อคิราห์คนคลั่งรัก

อคิราห์คนคลั่งรัก

last updateآخر تحديث : 2025-06-18
بواسطة:  เธียรนราمكتمل
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
لا يكفي التصنيفات
27فصول
4.5Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เรื่องราวของ นิดา ฐานิดา รุ่นน้องปีหนึ่ง คณะวิศวกรรมศาสตร์ เด็กสาวธรรมดา ๆ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น แต่ทว่าชีวิตของเธอกลับพลิกผันเพราะ การเต้นหลุดโลกในงานรับน้องและยังมารู้อีกว่า ปู่รหัสของเธอเป็นถึง พี่คิณ อคิราห์ ชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนุ่มหล่อสุดเพอร์เฟกต์แต่ดันเย็นชาสุด ๆ แต่ทำไมเวลาอยู่ใกล้พี่คิณทีไร ถึงได้รู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูกทุกทีนะ...

عرض المزيد

الفصل الأول

ตอนที่ 1 บทนำ

         เสียงกลองสันทนาการดังกึกก้องพร้อมกับเสียงร้องเพลงปลุกความสนุกสร้างสีสันในงานรับน้องของคณะวิศวกรรมศาสตร์ นิสิตนักศึกษาต่างพากันปล่อยฝีไม้ลายมือออกลวดลายขยับกายเต้นตามจังหวะทั้งที่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยแป้งสีขาวโพลน

         ฉันเองก็ออกลายเต้นอย่างเมามันไปกับเสียงกลองที่ดังเป็นจังหวะชวนเร้าใจจนไม่อาจยืนอยู่เฉยได้ ก่อนรุ่นพี่จะกรูเข้ามาปะแป้งฉันจนใบหน้าสวย ๆ ของฉันวอกไปด้วยแป้งเด็ก เกือบจะสำลักออกทางจมูก

         “น้องนิดานี่เต้นเก่งจริง ๆ เลยนะ” รุ่นพี่พากันเอ่ยแซวอย่างขำขัน ฉันเองก็หัวเราะแหะตอบรับอย่างเก้อเขิน แหมเมื่อกี้มันก็มันอยู่หรอกค่ะแต่พอมีคนมาเอ่ยแซวอย่างนี้แล้วฉันเองก็รู้สึกเขินอายขึ้นมาเสียอย่างนั้น

         ฉันเองก็ไม่ใช่คนหน้าหนาอะไร ออกจะบางเสียด้วยซ้ำยิ่งต้องมาทาแป้งขาวเต็มหน้าแล้วก็รู้สึกประหม่าจนแทบทำตัวไม่ถูก ฮือ อยากจะผ่านวันนี้ไปไว ๆ จัง

         อ๋อ ฉันลืมแนะนำตัวไปเลย แต่ทุกคนคงได้ยินที่รุ่นพี่เรียกฉันแล้วใช่ไหมคะ ใช่ค่ะ ฉันชื่อ ฐานิดา หรือ นิดา นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปีหนึ่ง ตอนแรกพอบอกคุณพ่อสุดที่รักของฉันว่าฉันอยากจะเรียนคณะนี้คุณพ่อนี่แทบจะลมจับเลยค่ะ ท่านห่วงฉันมากกลัวว่าฉันจะเรียนหนักเกินไปเพราะฉันก็เป็นเพียงลูกสาวตัวเล็ก ๆ อันที่จริงท่านหวงฉันเรื่องผู้ชายมากกว่า

          แต่เห็นอย่างนี้ฉันเป็นเด็กที่เรียนเก่งมากเลยนะคะ เหลือเชื่อใช่ไหมล่ะ ถึงฉันจะเป็นสาวโก๊ะ ๆ แต่จะบอกว่าสอบติดเข้ามาด้วยคะแนน ท็อปต้น ๆ เลยนะจะบอกให้ เฮ้อ สะบัดผมหนึ่งที เพราะอย่างนั้นวันนี้ฉันเลยได้มาร่วมกิจกรรมรับน้องครั้งแรกของคณะ

          วันนี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกครื้นและความอบอุ่นของพวกรุ่นพี่ที่มาร่วมกิจกรรมรับน้องกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา นอกจากกิจกรรมสันทนาการที่ฉันดูจะสนุกเกินหน้าเกินตาก็ยังมีกิจกรรมเฉลยพี่รหัสที่จะคอยดูแลเราไปจนจบอีกด้วย แอบตื่นเต้นว่าจะได้รุ่นพี่หล่อแล้วจบเหมือนในนิยายบ้าง คริคริ แค่คิดก็ฟินแล้ว

          “แหม ทำหน้าเคลิ้มแบบนี้เจอของเด็ดเข้าแล้วอะดิ” ฉันหันขวับไปมองเพื่อนสนิทอย่าง กชมน หรือ มน หญิงสาวผมดัดลอน สวย แซ่บ เบอร์ที่ว่าแค่เดินผ่านผู้ชายก็เหลียวตามกันเป็นแถว สายสะพายดาวคณะปีนี้ไปไหนไม่พ้นเธอแน่

           “พูดอย่างกับว่าแกเจอแล้วอะ” อีกฝั่งหนึ่งของฉันคือเพื่อนสนิทฉันอีกคนชื่อ เทวิกา หรือ วิ สาวหวาน ขี้อาย กุลสตรีเบอร์หนึ่ง ขั้วตรงข้ามของมนแต่ทว่าดันเป็นเพื่อนที่มนหวงมากที่สุดจนแอนตี้ผู้ชายทุกคนที่เข้ามาจีบเพื่อนรักน้องเล็กของกลุ่ม

            “แล้วแกอะ สนใจใครปะ” ฉันลองถามหยั่งเชิงเพื่อว่าเพื่อนรักของฉันคนนี้จะได้ลงจากคานกับเขา เอ่อ อันที่จริงกลุ่มเราก็ยังไม่เคยมีใครหย่อนก้นลงมาจากคานหรอกนะ แหะ ๆ

            “คนเยอะตาลายไปหมดเลย เรามองไม่เห็นหรอก นิดากับมนอะเจอแล้วเหรอ” ฉันส่ายหน้าระรัว วันนี้รู้สึกเหมือนภาพมันพร่ามัวไปหมดจับหน้าใครไม่ได้เลยสักคน หรือว่าแป้งเด็กมันเข้าตา ฉันจะตาบอดไหมเนี่ย

            “ฉันเจอแล้วจ้ะ” ทั้งฉันและวิต่างรีบหันไปมองด้วยความเร็วแสงจนคอแทบเคล็ดไปทางสาวสวยที่เผยสายตาเจ้าเล่ห์ก่อนที่จะหันไปจับจ้องทางกลุ่มของรุ่นพี่ที่ยืนใส่เสื้อช็อปมองรุ่นน้องสวยใบหน้าที่นิ่งขรึมจนฉันสงสัยว่าจะเก๊กกันไปทำไม ปีนี้ไม่มีพี่ว้ากซะหน่อย

           “ใครอะ” ฉันขมวดคิ้วเอ่ยถามด้วยความสงสัยพลางสายตาก็ยังคงจับจ้องไปที่กลุ่มรุ่นพี่อย่างไม่วางตา

           “กลุ่มนั้นน่ะ เป็นรุ่นพี่ปีสี่ที่รวมคนหน้าตาดีไว้ด้วยกันตั้งห้าคนเลยนะ” ฉันและวิฟังมนอธิบายไปก็จ้องมองพวกพี่เขาไป กลุ่มพี่เขาที่ยืนเกาะกลุ่มกันมีทั้งหมดห้าคน

          คนแรกที่มนแนะนำคือพี่ ปิยธิดา หรือ ธิดา ผู้หญิงคนเดียวของกลุ่มที่ทำเอาสาว ๆ อิจฉากันเป็นแถบ ๆ เพราะได้ใกล้ชิดกับหนุ่ม ๆ ที่สาวหมายปองกันเกือบทั้งคณะ แต่ทว่าพี่ธิดาดีกรีไม่ธรรมดาเพราะเป็นถึงดาวคณะ ทั้งสวยและเท่ในคราวเดียว

          ต่อด้วยพี่ รามิล หรือ มิน เพราะเป็นหนุ่มที่แพรวพราว เจ้าชู้เข้าถึงง่ายสุด หักอกสาวมาแล้วนับไม่ถ้วนจนกลายเป็นกิตติศัพท์เลื่องลือไปแล้วว่าเขานั้นเป็นเสือตัวพ่อ

          คนต่อมาพี่ ภากร หรือ กร หนุ่มเฟรนด์ลี่ ขี้เล่นแถมยังสายเปย์สุด ๆ คนนี้เป็นเหมือนเป้าหมายของสาว ๆ ที่อยากมีแฟนสายซัปพอร์ตพร้อมเปย์ จนหัวกระไดไม่เคยแห้ง

          ตัดกับพี่ ต้นคิด หรือ ต้น ที่เนิร์ดสมชื่อ หนุ่มที่สวมแว่นตาสี่เหลี่ยมไว้ตลอดเวลา ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา แต่ว่ากันว่าฉลาดเป็นกรด ตัวท็อปของรุ่นมันสมองของกลุ่ม

          และคนสุดท้าย คนนี้ไม่พูดถึงไม่ได้เพราะเป็นเดือนคณะคู่กับพี่ธิดา หนุ่มฮอตที่เป็นที่หมายปองของสาว ๆ ทั้งหล่อ รวยและเก่ง ทายาทของนักธุรกิจชื่อดังตระกูลบูรณ์พิภพ พี่ อคิราห์ หรือ คิณ แต่ใครเขาก็บอกกันว่าพี่คิณเป็นคนที่เข้าถึงยากที่สุดเพราะทั้งหยิ่งและขรึมสุด ๆ ใครเฉียดเข้าใกล้นะเหมือนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบติดลบกันเลยทีเดียว ฟังดูเวอร์นะ ฉันเองก็ว่าอย่างนั้นแหละ

          ฉันหรี่ตามองเพื่อนรักเหลือเชื่อขณะที่มนกำลังสาธยายเรื่องราวของพี่คิณให้พวกเราฟัง คนอะไรมันจะแผ่รังสีอำมหิตออกมาได้น่ากลัวเบอร์นั้น

          แต่แล้วฉันก็ต้องข่มความสงสัยไว้เท่านั้นเพราะกิจกรรมดำเนินมาถึงช่วงจับพี่รหัส เครื่องชี้ชะตาว่าใครจะได้เนื้อคู่ เอ๊ย พี่ที่แสนดีกลับมาเทกแคร์เราในระหว่างที่ตรากตรำพรากเพียรอยู่ที่นี่

          พอถึงตาฉันก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก อยู่ดี ๆ ยางอายก็ทำงานหลังจากช่วงสันทนาการเต้นจนลืมว่าตัวเองอยู่ในสังคม ฉันได้แต่คลี่ยิ้มกว้างอย่างฝืนใจจนแป้งที่แห้งติดขอบปากปริแตกแล้วล้วงมือเข้าไปในกล่องสุ่มเพื่อจับฉลากสายรหัสตัวเอง เนื่องจากปีนี้อยากให้การรับน้องเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีของรุ่นน้องและรุ่นพี่ในเวลาอันสั้นเพื่อลดการรับน้องที่อาจจะใช้ความรุนแรงจึงใช้การจับฉลากเพื่อเลือกสายรหัสกันเดี๋ยวนั้นเลย

          ฉันหยิบเอากระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกล่องสุ่มก่อนจะยื่นให้รุ่นพี่ที่เป็นพิธีกร รุ่นพี่คนนั้นเปิดกระดาษที่ถูกพับเอาไว้ออกดู สายตาเลื่อนขึ้นมามองฉันอย่างเจ้าเล่ห์ชอบกลจนฉันเสียวสันหลังวาบ

         “น้องนิดาได้เป็นน้องรหัสของพี่เมนิลสุดสวยประจำคณะของเราเลยนะเนี่ย” ฉันรีบหันไปตามมือของรุ่นพี่ที่ผายไปทางสาวสวยที่ยืนส่งยิ้มหวานมาทางฉันก่อนหน้านี้แล้ว พี่ เมนิลา หรือ เมนิล ฉันพอรู้จักอยู่ พี่เขาเป็นดาวคณะปีที่แล้ว ตัวจริงสวยกว่าในรูปตั้งเยอะ

          ฉันยืนตะลึงกับความสวยของรุ่นพี่ที่จะมาเป็นพี่รหัสตัวเองจนขาก้าวแทบไม่ออก ฮือ น้ำตาจะไหล ฉันได้พี่เมนิลเป็นพี่รหัสจริง ๆ เหรอเนี่ย

         “น้องนิดาคะ มาหาพี่สิ” คนอะไรหน้าก็สวย เสียงก็เพราะ ฉันรีบก้าวเท้าเข้าไปหารุ่นพี่สุดสวยเรากับลอยไป พี่เมนิลเผยรอยยิ้มอย่างเอ็นดูจนต้องยกมือขึ้นมาปิดปาก มารยาทก็ดีด้วยเหรอเนี่ยช่างเป็นคุณสมบัติที่ตรงข้ามกับฉันโดยสิ้นเชิงเลยสินะ

          “สวัสดีค่ะพี่เมนิล” น้ำเสียงของฉันประหม่าอย่างเห็นได้ชัด

         “ไม่ต้องเกร็ง ๆ คนกันเองทั้งนั้น” พี่เมนิลว่ากลั้วหัวเราะ “อ้อ เดี๋ยวพี่จะพาไปแนะนำสายรหัสให้รู้จักนะ”

         “พี่คะ คือหนูขอไปล้างหน้าก่อนได้หรือเปล่าคะ” ฉันเอ่ยถามพร้อมกับยกนิ้วชี้มาที่ใบหน้าตัวเองที่ตอนนี้ขาววอกไปด้วยแป้งเด็กจากกิจกรรมเมื่อครู่จนมันผสมกับเหงื่อที่ไหลเยิ้มแถมยังเหนียวเหนอะหนะติดหน้าอีก      

         “อือได้สิ” พี่เมนิลอนุญาตฉันเลยรีบเดินไปเข้าห้องน้ำแล้วล้างหน้าล้างตาให้สะอาดหมดจด อย่างน้อยหน้าสดแสนซีดเซียวของฉันก็คงจะดีกว่าแป้งขาวโพลนนั่นเป็นไหน ๆ ฉันเงยหน้าขึ้นมาส่องกระจกก่อนจะเช็ดหน้าเช็ดตาให้แห้ง ไหน ๆ ก็ไหนแล้วขอเติมลิปบาล์มสักหน่อยให้ดูเป็นผู้เป็นคนสักนิด

         ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นว่าพี่เมนิลยืนรออยู่แล้ว ฉันรีบเดินเข้ามาหารุ่นพี่เพราะไม่อยากให้เธอต้องรอนาน

        “มาแล้วค่ะ”

        “หน้าสดก็น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย น่าส่งเข้าประกวดดาวเดือนเหมือนกันนะเรา” พี่เมนิลว่า ฉันได้แต่พยักหน้ารับอย่างเคอะเขินพร้อมกับยกมือขึ้นลูบท้ายทอยด้วยความรู้สึกประหม่า

        ฉันเดินตามรุ่นพี่มาที่โรงอาหารของคณะที่มีรุ่นพี่ปีสามและปีสี่ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ในสายรหัสเดียวกัน

        “พี่อ้าย พี่คิณคะ น้องนิดาสายรหัสคนใหม่ของเรา” รุ่นพี่ทั้งสองที่กำลังนั่งคุยกันที่โต๊ะเงยหน้าขึ้นมาจับจ้องที่ฉันพร้อมกัน เดี๋ยวนะ พี่คิณ? ฉันแทบจะขยี้ตาแล้วเพ่งมองชายหนุ่มที่นั่งหน้านิ่งมองมาที่ฉันราวกับว่าตอนนี้ฉันเป็นส่วนเกินในบทสนทนาอย่างไรอย่างนั้น

        “พี่คิณคะ อย่าไปมองอย่างนั้นน้องเกร็งหมดแล้ว” พี่อ้ายว่าอย่างขำขันแต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้พี่เขามีแววตาที่แปรเปลี่ยนเลยสักนิด

         “ก็ยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” พี่คิณว่าก่อนจะหันกลับไปไม่ได้สนใจอะไร

         “เรามาผูกข้อมือรับขวัญน้องเข้าสู่สายรหัสเรากันดีกว่าไหมคะ นะพี่คิณ นะพี่อ้าย”

         “เอาสิ” พี่อ้ายพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “พี่คิณล่ะคะ”

         “ได้หมด” หนุ่มรุ่นพี่ตอบกลับเพียงสั้น ๆ ก่อนที่พี่เมนิลจะหยิบด้ายผูกข้อมือสีขาวจากโต๊ะที่ถูกตั้งเตรียมไว้อยู่แล้ว

         “เริ่มจากพี่ก่อนแล้วกัน ยินดีต้อนรับเข้าสู่สายรหัสนะคะ มีอะไรปรึกษาพี่ได้ตลอดเลยนะ” พี่เมนิลว่าพร้อมกับยิ้มอย่างสดใสก่อนจะตั้งใจผูกด้ายที่ข้อมือของฉันต่อด้วยพี่อ้ายที่พูดอวยพรให้ฉันสำเร็จการศึกษาไปอย่างลุล่วงจนมาถึงตาของพี่คิณ

         ฉันกลืนน้ำลายดังเอื้อก สายตาเย็นชาของหนุ่มรุ่นพี่ทำเอาฉันตัวแข็งทื่อไม่รู้ตัว มือหนาค่อย ๆ ผูกด้ายสีขาวที่ข้อมือบางของฉันอย่างเบามือความอุ่นจากมือของพี่เขาแตะโดนฉันในบางทีแต่มันก็รู้สึกเหมือนถูกไฟช็อตเลยค่ะ หัวใจฉันเต้นระรัวจนฉันกลัวว่าความเงียบระหว่างเราจะทำให้พี่คิณเกิดได้ยินเสียงหัวใจเจ้ากรรมของฉันจนต้องขบเม้มริมฝีปากเอาไว้

         “ไม่ต้องกลัวพี่ขนาดนั้นหรอก พี่ไม่กัด” ดวงตาตมช้อนขึ้นมาสบตากับฉันยิ่งทำใจที่สั่นระรัวแทบจะเต้นไปทั่วหน้าอก แววตาที่เย็นชาแต่กลับแฝงไปด้วยความอ่อนโยนพิลึก

         พี่เขาปล่อยมือออกจากด้ายหลังจากที่ผูกข้อมือให้ฉันเสร็จแล้วหันไปคว้ากระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นมาสะพายไว้

        “พี่ไปทำธุระก่อนนะ ฝากดูน้องด้วยล่ะ” พี่คิณว่าก่อนจะเดินออกไปทิ้งให้ฉันยืนตัวแข็งทื่ออยู่ท่าเดิม หลังจากฉันเห็นแผ่นหลังของร่างสูงเดินออกไปพ้นจากโรงอาหารฉันก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาราวกับเมื่อกี้ฉันกลั้นหายใจจนใบหน้าแดงก่ำไปเลย

        “เกร็งเหรอ พี่คิณเขาก็เป็นอย่างนี้กับทุกคนแหละ” พี่เมนิลว่าก่อนจะยกมือขึ้นมาป้องปากแล้วเข้ามากระซิบที่ข้างหูฉัน “แต่ที่จริงพี่เขาเป็นคนขี้อายนะ”

        ฉันหันหน้าไปมองพี่รหัสอย่างเหลือเชื่อ ใบหน้ายิ้มแย้มยามที่พูดถึงพี่คิณทั้งยังลดสายตาลงอย่างเขินอายทำให้ฉันเข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งเลยล่ะ

        พี่เมนิลชอบพี่คิณชัด ๆ

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
27 فصول
ตอนที่ 1 บทนำ
เสียงกลองสันทนาการดังกึกก้องพร้อมกับเสียงร้องเพลงปลุกความสนุกสร้างสีสันในงานรับน้องของคณะวิศวกรรมศาสตร์ นิสิตนักศึกษาต่างพากันปล่อยฝีไม้ลายมือออกลวดลายขยับกายเต้นตามจังหวะทั้งที่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยแป้งสีขาวโพลน ฉันเองก็ออกลายเต้นอย่างเมามันไปกับเสียงกลองที่ดังเป็นจังหวะชวนเร้าใจจนไม่อาจยืนอยู่เฉยได้ ก่อนรุ่นพี่จะกรูเข้ามาปะแป้งฉันจนใบหน้าสวย ๆ ของฉันวอกไปด้วยแป้งเด็ก เกือบจะสำลักออกทางจมูก “น้องนิดานี่เต้นเก่งจริง ๆ เลยนะ” รุ่นพี่พากันเอ่ยแซวอย่างขำขัน ฉันเองก็หัวเราะแหะตอบรับอย่างเก้อเขิน แหมเมื่อกี้มันก็มันอยู่หรอกค่ะแต่พอมีคนมาเอ่ยแซวอย่างนี้แล้วฉันเองก็รู้สึกเขินอายขึ้นมาเสียอย่างนั้น ฉันเองก็ไม่ใช่คนหน้าหนาอะไร ออกจะบางเสียด้วยซ้ำยิ่งต้องมาทาแป้งขาวเต็มหน้าแล้วก็รู้สึกประหม่าจนแทบทำตัวไม่ถูก ฮือ อยากจะผ่านวันนี้ไปไว ๆ จัง อ๋อ ฉันลืมแนะนำตัวไปเลย แต่ทุกคนคงได้ยินที่รุ่นพี่เรียกฉันแล้วใช่ไหมคะ ใช่ค่ะ ฉันชื่อ ฐานิดา หรือ นิดา นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปีหนึ่ง ตอนแรกพอบอกคุณพ่อสุดที่รักของฉันว่าฉันอยากจะเรียนคณะนี้คุณพ่อนี่แทบจะลมจับเลยค่ะ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 2 ร่ม      
วันนี้เป็นวันหนึ่งที่ฉันต้องมานั่งอุดอู้เรียนอยู่ในคาบเลกเชอร์ที่แสนจะน่าเบื่อ เครื่องปรับอากาศทำความเย็นฉ่ำ ๆ ภายในห้องชวนให้ง่วงนอนจนตาปรือ “เป็นอะไรเนี่ย” วิสะกิดไหล่ฉันเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าฉันเริ่มสัปหงกด้วยความงัวเงีย “ฉันหนาวอะ เลยง่วง” ฉันหาวฟอดใหญ่พลางยกมือขึ้นป้องปากแล้วฟุบใบหน้าลงบนโต๊ะเรียนเพราะไม่อาจจะทนความง่วงนอนที่เข้ามารุมเร้าเสียจนเปลือกตาหนักอึ้งไปหมด “อีกไม่กี่นาทีก็หมดเวลาแล้ว แกจะมาหลับตอนนี้ไม่ได้นะ” มนใช้ข้อศอกกระทุ้งแขนของฉันให้เงยหน้าขึ้นมามองไปยังหน้าห้องที่ยังมีอาจารย์เปิดสไลด์พร้อมกับอธิบายโดยที่ฉันไม่ได้เข้าใจเนื้อหาหรือแม้แต่จะฟังมันอย่างตั้งใจด้วยซ้ำ ฉันได้แต่หรี่ตามองข้อความที่ขึ้นมาผ่านตาให้ผ่านพ้นไปในแต่ละนาทีอย่างใจจดใจจ่อแม้ในหัวจะโล่งจนเหมือนได้ยินเสียงลมพัดผ่านความว่างเปล่าก็ตามที จนเวลาล่วงเลยถึงตอนเลิกคลาส เพื่อน ๆ ในห้องต่างเริ่มทยอยเดินออกกันมาด้วยท่าทีที่เหมือนหมดแรงกันเป็นแถบ รวมถึงฉันด้วย ฉันและเพื่อนสาวอีกสองคนเดินออกมาจากห้องเรียนก็พบกับลมแรงที่พัดเข้าตีหน้าจนผมที่ปล่อยสยายของฉันปลิวไม่
اقرأ المزيد
ตอนที่ 3 ดูตัว    
“บอกฉันทีลมอะไรหอบให้แกแบกพวกฉันมาซื้อเสื้อผ้าได้เนี่ย” มนว่าอย่างแปลกใจพร้อมกับเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าในร้านอย่างคุ้นชิน “แม่ฉันนัดกับเพื่อนสนิทสมัยมัธยมแล้วเอาฉันไปด้วยอะดิ” ฉันว่าอย่างเบื่อหน่ายพลางเดินตามเพื่อนรักที่กำลังเลือกดูเสื้อผ้าอย่างสนอกสนใจ มนเป็นผู้หญิงที่แต่งตัวเก่งต่างจากฉันที่ใส่เสื้อผ้าซ้ำไปซ้ำมา ส่วนวิที่เดินตามมาอยู่อีกฝั่งก็มองเสื้อผ้าที่เข้ากับสไตล์การแต่งตัวของตัวเองที่จะออกแนวสาวน้อยน่ารักตามแบบฉบับของเทวิกา “แม่นัดเจอเพื่อนแล้วเกี่ยวอะไรกับแกอะ” วิที่ยืนเงียบอยู่สักพักเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ก็เพื่อนแม่จะหอบลูกชายมาด้วยนี่สิ ฉันว่านะต้องนัดดูตัวแหง ๆ” เพื่อนทั้งสองของฉันหยุดชะงักตัวแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งก่อนจะหันมามองหน้ากันราวกับว่าโลกกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ฉันได้แต่มองเพื่อนสาวอย่างแปลกใจที่ทั้งสองนั้นดูอึ้งยิ่งกว่าฉันเสียอีกก่อนที่ทั้งสองจะรีบกรูกันเข้ามาหาฉันอย่างแตกตื่น “นี่แม่แกเขาดูออกขนาดนั้นเลยเหรอว่าแกจะขึ้นคาน” มนว่าเอ่ยแซวจนฉันต้องหรี่ตามองเพื่อนสนิทอย่างคาดโทษ “นี่ที่แกมาเลือกเสื้อผ้าเ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 4 ดูตัว (2)         
“ไปเดินเล่นกันไหม” “คะ?” ถ้อยคำเชิญชวนด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยทำเอาฉันต้องถามกลับอีกรอบให้แน่ใจ “ไปเดินเล่นด้วยกันหรือเปล่า พวกแม่ ๆ เขาคุยกันอยู่ ไม่อยากไปขัดท่าน” “เอ่อ... ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับอย่างเหนียมอายก่อนจะเดินข้างพี่คิณออกไป แล้วเดินไปเรื่อย ๆ ตามทางเดินของห้างสรรพสินค้าโดยไม่รู้ว่าจะเดินไปไหนด้วยซ้ำ “ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเรา” “หนูก็ไม่คิดว่าจะเป็นพี่คิณเหมือนกันค่ะ ไม่งั้นหนูก็คงไม่แต่งตัวพิลึกแบบนี้” ฉันว่าด้วยน้ำเสียงติดงอแง อีกนิดฉันจะปาดน้ำตาโชว์พี่คิณที่เดินอยู่ข้าง ๆ ฉันแล้วเนี่ย “ก็ว่าอยู่ ไม่คิดว่าเราจะแต่งตัวแบบนี้” พี่คิณว่าอย่างขบขัน ฉันได้ยินพี่เขาหัวเราะในลำคอเล็กน้อยจนฉันต้องหันไปมองเขาอย่างประหลาดใจ “ก็ฉันไม่อยากให้ใครมาชอบฉันนี่คะ” “งั้นที่บอกว่าถ้ารู้ว่าเป็นพี่จะไม่แต่งตัวแบบนี้คือ...” เดี๋ยวนะ บอกแบบนี้ก็หมายความว่าอยากให้พี่คิณชอบน่ะสิ “ไม่ค่ะ ๆ ๆ คือหนูรู้อยู่แล้วไงว่าพี่ไม่มีทางชอบหนูหรอก” ฉันรีบยกมือห้ามปรามความคิดของพี่เขาพลางส่ายหน้าระรัวด้วยความลนลานแล้วส่งยิ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 5 ชานมไข่มุก      
“ไปดูตัวมาเป็นยังไงบ้างจ๊ะเพื่อนสาว ไม่ทักมาเลยนะ แสดงว่าไม่ต้องการความช่วยเหลือใช่ปะ” ประโยคทักทายจากมนที่เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือยามที่เห็นฉันเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามบนโต๊ะไม้ในโรงอาหาร “นั่นสิ เงียบไปเลยเกิดไรขึ้นไหม” วิถามเสริมด้วยความอยากรู้ “ผิดคาดมากเวอร์” ฉันนั่งลงก่อนจะรีบสุมหัวกับเพื่อนสนิททั้งสอง “ทำไมอะ เขาหล่อเหรอ” “หรือว่าเขาเกิดชอบแกขึ้นมา” “หรือว่าแกไปถูกตาต้องใจเขา” “หรือเขาเป็นคนที่พวกเรารู้จัก” “เดี๋ยว พวกแกใจเย็น ๆ” ฉันรีบยกมือห้ามปรามความคิดของทั้งสองก่อนที่จะไปกันใหญ่มากกว่านี้ ทั้งสองเม้มริมฝีปากแน่นแล้วตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ “เล่ามาเลย ๆ ไว” มนเร่งเร้าอย่างตื่นเต้น “คืองี้ ลูกชายของเพื่อนแม่ที่ฉันไปเจออะ คือพี่คิณ” “อะไรนะ” ทั้งสองอุทานออกมาเสียงดังลั่นพร้อมกันอย่างแตกตื่นจนฉันตั้งรีบยกมือขึ้นปิดริมฝีปากของสองเพื่อนรักเอาไว้ไม่ให้เสียงดัง แล้วหันไปมองคนอื่น ๆ ในโรงอาหารพลางค่อมศีรษะขอโทษขอโพยด้วยความเกรงใจ “ก็อย่า
اقرأ المزيد
ตอนที่ 6 ข้าวกล่อง               
“นี่ข้าวเช้า” ตั้งแต่วันนั้นพี่คิณก็เอาข้าวเช้ามาส่งให้ฉันทุกวันที่ฉันมีเรียนในตอนเช้า “ขอบคุณค่ะ” ฉันยิ้มรับพลางมองตามแผ่นหลังกว้างของหนุ่มรุ่นพี่เดินออกไป “พี่คิณเขาไม่ไปฝึกงานเหรอ เห็นมาที่คณะได้ทุกวัน” มนเอ่ยถามขณะนั่งดื่มกาแฟอยู่ฝั่งตรงข้ามกับฉัน “เห็นพี่คิณบอกว่ามาหาเพื่อนอะเลยแวะเอาข้าวเช้ามาให้” ฉันหันมายิ้มอย่างอารมณ์ดีกับเพื่อนสนิทก่อนจะเปิดกล่องข้าวดู วันนี้เป็นข้าวผัดกุ้งแบบจุก ๆ พอฉันบอกพี่คิณเมื่อคืนว่าอยากกินกุ้งพี่เขาเลยบอกว่าจะทำข้าวผัดกุ้ง อย่าเรียกว่าข้าวผัดกุ้งเลยกุ้งผัดข้าวดีกว่าแทบมองไม่เห็นเม็ดข้าวแล้วเนี่ย “เพื่อนพี่เขาก็น่าจะไปฝึกงานปะ พี่ปีสี่อยู่ติดมหาวิทยาลัยที่ไหน” วิว่าก่อนจะกัดแซนด์วิชที่ตัวเองเตรียมมาจากบ้านพลางไถหน้าจอโทรศัพท์ไปมาอย่างไม่ได้ใส่ใจ “แกพูดอย่างนี้แกกำลังให้ความหวังว่าพี่เขาตั้งใจเอาข้าวมาให้ฉันอยู่นะ” ฉันหันไปทำตาประกายใส่เพื่อนรักที่หันกลับมามองฉันด้วยหางตา “ก็น่าจะจริงปะ ดูจากดาวอังคารผู้ชายทำแบบนี้ให้ก็น่าจะคิดว่าพี่เขาจีบแกแล้วไหม” เพิ่งเคยเห็นเทวิกาของเราพูดด้วยน้ำเสียงปนหงุดหง
اقرأ المزيد
ตอนที่ 7 บาสเกตบอล
“แก ๆ ๆ” ฉันรีบวิ่งหน้าตื่นหน้าตั้งมาหาเพื่อนสนิททั้งสองที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะในโรงอาหาร “มีอะไรวิ่งหน้าตั้งมาเลย” มนเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยถามด้วยความงุนงง “มนแกมัวแต่ทำอะไรอยู่ถึงไม่รู้ว่าวันนี้คณะวิศวะฯ แข่งบาสเกตบอลกับคณะแพทย์” น้ำเสียงเหนื่อยหอบระคนตื่นเต้น ฉันหอบหายใจพลางรีบลากเพื่อนทั้งสองให้ลุกขึ้น “เชี่ย ศึกแดงเดือด” มนอุทานก่อนจะรีบโกยหนังสือลงกระเป๋าเป้โดยมีวิที่เงยหน้าขึ้นมามองตาใส “จะไปกันเหรอ” “แกไม่อยากมีแฟนคณะแพทย์หรือไง พี่หมอน่ะไทป์แกไม่ใช่เหรอ ไปเร็ว” ฉันรีบหยิบหนังสือใส่กระเป๋าผ้าของเพื่อนรักแล้วจูงมือเพื่อนทั้งสองให้วิ่งตามอย่างเร่งรีบ ทั้งมนและวิต่างรีบวิ่งตามฉันให้ทันโดยมีฉันวิ่งนำอยู่ไม่ไกล ฮือ ถ้าชีวิตมีพี่คิณเป็นเส้นชัย นิดาก็พร้อมสับจนเท้าแหลก พอมาถึงโรงยิมพวกเราก็รีบเข้าไปข้างในพลางบดเบียดสอดแทรกผู้คนให้มาอยู่ด้านหน้า “น้องนิดามาแล้ว” ฉันหูผึ่งทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียก พี่ธิดาเพื่อนสาวในกลุ่มพี่คิณรีบกวักมือเรียกฉันและเพื่อน ๆ “น้องนิดามาดูด้วยเหรอ” พี่มิลพ่อหนุ่มจอมแพรวพราวเอ่
اقرأ المزيد
ตอนที่ 8 หนังผี 
หลังจากที่ดูการแข่งขันบาสเกตบอลจบฉันและเพื่อนอีกสองคนก็เดินออกมาจากโรงยิมพร้อมกับกลุ่มรุ่นพี่เพื่อนๆ ของพี่คิณ “นี่พวกเราไปไหนกันต่ออะ” พี่รามิลหันมาถามพวกฉันที่เดินออกมาพร้อมกัน “ยังไม่รู้เหมือนกันค่ะพี่มิล” ฉันตอบกลับ “นิดา” เสียงเรียกจากด้านหลังเรียกให้ฉันและเพื่อน ๆ ต่างรีบหันไปมอง พี่คิณวิ่งมาพร้อมกับสภาพเนื้อตัวที่เปียกโชกไปหมด “พี่คิณมีอะไรหรือเปล่าคะ” ฉันหยุดเดินก่อนจะหันไปมาถามหนุ่มรุ่นพี่ พี่คิณชำเรืองสายตาไปยังกลุ่มเพื่อนจนฉันต้องหันไปมองตาม “เออ พวกกูกลับก่อนนะพอดีว่ามีธุระ เนอะไอ้กร” พี่รามิลกระทุ้งศอกใส่แขนของพี่กร เจ้าตัวหันมามองเพื่อนรักด้วยสายตางงงวยก่อนจะทำท่าเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก “เออใช่ ๆ กูมีคุยกันเรื่องงานที่บริษัท พวกกูไปนะ” พี่กรและพี่มิล รีบเดินออกไปอย่างร้อนรนแปลก ๆ “พวกมึงอะธิดา ต้นคิด” พี่คิณเอ่ยถามเพื่อนอีกสองคน “กูไม่มีธุระ แต่กูว่า” พี่ธิดาเว้นช่วงก่อนจะหันมามองเพื่อนสาวของฉันอีกสองคนแล้วยกมือขึ้นคล้องแขนหญิงสาวสองคนให้เข้ามาแนบชิด “กูจะพาน้องมนน้องวิไปช็อปปิงอะ” “ส่วนกูจะ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 9 นิดากลัวผี
ฉันเดินกลับเข้ามาในห้องนอนพลางยกผ้าขนหนูขึ้นเช็ดผมที่เปียกหมาด ๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนอน เวลานี้ก็ดึกมากแล้ว ฉันยังทำงานที่อาจารย์สั่งไม่เสร็จเลยตั้งใจว่าจะนั่งทำงานต่ออีกสักนิด ดึกสงัดแบบนี้แถมลมข้างนอกยังแรงเพราะฝนกำลังจะตกอีก บรรยากาศแบบนี้เหมือนอยู่ในหนังผีไม่มีผิดเพี้ยนเลย ฉันได้แต่เช็ดผมอย่างหวาดระแวงขนแขนลุกชันด้วยความกลัว นอกหน้าต่างมืดสนิทแต่เงาสะท้อนบนบานกระจกมันเหมือนมีอะไรตะคุ่มอยู่ข้างนอกตลอดเวลาฉันรีบก้าวไปปิดผ้าม่านจนมิดเพื่อความสบายใจก่อนจะมานั่งบนโต๊ะทำงานเปิดแล็ปท็อปแล้วเริ่มทำรายงานตามที่อาจารย์สั่งต่อ ความเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงลมแรงด้านนอกพัดวีทั้งยังเสียงเครื่องปรับอากาศพัดโชยเบา ๆ ก็ทำหัวใจฉันเต้นเป็นจังหวะถี่ ๆ ภาพตอนที่นั่งดูภาพยนตร์ยังคงติดตา ทั้งใบหน้าสยดสยองของผีในหนัง เสียงประกอบที่ดังจนทำเอาสะดุ้งจนตัวโยน สายตาฉันชอบไปจดจ้องเงาสะท้อนบนหน้าจอแล็ปท็อปที่ทำให้เห็นด้านหลังของฉันแบบแวบ ๆ แวม ๆ ถ้าตอนนี้มีผีโผล่มาแบบในหนังจะทำยังไง ความคิดโผล่เข้ามาในหัวยิ่งทำฉันนั่งเกร็งหลังตรงพยายามพิมพ์งานต่อโดยท
اقرأ المزيد
   ตอนที่ 10 ไม่แคร์ 
“แกมานี่เร็ว” มนกับวิรีบวิ่งมาทางฉันตั้งแต่ฉันเดินเข้ามาใกล้โต๊ะเก้าอี้ม้าหินอ่อนที่กลุ่มเรามานั่งเป็นประจำ “อะไร” ฉันเอ่ยถามอย่างตื่นตระหนกขณะที่โดนเพื่อนทั้งสองลากให้มานั่งลงบนเก้าอี้ “ดูนี่ดิ” มนรีบยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือมาตรงหน้าฉันจนใบหน้าของฉันแทบจะสิงไปที่หน้าจอ “อึ้งเลยเหรอ” วิถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย “เพื่อนเราต้องช็อกไปแล้วแน่ ๆ” “อึ้งดิ ก็มองไม่เห็นอะ” “โอ๊ย” มนถอนหายใจด้วยความหงุดหงิดก่อนจะถอยโทรศัพท์หน้าจอออกมาให้ห่างจากใบหน้าของฉัน ฉันค่อย ๆ เพ่งมองภาพตรงหน้าก่อนจะขมวดคิ้ว นั่นมันภาพของฉันตอนที่กำลังวิดีโอคอลกับพี่คิณนี่นา ฉันเคลื่อนลูกตาขึ้นไปมองยังชื่อของเจ้าของโพสต์ “พี่คิณโพสต์รูปฉันทำไม” “โธ่เอ๊ยยายซื่อบื้อ” วิว่าก่อนจะรีบเลื่อนลงมาด้านล่างให้ดูความคิดเห็นของคนที่เข้ามาว่ากล่าวฉันต่าง ๆ นานา โดยส่วนมากจะไม่มีรูปโพรไฟล์เป็นเหมือนบุคคลนิรนามที่สร้างบัญชีขึ้นมาเพื่อใช้ด่าคนไปวัน ๆ ‘พี่คิณไม่ได้คบกับพี่เมนิลหรอกเหรอ’ ‘เสียดายจัง ฉันว่าพี่เมนิลเหมาะกว่ายายนี่ตั้งเยอะ’ ‘ถ้ายายนี
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status