LOGIN“ขยับออกไปหน่อยได้ไหมคะ ฉัน... อึดอัด”
“ทำไม เธอไม่อยากอยู่ใกล้ฉันขนาดนั้นเลย?”
ขวัญญาดาเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย บนโซฟาตัวใหญ่ภายในห้องนั่งเล่นมีพื้นที่มากพอ แต่ใครบางคนกลับนั่งเบียดจนหญิงสาวเริ่มรู้สึกอึดอัด มิหนำซ้ำมือที่คล้ายกับปลาหมึกยังพยายามลูบไล้ไปตามต้นขาอย่างอยู่ไม่สุข
“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ ฉันแค่ไม่ชอบ”
“ไม่ชอบ? เธอแน่ใจนะว่าไม่ชอบ หรือต้องให้ฉันช่วยรำลึกความหลังคืนนั้นให้”
“อย่านะคะ ไม่เอาค่ะ”
ใบหน้าหวานเกลี้ยงเกลาหันไปสบตากับเจ้าของประโยคเมื่อครู่ ทว่าท่าทางและคำพูดของเธอนั้นกลับเป็นเหตุผลชั้นดีให้กรณ์ดนัยหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาสัมผัสผิวหน้านุ่มลื่นมือของหญิงสาว
“อย่าสำคัญตัวได้ไหม เธอไม่ได้ดูน่าพิศวาสขนาดนั้น”
“...”
“จะให้ฉันช่วยสอนไหม ถ้าไม่ก็ไสหัวกลับไป”
กรณ์ดนัยพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไม่ต่างอะไรกับสายตาที่ใช้มองหญิงสาวตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ทำเอาขวัญญาดาเริ่มประหม่าหนักขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งยังสัมผัสได้ว่าอัตราการเต้นของหัวใจเธอเร็วขึ้นกว่าเมื่อครู่
“ช่วยค่ะ ฉันไม่เข้าใจตรงนี้”
ขวัญญาดาละสายตาออกจากคนตัวสูง พร้อมกับนิ้วเรียวที่ชี้ไปยังหน้าจอแล็ปท็อปซึ่งกำลังฉายโปรแกรมที่ต้องใช้ประกอบการทำโพรเจกต์จบ อันที่จริงหญิงสาวอยากจะกลับห้องตัวเองตอนนี้เลยด้วยซ้ำ เพราะต่อให้ใครอีกคนจะสอนอย่างไร หัวสมองของเธอในตอนนี้ก็ไม่พร้อมรับข้อมูลอะไรแล้ว
“ถ้ารู้ว่าฉลาดน้อย เธอจะมาเรียนคณะนี้ตั้งแต่แรกทำไม”
“...”
“กะอีแค่ระบบง่าย ๆ ยังไม่มีความรู้ จบมาจะไปทำอะไรได้วะ”
ขวัญญาดาหน้าถอดสีหลังได้ยินประโยคนั้น คล้ายกับอีกฝ่ายกำลังจะบอกว่าเธอโง่ ซึ่งไม่ใช่แบบนั้นเสียหน่อย เพราะตอนสมัครเข้ามาเรียน ใครจะไปรู้ว่ายากขนาดนี้กันล่ะ เพราะถ้าเธอรู้ คงไม่เรียนตั้งแต่แรก
และขวัญญาดาสาบานกับตัวเองได้เลยว่าถ้าผ่านคืนนี้ไปได้ เธอจะไม่มาวนเวียนอยู่ในชีวิตของผู้ชายคนนี้อีก
แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่หญิงสาวยังแปลกใจอยู่ไม่หาย นั่นคือ
กรณ์ดนัยอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับเธอแท้ ๆ แต่เธอกลับไม่เคยรู้เลยว่ามีผู้ชายคนนี้วนเวียนอยู่ใกล้ ๆ หรืออาจเป็นเพราะตลอดเกือบสี่ปีที่ผ่านมา
ขวัญญาดาแทบไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
นอกจากการมาเรียนและทำงาน
• • •
“ขวัญยกอาหารไปเสิร์ฟให้ที ด่วนเลยลูกค้าตามแล้ว”
“ได้ค่ะพี่เพ็ญ”
ทันทีที่พูดจบ มือบางก็ยกเอาถาดอาหารขึ้นมาถือ เดินฝ่าฝูงชนมายังโต๊ะโซนที่อยู่ใกล้กับเวทีด้านหน้า เป็นพนักงานเสิร์ฟที่นี่มีรายได้ต่อชั่วโมงไม่ได้มากมายอะไรนัก แต่ขวัญญาดาอาศัยการได้ทิปจากลูกค้า ซึ่งเมื่อนำมารวมกันในแต่ละเดือน มันก็พอช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายของเธอได้บางส่วน
เพราะขวัญญาดาไม่อยากรบกวนที่บ้าน
เธอต้องการพึ่งพาตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“อาหารมาเสิร์ฟแล้วค่ะ ขอโทษคุณลูกค้าที่ให้รอนานนะคะ”
ขวัญญาดาเอ่ยเสียงดังกว่าปกติแข่งกับเสียงเพลง ขณะที่มือก็จัดการหยิบอาหารวางบนโต๊ะให้ลูกค้าด้วยความรีบร้อน โดยไม่ทันได้สังเกตเลยแม้แต่น้อยว่าทุกการกระทำของเธอนั้น ตกอยู่ในสายตาของใครบางคน
กระทั่ง
“อ๊ะ—”
ในตอนที่ขวัญญาดายกจานใบสุดท้ายวางลงบนโต๊ะ จู่ ๆ ข้อมือของเธอก็ถูกกอบกุมไว้แน่นจากมือหนาของลูกค้าคนหนึ่ง ก่อนนัยน์ตาของเธอจะเบิกกว้างขึ้นทันที เมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่าลูกค้าคนดังกล่าวนั้นเป็นใคร
“คุ— คุณ”
ท่ามกลางแสงไฟกะพริบที่สามารถมองเห็นภาพทุกอย่างได้เพียงเลือนราง หากแต่ขวัญญาดากลับเห็นใบหน้าของผู้ชายคนนี้ได้อย่างชัดเจน เป็นผลพวงให้หัวใจของหญิงสาวเกือบหลุดร่วงลงไปอยู่ตาตุ่ม
“เธอหลบหน้าฉันทำไม”
ขวัญญาดาพยายามบิดข้อมือให้หลุดออกจากการกอบกุม แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไร กรณ์ดนัยก็ยิ่งออกแรงบีบมากขึ้นเท่านั้น มิหนำซ้ำมุมปากหยักยังยกยิ้มราวกับเหนือกว่า
“เธอกับฉันมีเรื่องต้องคุยกัน”
“แต่— แต่ฉันต้องทำงาน”
“หลังเลิกงานไปเจอฉันที่ลานจอดรถ ฉันจะนั่งรอจนกว่าเธอจะเลิกงาน”
ตั้งแต่คืนนั้นที่คอนโดของกรณ์ดนัยก็ผ่านมาสามวันแล้วที่ขวัญญาดาพยายามหลบหน้า หญิงสาวจัดการตัดทุกช่องทางการติดต่อ เพราะเธอไม่ต้องการเข้าไปพัวพันกับชีวิตของผู้ชายคนนี้อีก แต่ทำไมตอนนี้อีกฝ่ายถึงได้เข้ามายุ่งวุ่นวายกับเธอ
ทั้งที่เรื่องระหว่างเรามันควรจบลงแค่คืนนั้น
“ถ้าเธอไม่ยอมไปเจอฉัน เราได้เห็นดีกันแน่”
มันไม่ใช่แค่ถ้อยคำที่ถูกยกขึ้นมาข่มขู่เท่านั้น เพราะแววตาไร้ความล้อเล่นของกรณ์ดนัย ทำเอาขวัญญาดาวูบโหวง ราวกับชีวิตของเธอกำลังถูกควบคุมจากผู้ชายคนนี้ และแน่นอนว่าหญิงสาวจะเอาปัญญาที่ไหนปฏิเสธ
กระทั่งกรณ์ดนัยผละริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า มือหนาถูกยกขึ้นมาเกลี่ยปอยผมให้คนรัก ก่อนจะจัดการจูบหน้าผากของเธอไปอีกหนึ่งครั้ง แล้วขยับร่างกายให้ขวัญญาดาเอนลงไปแนบแผ่นหลังกับขอบอ่าง“หนาวไหมคะ”“...”“ถ้าหนาวเราไปต่อกันที่เตียงไหม หืม”ขวัญญาดาทำเพียงส่ายหน้าเป็นคำตอบ หญิงสาวเม้มปากเข้าหากันเล็กน้อยยามที่เจ้าของถ้อยคำเมื่อครู่จับขาทั้งสองข้างของเธอแยกออกจากกัน ก่อนเจ้าตัวจะแทรกร่างกายเข้ามาแนบชิดยิ่งกว่าเดิมใต้หว่างขา “อ๊ะ— กรณ์คะ”ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เสียงครางหวานระรื่นหูดังขึ้นมา เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่มันเกิดขึ้นระหว่างกรณ์ดนัยดันส่วนแข็งขืนเข้ามาภายในช่องทางคับแน่นของเธออีกรอบ ซึ่งร่างกายของขวัญญาดาก็ยังคงตอบสนองต่อสัมผัสได้เป็นอย่างดี มันทั้งบีบรัด หดตัว และขมิบเสียจนสีหน้าของกรณ์ดนัยแสดงออกมาว่ารู้สึกดีมากขนาดไหน“เธอกำลังทำให้กรณ์เป็นบ้า อืม... เสียวฉิบ”ท่อนเนื้อถูกครอบคลุมด้วยความนุ่มหยุ่นที่แม้กรณ์ดนัยจะยังไม่ได้ขยับเคลื่อนไหว หากแต่ความเสียวซ่านนั้นส่งผลให้ร่างกำยำกระตุกเบา ๆ เขายิ้มให้กับคนที่ช้อนสายตามองขึ้นมา ก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะโน้มลงไปแนบริมฝีปากบนอวัยวะเดียวกันอีกครั้
“ชอบไหมคะ”เสียงอ่อนโยนพร้อมกับร่างกายถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง เรียกให้ขวัญญาดาละความสนใจจากทัศนียภาพเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยภูเขาเขียวขจี ก้มมองแขนแกร่งสอดแทรกเข้ามาที่เอวบางของเธอ“ชอบค่ะ ที่นี่สวยและบรรยากาศดีมาก ๆ”“ถ้าชอบงั้นกรณ์จะมาสร้างบ้านที่นี่ เป็นเรือนหอของเราดีไหมคะ”“เวอร์แล้วค่ะกรณ์”ขวัญญาดาได้ยินเสียงหัวเราะจากคนด้านหลัง และสัมผัสได้ว่าอีกคนโอบกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นกว่าเดิมอีกนิด ก่อนบรรยากาศจะกลับมาปกคลุมไปด้วยความเงียบชั่วขณะหนึ่ง เมื่อบทสนทนาเมื่อครู่ไม่ได้ถูกสานต่อ เวลาหกโมงเย็น พระอาทิตย์คล้อยต่ำลงจนใกล้จะลาลับขอบฟ้า บรรยากาศที่เขาใหญ่วันนี้เย็นกำลังดี ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปเมื่อวานก่อนหน้านี้ กรณ์ดนัยบอกกับขวัญญาดาว่าจะนำดอกไม้มาไหว้มารดาเหมือนที่เคยทำในทุก ๆ ปีเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนนี้คนทั้งคู่ถึงมายืนกอดกันกลมเกลียวที่ระเบียงของโรงแรมสุดหรู ซึ่งเป็นโรงแรมในเครือของบริษัทคุณดิเรกผู้เป็นพ่อของคนที่ยังกอดขวัญญาดาเอาไว้แน่น“เดี๋— เดี๋ยวค่ะกรณ์”ความเงียบที่ปกคลุมมาเนิ่นนานนับหลายนาทีถูกทำลายลงด้วยเสียงของขวัญญาดา เมื่อมือของคนด้านหลังเลื่อนลงต่ำ ส่งสัญญาณถึงอะไรบางอย
ขวัญญาดาไม่มั่นใจว่าสิ่งนั้นเรียกว่าอะไร แต่ทันทีที่คนด้านบนกดปุ่ม แรงสั่นสะเทือนเบา ๆ จากเครื่องมือชิ้นเล็กก็เริ่มต้นทำงาน มิหนำซ้ำกรณ์ดนัยยังสาธิตให้ดูว่ามันปรับระดับความแรงได้หลายระดับ พลันให้หญิงสาวเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอด้วยหัวใจที่เริ่มสั่นสะท้านขวัญญาดาไม่ใช่เด็กอมมือเธอรู้ว่าอุปกรณ์ในมือของคนรักคืออะไร“กรณ์… มันสั่นแรงไปหรือเปล่าคะ”ขวัญญาดาถามเสียงสั่น พลางมองเจ้าเครื่องมือตัวจิ๋วที่ดูเหมือนจะสร้างความกระเส่าได้มากกว่าที่เธอคิด“ลองดูก่อนไหม ถ้าไม่ชอบกรณ์จะปิดทันทีเลย”กรณ์ดนัยปลอบเสียงอ่อนโยน ก่อนจะขยับตัวลงมาซุกไซ้ลำคอขาว มือหนาค่อย ๆ เลื่อนอุปกรณ์ตัวนั้นลงไปเบื้องล่าง แทรกผ่านร่างกายของทั้งคู่ที่ยังบดเบียดกันอยู่ ทันทีที่ความสั่นสะเทือนสัมผัสเข้ากับติ่งเนื้ออ่อนไหว ขวัญญาดาก็สะดุ้งสุดตัว แผ่นหลังบางแอ่นโค้งเข้าหาแผงอกแกร่งอัตโนมัติ เสียงครางกระเส่าหลุดลอดจากริมฝีปากอย่างกลั้นไม่อยู่“อื้อ กร— กรณ์ มันแปลก ๆ ค่ะ”“แปลกยังไง หืม… เสียวใช่ไหมคะ”ริมฝีปากหนาพรมจูบตามไหล่มนหลังพูดจบ ขณะปลายนิ้วยังคอยบังคับเครื่องมือชิ้นนั้นให้เน้นย้ำในจุดที่ทำให้ขวัญญาดาสั่นสะท้าน พร้อมกับ
“อึก— เดี๋ยวก่อนค่ะ”เสียงอ่อนพร้อมกับมือบางยกขึ้นดันแผงอกแกร่งให้ออกห่าง ทำให้คิ้วหนาของกรณ์ดนัยขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจนัก เพราะเหตุการณ์ไม่กี่วินาทีก่อนหน้า ชายหนุ่มกำลังโน้มใบหน้าประกบจูบคนรัก“ทำไมคะ?”ขวัญญาดาเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ขณะสายตาระหว่างคนทั้งคู่ยังคงสอดประสานกันในระยะห่างเพียงน้อยนิด เธอไม่ชินเลยสักครั้งเวลากรณ์ดนัยใช้คะขา ไม่ใช่เพราะมันไม่ดีเพียงแต่เธอเขินจนทำตัวไม่ถูกต่างหาก“กรณ์ดื่มมาเหรอ ขวัญได้กลิ่น”“นิดเดียวค่ะ กรณ์แวะไปงานวันเกิดเพื่อนที่เคยเรียนสาขาเดียวกันมา”ไม่เพียงแค่ตอบคำถาม ใบหน้าหล่อเหลายังโน้มลงจนใกล้กับคนใต้ร่างมากกว่าเดิม ใช้จมูกคลอเคลียบริเวณผิวแก้มที่มีกลิ่นหอม สูดรับกลิ่นเฉพาะตัวของคนรัก กลิ่นที่กรณ์ดนัยหลงใหลเสมอมา ถึงขั้นว่าเขาเสพติดกลิ่นตัวของขวัญญาดาไปแล้วถ้าวันไหนไม่ได้หอมวันนั้นชายหนุ่มจะไม่มีแรงใช้ชีวิตทันที“กรณ์ขอนะ จะทำเบา ๆ ค่ะ”เพราะขวัญญาดารู้ว่าเธอปฏิเสธความต้องการของแฟนหนุ่มไม่ได้ เธอจึงปล่อยให้ทุกอย่างเลยตามเลย จนไม่กี่นาทีถัดมา สองร่างที่นอนเกยกันอยู่บนโซฟาต่างเปลือยเปล่า ไร้ซึ่งสิ่งปกคลุม “อืม…”ภายในห้องรับแขกของคอนโด บัด
อีกด้านหนึ่งบริเวณดาดฟ้าของโรงพยาบาล ซึ่งถูกจัดเป็นสวนสาธารณะจำลองขนาดย่อม นานหลายนาทีแล้วที่ขวัญญาดายืนเอาหน้าโต้ลม เนื่องจากตอนนี้อากาศในยามสี่โมงเย็นเป็นใจ ทั้งบริเวณนี้ยังไม่มีใครพลุกพล่านคงเพราะที่นี่เป็นโรงพยาบาลเอกชนใจกลางเมืองที่ค่ารักษาค่อนข้างสูง จึงทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่มีแต่พวกคนรวย ไม่ได้วุ่นวายเหมือนกับโรงพยาบาลรัฐบาล ที่ก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป“...”เปลือกตาสีอ่อนค่อย ๆ ปิดลงอย่างเชื่องช้ายามสายลมอ่อนพัดโชยกระทบใบหน้า ซึมซับกับบรรยากาศเย็นเยียบหลังพายุฝนสงบลงไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้า ขณะที่ภายในใจของขวัญญาดานั้นกำลังคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเธอรักกรณ์ดนัยขวัญญาดาไม่มั่นใจสักเท่าไรนักว่าความรู้สึกเหล่านี้ที่เธอมีให้ต่ออีกฝ่ายมันชัดเจนขึ้นมาเมื่อไร เพราะเมื่อเธอรู้ตัวอีกที กรณ์ดนัยก็มีอิทธิพลกับความรู้สึกไปแล้ว แม้ที่ผ่านมาหญิงสาวจะพยายามหลายครั้งที่จะตัดใจแต่เมื่อวันเวลาผ่านพ้นไป ขวัญญาดาตระหนักได้ว่าความพยายามทั้งหมดของเธอเพื่อที่จะเลิกรักผู้ชายคนนั้น ไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้ง แม้ภายในใจจะรู้ดีอยู่เต็มอกว่าการกระทำที่ผ่านมาของกรณ์ดนัยนั้นม
“ค่อย ๆ นะคะ ระวังลวกปาก”เสียงหวานเอ่ยขึ้นในตอนที่ขวัญญาดาตักข้าวต้มปลาไปจ่ออยู่ตรงริมฝีปากของคนที่บัดนี้มีผ้าก๊อซพันเอาไว้รอบศีรษะ ซึ่งไม่มีคำพูดใดตอบกลับมา เพราะคนป่วยนั้นค่อย ๆ ทานข้าวต้มที่วันนี้มีพยาบาลจำเป็นมาป้อนให้ถึงเตียง“เอาอีกไหมคะ”“ขอน้ำก่อนได้ไหม”ขวัญญาดารีบวางช้อนลง ก่อนจะหยิบเอาแก้วน้ำขึ้นไปให้ตามคำขอ รอให้กรณ์ดนัยดูดน้ำจากหลอดจนพอใจ แล้วเตรียมจะป้อนข้าวต่อ หากแต่ประโยคถัดมาของชายหนุ่ม ทำเอาทุกการกระทำของเธอหยุดชะงัก“ขอโทษนะ”เรียวคิ้วของขวัญญาดาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนภายในห้องพักสำหรับผู้ป่วยวีไอพีจะถูกครอบงำด้วยความเงียบชั่วขณะหนึ่ง เมื่อถ้อยคำเมื่อครู่ของกรณ์ดนัยนั้นไม่ได้ถูกสานต่อ มีเพียงแค่สองสายตาที่สอดประสานกันเอาไว้แนบแน่นจนเมื่อเวลาผ่านพ้นไปเกือบนาที ซึ่งเหมือนจะเนิ่นนานสำหรับคนทั้งคู่ ก็เป็นฝ่ายของกรณ์ดนัยที่ละสายตา เลือกจะเหม่อมองออกไปยังทัศนียภาพของเมืองหลวงด้านนอกหน้าต่างแทน แล้วเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเบาหวิว“ขอบคุณที่มาอยู่ดูแล เธอกลับเลยก็ได้นะ”“...”“ฉันไม่อยากรบกวน ขอบคุณจริง ๆ นะ”มันเป็นเรื่องยากที่กรณ์ดนัยจะเอ่ยถ้อยคำนั้นออกมา หากแต







