로그인ครึ่งชั่วโมงถัดมา
ศศิกาญจน์ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสี่ส่วนสีขาวทับอยู่ในกางเกงผ้าขายาวสีดำ เกล้าผมทรงสูงทิ้งปลายผมมีน้ำหนักลงมาเป็นหางม้า กำลังยืนสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอยู่ตรงหน้ากระจกเงาบานใหญ่ พลันหญิงสาวก็หันไปหยิบกรอบรูปสีขาว ซึ่งเป็นภาพถ่ายครอบครัวที่มีเธอบิดาและมารดาร่วมเฟรมที่วางไว้บนตรงโต๊ะหนังสือขึ้นมามอง แล้วคลี่ยิ้มหวานซึ้ง แววตาเปี่ยมล้นไปด้วยความมุ่งมั่น
“แม่คะ วันนี้ ซอจะไปสัมภาษณ์งานนะคะ แม่เป็นกำลังใจให้ซอและอวยพรให้ซอได้งานนี้ด้วยนะคะ แม่คงเข้าใจนะคะว่าทำไมซอไม่อยากอยู่ที่นี่ ขอซอไปตั้งหลักสักพัก และจะหาทางขับไล่ปลิงสองแม่ลูกออกไปจากที่นี่แน่นอน แม่ไปกับซอนะคะ”
มือเรียวหยิบกรอบรูปนั้นใส่ไปในซิปหน้าของกระเป๋าเป้สำหรับเดินทางสีน้ำเงินที่วางอยู่บนเตียงนอน ซึ่งภายในบรรจุเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นเพียงเล็กน้อย ร่างสวยลุกขึ้นยืดลำตัวให้ตั้งตรงพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกความมั่นใจอีกครั้ง
จากนั้นหยิบกระเป๋าสะพายหนังสีดำสำหรับใส่กระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือมาพาดกลางลำตัวเพื่อความทะมัดทะแมงในการเดินทาง แล้วจึงหันไปคว้ากระเป๋าเป้เดินทางบนเตียงนั้นขึ้นมาสะพาย
ขณะที่ประตูไม้ค่อยๆ ปิดลงตามแรงดึงพร้อมกับสายตาอาลัยด้วยความผูกพันของเจ้าของห้องที่หันมามองรอบๆ ห้อง ก่อนหญิงสาวจะตัดใจเดินออกจากห้องนอนเพื่อไปกล่าวลาบิดาในห้องโถงรับแขก
นายณรงค์มองเจ้าหญิงตัวน้อยๆ ที่เติบโตขึ้นมากลางสวนผัก จนเวลานี้ ศศิกาญจน์กลายเป็นสาวสวยสะพรั่งที่ทุกปีผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ต่างมาพูดเชียร์ให้เขาส่งเข้าประกวดมิสแกรนด์ แต่นายณรงค์ไม่ต้องการให้ลูกสาวเลือกเดินเส้นทางนางงาม เพราะความสวยนั้นอันที่จริงแล้วก็คือดาบสองคม
“ซอ พ่อยืนยัน ลูกไม่จำเป็นต้องออกไปหางานทำ พ่อเลี้ยงลูกได้”
“ถ้าจบแล้วไม่ทำงาน ก็เท่ากับว่าซอเอาเงินของพ่อไปผลาญเล่นสิคะ ซอแค่อยากทำงานเพื่อให้มีประสบการณ์ จากนั้นจะได้นำประสบการณ์มาพัฒนาสวนผักนางซินของเราให้โกอินเตอร์กับเขาบ้าง” เธออ้างเหตุผลนี้เพื่อให้บิดาสบายใจ ไม่อยากเล่าให้ท่านกังวลว่า สองคืนที่ผ่านมา ลูกเลี้ยงที่บิดาเห็นว่าเป็นคนดีเอาการเอางาน ย่องมาเคาะห้องนอนของเธอในยามวิกาล เพียงแต่เธอขาดหลักฐาน ยิ่งบิดาทั้งรักทั้งหลงแม่เลี้ยงสาว รู้ว่าถ้าพูดออกไป ความเครียดจะตกอยู่ที่คนกลาง ฉะนั้น ศศิกาญจน์จำต้องพาตัวเองไปให้พ้นภัย และหาทางตั้งหลักกลับมาจัดการพวกปลิงทีหลังก็ยังไม่สาย
มือเรียวพนมขึ้นเป็นรูปดอกบัวแล้วค้อมศีรษะลง “ซอไปก่อนนะคะพ่อ” หยาดน้ำตาใสคลอหน่วยเจียนจะหยดจากตาคู่สวย เพราะรู้ดีแก่ใจว่าการออกจากบ้านครั้งนี้มีจุดหมายอะไรแอบแฝง
ผู้เป็นบิดาลูบผมดำสลวยที่ถูกรวบขึ้นเป็นหางม้าของบุตรสาวอย่างเอ็นดูพร้อมกับอวยพรให้
“พ่อขอให้ซอประสบความสำเร็จ ได้งานนี้สมกับที่ตั้งใจ เดินทางปลอดภัยนะลูก”
“ขอบคุณค่ะพ่อ ซอไปก่อนนะคะ”
ทว่า สายตาคู่หนึ่งพาดมองมาด้วยแววตาจับผิด เมื่อเห็นว่าลูกเลี้ยงสาวหอบกระเป๋าราวกับว่าจะไปค้างอ้างแรมที่ไหน ไม่ใช่เพียงการไปสัมภาษณ์งาน
“อ้าว! จะไปแล้วเหรอหนูซอ พี่กรเขากำลังแต่งตัว บอกว่า ยังไงก็อดห่วงน้องไม่ได้ ไม่ให้ไปรับส่ง ขอไปส่งจนถึงจุดที่หนูนัดเพื่อนไว้ก็ยังดี” เสียงเล็กแหลมเอ่ยถาม ขณะที่กำลังเดินมากับแก้วกาแฟในมือ ค่อยๆ วางลงตรงโต๊ะ
“ไม่เป็นไรค่ะน้าปราง ซอจะออกไปเลย กลัวเพื่อนรอนาน เดี๋ยวไปไม่ทันนัดตอนบ่าย ซอลานะคะ” ต่อหน้าบิดา ศศิกาญจน์ยกมือพุ่มไหว้แม่เลี้ยงไปตามมารยาท
เห็นแก้วตาดวงใจจะออกจากบ้าน ฝ่ายนายณรงค์ก็อดใจหายไม่ได้ “มันก็จริงอย่างที่พี่กรเขาว่า งานที่ลูกจะไปสัมภาษณ์ มันไม่ไกลบ้านไปหน่อยเหรอลูก? แถวบ้านเราก็พอมีงานทำนะ ทำไมซอถึงไปหางานไกลขนาดนั้น เปลี่ยนใจเถอะลูก” บิดาท้วงด้วยเป็นห่วงลูกสาว เพราะตั้งแต่เล็กจนโต เขาไม่เคยปล่อยลูกสาวไปอยู่ไกลสายตา
ดวงหน้าสวยฉีกยิ้มหวานกลบเกลื่อน “ไร่กาแฟที่นั่นได้รับรางวัลระดับโลก แล้วยังมีมีทั้งสวนผักผลไม้ใหญ่กว่าสวนของเราเป็นร้อยเท่า ซออยากได้ประสบการณ์ค่ะพ่อ เจ้าของไร่ที่นั่นต้องมีความสามารถมากจริงๆ ที่สำคัญ เขาให้เงินเดือนมากกว่าที่อื่นถึงสองเท่าเลยค่ะ ถ้าซอได้งานนี้ ซอจะมีเงินเดือนส่งให้พ่อเดือนนึงก็เยอะนะคะ พ่อจะได้ไม่ต้องตื่นแต่เช้ามืด รีบเร่งช่วยคนงานเก็บผัก” บิดาอายุมากแล้ว แต่ยังขยันขันแข็งจนเธอเป็นห่วง
“ซอเพิ่งดื่มน้ำผึ้งนี่คะ” เธอตอบอุบอิบจอมทัพอมยิ้ม ความหวานที่เขาได้รับมานั้นมีน้ำผึ้งเจือปนในโพรงปากอย่างที่ศศิกาญจน์บอกจริงๆ ความรู้สึกหวานหอม อิ่มเอมจากความน่ารักน่าใคร่ของเมียทำให้เขาอยากจูบให้หายหมั่นเขี้ยว อยากฝากฝังตัวตนเข้าไปในกายสาวให้สมอยาก อยากทำรักเธอแรงๆ ตรอกตรึงให้เธอรู้ว่าร่างกายนี้เป็นของเขาคนเดียว“งั้นผมจะเป็นราหูอมจันทร์แล้วนะครับ” เขาบอกเสียงทุ้มพร่า ดวงตาเป็นประกายแวววาว มือหนาค่อยๆ บรรจงถอดเสื้อผ้าของเมียรักออกจนเหลือแต่กายเปลือยเปล่า ผิวขาวเนียนราวกับนมสดทำให้จอมทัพมองตาวาวศศิกาญจน์อายหน้าแดงก่ำจนต้องรีบยกมือปกปิดทรวงอกคู่งามเอาไว้แต่ก็ถูกเขาดึงออกแล้วยึดไปไว้เหนือหัว กลายเป็นว่าจากท่าทางนี้เท่ากับเปิดเผย แอ่นหยัดให้เขาได้จ้องมองและเท่ากับเสนอให้เขาได้ลองลิ้มชิมรสอย่างถนัดถนี่“อย่าค่ะ” ร่างเล็กบิดเร่าด้วยความอาย แต่นั่นเท่ากับเป็นการยั่วย้ายส่ายทรวงอกดึงดูดสายตาพร่ามัว“อายเหรอ ไม่ต้องอายเราเป็นผัวเมียกันแล้ว ฉันเคยเห็นซอมาแล้วทั้งตัว” เขาบอกแล้วก้มลงมอบจุมพิตหวานล้ำที่กลีบปา
ตั้งแต่วันที่เจอกันในร้านอาหาร ตอนที่พ่อเลี้ยงจอมทัพพาผู้หญิงคนนี้ไปทานข้าว พิมพ์ขวัญก็ลอบถ่ายรูปคนทั้งสองแล้วส่งภาพบาดตาบาดใจไปให้ยัยลูกสาวสส.ขี้วีนนั่นอ้างว่าส่งให้ด้วยความหวังดี วันต่อมาเธอก็ได้ข่าวคราวเรื่องยัยคุณหนูมินตราเข้าไปหาเรื่องเมียพ่อเลี้ยงจอมทัพถึงในบ้าน แต่ก็ถูกตอกหน้าหงายกลับไปเธอไม่รู้จะทำอย่างไร เธอหลงรักพ่อเลี้ยงจอมทัพอย่างหมดหัวใจ พ่อเลี้ยงจอมทัพเป็นคนดี เมื่อสองปีก่อนถึงแม้พิมพ์ขวัญจะเป็นคนรูปร่างหน้าตาดี แต่ครอบครัวฐานะไม่ดีเธอจึงต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย เธอไปสมัครงานเป็นเด็กเชียร์เบียร์ ทำงานในบาห์หลังเลิกเรียน คืนหนึ่งเธอถูกนักเลงเจ้าถิ่นลวนลาม พวกมันพยายามจะฉุดเธอออกนอกร้าน พาขึ้นรถไป ไม่มีใครกล้าช่วยเหลือ เธอพยายามขยับร่างดิ้นรนขัดขืนแต่ก็ถูกพวกมันจับยัดใส่ไปในรถยนต์โชคดีร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงจอมทัพปรากฏขึ้น เขากับลูกน้องอีกสามคน เขาเคยช่วยเหลือเธอไว้ กำปั้นหนักของพ่อเลี้ยงจอมทัพชกเข้าที่โหนกแก้มและหน้าท้องของหนึ่งในสามที่ดูเหมือนหัวหน้ากลุ่ม จากนั้นคนของพ่อเลี้ยงจอมทัพและกลุ่มนักเลงเข้าตะลุมบอนกันเป็นภาพโกลาหลในที่สุดพวกมันสู้ไม่
สักครู่เจ้าหน้าที่ธนาคารก็ขยับริมฝีปากยิ้ม“เรียบร้อยแล้วค่ะ” แล้วยื่นสมุดบัญชีให้ศศิกาญจน์“ขอบคุณนะครับ”“ทางธนาคารยินดีให้บริการค่ะ”ศศิกาญจน์ยังจ้องมองสมุดบัญชีที่ได้มาอย่างงุนงง เธอไม่เคยมีเงินเก็บจำนวนมากเท่านี้มาก่อน แต่ว่าก็ไม่เคยอยากได้ของใครฟรีๆ ของฟรีมีในโลกด้วยเหรอ“เงินของคุณเอาคืนไปค่ะ” เธอคืนให้เขาทั้งสมุดบัญชี แต่ว่าจอมทัพไม่ได้รับในทันที เขาหรี่ตาแคบมอง“ไม่อยากได้เหรอ เงินตั้งห้าล้าน”“ไม่ใช่เงินฉัน ฉันไม่กล้ารับไว้หรอกค่ะ ไม่รู้ว่ารับมาแล้วจะมีเรื่องอะไรไม่ดีตามมาหรือเปล่า เงินได้ฟรีๆ มักมีเรื่องร้ายๆ ตามมา หรือก็มีเงื่อนไขแปลกๆ ให้แสนเดียวยังต้องเป็นเมียกำมะลอ นี่ล่อลวงตั้งห้าล้านฉันจะต้องเสียอะไรบ้าง"“คิดมากไปหรือเปล่า ถ้าผมบอกว่าให้เพราะเสน่หาล่ะ”“ให้ก็ไม่รับค่ะ ซอไม่ชอบรับของใคร ยกเว้นแต่ทำงานแลกเงิน” ศศิกาญจน์จับมือหนาให้แบออกแล้วพยายามยัดใส่มือเขา แต่จอมทัพกลับพลิกฝ่ามือเล็กนั้นแล้วยัดซองสีน้ำตาลกลับคืนไปที่มือเล็
เขาอยากให้รางวัลเธอบ้างเพราะตั้งแต่ศศิกาญจน์ปรากฏตัวเข้ามาในไร่ทับตะวัน หญิงสาวคล้ายของขวัญที่นำความโชคดีมาสู่ที่ไร่ เวลานี้นอกจากรีสอร์ตบ้านพัก ถูกจองข้ามปี ออเดอร์ในไร่กาแฟและปัญหามากมายที่เกิดขึ้นกับค่อยคลี่คลายลง เมื่อวันก่อนคนงานของเขาจับชายสองคนที่ลักลอบเข้ามาในไร่เพื่อเอามอดมาปล่อย ที่แท้พวกมันเป็นลูกน้องของ ส.ส. มนัส ได้รับคำสั่งมาให้นำมอดมาปล่อยในไร่ทับตะวันของเขา และไร่แสนรักของพ่อเลี้ยงแสนชัย เพื่อให้ผลผลิตของทั้งสองไร่มีปัญหา และปล่อยให้เสือสองตัวกัดกันเอง ส่วนเสือเฒ่าอย่าง ส.ส มนัส อีกด้านนึงก็เปิดบริษัทรับซื้อเมล็ดกาแฟ เมื่อผลผลิตในพื้นที่น้อยลง ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านมีการปลูกาแฟจำนวนมาก ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าประเทศไทย ส.ส. มนัส เป็นผู้ประกอบการหัวไสนำเข้าเมล็ดกาแฟจากเพื่อนบ้านเข้ามาจากนั้นสวสมสิทธิ์ว่าเป็นเมล็ดกาแฟที่ผลิตได้ในพื้นที่แล้วนำไปขายให้กับบริษัทใหญ่ๆ จากนั้นปล่อยให้เขากับพ่อเลี้ยงแสนชัยทะเลาะกันเอง แต่เมื่อรู้ถึงต้นสายปลายเหตุ เวลานี้เขากับพ่อเลี้ยงแสนชัยจึงจับมือกันหาหลักฐานเอาผิด ส.ส มนัส แล้วเมื่อความผิดของคนชั่วถูกเปิดโปง แผนการนำเข้ากาแฟจากประเทศเพื่อน
1 เดือนถัดมาหลังจากถูกเขาปลุกด้วยริมฝีปากผ่าวร้อนก่อนทุกอย่างจะลุกโชนคนทั้งคู่สาดไฟเสน่หาใส่กันนานนับชั่วโมงกว่าที่เพลิงจะสงบลงไปหลังสองร่างผละออกจากกัน ศศิกาญจน์บอกเขาว่าจะขอกลับไปที่บ้านสวนผักเพราะรู้สึกคิดถึงบิดา เพราะตั้งแต่เกิดเรื่อง ที่ณกรณ์บุกเข้ามาลักพาตัวเธอออกจากไล่โดยโปะยาสลบ แต่จอมทัพก็ตามไปช่วยเหลือได้ทัน ณกรณ์ถูกจับด้วยหลายข้อหา แต่ข้อหาใหญ่คือการที่เขาลอบเข้ามาวางเพลิงทำให้ไร่ทับตะวันทำให้ทางไร่ได้รับความเสียหาย และพ่อเลี้ยงจอมทัพไม่ได้คิดจะยอมความบิดาของเธอโมโหจัดเมื่อรู้ว่าณกรณ์กล้าทำเรื่องแบบนี้กับลูกสาวคนเดียวของท่านได้ลงคอ แล้วยังเสียใจที่ทำสิ่งผิดพลาดนั่นคือการโอนที่ให้นวลปรางค์ เพราะนวลปรางค์อ้างว่าเศรษฐกิจโลกที่แย่ส่งผลให้ธุรกิจเล็กๆ ร้านเสริมสวยที่ลงทุนกับเพื่อนมีปัญหาต้องการนำที่ดินไปจดจำนองแล้วจะไม่มีวันปล่อยให้ที่ดินผืนนี้หลุดไปเป็นของใคร เพราะนายณรงค์ประกาศชัดว่าจะยกให้ลูกสาวคนเดียวครึ่งหนึ่งและอีกครึ่งเป็นของนวลปรางค์ แต่เวลานี้นวลปรางค์เป็นหนี้เป็นสินมากมายเพราะติดการพนัน ทำให้ที่ดินผืนนี้หลุดไปเป็นของคนอื่น นวลปรางค์
จอมทัพฟอนเฟ้นสองเต้าด้วยความหลงใหล ขบเม้มกายสาวจนขึ้นสีชมพูระเรื่อหลายจุด เขาเองก็ไม่เคยทำตัวหื่นกระหายขนาดนี้มาก่อน หากแต่เป็นศศิกาญจน์คนเดียวที่ทำให้เขาหลุดการควบคุม โงหัวไม่ขึ้นจากร่างกายนุ่มนิ่ม ขาวผ่องเหมือนมีน้ำนมหล่อเลี้ยงเอาไว้ทั้งตัวชายหนุ่มขบเม้มตรงไหนก็หวานฉ่ำจนอดใจไม่อยู่ ไล้ชิมไปจนถึงแอ่งสะดือเล็กน่ารักก็ใช้ลิ้นเกี่ยวกระหวัดแหย่เข้าไปหยอกเอินจนเจ้าของร่างสะดุ้ง แอ่นตัวหนี แต่ถูกเขาตามกลับมาพรมจูบปากร้อนดั่งไฟลากไล้ลมหายใจลงไปตามหน้าท้องจนมาถึงเนินเนื้อสาว แล้วเขาก็ใช้นิ้วเกี่ยวให้ชั้นในลงไปกองที่ต้นขานวลเนียน ก่อนดึงออกไปทิ้งไว้ข้างเตียงอย่างไม่แยแสศศิกาญจน์ยกมือน้อยขึ้นปิดความเป็นหญิง แต่ก็ถูกเขาดึงมือออกแล้วจุมพิตที่เนินเนื้อเบาๆ จนเธอวาบหวาม ซ่านเสียวไปทั้งร่าง“ซอพร้อมไหมครับ” เอ่ยเสียงนุ่มถาม ขณะที่หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธจอมทัพยิ้มตาพร่า เขาไม่เชื่อที่ศศิกาญจน์ปฏิเสธ เพราะร่างกายของเธอมันฟ้องว่าชอบสัมผัสของเขามาก แล้วคนช่ำชองกว่าก็ใช้นิ้วมือหยั่งเชิงเข้าไปในความอ่อนนุ่มที่แสนจะรัดรึง เพื่อทดสอบความพร้อมของร่างเล็ก เม
“คิดว่าจะหนีพี่พ้นงั้นเหรอ น้องซอคนสวย”ณกรณ์วกสายตากลับมาที่ใบหน้าของศศิกาญจน์ ยิ่งเห็น เขารู้สึกคอแห้งผากด้วยอารมณ์ดิบหยาบในตัวมันเริ่มปะทุร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนเผลอแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากตนเอง แล้วกลืนน้ำลายอันเหนียวหนืดลงคอ“ไม่อยากอยู่ที่บ้านนั้นเพราะกลัวจะต้องเป
หญิงสาวเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยอย่างพลั้งเผลอ สายตาจับจ้องไปที่มือตัวเองซึ่งถูกกุมไว้แนบอกแกร่ง จนสัมผัสแรงสะท้อนจากหัวใจของเขาที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ“ใครสักคนเคยพูดไว้ว่า หากเราอยากพบเจอใครสักคนหนึ่ง แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างไม่สามารถให้ไปหา หรือติดต่อกับใครคนนั้นได้อีกแล้ว แต่เราสามา
“แย่แล้ว งั้นฉันขอเปิดดูแผลหน่อยค่ะ”มือเรียวเล็กรีบแกะผ้าก๊อซออกแต่ยังคงความแผ่วเบาเอาไว้ไม่ให้กระเทือนถึงแผลจนชายหนุ่มรู้สึกเจ็บ และเมื่อเห็นที่ฝ่ามือเขาชัดเจน หญิงสาวก็ชักสีหน้ายุ่ง แผลกว้างราวๆ นิ้วเศษเหมือนถูกของมีคมบาดเอา มีรอยการทาโพวิดีนแล้ว แต่มันยังดูแฉะชื้น เหมือนถูก
เมื่อทานข้าวอิ่ม วันนี้ แม่เลี้ยงดอกปีบนึกครึ้มอกครึ้มใจพาตัวเองเข้าไปในห้องเก็บของ จากนั้นนำอัลบั้มภาพเก่าของครอบครัวมาให้ศศิกาญจน์ได้ดู ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นภาพของจอมทัพที่ถ่ายกับบิดาชาวต่างชาติ และมารดา ในหลากหลายอิริยาบถแม่เลี้ยงดอกปีบอยู่พูดคุยกับลูกสะใภ้อย่างเอื้อเอ็นดู และให้ความสนิ







