เข้าสู่ระบบ“กูว่าจะติดต่อน้องพิลาไปเป็นพิธีกรในงานเปิดตัวรถยนต์รู่ใหม่ที่กำลังนำเข้ามาไม่รู้จะรับงานนี้หรือเปล่าว่ะ” นฤมิตรถามเพื่อนที่เป็นพี่ชายของพิลาสินีผู้หญิงที่เขาชอบถึงแม้เธอจะเปรี้ยวจี๊ดแต่สเป็คของเขาเลย
“มึงลองติดต่อดูสิ เรื่องงานของพิลากูไม่เคยยุ่ง”
“โอเค เดี๋ยวกูคุยกับพิลาเอง งั้นคืนนี้เต็มที่เลยนะเพื่อนกูเลี้ยงเองแต่พวกมึต้องจองรถกูนะเว้ย” นฤมิตรบอกเพื่อนว่าจะเป็นเจ้ามือเอง
จากนั้นทุกคนก็ดื่มกินกันจนเมามายแล้วแยกย้ายกันกลับบ้านและแต่ละคนก็มีสาวข้างกายไปด้วยและพงศกรก็ไม่พลาดพาดาราสาววัยรุ่นไปขึ้นสวรรค์ด้วยกันยันเช้าและกว่าจะเข้าบ้านก็ข้ามไปวันใหม่อีกวันหนึ่ง
“แกหายหัวไปไหนมาตากร โทรไปก็ไม่รับสาย” นายครรชิตถามลูกชายเพราะจะคุยเรื่องธุรกิจซึ่งเขาเป็นหนี้กว่าพันร้อยล้านบาทแต่เขาบอกอติพลกับเขมรินไปตรงๆว่าเขาต้องการเงินมาเพื่อจับจ่ายใช้สอยด้วยเพราะเขายังต้องกินต้องใช้และยอมปล่อยมือให้เพื่อนบริหารและถ้าเขาไม่มีเงินคืนเพื่อนทั้งสองก็จะได้ถือหุ้นใหญ่ของเขาเท่ากันคือคนละสามสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนเขาจะถือหุ้นแค่สิบเปอร์เซ็นต์นั่งตำแหน่งประธานที่ปรึกษา ส่วนภรรยาก็เป็นที่ปรึกษาอาวุโสตามข้อตกลง
“ผมไปเที่ยวทำไมต้องรับสายของพ่อด้วยล่ะ”
“แกนี่มันโง่จริงๆนะไอ้กร แกรู้มั้ยว่าทำไมพ่อถึงไม่ให้แกบริหารก็เพราะแกมันไม่เอาไหนหยิบจับทำงานไม่เป็นดีแต่ใช้คนรองมือรองเท้าและแกคิดว่าทำแบบนี้แล้วบริษัทมันจะเจริญก้าวหน้างั้นหรือไง”
“แล้วทำไมผมต้องทำด้วยล่ะพ่อ เราจ้างพวกมันมาทำงานเงินเดือนก็สูงก็ปล่อยให้พวกนั้นทำงานไปสิ เรื่องอะไรจะมานั่งทำงานสู้เอาเวลาไปเที่ยวหาความสุขใส่ตัวดีกว่ามั้ยพ่อ”
“แกนะแก ถ้าแกไม่ปรับปรุงตัวเองพ่อคงปล่อยให้ตาเทมส์จัดการละกัน ถึงพ่อจะไม่ได้เป็นเจ้าของบริษัทแต่พ่อไม่อยากให้มันหายไปจากจอทีวีเพราะกว่าจะมีวันนี้ได้มันไม่ใช่ง่ายๆ”
“นี่พ่อยอมรับแล้วเหรอว่าขายบริษัทให้ลุงเข้ากับลุงอาร์ท”
“ถ้าใช่แล้วแกจะทำไม”
“พ่อว่าผมโง่ แต่คนที่โง่กว่าผมก็คือพ่อนั่นแหละ ถูกเพื่อนหลอกแล้วยังไม่รู้ตัวอีก” พงศกรว่าพ่ออย่างเย้ยหยัน
“แกมัน แกไอ้กรไอ้ลูก ฮึก ฮึกๆๆ..” ครรชิตชี้หน้าลูกชายด้วยความโกรธจนหน้าแดงหน้าดำแล้วยกมือกุมอกหายใจหอบถี่
“คุณคะ คุณชิตเป็นอะไร ว้ายย คุณชิต..”
“ตุ้บบ..” ร่างสูงใหญ่ของครรชิตช็อคล้มตึงหัวพาดพื้นอย่างแรงจนภรรยากับลูกชายตกใจตื่นตะลึงและรับไว้ไม่ทัน
“พ่อ..” พงศรกเรียกพ่อเสียงดังแล้วเข้าไปดูอย่างรวดเร็ว
“ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลที ไม่ๆ ไปเตรียมรถเดี๋ยวนี้ฉันจะพาคุณชิตไปโรงพยาบาล” พิมพ์ผกากรีดร้องสั่งคนรับใชัในบ้านเสียงดังลั่นทำให้ทุกคนแตกตื่นตกใจวิ่งมาดูเจ้านายและคนขับรถได้สติก็ไปเตรียมรถพาเจ้านายไปส่งโรงพยาบาล
และคืนนี้ข่าวผู้บริหารบริษัทสื่อสารมวลชนยักษ์ใหญ่ช็อคหมดสติที่บ้านพักเพราะความเครียดสะสมทำให้เส้นเลือดฝอยในสมองแตกเป็นอัมพฤษครึ่งซีกและมีเพื่อนฝูงในวงการไปเยี่ยมมากมายรวมทั้งอติพลกัภรรยาและเขมรินกับภรรยาพร้อมด้วยลูกสาว
“ไม่เป็นไรนะคะคุณพิม เดี๋ยวนี้หมอเขาเก่งรักษาไม่นานคุณชิตก็หายค่ะ” คุณนารีกระจ่างพูดปลอบใจและให้กำลังพิมพ์ผกาและรู้จักกันเพราะสามีเป็นเพื่อนกัน
“คุณนารีพูดถูกค่ะ สมัยนี้วิวัฒนาการก้าวหน้ามากอีกไม่นานคุณชิตก็จะหายกลับมาเป็นเหมือนเดิมแน่นอนค่ะ” คุณกนกขวัญพูดให้กำลังใจคุณพิมพ์ผากแม้จะไม่ชอบนารีกระจ่างแต่เธอก็ไม่ได้แสดงออกมาให้ใครเห็น
“ขอบคุณคุณนารีกับคุณขวัญมากนะคะ” คุณพิมพ์ผกายกผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตา
“แล้วทำไมนายชิตถึงเป็นแบบนี้ครับคุณพิม เมื่อวานคุยกันมันยังดีๆอยู่เลย” นายอติพลถามภรรยาของเพื่อนเพราะเรื่องงานก็เคลียร์กันแล้วไม่น่าจะเครียดมากจนเส้นเลือดในสมองแตกได้
“คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ค่ะ..” คุณพิมพ์ผกาเล่าให้เพื่อนสามีฟังตามความจริงเพราะไม่รู้จะปิดบังไปทำไมและเธอเองก็อยากให้ลูกชายสนใจการงานของตัวเองเพื่ออนาคตเธอกับสามีจะพึ่งพาได้แต่พงศกรกลับไม่คิดแบบนั้นและเธอกับสามีก็ผิดเหมือนกันที่ไม่ได้บอกลูกสาวลูกชายทั้งหมดแต่หลังจากนี้เธอจะบอกความจริงทุกอย่างให้ลูกรู้ หลังจากนั้นก็แล้วแต่จะตัดสินใจ
“ผมว่าคุณพิมนัดนายกรมาคุยกันเถอะครับ ยังไงผมจะให้นายเทมส์ช่วยสอนงานให้ก่อนและถ้าไม่ไหวจริงๆก็ค่อยให้นายเทมส์เข้าไปบริหารดีมั้ย” อติพลบอกภรรยาของเพื่อนและให้โอกาสพงศกรได้ลองบริหารงาน
“ไม่ค่ะคุณอาร์ท ฉันกับคุณชิตตกลงกันแล้วว่าจะให้เทมส์บริหารหากตากรบริหารบริษัทก็คงเหลือแต่ชื่อแน่นอนค่ะ” คุณพิมพ์ผกาก็เห็นด้วยกับสามีมาตั้งแต่แรกแล้วว่ากฤติธีเหมาะสมกับตำแหน่งและเขามีความสามารถจริงไม่เหมือนลูกชายของเธอ
“แต่ยังไงก็ต้องทำความเข้าใจกันก่อนที่ตาเทมส์จะเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารนะครับ” อติพลเตือนภรรยาเพื่อนอีกครั้งเขาไม่อยากให้มีปัญหา
“ค่ะคุณอาร์ท”
เมื่อเยี่ยมเพื่อนเสร็จแล้วอติพลกับเขมรินและภรรยาของพวกเขาก็พากันไปที่บริษัทเพื่อปรึกษากันว่าจะเอายังไงกันดีหากปล่อยมือก็เสียเงินพันล้าน หากเข้าไปดูแลก็ถูกกล่าวหาว่าพวกเขาฮุบกิจการของเพื่อนทั้งที่พวกเขายื่นมือไปช่วยเหลือ
“ถ้าหนูพั้นซ์ไม่เข้าไปช่วยงานคุณเทมส์ นารีว่าให้น้องโรสไปช่วยดีมั้ยคะคุณเข้ม” คุณนารีกระจ่างเสนอชื่อลูกสาวให้ไปช่วยงานกฤติธีเพื่อจะได้ใกล้ชิดชายหนุ่มหากเขาเลิกกับวธูแล้วมาชอบลูกสาวของเธอมันจะดีมาก
“ไม่ได้หรอกนารี ยัยโรสช่วยคุณดูแลร้านก็ดีอยู่แล้วนี่” เขาไม่ให้ภรรยากับลูกสาวมายุ่งกับบริษัทของอดีตพ่อตา
“ทำไมคะคุณเข้ม แค่ยัยโรสมาทำงานที่บริษัทก็ไม่ได้งั้นเหรอคะ” นารีกระจ่างมองสามีด้วยความไม่พอใจ อะไรก็น้องพั้นซ์ทั้งที่ลูกสาวของเธอก็เป็นลูกสาวของเขาเหมือนกัน
“เราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะนารี คุณไปรอผมที่ร้านกาแฟเดี๋ยวผมคุยเรื่องงานกับนายอาร์ทเสร็จแล้วจะไปหา” ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับบริษัทของอดีตพ่อตาสาเหตุก็เพราะเธอที่ทำให้เขาต้องเลิกกับภรรยา
“คุณก็คุยไปสิคะ ฉันจะนั่งฟังเฉยๆก็ได้ค่ะ”
“มันเป็นเรื่องภายในบริษัทที่จะให้คนนอกรู้ไม่ได้” เขมรินพูดกับภรรยาเสียงแข็งเขาไม่อยากให้ภรรยาเจอกับลูกสาวเพราะสถานการณ์ของเขากับลูกสาวเริ่มดีขึ้น ส่วนลูกชายนั้นไม่ค่อยสนใจเรื่องหยุมหยิมแค่นริสราไม่มายุ่งเกี่ยวก็ไม่มีปัญหาอะไร
“ก็ได้ค่ะ งั้นฉันกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะคุณอาร์ท” นารีกระจ่างมองค้อนสามีเบาๆเมื่อเขากันเธอเป็นคนนอกทั้งที่เป็นภรรยาของเขาทำให้เธออดน้อยใจไม่ได้
“สวัสดีครับ” อติพลรับไหว้ภรรยาของเพื่อน
“ขอโทษนะอาร์ท”
“จะขอโทษทำไมวะ คุยเรื่องงานกันดีกว่าเดี๋ยวหนูพั้นซ์กับตาเทมส์ตาพลับยัยแทมมที่มาจะได้วางแผนงานกัน” เพราะกฤติธีจะต้องไปบริหารงานที่บริษัทของเพื่อนก็ต้องแบ่งงานให้น้องๆช่วยกันดูแลจะได้ไม่มีปัญหา แต่เรื่องงานเขาคิดว่าไม่มีแน่จะมีก็แค่ลูกสาวลูกชายของเพื่อนเพราะคนหนึ่งชอบกฤติธีอีกคนก็ชอบวธู
“ไม่เป็นไร” รุ่งคุณมองเพื่อนแล้วส่ายหน้าไปมาก่อนจะนั่งลงที่ของตัวเอง“สั่งอาหารรอยัยเมย์กับยัยกานต์เลยดีกว่านะพั้นซ์ รุ่ง”“เธอสั่งเลยละกัน”“แกจะกินอะไรพั้นซ์” กาญธิดายื่นเมนูอาหารให้เพื่อนแล้วดูเมนูอาหารในมือของตัวเอง“พั้นซ์สั่งให้รุ่งด้วยนะ”“งั้นเอาปลาทอดสามรส กุ้งแม่น้ำเผา ต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวานไก่..”“ยำรวมมิตรทะเล โป้ะแตก ส้มตำไทย ผัดเปรี้ยวหวาน แค่นี้พอก่อนมั้ยแก” วธูถามเพื่อนเพราะมาทีไรก็สั่งเมนูเดิมที่เธอกับเพื่อนชอบกินเหมือนกัน“โอเค งั้นแค่นี้ก่อนะน้อง อ้อ แล้วนายจะดื่มอะไรฉันขอเบียร์นะ”“เบียร์เหมือนแกก็ได้” เขากินดื่มอะไรก็ได้ไม่เรื่องมากอยู่แล้วจากนั้นทั้งสามก็สั่งอาหารอเพื่อนทั้งสองที่ใกล้จะถึงแล้วคุยกันเรื่องทั่วไปพอเมทกากับวรรณกานต์มาถึงอาหารก็มาเสิร์ฟพอดีก็รับประทานอาหารไปด้วยคุยกันไปด้วยอย่างสนกสนาน“ตู้ดดๆๆ..” เสียงโทรศัพท์ของกาญธิดาดังขึ้นขัดจังหวะสาวๆกำลังเมาท์มอยกัน“ฮาโหลพี่เทมส์” สาวสวยรับสายของพี่ชายแล้วมองพี่สะใภ้“อยู่ไหน”“ใครคะ แทมมี่เหรอ”“อื่อ..”“มาทานอาหารกับเพื่อนค่ะ”“ที่ไหน”“ร้านอาหารไทยแถวสาธรค่ะ พี่เทมส์มีอะไรหรือเปล่า”“พั้นซ์ไปด้วยมั้ย”“ค่
“พี่ต้อมแข็งเร็วมากค่ะ อ่า อู้วว..” เสียงแหลมร้องครางออกมาด้วยความเสียวกระสันแล้วจับไอ้จ้อนของเขาจ่อกลางร่องสวาทแล้วโยกสะโพกเข้าใส่เป็นจังหวะช้าๆ“แจ้ะๆๆ แจ้ะๆๆ..”“อ่า เซย่าของพี่ต้อม โอ้วว ดะ ดีมากครับที่รัก เด้าแรงๆอีกครับ อ้ะ อ้า โอ้ว..” ไฮโซหน่มใหญ่ถึงกับร้องครางเสียงหลงเมื่อสาวสวยกระดกสะโพกเด้งเด้าร่างสวาทเข้าใส่ไอ้จ้อนของเขาอย่างแรงและรัวเร็วๆ“ตั้บบๆๆ ตั่บบๆๆ..”“อ่า พี่ต้อมก็เด้าขึ้นมาแรงๆสิคะ อ้ะ อ้า อู้วว โอ้ว อ่า อ้ะ อ้า..” ร่างผมเพรียวร้องครางกระเส่าด้วยความเสียวซ่านกระสันเมื่อหนุ่มใหญ่กระทุ้งไอ้จ้อนสวนขึ้นอย่างแรงจนมันกระทุ้งถึงมดลูกดับตึกๆจนเธอจุกและมันถึงอกถึงใจแม้ไอ้จ้อนของเขาจะไม่ใหญ่ยาวเหมือนของแฟนเก่าและหนุ่มคู่ขาฝรั่งแต่ลีลาของเขาก็ทำให้เธอพอใจแม้จะติดพุงแต่มันไม่เป็นอุปสรรคจึงจับไหล่ของเขาแล้วกระแทกกระทั้นร่องสวาทลงใส่อย่างรุนแรงติดกันไม่หยุด“ตั้บบๆๆ ตั่บบๆๆ..”“โอ้ว ดีมากเซย่า อ่า ที่รักกระแทกแรงอีก อ่า อื้มม..” หนุ่มใหญ่ร้องบอกสาวสวยจับเอวบางไว้แล้วกระทุ้งไอ้จ้อนเข้าใส่รัวๆจนร่างผอมเพรียวกระเด้งกระดอนกระแทกกระทั้นลงใส่อย่างรุนแรงติดกันไม่หยุดจนเสียงร้องคราวญคร
วธูมองคนที่บอกเธอว่าเลิกกับแฟนอย่างไม่เข้าใจเพราะเขาก็รอให้เธอหย่าอยู่ไม่ใช่หรือไงแล้วทำไมถึงเลิกกับทิชาภรณ์หรือว่าเรื่องของทิชาภรณ์กับผู้ชายคนอื่น“พี่รู้เรื่องเซย่ามีคนอื่นนานแล้ว แต่ที่พี่ไม่พูดก็เพราะอยากให้เซย่าเป็นฝ่ายไปเองแต่พี่คิดผิดเพราะเซย่าไม่ใช่คนที่จะยอมอะไรง่ายๆและพี่ไม่รู้ว่าเซย่ามาหาพั้นซ์ ตอนนี้พี่กับเซย่าจบกันแล้ว”“แต่เธอบอกว่าจะแต่งงานนี่คะ” หญิงสาวยกโทรศัพท์ให้เขาดูข่าวในโซเซียล“นั่นมันเรื่องของเซย่า ไม่เกี่ยวกับพี่ และพี่ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าพี่ไม่หย่า เข้าใจตามนี้ด้วยนะครับ อ้อ ถ้าเซย่ามาหาพั้นซ์อีกก็จัดการได้เลยเพราะพั้นซ์เป็นเมียของพี่”“พั้นซ์ไม่สนใจหรอกว่าเธอจะมาหรือไม่ แต่พั้นซ์จะไม่ยอมให้ใครมาว่าพั้นซ์แน่นอนค่ะ” เขาไม่ต้องบอกเพราะเธอปกป้องตัวเองได้เขาได้ ส่วนเรื่องหย่าเมื่อถึงเวลาเธอก็จะหย่ากับเขากฤติธีมองภรรยาสาวแล้วถอนหายใจเขารู้ว่าวธูพูดอะไรทำอะไรเด็ดขาดและจริงจังหากเธอบอกว่าจะหย่าแน่นอนว่าเธอทำจริง“พี่ขอเวลาจัดการเรื่องของเซย่าให้เรียบร้อยก่อนแล้วเราค่อยคุยกันนะพั้นซ์” ชายหนุ่มยื้อเวลาไว้เพื่อเขาจะได้ทำความเข้าใจกับภรรยาที่ยังเข้าใจผิดคิดว่าเขากับท
“กูมีเมียแล้ว” เสียงห้าวตอบเพื่อนเบาๆแล้วยกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่ม“งั้นเหรอ กูนึกว่ามึงจะหย่ากับพั้นซ์เสียอีก หึหึๆๆ..” ตีรณพูดแล้วหัวเราะขำเพื่อนที่ปากหนักจนกระทั่งตอนนี้มันถลำตัวรักเมียหลงเมียเข้าให้แล้ว“เฮ้ไอ้เทมส์ไอ้โต้งคุยอะไรกันอยู่วะดูท่าสนุกนะมึง” จักรภัทรมาถึงก็นั่งลงข้างกฤติธีแล้วตบไหล่เพื่อนเบาๆ “หรือว่าฉลองไอ้เทมส์จะแต่งงานวะ หึหึๆๆ..” จักรภัทรพูดหยอกเย้าเพื่อนขำๆ“ฮ่าๆๆ ไอ้จักรยังคิดเหมือนกูเลยนะเว้ย”“พอได้แล้ว กูไม่หย่ากับพั้นซ์และไม่แต่งงานกับใครทั้งนั้นเพราะกูแต่งงานมีเมียแล้ว เข้าใจมั้ย”“โห่ๆๆๆ...” สอหนุ่มหล่อโห่ใส่เพื่อนอย่างหมั่นไส้เพราะที่ผ่านมามันไม่ยอมรับการแต่งงานและบอกว่าครบสองปีเมื่อไหร่ก็จะหย่ากับวธู“มึงแน่ใจเหรอไอ้เทมส์ว่าเซย่าจะหยุดแค่นี้”“กูไม่รู้เหมือนกัน คงต้องให้คนจับตาดูก่อน” เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าคนอย่างทิชาภรณ์จะยอมอะไรง่ายๆแบบนี้และถ้าจำเป็นเขาก็ต้องออกมาปกป้องภรรยาของเขาแล้วอย่าหาว่าเขาใจร้ายก็แล้วกัน“เฮ้อ นี่แหละน้าเขาถึงว่ารักแท้แพ้ใกล้ชิด หึหึๆๆ..”“กูไม่ได้รักเซย่า”“งั้นเหรอ แล้วที่ทนอยู่นานเพราะอะไรวะ กูว่ามึงพลาดไปหลายเรื่องเลยนะเทมส์แล้วเซย่
“คุณทำอะไรอยู่ก็รู้แก่ใจดีนะเซย่า อย่าให้ผมพดดีกว่าเพราะคนอย่างผมไม่พูดพล่อยๆโดยไม่มีหลักฐาน” กฤติธีมองสบตากับแฟนสาวเขาแค่อยากจบกันด้วยดีไม่อยากให้เธอเสื่อมเสียและอยากให้เธอเจอคนที่ใช่จริงๆ“ใครมันฟ้องเทมส์คะ หรือว่าเมียคุณ เซย่าถูกใส่ร้ายนะเทมส์ คุณต้องเชื่อเซย่านะเทมส์” ทิชาภรณ์กอดร่างใหญ่ไว้แน่นละล่ำละลั่กปฏิเสธและบอกว่าเธอถูกใส่ร้าย“ไม่มีใครใส่ร้ายคุณหรอกนะเซย่า ผมเอง ผมเห็นกับตาได้ยินกับหู”“ไม่จริง เซย่าไม่เชื่อ คุณอยากเลิกกับเซย่าเพื่อไปเอานังพั้นซ์ใช่มั้ยเทมส์” เซย่าผละออกแล้วตะเบ็งเสียงใส่แฟนหนุ่มใช้ความโกรธกลบเกลื่อนความผิดของตัวเอง“เซย่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพั้นซ์”“อ่อ ปกป้องมันหรือว่าคุณเอามันไปแล้วใช่มั้นเทมส์ เซย่าไม่ยอม ไม่ย้อม กรี๊ดด..” ทิชาภรณ์ทุบตีร่างใหญ่แล้วกรีดร้องเสียงดังเมื่อคิดว่าแฟนหนุ่มกับวธูนอนด้วยกัน“หยุดนะเซย่า” เสียงห้าวห้วนดังก้องเมื่อทิชาภรณ์เอาแต่ทุบตีเขาและกรีดร้องเหมือนคนบ้า“ไม่หยุด คุณทำอย่างนี้กับเซย่าได้ยังไงเทมส์ เซย่ารักคุณนะเทมส์..”“คนรักกันเขาไม่ทำแบบนี้หรอกเซย่า ถ้าคุณจำครั้งสุดท้ายที่เราพบกันได้คุณก็จะรู้ว่าวันนั้นคุณนัดโจอี้มาเอากันถ
จากนั้นสองสาวก็คุยกันเรื่องของกฤติธีกับวธูรวมไปถึงวางแผนว่าจะทำยังไงให้ทิชาภรณ์กับมาโดดเด่นมีชื่อเสียงเหมือนก่อนหน้าที่จะหนีอายไปอยู่เมืองนอกจนกระทั่งเย็นที่เธอรอโทรศัพท์จากแฟนหนุ่ม“ตู้ดดๆๆ..”“เทมส์โทรมาแล้วแก” ทิชาภรณ์ชูโทรศัพท์ขึ้นอย่างดีใจเมื่อเห็นเบอร์โทรของแฟนหนุ่ม“รับสายสิแก” ปิ่นมณีลุ้นให้เพื่อนรับสายของไฮโซหนุ่ม“เดี๋ยวก่อนสิแก ต้องเล่นตัวหน่อยก็เทมส์ให้ฉันรอมาเป็นวันแล้ว” ทิชาภรณ์มองโทรศัพท์แล้วยิ้มรอจนกระทั่งสายตัดไป“ถ้าเขาไม่โทรมาอีกล่ะเซย่า”“ต้องโทรมาแน่..”“ตู้ดดๆๆ..”“นี่ไงแก โทรมาแล้ว” ทิชาภรณ์ยิ้มให้เพื่อนก่อนจะกดรับสาย “ค่ะเทมส์”“คุณอยู่ไหนเซย่า มาเจอกันหน่อยสิ”“ได้ค่ะเทมส์ งั้นไปที่ไหนดีคะ ที่เพนท์เฮ้าส์ของคุณดีมั้ยคะ” เพราะเธอยังไม่เคยไปเพนท์เฮ้าส์ของเขา ส่วนมากจะไปแค่คอนโดของเขาเท่านั้น“ไปที่คอนโดดีกว่า” เขาไม่อยากเป็นข่าวเพราะมันกระทบถึงภาพลักษณ์ของเขาด้วยแต่มันเลี่ยงยากก็จะพยายามอย่างน้อยเขาก็มีสื่อในมือ“เทมส์มารับเซย่าหน่อยได้มั้ยคะ เซย่าไม่มีรถไปค่ะ”“เดี๋ยวผมให้พี่ครไปรับละกัน”“เทมส์คะ แค่มารับเซย่าก็ไม่ได้เหรอคะ”“คุณก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไรนะเซย่า อย่า







