Share

บทที่ 11 คนหิ้วของ

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-28 22:38:51

รถคันหรูจอดนิ่งอยู่บนถนนที่การจราจรสุดแสนจะหนาแน่น แม้ภายในห้องโดยสารจะเปิดแอร์ไว้จนเย็นฉ่ำก็ไม่สามารถดับความร้อนภายในใจของหญิงสาว น้ำหวานยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดดูเวลาที่หน้าจอด้วยความกังวลใจ เธอมีเรียนตอนเก้าโมง ทว่าตอนนี้เหลืออีกแค่ยี่สิบนาทีก็จะถึงเก้าโมงอยู่แล้ว

ทิวเขาเหลือบมองคนด้านข้างเป็นระยะ ถึงหญิงสาวไม่ได้พูดออกมาแต่เขาก็มองออกว่าเธอกำลังเป็นกังวล แม้ไม่อยากสนใจแต่สุดท้ายคนหน้านิ่งก็อดเอ่ยถามไม่ได้

“เธอมีเรียนเช้าเหรอ”

“ค่ะ”

คิ้วเรียวขมวดมุ่นขณะตอบ นัยน์ตาสวยเอาแต่จ้องมองถนนด้านหน้า วันนี้มีทำแล็บเพราะฉะนั้นเธอจะสายไม่ได้

“ถ้าหลุดจากไฟแดงตรงนี้แล้วก็นั่งดี ๆ ละกัน”

พูดแบบนี้แปลว่าเขาจะพาเธอซิ่งอีกแล้วใช่ไหม

เมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวรถคันหรูก็แล่นผ่านสี่แยกด้วยความเร็ว ทิวเขาพาเธอเลี้ยวเข้าซอยที่เขียนป้ายเอาไว้ว่าทางเลี่ยงรถติดแล้วลัดเลาะไปตามซอกซอยเล็ก ๆ

ถนนสองเลนแทบไม่มีรถวิ่งผ่านแม้จะเป็นเส้นทางในเขตเมืองหลวง ถึงจะทำความเร็วได้ไม่มากแต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องมานั่งลุ้นกับรถติด ช่วงเวลาเร่งรีบแบบนี้บีบหัวใจเป็นที่สุด

พอออกจากซอยเปลี่ยวได้ทิวเขาก็เหยียบคันเร่งอย่างแรง เร่งแซงประหนึ่งว่าอยู่ในสนามแข่งฟอร์มูล่าวันอย่างไรอย่างนั้น

น้ำหวานกำเข็มขัดนิรภัยด้วยใจที่เต้นตึกตัก ไม่แน่ใจว่าการที่เขาขับเร็วอย่างนี้กำลังช่วยเธอหรือแกล้งเธอกันแน่

แปดนาฬิกาห้าสิบห้านาทีรถคันงามจอดนิ่งที่หน้าตึกคณะแพทยศาสตร์ หญิงสาวรีบลงจากรถแล้วปิดประตูทันที

ร่างบางวิ่งเข้าไปได้เพียงไม่กี่เก้าก็หยุดชะงักแล้ววิ่งกลับมาที่รถของเขา 

น้ำหวานเปิดประตูรถอีกครั้งจากนั้นก็โน้มหน้าลงมาพูดกับคนขับ

“ขอบคุณนะคะ”

พูดจบเธอก็วิ่งหายเข้าไปในตึก

ทิวเขายิ้มขำท่าทางของคนเงอะงะ นัยน์ตาคู่คมมองตามแผ่นหลังบอบบางจนลับสายตา เขามองดูแผลที่ถูกน้ำร้อนลวกเมื่อคืนแล้วลอบยิ้มมุมปาก

“หึ”

จากนั้นรถคันหรูก็เคลื่อนออกจากคณะแพทยศาสตร์

@คณะวิศวกรรมศาสตร์

ร่างสูงเดินผิวปากมาแต่ไกล ก่อนจะนั่งลงตรงม้านั่งหน้าตึกคณะ มองหน้าเพื่อนในกลุ่มที่กำลังพูดคุยเรื่องสาวแล้วยิ้มให้เพื่อน

“เมื่อวานไปกินข้าวบ้านว่าที่พ่อตามาวันนี้ยิ้มหน้าบานเชียวนะมึง แหมแล้วบอกไม่คิดอะไรกับดาริณ”

นั่งลงก้นยังไม่ทันอุ่นวายุก็ยื่นหน้าเข้ามาเอ่ยแซว เห็นเพื่อนซี้ยิ้มร่าอารมณ์ดีก็อดคิดไม่ได้ว่าเป็นเพราะเมื่อวานไปทานข้าวที่บ้านท่านรัฐมนตรีมา

“ไม่เกี่ยวเลย”

“อ้าว! ไม่เกี่ยวกับที่ไปกินข้าวแล้วเป็นเพราะอะไรวะ อะไรที่ทำให้มึงอารมณ์ดีได้ภายในคืนเดียว”

เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร จะว่าเป็นเพราะได้แกล้งยัยน้ำหวานก็ไม่ใช่เพราะเขายังไม่ได้ทำอะไรอย่างที่ตั้งใจไว้สักอย่าง ทั้งที่ความจริงแล้ววันนี้เขากะว่าจะแกล้งให้เธอขนของหลังรถลงมาให้ แต่กลับกลายเป็นว่าต้องรีบไปส่งเธอที่หน้าคณะแทนซะงั้น

เขาแค่นหัวเราะเมื่อคิดขึ้นมาคนเดียว ก่อนจะรีบหุบยิ้มทันทีเมื่อถูกไอ้เพื่อนซี้สามตัวจ้องหน้า

“มึงดูมีพิรุธนะ”

ออสตินชี้นิ้วมาที่หน้าของทิวเขาแล้วหรี่ตาเพ่งเล็งราวกับจับผิด

“พิรุธอะไร”

คนร้อนตัวรีบเขยิบหนี พิรุธบ้าบออะไรไม่มีทั้งนั้นแหละ

เวลาต่อมา

วันนี้ไม่มีกิจกรรมรับน้องน้ำหวานเลยไม่ต้องอยู่จนค่ำมืดเหมือนทุกวัน พอเลิกเรียนหญิงสาวก็เดินไปรอรถเมล์ที่หน้ามหาวิทยาลัยเพื่อเดินทางกลับบ้านทันที

ตอนแรกมิวสิคก็ชวนให้เธอกลับด้วยกันแต่น้ำหวานก็ปฏิเสธเขาไป การจะให้ชายหนุ่มไปส่งบ่อย ๆ นอกจากจะเกรงใจเขาแล้วเธอยังเกรงใจเจ้าของบ้านที่เธออาศัยอยู่อีกด้วย

ทว่าขณะนั่งรออยู่ตรงป้ายรถเมล์ จู่ ๆ ก็มีรถซูเปอร์คาร์คันคุ้นตามาจอดเทียบฟุตบาท ทิวเขาลดกระจกลงแล้วตะโกนเรียกให้เธอขึ้นรถ

หญิงสาวเดินไปยืนด้านข้างแล้วรีบพูดปฏิเสธ

“คุณกลับไปก่อนเลยค่ะ หวานนั่งรถเมล์กลับสะดวกกว่า”

แม้ตอนเช้าเขาจะขับรถไปส่งเธอถึงหน้าคณะ ทว่าก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดีว่าตอนเย็นเขาจะมีเล่ห์เหลี่ยมอะไรอีกหรือเปล่า หญิงสาวไม่ไว้ใจว่าเขาจะทำอะไรไม่หวังผล

“อย่ามาเยอะ เธอยังต้องรับผิดชอบฉันอยู่นะลืมไปแล้วเหรอ”

นั่งรถไปกับเขามันเกี่ยวอะไรกับการรับผิดชอบ

“เร็วดิ ร้อน” ทิวเขารบเร้า

“ค่ะ”

สุดท้ายก็ยอมขึ้นรถไปกับเขาจนได้

@ห้างสรรพสินค้า

ร่างสูงเดินนำหน้า หาซื้อข้าวของเครื่องใช้จำเป็นโดยมีหญิงสาวเดินตามหลังคอยหิ้วของให้ ชายหนุ่มเดินเข้าเดินออกร้านนั้นร้านนี้เป็นว่าเล่น รูดบัตรเครดิตซื้อข้าวของที่ต้องการแล้วยื่นถุงให้โดยไม่ได้สนใจว่าเธอจะถือไหวรึเปล่า

 “คุณจะซื้ออีกเยอะไหมคะ”

นิ่วหน้าเอ่ยถามพลางเดินตามอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ข้าวของพะรุงพะรังนอกจากหนักแล้วยังเยอะจนล้นมือจะถือยังไงไหว หญิงสาวหยุดเดินแล้วพักวางข้าวของลงบนพื้นขณะรอคำตอบจากเขา

“ทำไม”

“ก็ถ้าคุณจะซื้ออีกหวานขอเอาของไปเก็บที่รถก่อนได้ไหมคะ ตอนนี้มันเต็มไม้เต็มมือหมดแล้ว”

เขาพ่นลมหายใจออกมาจากนั้นก็เดินเข้ามาหาเธอ ก่อนจะแบ่งข้าวของบางส่วนจากหญิงสาวมาถือไว้เอง

“คุณไม่เจ็บมือแล้วเหรอ”

“ฉันเจ็บข้างนี้”

เขายกมืออีกข้างที่ไม่ได้ถือของขึ้นมาโชว์ให้ดู

เออลืมไปว่าเขาเจ็บแค่ข้างเดียว แล้วปล่อยให้เธอถือคนเดียวตั้งนานเนี่ยนะ

หนุ่มสาวเดินเคียงข้างระหว่างซื้อของ ก่อนที่ชายหนุ่มจะหยุดอยู่ตรงหน้าร้านน้ำหอมแบรนด์ดัง ร่างสูงเดินนำหญิงสาวเข้าไปในร้านจากนั้นก็ลองดมน้ำหอมกลิ่นต่าง ๆ

“เธอว่ากลิ่นไหนหอม” 

“หวานไม่รู้ค่ะ”

เหนื่อยหน่ายใจกับคนที่ไม่รู้อะไรสักอย่าง เขาถามความเห็นแทนที่จะลองดมกลิ่นดูก่อนแต่กลับตอบมาส่ง ๆ

ทิวเขาเอื้อมมือไปดึงแขนเธอให้ขยับเข้ามาใกล้ก่อนจะเอ่ยสั่งเสียงแข็ง

“ไม่รู้ก็ลองดมสิ”

ไม่รู้จะอะไรกับเธอนักหนา อยากได้กลิ่นไหนทำไมไม่ลองดมเอง จะมาถามความเห็นจากเธอทำไม

คิดค่อนขอดเขาในใจแต่สุดท้ายก็ยอมดมกลิ่นน้ำหอมให้เขา

“หวานว่ากลิ่นนี้หอมค่ะ”

เธอชี้ไปที่ขวดน้ำหอมกลิ่นที่เธอชอบแต่ไม่รู้ว่าอีกคนจะชอบหรือเปล่า

“ผมเอากลิ่นนี้ครับ”

ทิวเขาหันไปสั่งพนักงานของร้าน

หลังจากจ่ายเงินค่าน้ำหอมทั้งคู่ก็พากันกลับบ้าน

ทางด้านดาริณ วันนี้เธอมาทานข้าวกับเพื่อนในคณะที่ห้าง ใบหน้าสวยยิ้มระรื่นขณะพูดคุยกับเพื่อนสนิทถึงเรื่องต่าง ๆ ก่อนที่เพื่อนคนหนึ่งจะถามถึงว่าที่หวานใจของดาริณขึ้นมา

“แล้ววันนี้ไม่พาทิวเขามาด้วยเหรอจ๊ะ”

“วันนี้ทิวเขาต้องพาคุณแม่ไปทำธุระน่ะ แต่เห็นบอกว่าพรุ่งนี้จะพาฉันไปดูหนังอยู่นะ ชดเชยที่วันนี้ไม่ได้มาด้วย”

“แหมหวานจังเลยนะ อิจฉาดาริณจังที่มีแฟนทั้งหล่อทั้งแสนดีอย่างทิวเขาอะ”

“บ้า! เรากับทิวเขาไม่ได้เป็นแฟนกันสักหน่อย แค่เพื่อนกันน่ะ”

“เพื่อนอะไรจะใส่ใจกันขนาดนี้จ๊ะ ฉันว่าเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อมากกว่า”

ดาริณมักสร้างภาพให้คนอื่นเข้าใจผิดคิดว่าเธอกับทิวเขามีความสัมพันธ์กันเกินเพื่อน พอถูกแซวเธอก็ทำทีเป็นแก้ข่าวอย่างขวยเขินเพื่อให้เพื่อนเข้าใจผิดไปกันใหญ่ และวิธีนี้มันก็ได้ผลทุกครั้ง

ทว่าระหว่างที่กำลังหัวเราะขบขันกันอย่างสนุกสนาน สายตาของเพื่อนคนหนึ่งก็สะดุดเข้ากับคนที่พวกเธอกำลังกล่าวถึง

ทิวเขามาเดินซื้อของที่ห้างกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งดูกะหนุงกะหนิงราวกับเป็นคู่รัก

“นั่นทิวเขารึเปล่าอะ”

ดาริณหันไปมองตามทิศทางที่ปลายนิ้วชี้ไป นัยน์ตาคู่สวยสั่นระริก ๆ ไม่คิดว่าทิวเขาจะมาเดินห้างกับเด็กผู้หญิงคนนั้น

ยัยเด็กที่ทิวเขาบอกว่าเป็นแค่เด็กในบ้าน แต่ท่าทีที่เขาปฏิบัติต่อเธอมันเหมือนมีอะไรบางอย่างมากกว่านั้น

“ผู้หญิงคนนั้นใครอะ น่ารักด้วยนะ”

“อย่ายอมนะดาริณ”

เสียงเพื่อนกระซิบกระซาบเป่าหู ทำให้หญิงสาวยิ่งรู้สึกอารมณ์เสียเข้าไปใหญ่ ทั้งเสียหน้าแล้วก็เสียใจ

ดาริณลุกจากเก้าอี้แล้วเดินออกจากร้านด้วยความโมโห ไม่กงไม่กินมันแล้วข้าว

“ดาริณไปแล้ว แล้วใครจ่ายอะ”

อุตส่าห์ชวนดาริณออกมาเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวแต่จู่ ๆ เธอก็โมโหเดินออกไป เพื่อนสาวสามคนนั่งถกเถียงกันเพราะหาคนจ่ายเงินค่าข้าวไม่ได้สุดท้ายจึงได้หารสาม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กลรักพี่ชายแสนร้าย   ตอนพิเศษ 2 (ตอนจบ)

    อีกด้านหลังรถซูเปอร์คาร์คันงามจอดนิ่งที่ลานจอดรถของคอนโด ร่างสูงก็อุ้มแฟนสาวลงจากรถแล้วพาเข้าไปในลิฟต์ เมื่อประตูลิฟต์ปิดสนิทริมฝีปากจิ้มลิ้มก็ถูกประกบทันที ทำราวกับว่าอยู่ในห้องส่วนตัวทั้งที่ยังอยู่ในลิฟต์“อื้อ~”มือบางตีลงที่หัวไหล่ของเขาพร้อมกับครางท้วง ทิวเขาผละริมฝีปากออกมาแล้วยิ้มขำน้ำหวานทำตาเขียวปั้ดใส่คนที่ชอบทำอะไรตามใจตัวเองประตูห้องยังไม่ทันปิดสนิทริมฝีปากหนาก็ประทับลงบนริมฝีปากบาง ลิ้นร้อนผ่าวสอดแยงเข้าไปในโพรงปากนุ่มแล้วดูดเม้มปลายลิ้นเล็ก ส่งเรียวลิ้นไปเซาะซอนจนทั่วทุกมุม จูบแลกลิ้นเกี่ยวกระหวัดจนชุ่มฉ่ำไปทั่วปาก จากนั้นเขาก็วางร่างเล็กให้ยืนบนพื้นมือหนาลูบไล้ไปตามเรือนร่างบางพลางถอดเสื้อผ้าที่หญิงสาวสวมใส่ น้ำหวานเองก็ไม่น้อยหน้าจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าอาภรณ์ของชายหนุ่มออกเช่นกันนัยน์ตาคมจ้องมองเรือนร่างงดงามที่อยู่เบื้องหน้าด้วยอารมณ์ปรารถนา มือหนาเคลื่อนไล้ไปตามผิวกายขาวผ่องอย่างผะแผ่วขณะดันร่างเล็กไปจนชิดกับฝาผนังจากนั้นก็พรมจูบไปตามซอกคอระหง ขณะที่มือข้างหนึ่งเคล้นคลึงตรงสะโพกมน ส่วนมืออีกข้างทำหน้าที่ปลุกเร้าตรงสองเต้าเต่งตึงลมหายใจผ่าวร้อนเป่ารดลงบนลำคอขา

  • กลรักพี่ชายแสนร้าย   ตอนพิเศษ 1

    “จะพากันไปไหนเหรอลูก”เสียงผู้เป็นแม่เอ่ยถามลูกชายซึ่งกำลังถือกระเป๋าสะพายเดินตามแฟนสาวลงมาจากชั้นสองของบ้านน้ำหวานนั่งลงบนโซฟาแล้วเป็นคนตอบคำถามแทนชายหนุ่ม“หวานก็ไม่รู้ค่ะ พี่ทิวเขาไม่ยอมบอกเลยค่ะว่าจะพาไปไหน”“อ้าว! จะพาน้องไปไหนทำไมไม่บอกน้องล่ะ”หันไปถามลูกชายตัวดีที่นั่งอยู่ด้านข้างหญิงสาวซึ่งตอนนี้กำลังทำท่าทางออเซาะเธอราวกับเป็นเด็กน้อยจนน่าหมั่นไส้ลูกชายสุดที่รักหันมาทางผู้เป็นแม่แล้วเอ่ยตอบ“บอกไม่ได้ครับมันเป็นความลับ”ผู้เป็นแม่ถอนหายใจเหนื่อยอกเหนื่อยใจก่อนจะตวัดมือไล่ไม่อยากสนใจ ปล่อยให้ทั้งคู่พากันไปเที่ยวตามประสาคนหนุ่มคนสาวหลังไหว้ลาทั้งคู่ก็เดินจูงมือกันไปที่รถ ทิวเขาเป็นคนคอยบริการเปิดประตูพร้อมทั้งคาดเข็มขัดนิรภัยให้น้ำหวาน จากนั้นเขาก็เดินอ้อมไปขึ้นทางฝั่งคนขับ ก่อนที่รถคันหรูจะเคลื่อนออกจากบ้านพาเธอไปยังสถานที่ที่เขานัดแนะเอาไว้กับเพื่อน ๆ@สนามแข่งรถวันนี้ที่สนามแข่งรถดูคึกคักเป็นพิเศษเพราะมีการจัดงาน รถหลายคันวิ่งวอร์มอยู่ในสนามโดยมีผู้ชมมากมายยืนรายล้อมอยู่บริเวณรอบ ๆหลังจอดรถทิวเขาก็เดินไปเปิดประตูให้น้ำหวาน หญิงสาวมีความวิตกกังวลอย่างบอกไม่ถูก ภาพความทร

  • กลรักพี่ชายแสนร้าย   บทที่ 57 หวานฉ่ำ NC

    “อ๊ะ~” ร่างเล็กสั่นสะท้านร้องเสียงครวญครางอย่างได้อารมณ์ สองมือที่บีบขยำเนินนมออกแรงหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆแม้จะรู้สึกเจ็บแปลบ ๆ ทว่าความเสียวกลับมีมากกว่า น้ำหวานดิ้นพล่านขณะถูกดูดดึงสองเต้าอย่างหนักหน่วง ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนไซ้ขึ้นไปตรงซอกคอ ใช้ฟันขบเบา ๆ ตรงลำคอระหงด้วยความมันเขี้ยว น้ำหวานเสียดเสียวจนแทบจะขาดใจ มือสองข้างเลื่อนไล้ไปตามเรือนร่างบางจนมาถึงตรงกลางกายสาว ปลายนิ้วบดคลึงตรงจุดกระสันเสียวผ่านกางเกงชั้นในตัวบางจนน้ำรสหวานไหลเยิ้มออกมาเลอะเป้าเปียกแฉะ ร่างสูงหยัดกายคุกเข่าตรงกลางระหว่างขาเนียน มือหนาจับเรียวขาสวยอ้าออกขึ้นเป็นรูปตัวเอ็ม ปลายนิ้วเขี่ยตรงจุดกระสันเสียวจนแน่ใจว่าเปียกเยิ้มเต็มที่เขาก็แหวกเป้ากางเกงชั้นในไปไว้ด้านข้าง ดวงตาคู่คมจดจ้องไปยังร่องกลีบสีชมพู ก่อนจะยกมือขึ้นมาปาดเอาน้ำลายไปถูชโลมบนแท่งเนื้อลำเขื่องของตัวเอง มือหนาชัดรูดแกนกายลำใหญ่สองสามครั้ง จ่อส่วนปลายไว้ตรงปากร่อง จับปลายหยักถูไถตรงเม็ดติ่งเสียวเพื่อเพิ่มอารมณ์ซาบซ่านให้หญิงสาว “อ๊ะ~พี่ทิวเขา หวานไม่ไหวแล้ว ใส่เข้ามาเลยได้ไหมคะ

  • กลรักพี่ชายแสนร้าย   บทที่ 57 เป็นแฟนกันนะ NC

    หลังพูดคุยและทานข้าวเที่ยงร่วมกันกับแม่ครูและน้อง ๆ ในบ้านเด็กกำพร้าน้ำหวานก็เอ่ยลาทุกคนเนื่องจากทิวเขาบอกเธอว่าจะพาไปยังที่ที่หนึ่ง ซึ่งเขาไม่ได้บอกว่าเป็นที่ไหนรถคันหรูวิ่งไปตามเส้นทางที่น้ำหวานค่อนข้างคุ้นเคย เธอรู้สึกสงสัยอยู่ในใจแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามจนในที่สุดรถคันงามก็มาจอดนิ่งที่หน้าบ้านไม้ทรงล้านนา“พี่ทิวเขาพาหวานมาที่นี่ทำไมคะ”“เดี๋ยวก็รู้ครับ”ชายหนุ่มลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้หญิงสาว เธอทำท่าเก้ ๆ กัง ๆ เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า“ลงมาเถอะน่า”หญิงสาวลงจากรถตามคำชวน ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบ ๆ อาณาบริเวณบ้านหลังใหญ่ที่เธอเคยอยู่อาศัยตั้งแต่เด็กจนโตแล้วหันมามองหน้าชายหนุ่มด้วยความสงสัยทิวเขายิ้มให้หญิงสาว“เข้าไปข้างในกันเถอะ”“เดี๋ยวค่ะ เราเข้าไปข้างในไม่ได้นะคะ บ้านหลังนี้ถูกขายเป็นของคนอื่นไปแล้ว”มุมปากหนากระตุกยิ้มบางเบา เขายกกุญแจบ้านหลังใหญ่ขึ้นมาโชว์ให้หญิงสาวดู“หมายความว่าไงคะ”“บ้านหลังนี้เป็นของน้ำหวานแล้วนะ”น้ำหวานยืนนิ่งแววตาเต็มไปด้วยฉงนสงสัย ไม่นานความสงสัยทุกอย่างก็คลี่คลายด้วยคำอธิบายของคนตรงหน้า“พี่รู้ว่าน้ำหวานรักบ้านหลังนี้มาก พี่ก็เลยซื้อบ้านหลังนี้ไว้”“

  • กลรักพี่ชายแสนร้าย   บทที่ 56 ไม่ใช่แฟน

    หลังจากน้ำหวานโอนเงินค่าผ่าตัดไปให้แม่ครู ดินก็ได้เข้ารับการผ่าตัดในทันที การผ่าตัดเป็นไปด้วยดีเนื้อเยื่อของผู้บริจาคไตเข้ากันได้ดีกับดินเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นไม่นานดินก็ได้กลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้า“หยุดยาวสามวันหวานจะขึ้นไปเยี่ยมนะคะ”เสียงน้ำหวานกำลังพูดคุยโทรศัพท์กับแม่ครูอยู่ตรงสนามหญ้าหน้าบ้านทิวเขาคอยเดินตามไม่ห่าง ความจริงเพราะอยากแอบฟังว่าเธอคุยกับใครมากกว่า[ดินต้องดีใจแน่ ๆ ที่รู้ว่าน้ำหวานจะมา]“แม่ครูอย่าเพิ่งบอกพี่ดินนะคะ หวานว่าจะไปเซอร์ไพรส์น่ะค่ะ”[จ้ะ แม่จะรูดซิปปากเอาไว้ให้แน่นเลยจ้ะ]“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้มั้งคะ”[แม่ล้อเล่นจ้ะ เออ! น้ำหวานรู้เรื่องที่ทางญาติพ่อริวเขาประกาศขายบ้านแล้วใช่ไหม]คิ้วเรียวขมวดมุ่นหลังได้ยินแม่ครูพูด ความจริงก็พอรู้ว่าพวกญาติของพ่อริวอยากขายบ้านหลังนั้นจนเต็มแก่ น้ำหวานดูเศร้าลงทันทีจนคนที่ยืนอยู่ข้างกายสังเกตเห็น“หวานพอรู้ค่ะ” พูดเสียงสั่นน้ำเสียงของเธอทำให้คนปลายสายเป็นห่วง[โธ่! น้ำหวานไม่ต้องคิดมากนะลูก สิ่งของพวกนั้นมันเป็นของนอกกายไม่นานมันก็สูญสลาย ความทรงจำดี ๆ ต่างหากที่จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต]แม่คร

  • กลรักพี่ชายแสนร้าย   บทที่ 55 หลอก

    “น้ำหวานเดี๋ยวก่อน น้ำหวาน” ร่างสูงวิ่งกระหืดกระหอบตามร่างเล็กไปจนถึงหน้าลิฟต์ มือหนาเอื้อมจับข้อมือเล็กแล้วดึงรั้งเอาไว้ ใบหน้าสวยหันมามองหน้าเขาอย่างไม่พอใจ เรื่องความเป็นความตายใครให้เอามาล้อเล่น “ฟังฉันอธิบายก่อน ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหลอกเธอน่ะ” “ทุกทีคุณก็พูดแบบนี้ สรุปคือไม่เคยมีเรื่องไหนที่คุณตั้งใจสักเรื่อง” เธอสาวพยายามสะบัดแขนออกจากคนเจ้าเล่ห์ ตั้งท่าจะเดินไปกดลิฟต์ทว่ากลับถูกคนตัวสูงดึงรั้งเอาไว้อีกครั้ง วงแขนแกร่งสวมเข้าที่เอวคอดแล้วกอดรัดร่างเล็กแนบกับลำตัว “ขอโทษ ยกโทษให้ความโง่ของฉันเถอะนะ ฉันโง่เองที่คิดอะไรตื้น ๆ แต่ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ฉันก็ไม่รู้สักทีว่าเธอรักฉันรึเปล่า” “คุณมันชอบเล่นกับใจคนอื่น เห็นความรู้สึกของหวานเป็นเรื่องล้อเล่นรึไง” “ฉันไม่ได้เห็นความรู้สึกของเธอเป็นเรื่องล้อเล่นนะน้ำหวาน ฉันรักเธอมากวันทั้งวันฉันอาการหนักเอาแต่เพ้อถึงเธอ คุณแม่ก็เลยโทรให้เธอมาดูใจฉันไง” จับร่างเล็กให้หันมาสบตากันหลังจากอธิบายเรื่องทั้งหมด “คุณมันเจ้าเล่ห์ที่สุดเลย” เธอทุบมือ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status