LOGINบรรยากาศภายในห้องถูกความเงียบเข้าปกคลุม หลังจากประโยคเมื่อครู่ของกรณ์ดนัยไม่ได้ถูกสานต่อ ขวัญญาดากำลังทำตัวไม่ถูก เธอเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน
จนเมื่อเวลาผ่านพ้นเกือบนาทีที่กรณ์ดนัยเห็นว่าเธอกำลังเคลิ้มตาม ชายหนุ่มจึงเลือกลุกออกไป ทำให้อารมณ์ที่ใกล้จะจุดติดของขวัญญาดาขาดสะบั้น ทว่าหลักฐานบางอย่างที่ปรากฏสู่สายตาของขวัญญาดานั้น ทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัยจากผู้ชายคนนี้เอาเสียเลย
เพราะส่วนกลางร่างกายของกรณ์ดนัยตื่นตัว ในตอนนี้มัน
ชูชันดันผ้าขนหนูขึ้นมาอย่างโจ่งแจ้ง แต่เจ้าตัวกลับทำหน้าตาเฉย ไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลยสักนิด เหมือนกับเป็นเรื่องปกติที่คนอื่นต้องรับให้ได้
ทำไมโลกถึงต้องเหวี่ยงผู้ชายคนนี้เข้ามาในชีวิตของเธอด้วยนะ
“ไหน เธอจะให้ฉันสอนทำอะไร”
“ฉันไม่อยากรู้แล้วค่ะ ขอโทษที่ทำคุณเสียเวลานะคะ”
พูดจบขวัญญาดาก็รีบหยิบสัมภาระของตัวเอง แล้วกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกจากห้องของกรณ์ดนัยทันที เพราะขืนเธออยู่ที่นี่ต่อไป มีหวังคืนนี้เธอไม่รอดพ้นจากผู้ชายคนนั้นแน่ ๆ หากแต่ในตอนที่ร่างเล็กมาถึงลิฟต์ ขวัญญาดากลับพบว่าการที่เธอจะกดลิฟต์ลงไปยังชั้นล่างได้นั้น ต้องใช้คีย์การ์ดของเจ้าของห้องเท่านั้น
“ยัยบ้าเอ๊ย”
บ่นพึมพำกับตัวเองพร้อมกับยกมือขึ้นตบหน้าผากแรง ๆ ไปหนึ่งครั้งให้กับความสะเพร่า เธอไม่ทันฉุกคิดเลยว่าคอนโดหรูหราขนาดนี้ ระบบความปลอดภัยย่อมรัดกุมเป็นธรรมดา ทำให้ตอนนี้ขวัญญาดายืนเคว้ง เพราะเธอไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรต่อ
ถ้ายืนอยู่ตรงนี้เพื่อรอว่าจะมีใครเดินลงไปชั้นล่าง หญิงสาวก็ไม่รู้ว่าต้องรอไปอีกนานแค่ไหน เพราะชั้นนี้เท่าที่เธอสังเกต มีห้องไม่ถึงสิบยูนิตด้วยซ้ำ
แต่ถ้าจะให้เธอเดินกลับไปหากรณ์ดนัย
มีหวังคืนนี้เธอได้เสร็จผู้ชายคนนั้นอย่างแน่นอน
“เธอนี่มันฉลาดน้อยจริง ๆ”
ทว่าในขณะที่ขวัญญาดากำลังยืนจมอยู่กับความคิดของตัวเองว่าจะทำอย่างไรต่อ คนที่ไม่นึกว่าจะเดินตามออกมากลับปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า ทำให้หญิงสาวตกใจจนเกือบทำสัมภาระในมือร่วงหล่น ครั้นจะเดินหนีไปที่อื่น ขวัญญาดาก็ไม่มีที่ให้ไปแล้ว
“ฉันลงลิฟต์ไม่ได้ คุณช่วยแตะคีย์การ์ดให้หน่อยได้ไหมคะ”
ขวัญญาดาร้องขอคนที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกง ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่มีทีท่าว่าจะทำตามความต้องการของเธอเลยแม้แต่น้อย
“ไม่กด ไม่แตะอะไรทั้งนั้น”
“...”
“ลองทำให้ฉันพอใจสิ เผื่อฉันจะยอมกดให้”
ขวัญญาดาคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าคนตรงหน้าต้องมีข้อเสนอ จึงทำให้หญิงสาวเม้มริมฝีปากอย่างใช้ความคิด เธอไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่าควรทำอย่างไรอีกฝ่ายถึงจะพอใจ แต่เมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในคืนที่ผ่านพ้นมาแล้วหลายวัน
เรื่องหน้าไม่อายก็ปรากฏอยู่ในหัวเต็มไปหมด
“ถ้าไม่ทำ เธอก็ไปนอนอยู่ในห้องขยะแค่นั้น”
“...”
“หรือจะนอนในห้องน้ำส่วนกลางก็ไม่มีใครว่า”
กรณ์ดนัยไหวไหล่ พร้อมหมุนตัวเพื่อเดินกลับไปยังห้องของตัวเอง ทว่ายังไม่ทันที่ปลายเท้าจะได้ก้าวเดิน เสียงของใครอีกคนก็ดังขึ้น นั่นจึงทำให้ชายหนุ่มเหยียดยิ้มด้วยความพึงพอใจ
เพราะผู้หญิงอย่างเธอ
ไม่มีวันชนะคนอย่างเขาได้
ร่างกำยำหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับขวัญญาดาอีกครั้ง คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อยเพื่อรอดูว่าคนอย่างเธอจะงัดไม้ตายอะไรออกมาทำให้เขาพึงพอใจ แต่เมื่อประเมินด้วยตาเปล่าแล้ว คนอย่างขวัญญาดาจะเอาปัญญาที่ไหนมาทำให้เขาพึงพอใจได้กัน
เหอะ…
จืดชืดขนาดนี้
เขายอมลดตัวลงไปเล่นด้วยก็ดีเท่าไรแล้ว
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ถูกปกคลุมด้วยความเงียบ กระทั่งขวัญญาดาตัดสินใจก้าวเดินเข้ามาใกล้คนตัวสูง แล้วเขย่งปลายเท้าขึ้น ใช้ริมฝีปากจูบซับแผ่วเบาที่อวัยวะเดียวกันอย่างจำใจ
คิดว่ามันคือสิ่งเดียวที่เธอพอจะทำได้ในตอนนี้
ทว่าจากที่คิดเอาไว้ว่ากรณ์ดนัยจะต้องพึงพอใจจนยอมแตะ
คีย์การ์ดลิฟต์ให้ ทุกอย่างกลับตรงกันข้ามกับที่ขวัญญาดาคาดไว้ เพราะหลังจากเธอตัดสินใจจูบบนริมฝีปากอีกฝ่าย เสียงหัวเราะราวกับเย้ยหยันก็ดังขึ้นทำลายความมั่นใจของเธอจนย่อยยับ
“มีปัญญาทำได้แค่นี้เองเหรอ”
“...”
“ที่ฉันสอนให้คืนนั้น ไม่ได้เข้าสมองเธอเลยสินะ”
กรณ์ดนัยยิ้มเหยียด รู้สึกสมเพชกับความใสซื่อที่เหมือนกับขวัญญาดากำลังแสดงละครแสร้งเป็นผู้หญิงอ่อนต่อโลก แล้วคิดว่าผู้ชายอย่างเขาจะตามเธอไม่ทัน
วิธีนี้มันใช้ไม่ได้ผลสำหรับกรณ์ดนัย มันจะมีผู้หญิงดี ๆ ที่ไหนยอมออกมาเจอกับผู้ชายแปลกหน้า โดยเอาเหตุผลเรื่องงานมาบังหน้า
ขวัญญาดาก็ไม่ได้ต่างอะไรกับผู้หญิงคนอื่นนักหรอก
กระทั่งกรณ์ดนัยผละริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า มือหนาถูกยกขึ้นมาเกลี่ยปอยผมให้คนรัก ก่อนจะจัดการจูบหน้าผากของเธอไปอีกหนึ่งครั้ง แล้วขยับร่างกายให้ขวัญญาดาเอนลงไปแนบแผ่นหลังกับขอบอ่าง“หนาวไหมคะ”“...”“ถ้าหนาวเราไปต่อกันที่เตียงไหม หืม”ขวัญญาดาทำเพียงส่ายหน้าเป็นคำตอบ หญิงสาวเม้มปากเข้าหากันเล็กน้อยยามที่เจ้าของถ้อยคำเมื่อครู่จับขาทั้งสองข้างของเธอแยกออกจากกัน ก่อนเจ้าตัวจะแทรกร่างกายเข้ามาแนบชิดยิ่งกว่าเดิมใต้หว่างขา “อ๊ะ— กรณ์คะ”ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เสียงครางหวานระรื่นหูดังขึ้นมา เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่มันเกิดขึ้นระหว่างกรณ์ดนัยดันส่วนแข็งขืนเข้ามาภายในช่องทางคับแน่นของเธออีกรอบ ซึ่งร่างกายของขวัญญาดาก็ยังคงตอบสนองต่อสัมผัสได้เป็นอย่างดี มันทั้งบีบรัด หดตัว และขมิบเสียจนสีหน้าของกรณ์ดนัยแสดงออกมาว่ารู้สึกดีมากขนาดไหน“เธอกำลังทำให้กรณ์เป็นบ้า อืม... เสียวฉิบ”ท่อนเนื้อถูกครอบคลุมด้วยความนุ่มหยุ่นที่แม้กรณ์ดนัยจะยังไม่ได้ขยับเคลื่อนไหว หากแต่ความเสียวซ่านนั้นส่งผลให้ร่างกำยำกระตุกเบา ๆ เขายิ้มให้กับคนที่ช้อนสายตามองขึ้นมา ก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะโน้มลงไปแนบริมฝีปากบนอวัยวะเดียวกันอีกครั้
“ชอบไหมคะ”เสียงอ่อนโยนพร้อมกับร่างกายถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง เรียกให้ขวัญญาดาละความสนใจจากทัศนียภาพเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยภูเขาเขียวขจี ก้มมองแขนแกร่งสอดแทรกเข้ามาที่เอวบางของเธอ“ชอบค่ะ ที่นี่สวยและบรรยากาศดีมาก ๆ”“ถ้าชอบงั้นกรณ์จะมาสร้างบ้านที่นี่ เป็นเรือนหอของเราดีไหมคะ”“เวอร์แล้วค่ะกรณ์”ขวัญญาดาได้ยินเสียงหัวเราะจากคนด้านหลัง และสัมผัสได้ว่าอีกคนโอบกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นกว่าเดิมอีกนิด ก่อนบรรยากาศจะกลับมาปกคลุมไปด้วยความเงียบชั่วขณะหนึ่ง เมื่อบทสนทนาเมื่อครู่ไม่ได้ถูกสานต่อ เวลาหกโมงเย็น พระอาทิตย์คล้อยต่ำลงจนใกล้จะลาลับขอบฟ้า บรรยากาศที่เขาใหญ่วันนี้เย็นกำลังดี ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปเมื่อวานก่อนหน้านี้ กรณ์ดนัยบอกกับขวัญญาดาว่าจะนำดอกไม้มาไหว้มารดาเหมือนที่เคยทำในทุก ๆ ปีเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนนี้คนทั้งคู่ถึงมายืนกอดกันกลมเกลียวที่ระเบียงของโรงแรมสุดหรู ซึ่งเป็นโรงแรมในเครือของบริษัทคุณดิเรกผู้เป็นพ่อของคนที่ยังกอดขวัญญาดาเอาไว้แน่น“เดี๋— เดี๋ยวค่ะกรณ์”ความเงียบที่ปกคลุมมาเนิ่นนานนับหลายนาทีถูกทำลายลงด้วยเสียงของขวัญญาดา เมื่อมือของคนด้านหลังเลื่อนลงต่ำ ส่งสัญญาณถึงอะไรบางอย
ขวัญญาดาไม่มั่นใจว่าสิ่งนั้นเรียกว่าอะไร แต่ทันทีที่คนด้านบนกดปุ่ม แรงสั่นสะเทือนเบา ๆ จากเครื่องมือชิ้นเล็กก็เริ่มต้นทำงาน มิหนำซ้ำกรณ์ดนัยยังสาธิตให้ดูว่ามันปรับระดับความแรงได้หลายระดับ พลันให้หญิงสาวเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอด้วยหัวใจที่เริ่มสั่นสะท้านขวัญญาดาไม่ใช่เด็กอมมือเธอรู้ว่าอุปกรณ์ในมือของคนรักคืออะไร“กรณ์… มันสั่นแรงไปหรือเปล่าคะ”ขวัญญาดาถามเสียงสั่น พลางมองเจ้าเครื่องมือตัวจิ๋วที่ดูเหมือนจะสร้างความกระเส่าได้มากกว่าที่เธอคิด“ลองดูก่อนไหม ถ้าไม่ชอบกรณ์จะปิดทันทีเลย”กรณ์ดนัยปลอบเสียงอ่อนโยน ก่อนจะขยับตัวลงมาซุกไซ้ลำคอขาว มือหนาค่อย ๆ เลื่อนอุปกรณ์ตัวนั้นลงไปเบื้องล่าง แทรกผ่านร่างกายของทั้งคู่ที่ยังบดเบียดกันอยู่ ทันทีที่ความสั่นสะเทือนสัมผัสเข้ากับติ่งเนื้ออ่อนไหว ขวัญญาดาก็สะดุ้งสุดตัว แผ่นหลังบางแอ่นโค้งเข้าหาแผงอกแกร่งอัตโนมัติ เสียงครางกระเส่าหลุดลอดจากริมฝีปากอย่างกลั้นไม่อยู่“อื้อ กร— กรณ์ มันแปลก ๆ ค่ะ”“แปลกยังไง หืม… เสียวใช่ไหมคะ”ริมฝีปากหนาพรมจูบตามไหล่มนหลังพูดจบ ขณะปลายนิ้วยังคอยบังคับเครื่องมือชิ้นนั้นให้เน้นย้ำในจุดที่ทำให้ขวัญญาดาสั่นสะท้าน พร้อมกับ
“อึก— เดี๋ยวก่อนค่ะ”เสียงอ่อนพร้อมกับมือบางยกขึ้นดันแผงอกแกร่งให้ออกห่าง ทำให้คิ้วหนาของกรณ์ดนัยขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจนัก เพราะเหตุการณ์ไม่กี่วินาทีก่อนหน้า ชายหนุ่มกำลังโน้มใบหน้าประกบจูบคนรัก“ทำไมคะ?”ขวัญญาดาเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ขณะสายตาระหว่างคนทั้งคู่ยังคงสอดประสานกันในระยะห่างเพียงน้อยนิด เธอไม่ชินเลยสักครั้งเวลากรณ์ดนัยใช้คะขา ไม่ใช่เพราะมันไม่ดีเพียงแต่เธอเขินจนทำตัวไม่ถูกต่างหาก“กรณ์ดื่มมาเหรอ ขวัญได้กลิ่น”“นิดเดียวค่ะ กรณ์แวะไปงานวันเกิดเพื่อนที่เคยเรียนสาขาเดียวกันมา”ไม่เพียงแค่ตอบคำถาม ใบหน้าหล่อเหลายังโน้มลงจนใกล้กับคนใต้ร่างมากกว่าเดิม ใช้จมูกคลอเคลียบริเวณผิวแก้มที่มีกลิ่นหอม สูดรับกลิ่นเฉพาะตัวของคนรัก กลิ่นที่กรณ์ดนัยหลงใหลเสมอมา ถึงขั้นว่าเขาเสพติดกลิ่นตัวของขวัญญาดาไปแล้วถ้าวันไหนไม่ได้หอมวันนั้นชายหนุ่มจะไม่มีแรงใช้ชีวิตทันที“กรณ์ขอนะ จะทำเบา ๆ ค่ะ”เพราะขวัญญาดารู้ว่าเธอปฏิเสธความต้องการของแฟนหนุ่มไม่ได้ เธอจึงปล่อยให้ทุกอย่างเลยตามเลย จนไม่กี่นาทีถัดมา สองร่างที่นอนเกยกันอยู่บนโซฟาต่างเปลือยเปล่า ไร้ซึ่งสิ่งปกคลุม “อืม…”ภายในห้องรับแขกของคอนโด บัด
อีกด้านหนึ่งบริเวณดาดฟ้าของโรงพยาบาล ซึ่งถูกจัดเป็นสวนสาธารณะจำลองขนาดย่อม นานหลายนาทีแล้วที่ขวัญญาดายืนเอาหน้าโต้ลม เนื่องจากตอนนี้อากาศในยามสี่โมงเย็นเป็นใจ ทั้งบริเวณนี้ยังไม่มีใครพลุกพล่านคงเพราะที่นี่เป็นโรงพยาบาลเอกชนใจกลางเมืองที่ค่ารักษาค่อนข้างสูง จึงทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่มีแต่พวกคนรวย ไม่ได้วุ่นวายเหมือนกับโรงพยาบาลรัฐบาล ที่ก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป“...”เปลือกตาสีอ่อนค่อย ๆ ปิดลงอย่างเชื่องช้ายามสายลมอ่อนพัดโชยกระทบใบหน้า ซึมซับกับบรรยากาศเย็นเยียบหลังพายุฝนสงบลงไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้า ขณะที่ภายในใจของขวัญญาดานั้นกำลังคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเธอรักกรณ์ดนัยขวัญญาดาไม่มั่นใจสักเท่าไรนักว่าความรู้สึกเหล่านี้ที่เธอมีให้ต่ออีกฝ่ายมันชัดเจนขึ้นมาเมื่อไร เพราะเมื่อเธอรู้ตัวอีกที กรณ์ดนัยก็มีอิทธิพลกับความรู้สึกไปแล้ว แม้ที่ผ่านมาหญิงสาวจะพยายามหลายครั้งที่จะตัดใจแต่เมื่อวันเวลาผ่านพ้นไป ขวัญญาดาตระหนักได้ว่าความพยายามทั้งหมดของเธอเพื่อที่จะเลิกรักผู้ชายคนนั้น ไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้ง แม้ภายในใจจะรู้ดีอยู่เต็มอกว่าการกระทำที่ผ่านมาของกรณ์ดนัยนั้นม
“ค่อย ๆ นะคะ ระวังลวกปาก”เสียงหวานเอ่ยขึ้นในตอนที่ขวัญญาดาตักข้าวต้มปลาไปจ่ออยู่ตรงริมฝีปากของคนที่บัดนี้มีผ้าก๊อซพันเอาไว้รอบศีรษะ ซึ่งไม่มีคำพูดใดตอบกลับมา เพราะคนป่วยนั้นค่อย ๆ ทานข้าวต้มที่วันนี้มีพยาบาลจำเป็นมาป้อนให้ถึงเตียง“เอาอีกไหมคะ”“ขอน้ำก่อนได้ไหม”ขวัญญาดารีบวางช้อนลง ก่อนจะหยิบเอาแก้วน้ำขึ้นไปให้ตามคำขอ รอให้กรณ์ดนัยดูดน้ำจากหลอดจนพอใจ แล้วเตรียมจะป้อนข้าวต่อ หากแต่ประโยคถัดมาของชายหนุ่ม ทำเอาทุกการกระทำของเธอหยุดชะงัก“ขอโทษนะ”เรียวคิ้วของขวัญญาดาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนภายในห้องพักสำหรับผู้ป่วยวีไอพีจะถูกครอบงำด้วยความเงียบชั่วขณะหนึ่ง เมื่อถ้อยคำเมื่อครู่ของกรณ์ดนัยนั้นไม่ได้ถูกสานต่อ มีเพียงแค่สองสายตาที่สอดประสานกันเอาไว้แนบแน่นจนเมื่อเวลาผ่านพ้นไปเกือบนาที ซึ่งเหมือนจะเนิ่นนานสำหรับคนทั้งคู่ ก็เป็นฝ่ายของกรณ์ดนัยที่ละสายตา เลือกจะเหม่อมองออกไปยังทัศนียภาพของเมืองหลวงด้านนอกหน้าต่างแทน แล้วเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเบาหวิว“ขอบคุณที่มาอยู่ดูแล เธอกลับเลยก็ได้นะ”“...”“ฉันไม่อยากรบกวน ขอบคุณจริง ๆ นะ”มันเป็นเรื่องยากที่กรณ์ดนัยจะเอ่ยถ้อยคำนั้นออกมา หากแต







