เข้าสู่ระบบเขาเก่ง... เธอแกร่ง... คู่แข่งที่สู้ด้วยเล่ห์ร้าย...แต่พ่วงท้ายด้วยเล่ห์รัก [ ก็ตบ-จูบไงคุณ...มันเป็นคอนเซป! ]
ดูเพิ่มเติมเครื่องยนต์สมรรถนะสูงทะยานออกจากบ้านพักต่างอากาศในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ด้วยความเร็วใกล้เคียงกับอารมณ์ที่ขาดความคงที่ของคนขับ ดวงตาสีถ่านจับจ้องถนนเส้นยาวทอดไกลออกไปสู่สนามบินเชียงใหม่ที่เป็นจุดหมายปลายทางด้วยความขุ่นมัว เมื่อวันลาพักร้อนอันน้อยนิดถูกพรากไปอย่างง่ายดายด้วยประโยคง่ายๆที่ได้ฟังจากผู้ช่วยคนสนิทเมื่อชั่วโมงก่อน
ที่ดินถูกขายให้คนอื่นไปแล้ว!
เพทายสบถออกมาอีกหน ก่อนจะเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วให้ยานพาหนะทะยานออกไปเมื่อทางเบื้องหน้าเป็นเพียงเส้นตรงทอดยาวปราศจากสิ่งขวางกั้น ไม่กี่นาทีร่างสูงก็ปรากฏกายอยู่หน้าร้านกาแฟชื่อดังในเขตสนามบิน เพื่อรอใครบางคน
“อารมณ์เสียอะไรวะ หน้าบูดเป็นตูดหมา” เสียงทักที่ดังขึ้นจากบันไดเลื่อนขาลง ทำให้เจ้าของใบหน้าคมคายตวัดสายตามองเพื่อนสนิทด้วยความหงุดหงิด
“มีงานเข้า ขับรถกลับบ้านพักเองก็แล้วกัน” คนอารมณ์เสียบอกเพียงเท่านั้น โยนกุญแจรถยนต์ให้เพื่อนสนิทแล้วเดินขึ้นบันไดเลื่อนขาขึ้นไปในทันที
“ไอ้พีท! อะไรเนี่ย?” คนรับกุญแจมาตะโกนไล่หลัง แต่เมื่อไม่เห็นเพื่อนรักมีท่าทีจะใส่ใจเสียงเรียก จึงทำได้แค่ปล่อยเลยตามเลย
จบกัน ทริปรวมเพื่อนประจำปี!
เสียงประกาศด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับการบินไม่ได้ทำให้คนหัวเสียใส่ใจจะฟังแม้แต่น้อย ดวงตาสีถ่านยังจับจ้องวิวทิวทัศน์จากที่นั่งติดหน้าต่างเครื่องบินของตนเองเพื่อปรับความคุกรุ่นให้จางลงอย่างยากลำบาก แล้วก็พาลหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก เมื่อนึกถึงเม็ดเงินมหาศาลที่กำลังจะสูญเสียไปพร้อมๆกับที่ดินแปลงนั้น
‘ใครเป็นคนซื้อไป?’
คำถามแรกหลังรู้ว่าที่ดินแปลงสวยริมแม่น้ำเจ้าพระยาถูกซื้อตัดหน้าไป
‘เจ้าของว่า...เธอเป็นคนของ ‘ไพรฑรูย์การช่าง’ ครับ’
เพทายบดกรามแน่นเมื่อนึกถึงร่างสูงผอมที่มาพร้อมใบหน้าซีดจางภายใต้กรอบแว่น แต่กลับซ่อนความเจ้าเล่ห์แสนร้ายไว้มากมาย เวลานี้จิ้งจอกเฒ่าจอมเจ้าเล่ห์อย่างสินธรคงกำลังเยาะเขาอยู่ด้วยความสะใจไม่น้อย ที่สามารถล่มโครงการคอนโดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาของบริษัทเขาได้อย่างง่ายๆแบบนี้
สินธรเป็นน้องเขยของ ‘ไพรฑูรย์ มณีรัตนะ’ ผู้วางมือจากธุรกิจที่ตัวเองก่อร่างสร้างขึ้นมาด้วยความยากลำบากตั้งแต่สิบเก้าปีก่อน ผู้อาวุโสปล่อยให้น้องเขยเข้าบริหารงานเต็มตัวนับแต่นั้น แต่วงในลือกันว่าอดีตผู้บริหารที่เก่งกาจยังคอยวางแผนและนั่งในตำแหน่งที่ปรึกษาของ ‘ไพรฑรูย์การช่าง’ จนถึงเมื่อหลายปีก่อน
แปลก...ที่จิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างสินธร กล้าท้าชนกันตรงๆแบบนี้?
ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ด้วยรู้ดีว่าสินธรไม่ใช่คนฉลาดหรือเก่งกาจอะไรมากมายนัก แต่ที่เลื่องชื่ออยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างยาวนานจนถึงทุกวันนี้ เป็นเพราะประสบการณ์และการแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่เลือกวิธีการต่างหาก
ถ้าตาเฒ่านั่นใช้วิธีลอบกัดก็ว่าไปอย่าง?
เมื่อเริ่มใช้สติความเยือกเย็นก็หวนคืนมา เพทายกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อนึกถึงใครบางคนที่อาจมีความเป็นไปได้มากกว่า…ลูกสาวคนเล็กของคุณไพฑรูย์
กะรัต มณีรัตนะ!
ร่างสูงผอมแลดูบอบบางจนเกือบจะคล้ายคนอมโรคหยุดชะงัก เมื่อสายตาที่มองตรงไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียวจนถึงเมื่อครู่สังเกตเห็นบางอย่างตรงหางตา ดูเหมือนจะมีร่างเล็กป้อมเหมือนซาลาเปาเดินได้กำลังพยายามใช้นิ้วเล็กๆกดปุ่มสีเขียวบนเครื่องถ่ายเอกสาร แต่เพราะขาสั้นเกินไปจึงต้องเขย่งจนสุดตัวลูกใครนะ? ท่าทางน่าจะซนเอาเรื่องเพราะอยากรู้ว่าเจ้าตัวเล็กจะทำยังไงกับระยะห่างอีกหลายคืบ ร่างสูงผอมจึงเปลี่ยนเส้นทางจากห้องประธานกรรมการของ ‘วัฒนากร เอ็นจิเนียริ่ง’ ที่มีเพื่อนสนิทของพี่เขยรออยู่ มาเป็นทางเข้าห้องเอกสารที่ภายในมีเด็กชายวัยประมาณห้าขวบเศษกำลังปีนป่ายเครื่องถ่ายเอกสารด้วยความมุ่งมั่นปกติเขาค่อนข้างเกลียดเด็กและไม่นิยมเข้าใกล้ ขนาดหลานสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนตุ๊กตาอย่างพลอยชมพูก็ยังไม่สามารถลบความรู้สึกเหล่านั้นออกไปได้ น่าแปลกที่เจ้าตัวเล็กหน้าตามอมแมมเหมือนคลุกน้ำหมึกตรงหน้ากลับดึงดูดใจอย่างประหลาด“ลุงจะทำงานเหรอ? ให้ผมช่วยคับ”เสียงเล็กๆที่ดังเจื้อยแจ้วอยู่บนพื้นเบื้องล่างทำให้คนเกลียดเด็กสะดุ้ง ไม่คิดว่าเจ้าตัวเล็กจะว่องไวขนาดนี้ทั้งที่ตัวกลมเหมือนหมูออมสิน“ให้ผมช่วยคับ”เด็กน้อยย้ำคำเดิมอีกค
ท้องฟ้าสีเทาและเสียงครืนๆเป็นระยะทำให้บรรยากาศรอบกายหม่นหมองอย่างน่าประหลาด เด็กหนุ่มวัยสิบสามปีเศษในชุดดำสนิทแหงนมองท้องฟ้าอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบมองเขม่าควันไฟจากปล่องเมรุที่กำลังลอยสูงไปบนฟ้า พลันน้ำตาก็ค่อยๆรินไหลออกมาจากดวงตาสีถ่านคู่นั้นเขาใช้แขนเสื้อปาดน้ำตาลวกๆเมื่อรู้สึกถึงความอ่อนแอที่ทับถมจิตใจ แล้วหลบมุมไปนั่งเงียบๆที่ม้าหินอ่อนข้างศาลาวัดทั้งที่ดวงตายังแดงก่ำ...ไม่อยากเสียน้ำตาให้พ่อแม่ใจร้ายที่ฆ่าตัวตายแล้วปล่อยให้ตัวเองต้องอยู่บนโลกกว้างนี้เพียงลำพัง! แต่ถึงจะโกรธแค่ไหนความรู้สึกสูญเสียที่ถาโถมเข้ามาก็ทำให้ความเสียใจมีมากกว่าหลายเท่า“หนูขอนั่งด้วยได้ไหม?”เสียงเล็กๆที่แหบพร่าดังขึ้นข้างกายของคนที่กำลังจะร้องไห้อีกรอบต้องชะงักไป“ก็นั่งสิ แต่อย่าเสียงดังนะมันน่ารำคาญ!” “อืม ขอบคุณนะ” เสียงนั้นตอบกลับเบาๆ แล้วไม่พูดอะไรออกมาอีกราวกับว่ากลัวจะถูกตำหนิความเงียบนั้นทำให้เด็กหนุ่มอดไม่ได้จนต้องเงยหน้ามองคนที่มาขอนั่งด้วย เด็กผู้หญิงหน้าตาขลุกขมอมที่เอาแต่กอดตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลเข้มไว้แน่นเหมือนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวที่พอจะมีได้ เธออยู่ในชุดสีดำสนิทเช่นเดียวกับเขา ก็พอจะเดาได้
ช่อดอกไม้ขนาดกะทัดรัดแต่มีน้ำหนักพอดูถูกโยนจนลอยละลิ่วตามประสาดอกไม้งานแต่ง เพียงแต่ช่อดอกไม้ในคราวนี้อาจจะน่าสงสารกว่าช่อดอกไม้ในงานแต่งอื่นๆนิดหน่อย เพราะคนรอรับดอกไม้มีแต่ผู้ชาย? ต้องขอบคุณไอเดียสุดล้ำของเจ้าสาวสุดสวยนามว่ากะรัต ที่ดันนึกสนุกด้วยการเพิ่มดอกไม้งานแต่งเข้ามาอีกช่อ! พร้อมกับสร้างเงื่อนไขเล็กน้อยแต่กลับสามารถดึงดูดใจคนในงานได้เป็นอย่างดี‘จะมีผ้าขาวกั้นเวทีไว้ แล้วเราสองคนจะโยนช่อดอกไม้พร้อมกันนะคะ...สองคนที่รับช่อดอกไม้ได้ จะได้ตั๋วฟรีพร้อมที่พักสำหรับสามวันสองคืนให้ไปเที่ยวด้วยกันค่ะ!’เพราะเพื่อนของบ่าวสาวล้วนแล้วแต่เป็นคนโสดเสียส่วนมาก ผลตอบรับจึงแสดงออกมาให้เห็นด้วยจำนวนแขกเกือบทั้งงานที่ไปออรวมกันตรงหน้าเวที..“ไม่ไปแย่งดอกไม้กับเขาหรือไง?” น้ำเสียงขบขันของผู้อาวุโสเขื่อนเพชรตั้งคำถาม“คุณปู่ก็ยังนั่งอยู่นะครับ ไม่ได้ไปแย่งดอกไม้เหมือนกัน” ณัฐนัยตอบกลับลอยลมพลางจิบคอกเทลในมือด้วยท่าทางเรื่อยเฉื่อย เหลือบมองความวุ่นวายหน้าเวทีแล้วรู้สึกเหมือนกำลังเห็นสงครามขนาดย่อมของเหล่าชายฉกรรจ์“บ๊ะ! ถ้าลุกไปย่าของเจ้าพีทก็แพ่นกบาลแยกสิว่ะ!” น้ำเสียงกริ่งเกรงแกมขบขันตอบกลับ“ผ
ดวงตากลมใสกวาดมองภาพสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกบานยาวจรดพื้นด้วยความพึงพอใจ วันนี้เธออยู่ในชุดเกาะอกสีขาวปักเลื่อมเงินประดับด้วยระบายลูกไม้อย่างพอเหมาะที่รับกับกระโปรงยีนฟูฟ่องเหนือเข่าเล็กน้อย กะรัตหมุนอีกรอบเหมือนต้องการชื่นชมชุดแต่งงานที่ออกแบบเอง แต่คงเพราะไม่ค่อยชินกับรองเท้าเท่าไรจึงเสียหลักเซถลาได้อย่างง่ายๆ เคราะห์ดีที่ใครอีกคนเปิดประตูเข้ามาแล้วช้อนอุ้มไว้ได้ทัน“เปลี่ยนเป็นรองเท้าผ้าใบดีไหม?”คนถูกถามครุ่นคิดครู่เดียว ค่อยยกมือกอดอกพลางส่ายหน้าปฏิเสธ“ไม่เอาค่ะ รองเท้าคู่นี้มันเข้ากับชุดนี้มากกว่า”“เดี๋ยวก็สะดุดอีก” เพทายค่อนขอดแต่ก็กระชับวงแขนขึ้นอีกนิด รู้ดีว่าถ้าหากกะรัตเริ่มยกมือขึ้นกอดอกแบบนี้แสดงว่าเธอไม่ค่อยชอบใจในสิ่งที่เขาพูดออกมาเท่าไร ก็เลยทำได้เพียงถอนใจแล้วบ่นเสียงอ่อน “แต่ถ้าเมื่อกี้พี่มาไม่ทัน เราก็คงเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นแล้วนะ”คนที่เกือบเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นทำหูทวนลม มือบางที่กอดอกอยู่จนถึงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นขยับเนกไทหูกระต่ายที่ทำจากผ้ายีนที่เข้าคู่กับสีกระโปรงของตัวเองให้เจ้าของวงแขนกว้างเล็กน้อย “ถ้าสะดุดอีก..” เสียงหวานเว้นวรรคเล็กน้อยเหมือนจะค











