ภายในห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียด แสงไฟสปอตไลต์ดวงใหญ่สาดส่องลงมาที่ศีรษะของคนไข้ที่ถูกคลุมด้วยผ้าสีเขียวจนเหลือเพียงส่วนที่ต้องผ่าตัด ภีมวัชในชุดเสื้อกาวน์และหมวกคลุมผมยืนนิ่งอยู่หน้าเตียงผ่าตัด มือแกร่งของเขากำลังถือมีดผ่าตัดอันเล็กและเครื่องมือต่างๆ ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองไปยังจอภาพขนาดใหญ่ที่แสดงภาพสมองของคนไข้ด้วยความตั้งใจ
ศัลยแพทย์หนุ่มกำลังทำการผ่าตัดเนื้องอกในสมอง ซึ่งเป็นเคสที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง ทุกการกระทำต้องอาศัยความแม่นยำสูง เพราะหากพลาดเพียงนิดเดียวก็อาจทำให้คนไข้พิการหรือถึงแก่ชีวิตได้
“ชีพจรคนไข้เริ่มไม่คงที่ค่ะ” พยาบาลในห้องผ่าตัดรายงานด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล
ภีมวัชไม่ได้ตอบอะไร เขายังคงนิ่งและจดจ่ออยู่กับการผ่าตัด มือของเขาขยับอย่างแผ่วเบาและมั่นคง ไม่มีความลังเลใดๆ ปรากฏให้เห็นบนใบหน้าของเขาเลยแม้แต่น้อย
“เตรียมเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าให้พร้อม” ภีมวัชสั่งเสียงเรียบแต่หนักแน่น
ทุกคนในห้องผ่าตัดต่างก็ทำงานของตัวเองด้วยความตั้งใจเช่นกัน ภีมวัชทำงานภายใต้แรงกดดันมหาศ
รถแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพักท้ายไร่ ภีมวัชมองดูบ้านหลังใหญ่ที่สร้างจากไม้สักทั้งหลังด้วยความทึ่ง มันเป็นบ้านที่สวยงามและอบอุ่นอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน“นี่พี่ได้เมียเป็นมหาเศรษฐีเหรอเนี่” เขาเอ่ยแซวภรรยาอิงลดายิ้มแล้วเดินนำเขาเข้าไปในบ้านอย่างคุ้นเคยทันทีที่เดินเข้ามาในบ้าน พวกเขาก็พบกับ คุณยายวิไล ยายของอิงลดาที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ในห้องนั่งเล่น คุณยายหันมามองหลานสาวแล้วยิ้มอย่างมีความสุข“กลับมาแล้วเหรออิง” คุณยายพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ก่อนจะหันไปมองหน้าหลานเขยของตน“นี่พี่ภีมวัชค่ะคุณยาย สามีของหนูเอง” อิงลดาตอบพร้อมกับยิ้มอย่างเขินอายภีมวัชยกมือไหว้คุณยายอย่างนอบน้อม “สวัสดีครับคุณยาย”คุณยายวิไลมองดูภีมวัชใกล้ๆ แล้วยิ้มออกมาอย่างพอใจ “โอ๊ยหลานเขยของยายหล่อเหมือนตาของอิงเลยนะเนี่ย”คำพูดของคุณยายทำให้ภีมวัชและอิงลดาถึงกับหัวเราะออกมาพร้อมกัน“คุณยายขอให้รักกันนานๆ นะจ๊ะ” คุณยายพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเมตตาคำอวยพรของค
ภีมวัชขับรถพาอิงลดามายังสนามบิน เขาตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินแทนการขับรถไปเอง เพราะอยากประหยัดเวลาในการเดินทาง และอยากใช้เวลาอยู่กับเธอให้ได้นานที่สุด“พี่ภีมขับรถไปก็ได้นะคะ หยุดตั้งหลายวัน” อิงลดาเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังเดินเข้าไปในอาคารผู้โดยสารภีมวัชยิ้มเล็กน้อย “นั่งเครื่องบินเร็วกว่าตั้งเยอะ เราจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันนานๆ” เขาพูดพร้อมกับโอบไหล่เธอไว้ชคำพูดของเขาทำให้อิงลดายิ้มอย่างเขินอาย เธอไม่ได้ขัดอะไรเขาอีก และปล่อยให้เขานำทางเธอไปยังประตูขึ้นเครื่องในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินอยู่ โทรศัพท์มือถือของภีมวัชก็สั่นขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาดูแล้วก็ต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะเป็นเบอร์ของณัชชา เขาไม่อยากมีเรื่องวุ่นวายใจในขณะที่กำลังจะไปพักผ่อนกับภรรยา จึงตัดสินใจปิดเครื่องขณะเดียวกัน ณัชชาที่กำลังรอสายอยู่รู้สึกไม่พอใจที่แพทย์หนุ่มตัดสายไป เธอวางแผนไว้แล้วว่าจะโทรหาเขา เพื่อเรียกเขากลับมาผ่าตัดเคสด่วนที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะขัดขวางการพักร้อนนี้ทันทีที่ได้ยินเสียงสัญญาณว่าโทรศัพท์ของภีมวัชถูกปิดเครื่องไปแล้ว เธอได้แต่กำโทรศัพท์ในมือแน่นด้วยความไม่พอใจ“ภีมคุณปิดเครื่องใส่ฉันเหรอ” เธอพึมพำก
หลังจากการผ่าตัดเตชิน นักแสดงหนุ่มชื่อดังประสบความสำเร็จและคนไข้ก็ฟื้นตัวแล้ว ภีมวัชตรวจดูอาการของเตชินที่ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วด้วยความพอใจ เขามั่นใจว่าคนไข้จะกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติในไม่ช้าทันทีที่งานสำคัญเสร็จสิ้น ภีมวัชก็ตัดสินใจยื่นเรื่องลาพักร้อนทันทีเหตุผลแรกเขาต้องการหนีจากความวุ่นวายของณัชชา ช่วงนี้เธอยังคงพยายามเข้ามาวุ่นวายในชีวิตของเขามากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งโทรศัพท์หา และพยายามมาเจอเขาที่ห้องทำงานอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งสร้างความรำคาญใจให้เขาเป็นอย่างมากเหตุผลที่สองเขาต้องการใช้เวลาอยู่กับภรรยา เขาอยากพาอิงลดากลับไปเยี่ยมบ้านเกิดของเธอ และใช้เวลาพักผ่อนกับเธออย่างเต็มที่หลังจากที่ต้องทำงานหนักมานานหลายเดือนภีมวัชเดินเข้าไปหาผู้อำนวยการโรงพยาบาลด้วยสีหน้าที่จริงจัง “ผมขอลาพักร้อนหนึ่งสัปดาห์ครับ”ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมองหน้าภีมวัชด้วยความแปลกใจ “นายจะไปไหนหมอภีม”“ผมจะไปพักผ่อนครับ” ภีมวัชตอบสั้นๆ “ได้สิฉันเข้าใจ” ผู้อำนวยการพยักหน้าเล็กน้อย พร้อมกับเซ็นอนุมัติการลาพักร้อนให้“ขอให้สนุกกับการพักผ่อนนะ”ภีมวัชยิ้มเล็กน้อย “ขอบคุณครับ”หลังจากออกมาจากห้องทำงานของผู้อำนวยการ
ขณะที่ภาณุกำลังนั่งจมอยู่กับความโกรธ ลูกน้องเขาก็กำลังนำซิมโทรศัพท์ใส่มือถือสำรองอีกเครื่องให้แทนโทรศัพท์เครื่องเดิมที่ถุกปาจนแตกกระจาย ทันทีที่เปิดเครื่อง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ภาณุหยิบโทรศัพท์เครื่องใหม่ขึ้นมาดู แล้วก็ต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะเป็นเบอร์ของ สส.สุรเดชผู้เป็นบิดา“ครับพ่อ” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิด“แกอยู่ไหนภาณุ” สส.สุรเดชถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม“อยู่บริษัทครับ”“วันนี้แกต้องพาสินีรัตน์ไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล” คำสั่งของบิดาทำให้ภาณุถึงกับอ้าปากค้าง“ทำไมผมต้องไปด้วย”“เพราะมันจำเป็น ช่วงนี้เรากำลังมีประเด็นทางการเมือง แกต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้คนเห็นว่าแกเป็นสามีที่ดีและเป็นพ่อที่ดีของลูก” สส.สุรเดชขึ้นเสียงภาณุกำมือแน่นด้วยความโกรธ “แต่พ่อครับ...”“ไม่มีแต่!” สส.สุรเดชพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด“ถ้าแกไม่ทำตามที่พ่อสั่ง...พ่อจะตัดแกออกจากกองมรดก”คำขู่เดิมๆของบิดาทำให้ภาณุต้องยอมจำนน เขาถอนหายใจออกมาอย่างขัดใจ แล้ววางสายโทรศัพท์ลงหลังจากวางสาย สส.สุรเดชก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เขาไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ลูกชายจะคิดได้ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นมันบ้าแค่ไ
ภีมวัชขับรถกลับมาถึงบ้านในเวลาเกือบจะเที่ยงคืน ความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานที่ยาวนานเกือบทั้งวันเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัว เขายิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นอิงลดาหลับไปแล้วบนเตียงนอนของพวกเขานายแพทย์หนุ่มรีบเข้าไปอาบน้ำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยความรู้สึกที่โหยหาอ้อมกอดอุ่นๆจากภรรยาเขาค่อยๆ ทิ้งตัวลงนอนข้างๆ เธอ แล้วสอดแขนเข้าไปใต้ตัวของหญิงสาวเพื่อกอดเธอไว้แน่น อิงลดารู้สึกตัวเล็กน้อย เธอขยับตัวเข้าหาความอบอุ่นของเขา ก่อนจะหันกลับมาสวมกอดเขาตอบอย่างไม่รู้ตัวภีมวัชรู้สึกได้ถึงอ้อมกอดของเธอ เขายิ้มออกมาอย่างมีความสุขที่เธอเป็นฝ่ายกอดเขา แล้วหลับตาลงอย่างช้าๆ ความเหน็ดเหนื่อยทั้งหมดที่เขาสะสมมาตลอดทั้งวันเหมือนจะมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความสุขและความอบอุ่นที่ได้รับจากอ้อมกอดของภรรยา************************เช้าวันรุ่งขึ้น ภีมวัชตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่น เขามองไปที่ภรรยาที่กำลังยืนอยู่หน้ากระจก เธอแต่งตัวในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวกับกางเกงยีนขายาวที่ดูทะมัดทะแมงอิงลดาไม่ได้ปลุกเขาให้ตื่น เธอรู้ว่าเมื่อคืนเขากลับมาดึกม
เช้าวันจันทร์ที่โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่งดูจะคึกคักเป็นพิเศษ นักข่าวจากหลายสำนักต่างพากันมาปักหลักรออยู่ที่หน้าแผนกศัลยกรรมประสาทและสมอง เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่เตชิน นักแสดงดาวรุ่งชื่อดังจะเข้ารับการผ่าตัดเนื้องอกในสมอง ซึ่งสร้างความสนใจให้กับสื่อมวลชนเป็นอย่างมากภีมวัชกำลังเตรียมตัวอยู่ในห้องทำงานด้วยสีหน้าจริงจัง แต่แล้วเลขานุการสาวก็เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้ากังวล“อาจาร์หมอคะ นักข่าวมากันเต็มหน้าแผนกเลยค่ะ”ภีมวัชมองเลขานุการสาวด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย “พวกเขาต้องการอะไร”“พวกเขาอยากสัมภาษณ์คุณหมอเกี่ยวกับแนวทางการรักษา และโอกาสที่เตชินจะหายเป็นปกติค่ะ”ภีมวัชถอนหายใจเล็กน้อย เขาไม่ชอบการออกสื่อ และยิ่งเป็นเรื่องของคนไข้ เขายิ่งไม่อยากเปิดเผยข้อมูล“คุณไปแจ้งนักข่าวว่าเป็นการรักษาที่เป็นความลับของคนไข้ ไม่สามารถเปิดเผยได้ แล้วบอกพวกเขาด้วยว่าผมต้องการสมาธิก่อนการผ่าตัด” ภีมวัชพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเลขานุการสาวพยักหน้ารับคำ แล้วรีบเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ภีมวัชมองตามหลังเธอไป ก