ยังบดเบียดกันอยู่ ทันทีที่ความสั่นสะเทือนสัมผัสเข้ากับติ่งเนื้ออ่อนไหว ขวัญญาดาก็สะดุ้งสุดตัว แผ่นหลังบางแอ่นโค้งเข้าหาแผงอกแกร่งอัตโนมัติ เสียงครางกระเส่าหลุดลอดจากริมฝีปากอย่างกลั้นไม่อยู่“อื้อ กร— กรณ์ มันแปลก ๆ ค่ะ”“แปลกยังไง หืม… เสียวใช่ไหมคะ”ริมฝีปากหนาพรมจูบตามไหล่มนหลังพูดจบ ขณะปลายนิ้วยังคอยบังคับเครื่องมือชิ้นนั้นให้เน้นย้ำในจุดที่ทำให้ขวัญญาดาสั่นสะท้าน พร้อมกับ
“อึก— เดี๋ยวก่อนค่ะ”เสียงอ่อนพร้อมกับมือบางยกขึ้นดันแผงอกแกร่งให้ออกห่าง ทำให้คิ้วหนาของกรณ์ดนัยขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจนัก เพราะเหตุการณ์ไม่กี่วินาทีก่อนหน้า ชายหนุ่มกำลังโน้มใบหน้าประกบจูบคนรัก“ทำไมคะ?”ขวัญญาดาเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ขณะสายตาระหว่างคนทั้งคู่ยังคงสอดประสานกันในระยะห่างเพียงน้อยนิด เธอไม่ชินเลยสักครั้งเวลากรณ์ดนัยใช้คะขา ไม่ใช่เพราะมันไม่ดีเพียงแต่เธอเขินจนทำตัวไม่ถูกต่างหาก“กรณ์ดื่มมาเหรอ ขวัญได้กลิ่น”“นิดเดียวค่ะ กรณ์แวะไปงานวันเกิดเพื่อนที่เคยเรียนสาขาเดียวกันมา”ไม่เพียงแค่ตอบคำถาม ใบหน้าหล่อเหลายังโน้มลงจนใกล้กับคนใต้ร่างมากกว่าเดิม ใช้จมูกคลอเคลียบริเวณผิวแก้มที่มีกลิ่นหอม สูดรับกลิ่นเฉพาะตัวของคนรัก กลิ่นที่กรณ์ดนัยหลงใหลเสมอมา ถึงขั้นว่าเขาเสพติดกลิ่นตัวของขวัญญาดาไปแล้วถ้าวันไหนไม่ได้หอมวันนั้นชายหนุ่มจะไม่มีแรงใช้ชีวิตทันที“กรณ์ขอนะ จะทำเบา ๆ ค่ะ”เพราะขวัญญาดารู้ว่าเธอปฏิเสธความต้องการของแฟนหนุ่มไม่ได้ เธอจึงปล่อยให้ทุกอย่างเลยตามเลย จนไม่กี่นาทีถัดมา สองร่างที่นอนเกยกันอยู่บนโซฟาต่างเปลือยเปล่า ไร้ซึ่งสิ่งปกคลุม “อืม…”ภายในห้องรับแขกของคอนโด บัด
อีกด้านหนึ่งบริเวณดาดฟ้าของโรงพยาบาล ซึ่งถูกจัดเป็นสวนสาธารณะจำลองขนาดย่อม นานหลายนาทีแล้วที่ขวัญญาดายืนเอาหน้าโต้ลม เนื่องจากตอนนี้อากาศในยามสี่โมงเย็นเป็นใจ ทั้งบริเวณนี้ยังไม่มีใครพลุกพล่านคงเพราะที่นี่เป็นโรงพยาบาลเอกชนใจกลางเมืองที่ค่ารักษาค่อนข้างสูง จึงทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่มีแต่พวกคนรวย ไม่ได้วุ่นวายเหมือนกับโรงพยาบาลรัฐบาล ที่ก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป“...”เปลือกตาสีอ่อนค่อย ๆ ปิดลงอย่างเชื่องช้ายามสายลมอ่อนพัดโชยกระทบใบหน้า ซึมซับกับบรรยากาศเย็นเยียบหลังพายุฝนสงบลงไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้า ขณะที่ภายในใจของขวัญญาดานั้นกำลังคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเธอรักกรณ์ดนัยขวัญญาดาไม่มั่นใจสักเท่าไรนักว่าความรู้สึกเหล่านี้ที่เธอมีให้ต่ออีกฝ่ายมันชัดเจนขึ้นมาเมื่อไร เพราะเมื่อเธอรู้ตัวอีกที กรณ์ดนัยก็มีอิทธิพลกับความรู้สึกไปแล้ว แม้ที่ผ่านมาหญิงสาวจะพยายามหลายครั้งที่จะตัดใจแต่เมื่อวันเวลาผ่านพ้นไป ขวัญญาดาตระหนักได้ว่าความพยายามทั้งหมดของเธอเพื่อที่จะเลิกรักผู้ชายคนนั้น ไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้ง แม้ภายในใจจะรู้ดีอยู่เต็มอกว่าการกระทำที่ผ่านมาของกรณ์ดนัยนั้นม
“ค่อย ๆ นะคะ ระวังลวกปาก”เสียงหวานเอ่ยขึ้นในตอนที่ขวัญญาดาตักข้าวต้มปลาไปจ่ออยู่ตรงริมฝีปากของคนที่บัดนี้มีผ้าก๊อซพันเอาไว้รอบศีรษะ ซึ่งไม่มีคำพูดใดตอบกลับมา เพราะคนป่วยนั้นค่อย ๆ ทานข้าวต้มที่วันนี้มีพยาบาลจำเป็นมาป้อนให้ถึงเตียง“เอาอีกไหมคะ”“ขอน้ำก่อนได้ไหม”ขวัญญาดารีบวางช้อนลง ก่อนจะหยิบเอาแก้วน้ำขึ้นไปให้ตามคำขอ รอให้กรณ์ดนัยดูดน้ำจากหลอดจนพอใจ แล้วเตรียมจะป้อนข้าวต่อ หากแต่ประโยคถัดมาของชายหนุ่ม ทำเอาทุกการกระทำของเธอหยุดชะงัก“ขอโทษนะ”เรียวคิ้วของขวัญญาดาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนภายในห้องพักสำหรับผู้ป่วยวีไอพีจะถูกครอบงำด้วยความเงียบชั่วขณะหนึ่ง เมื่อถ้อยคำเมื่อครู่ของกรณ์ดนัยนั้นไม่ได้ถูกสานต่อ มีเพียงแค่สองสายตาที่สอดประสานกันเอาไว้แนบแน่นจนเมื่อเวลาผ่านพ้นไปเกือบนาที ซึ่งเหมือนจะเนิ่นนานสำหรับคนทั้งคู่ ก็เป็นฝ่ายของกรณ์ดนัยที่ละสายตา เลือกจะเหม่อมองออกไปยังทัศนียภาพของเมืองหลวงด้านนอกหน้าต่างแทน แล้วเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเบาหวิว“ขอบคุณที่มาอยู่ดูแล เธอกลับเลยก็ได้นะ”“...”“ฉันไม่อยากรบกวน ขอบคุณจริง ๆ นะ”มันเป็นเรื่องยากที่กรณ์ดนัยจะเอ่ยถ้อยคำนั้นออกมา หากแต







