共有

บทที่ 2 ตั้งใจรัก (1)

last update 公開日: 2026-10-22 15:44:36

เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่เยี่ยหนานซิงถูกเขากักขังเอาไว้ในห้อง การกระทำเช่นนี้ยิ่งทวีความโกรธแค้นในใจของหญิงสาวให้มีมากขึ้น

“ฮูหยิน บ่าวช่วยอาบน้ำให้ท่านนะเจ้าคะ”

รั่วหลานสาวใช้อายุสิบสี่เอ่ยเสียงสั่น ส่วนสหายข้างกันนามว่าเสี่ยวชุ่ยก็ยืนเกร็งจนรู้สึกมวนท้อง เพราะทุกคราที่พวกนางโผล่มามักจะถูกเยี่ยหนานซิงขว้างปาข้าวของไล่ตะเพิดตั้งแต่ยังไม่ยื่นเท้าเข้าในห้อง 

ทว่าหนนี้ไม่เหมือนอย่างทุกที เพราะพวกนางถูกองครักษ์หน้าตายอย่างม่อหรานดันหลังจนต้องมายืนหน้าซีดตัวสั่นที่ทางเข้า ซ้ำเขายังปิดประตูลั่นดาลข้างนอกเอาไว้

เด็กสาวทั้งสองกำมือแน่นด้วยความประหม่า ใบหน้าเล็กก้มงุดไม่กล้าสบตาแม้เพียงริ้วเดียว แผ่นหลังพวกนางเปียกโซมไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ อยู่ก็ตาย หนีก็ตาย ยามนี้ทำได้เพียงก้มหน้ารับชะตาที่กำลังเกิด

ว่ากันว่าฮูหยินท่านโหวเป็นคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูจากท่านปู่อย่างดีจนมีนิสัยเอาแต่ใจ หากทำสิ่งใดไม่ถูกใจนางก็เกรงจะโดนบีบคอจนได้ไปเกิดโลกหน้า ยิ่งเห็นข้อเท้าเล็กที่มีโซ่ทองคล้องเอาไว้พวกนางก็ยิ่งหวาดกลัว

ไม่รู้ฮูหยินผู้นี้แท้จริงเป็นคนเช่นไร เพราะท่านโหวถึงขั้นล่ามนางเอาไว้ประหนึ่งสัตว์เลี้ยง สาวใช้ทั้งสองยืนเกร็งสะท้าน รีบเสตาลงพื้นให้มากที่สุด

เยี่ยหนานซิงช้อนเปลือกตาที่อ่อนล้าขึ้นเนิบช้าพลางกวาดมองร่างบอบบางที่ยืนสั่นเป็นเจ้าเข้า นางแอบยิ้มเยาะตัวเองในใจ เจ็ดวันเต็ม ๆ ที่ถูกเขาขังเอาไว้เยี่ยงหมูเยี่ยงสุนัข เหตุใดชาติใหม่ช่างไร้ประโยชน์

ไร้ประโยชน์เสียจริง!

แววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยไอสังหารระริกสั่น ไม่นานม่านตาก็ขยายกว้าง

‘ไร้ประโยชน์อย่างนั้นหรือ? เหตุใดชาตินี้ข้าจะต้องทำตัวไร้ประโยชน์ด้วยเล่า’

ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มหนึ่งฝั่ง การใช้ไม้แข็งแบบไร้เหตุผลก็ดุจดั่งคนโง่เขลา หากนางไม่ลุกมาเปลี่ยนแปลงตัวเองก็คงเป็นได้แค่หญิงไร้ค่าดังเดิม

“พวกเจ้า…”

สองสาวสะดุ้งโหยง แม้น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจะแผ่วเบาหาใช่กรีดร้องโวยวาย แต่ก็อดใจหล่นวูบเป็นมิได้

“จะ…เจ้าค่ะ” ทั้งสองตอบกลับพร้อมกันด้วยน้ำเสียงกระอึกกระอัก

ปลายเท้าเปลือยหย่อนลงจากเตียงจนเสียงโซ่ขนาดใหญ่กระทบดังครืด สตรีทั้งสองแทบหลั่งน้ำตาพวกนางคุกเข่าลงเดี๋ยวนั้น

“ฮูหยินโปรดอภัยพวกบ่าวด้วย ท่านโหวเป็นห่วงท่านจึงส่งพวกเรามาปรนนิบัติท่าน เรามิได้มีเจตนาล่วงเกินฮูหยินเจ้าค่ะ” เสี่ยวชุ่ยกล่าวเสียงสั่น

มือเล็กหยาบกร้านกำกระโปรงผ้าป่านสีอ่อนบนหน้าตักจนเกิดรอยยับย่น เหงื่อแตกพลั่กจนเปียกชุ่มไปทั้งฝ่ามือ ดวงตาแดงก่ำพร้อมปล่อยโฮได้ทุกเมื่อ 

ขาเสลาก้าวตรงเข้ามา ร่างระหงย่อกายลงตรงหน้าพวกนาง มือเรียวที่บัดนี้ผอมลงมากจากการอดอาหารช้อนปลายคางสตรีทั้งสองขึ้นอย่างพร้อมเพรียง เพราะถูกบีบบังคับให้แหงนหน้าขึ้น พวกนางจึงแทบมิกล้าหายใจ เปลือกตายังคงหลุบต่ำอยู่เช่นนั้น 

เยี่ยหนานซิงยิ้มเยาะ “จะปรนนิบัติข้าก็ย่อมได้ แต่ข้าเกลียดน้ำตาและคนอ่อนแอ หากพวกเจ้าไร้ความสามารถก็ไสหัวออกไปเสียเถอะ”

เปลือกตาที่หลุบลงค่อย ๆ เบิกขึ้น “พวกเราหาได้มีเจตนาร้ายต่อฮูหยิน เต็มใจรับใช้ฮูหยินจนตัวตายเจ้าค่ะ” รั่วหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ 

เยี่ยหนานซิงเหยียดยิ้ม รอยยิ้มที่สลักออกมานั้นราวกับเคลือบไปด้วยพิษร้ายแรง สตรีสองนางถึงกับสันหลังเย็นวาบ 

“อย่างนั้นก็ดี… ในเมื่อพวกเจ้าถูกส่งตัวมาให้ข้าแล้ว ย่อมเป็นคนของข้า ถูกต้องหรือไม่”

“แน่นอนเจ้าค่ะ” เสี่ยวชุ่ยรีบผสมโรง ทำอย่างไรก็ได้ให้ฮูหยินท่านโหวพอใจที่สุด

“ข้าไม่ชอบอ้อมค้อม” มือเรียวคว้าปิ่นทองบนศีรษะลงมา

รั่วหลานตาเบิกกว้าง ส่วนเสี่ยวชุ่ยใจเต้นแรงจนแทบกระโจนออกมานอกอก ว่ากันว่าปลายแหลมคมของปิ่นสามารถปลิดชีพคนตายได้เพียงชั่วพริบตา

“ฮะ…ฮูหยินเจ้า…” รั่วหลานลนลาน

เยี่ยหนานซิงยิ้มเย็นยะเยือก “ไม่ต้องกลัว หากพวกเจ้าไม่ทรยศข้า เจ้าทั้งสองจะต้องมีชีวิตที่ดี แต่ถ้าไม่…” หญิงสาวใช้ปลายนิ้วโป้งลูบปลายแหลมคมของปิ่นทองในมือเป็นการข่มขู่

เสี่ยวชุ่ยกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พวกนางคล้ายจะคาดเดาสถานการณ์ตรงหน้าออกแล้ว จากนั้นพร้อมใจโขกศีรษะลงต่ำจนเกิดเสียงดัง 

“พวกเราสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อฮูหยินเพียงผู้เดียว ไม่มีวันทรยศท่านอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ หากพวกเรากล้าคิดคดขอให้ชาตินี้ไม่ตายดี” เสียงเล็กประสานกันด้วยความประหม่า

เยี่ยหนานซิงยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ ชาติที่แล้วไม่มีบ่าวรับใช้คนไหนจริงใจต่อนางสักคน ยิ่งได้รู้ว่าหลินเซวียนโปรดปรานอนุผู้นั้นมากกว่านาง เยี่ยหนานซิงก็ถูกสายตาบ่าวไพร่เหล่านั้นมองหมิ่นโดยตลอด ทั้งที่นางเป็นถึงลูกขุนน้ำขุนนางแต่กลับกล้าใช้สายตาน่ารังเกียจมาดูแคลนนาง

นึกไม่ถึงว่าชาตินี้หลินเซวียนจะส่งสาวรับใช้ที่ดูไร้เดียงสามาให้ถึงสองคน บางทีนี่อาจเป็นอุบายส่งสายลับมาไว้ข้างกายนาง ทว่าเป็นสายลับแล้วอย่างไร เช่นนั้นนางก็จะซื้อตัวสายลับของเขามาเป็นของนางให้หมด!

เยี่ยหนานซิงจับมือเล็กสากไว้คนละฝั่ง พวกนางต่างหลับตาแน่นเพราะคิดว่าชะตาขาดแน่ ทว่าใจที่เต้นโครมใหญ่กลับสงบลงช้า ๆ เมื่อไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด มีเพียงบางอย่างที่กำลังสั่นไหวบนศีรษะตน 

ครั้นช้อนเปลือกตาขึ้นก็พลันสบประสานกับนัยน์ตาคู่สวย ไอสังหารที่มีเริ่มเบาบาง เมื่อลองคลำบางอย่างที่ถูกปักไว้บนศีรษะ สาวใช้สองนางก็ต่างตื่นตะลึง 

“ฮูหยิน นี่มันล้ำค่าเกินไปเจ้าค่ะ พวกเราคงรับไว้ไม่ไหว” รั่วหลานละล่ำละลักเพราะรู้ดีว่าของสิ่งนั้นต้องเป็นปิ่นทองที่อีกฝ่ายเพิ่งถอดมาจากศีรษะตนเองไม่ผิดแน่ 

เสี่ยวชุ่ยเองก็พยักหน้าหงึกหงักเพื่อสำทับคำพูดสหาย 

“พวกเจ้ารับไว้เถอะ เพราะข้าไม่ได้ให้เปล่า ในเมื่อเป็นคนของข้าแล้ว ก็ต้องทำงานให้กับข้า หากซื่อสัตย์จริงใจข้าจะเลี้ยงดูพวกเจ้าอย่างดี”

ความประหม่าที่มีก่อนหน้าค่อย ๆ พังลง ทว่ามันยังมิได้สลายไปเสียทีเดียว ถึงอย่างไรสาวใช้ชีวิตต้อยต่ำก็หาได้มีทางเลือกมากนัก ถ้าเจ้านายสั่งให้ไปตาย พวกนางก็ต้องตาย ถ้าเจ้านายสั่งให้มีชีวิตอยู่พวกนางก็ห้ามตาย 

รั่วหลานและเสี่ยวชุ่ยสบตากันอย่างรู้ใจ เสียงเล็กรีบตอบรับโดยพร้อมเพรียง “ขอบคุณฮูหยินที่เมตตาเจ้าค่ะ!!” 

มือเรียวนุ่มลูบผมเด็กสาวทั้งสองด้วยความอ่อนโยน ริมฝีปากอิ่มคล้ายยิ้มแต่ไม่ยิ้ม ในเมื่อกลายเป็นคนของนางแล้ว หากตายเป็นผีพวกนางก็ต้องเป็นผีของเยี่ยหนานซิงเท่านั้น

“มาเถอะ จะปรนนิบัติข้าไม่ใช่หรือ” หญิงสาวยืดกายเต็มความสูง พลางอ้าแขนทั้งสองออกจนกว้าง หากแต่สิ่งที่ทำให้คิ้วของนางเคลื่อนเข้าหากันอีกคราก็คงเป็นโซ่เจ้าปัญหาบนข้อเท้านี่เอง

เด็กสาวทั้งสองกุลีกุจอลุกขึ้น จากนั้นเร่งมือช่วยกันถอดชุดซับสีแดงออกจากเรือนร่างระหง

“พวกเจ้านามว่าอะไร”

“บ่าวรั่วหลานเจ้าค่ะ”

“ส่วนบ่าวเสี่ยวชุ่ยเจ้าค่ะ”

“เสี่ยวชุ่ย”

“เจ้าคะ!?” เสี่ยวชุ่ยสะดุ้งโหยงเมื่อตนเป็นผู้ถูกเลือก

น้ำเสียงนายหญิงแม้ฟังรื่นหูเพราะพริ้งแต่กลับประหนึ่งถูกฝังด้วยใบมีดน้ำแข็ง

“พวกเจ้าทำตัวให้ผ่อนคลายเถอะ เป็นเช่นนี้ข้าชักอึดอัด”

“เจ้าค่ะ” เสี่ยวชุ่ยเร่งรับคำ

รั่วหลานก็พยักหน้ารับเรื่องเช่นเดียวกัน 

จะมิให้เกร็งเลยก็คงดูแปลก เพราะเยี่ยหนานซิงเองก็อยู่ในรูปแบบไม่สนหน้าไหน ดังนั้นด้านที่นางกำลังเผยออกมา ก็คือหญิงสาวที่เย็นชาไร้หัวใจ น่ากลัวเสียจนคนอยู่ใกล้หายใจไม่อิ่ม 

เสี่ยวชุ่ยกลืนน้ำลายจนคอขยับ นางเอ่ยถามเสียงแผ่ว “ฮูหยินมีสิ่งใดให้บ่าวรับใช้เจ้าคะ”

“ช่วยหยิบกระดาษกับพู่กันมาให้ข้าที”

“เจ้าค่ะ”

เสี่ยวชุ่ยรีบทำตามความประสงค์นายหญิงทันควัน การอาบน้ำจึงพักเช่นนั้นชั่วคราว รั่วหลานอาสาทำหน้าที่ช่วยฝนหมึก เยี่ยหนานซิงเห็นวิธีการฝนหมึกของอีกฝ่ายก็รู้ทันทีว่านางต้องเป็นคนที่เคยผ่านการอ่านเขียนมาก่อน

“รั่วหลาน เจ้าเขียนหนังสือได้หรือ”

รั่วหลานสะดุ้งโหยง 

เยี่ยหนานซิงจ้องเขม็ง 

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • กลวิธีหลบหนีสามีตัวร้าย   บทที่ 2 ตั้งใจรัก (1)

    เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่เยี่ยหนานซิงถูกเขากักขังเอาไว้ในห้อง การกระทำเช่นนี้ยิ่งทวีความโกรธแค้นในใจของหญิงสาวให้มีมากขึ้น“ฮูหยิน บ่าวช่วยอาบน้ำให้ท่านนะเจ้าคะ”รั่วหลานสาวใช้อายุสิบสี่เอ่ยเสียงสั่น ส่วนสหายข้างกันนามว่าเสี่ยวชุ่ยก็ยืนเกร็งจนรู้สึกมวนท้อง เพราะทุกคราที่พวกนางโผล่มามักจะถูกเยี่ยหนานซิงขว้างปาข้าวของไล่ตะเพิดตั้งแต่ยังไม่ยื่นเท้าเข้าในห้อง ทว่าหนนี้ไม่เหมือนอย่างทุกที เพราะพวกนางถูกองครักษ์หน้าตายอย่างม่อหรานดันหลังจนต้องมายืนหน้าซีดตัวสั่นที่ทางเข้า ซ้ำเขายังปิดประตูลั่นดาลข้างนอกเอาไว้เด็กสาวทั้งสองกำมือแน่นด้วยความประหม่า ใบหน้าเล็กก้มงุดไม่กล้าสบตาแม้เพียงริ้วเดียว แผ่นหลังพวกนางเปียกโซมไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ อยู่ก็ตาย หนีก็ตาย ยามนี้ทำได้เพียงก้มหน้ารับชะตาที่กำลังเกิดว่ากันว่าฮูหยินท่านโหวเป็นคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูจากท่านปู่อย่างดีจนมีนิสัยเอาแต่ใจ หากทำสิ่งใดไม่ถูกใจนางก็เกรงจะโดนบีบคอจนได้ไปเกิดโลกหน้า ยิ่งเห็นข้อเท้าเล็กที่มีโซ่ทองคล้องเอาไว้พวกนางก็ยิ่งหวาดกลัวไม่รู้ฮูหยินผู้นี้แท้จริงเป็นคนเช่นไร เพราะท่านโหวถึงขั้นล่ามนางเอาไว้ประหนึ่งสัตว์เลี้ยง สาวใช้ทั้งส

  • กลวิธีหลบหนีสามีตัวร้าย   บทที่ 1 สามีชั่วช้า (2)

    หลินเซวียนเห็นประกายแห่งความเกลียดชังสะท้อนออกมาจากแววตางดงามคู่นั้น นางมิได้กล่าวโกหก หัวใจของโหวหนุ่มกระตุกวูบ ก่อนจะแสร้งยิ้มกลบเกลื่อน“อยู่กันไปเดี๋ยวก็รักกันเอง”“ข้าไม่มีทางรักท่าน”“แน่ใจหรือ”“…”มือเล็กกำหมัดแน่นจนไหล่สะท้าน แค่จ้องหน้าเขานาน ๆ นางก็อยากสำรอก เหตุใดเขาถึงได้มีนิสัยดื้อด้านเยี่ยงนี้ หน้าหนายิ่งกว่าหนังรองเท้า ชาติก่อนนางไม่เคยรู้เลย…ไม่สิ!นางแทบไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาด้วยซ้ำ ที่แท้เขาก็เป็นประเภทปากมันลิ้นลื่น หาใช่พี่ชายผู้อ่อนโยนหรือท่านโหวผู้หล่อเหลาองอาจที่นางเคยหลงโง่งมรักปักใจอีกต่อไป“ข้าขอยืนยันคำเดิม ท่านกับข้า เราหย่ากันเถอะ”หลินเซวียนถอนหายใจ “อยากหย่าก็ย่อมได้ แต่รอข้าตายก่อน”“ท่าน!”“มาเถอะ” เสียงทุ้มตัดบทมือหยาบกร้านคว้าจอกสุราเอาไว้ เขารินน้ำสีใสลงไปในจอกสีแดงเนิบนาบ“พิธีเข้าหอของเรายังไม่เสร็จ” เปลือกตาคมเข้มช้อนขึ้นแช่มช้า ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มแพรวพราว “ฮูหยิน มาดื่มสุรามงคลกับข้าก่อน”อารมณ์ของเขากับนางต่างกันคนละขั้ว อีกคนทำท่าราวกับยืนท่ามกลางหุบเขาน้ำแข็ง ส่วนอีกคนร้อนดั่งเหยียบอยู่บนกระทะน้ำมันเดือด“ท่านโหว เกรงว่าท่านคงมี

  • กลวิธีหลบหนีสามีตัวร้าย   บทที่ 1 สามีชั่วช้า (1)

    กำยานไม้กฤษณาส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วทั้งห้องหอสีชาด เสียงลมหายใจแว่วปะทะกับบรรยากาศเงียบงันโดยรอบ‘นี่มัน…กลิ่นยมโลกหรือ?’คิ้วสวยขมวดแน่นด้วยความฉงน เท่าที่นางเคยได้ยินมา มิใช่ว่าวิญญาณจะต้องสูญเสียสัมผัสทั้งเจ็ดไปหรือ เหตุใดยามนี้จึงรู้สึกว่ากลิ่นไม้กฤษณาจึงชัดเจนนัก ซ้ำยังคุ้นเคยราวกับว่าชินกลิ่นชนิดนี้มานาน‘ซิงเอ๋อร์ ไม่เป็นไรแล้ว ตื่นเถอะลูก’‘ใคร เสียงใคร?’‘ซิงเอ๋อร์ ตื่นแล้วจงใช้ชีวิตให้ดีนะลูก’‘ท่านแม่หรือ ท่านแม่เหตุใดข้ามองไม่เห็นท่าน’‘ซิงเอ๋อร์ แม่จะมองดูเจ้าเสมอ แม่รักลูกนะ’“เฮือก… ท่านแม่!”เปลือกตาที่ปิดแน่นเปิดขึ้นทันควัน เยี่ยหนานซิงหลุบตามองลอดปราการผ้าลงไปก็มองเห็นปลายนิ้วเรียว หญิงสาวกำมือเข้าหาตนแล้วก็คลายออกแช่มช้า ทำเช่นนั้นซ้ำ ๆ กระทั่งแน่ใจ...“ฝัน ข้าฝันหรอกหรือ?”นัยน์ตาหงส์สังเกตเห็นชายเสื้อสีแดงปักด้วยดิ้นไหมสีทองลายมงคล อกซ้ายพลันกระเพื่อมถี่ด้วยความตื่นตระหนก พลางกวาดสายตาถัดลงไปยังเป็นรองเท้าหุ้มข้อปักลวดลายดอกหมู่ตานล้อมด้วยไข่มุกสีขาวกระจ่างงดงามสะดุดตานางจำได้ดี… รองเท้าคู่นี้นางปักเองกับมือ ซ้ำยังเป็นรองเท้าที่ตั้งใจปักเพื่อเอาไว้ใช้ในงานมงคลของตนเ

  • กลวิธีหลบหนีสามีตัวร้าย   บทนำ เลือกหนึ่งชีวิต

    ราตรีกาลอันแสนมืดมิด ถูกปกคลุมด้วยกลุ่มหมอกสีจาง เป็นเวลาอันดีที่เหล่ามือสังหารจะออกทำภารกิจ จวนโหวตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ หากแต่ฝีเท้านับสิบกำลังมุ่งตรงไปยังเรือนฝั่งตะวันตกฟิ้ว…ฉึก!อั๊ก!หน่วยอารักขาเฝ้ายามถูกลอบสังหารไม่ทันตั้งตัว ก่อนสติของเขาจะปลิดปลิวหาย ชายหนุ่มก็รีบคว้ากระบอกส่งสัญญาณออกมาจากสาบเสื้อ ฝ่ามืออันสั่นเทาดึงเชือกที่ปลายกระบอกด้วยแรงเฮือกสุดท้าย“อย่าให้เขาดึง!”ฟิว….ลำแสงจากปลายกระบอกพุ่งฉิวขึ้นเหนือผืนฟ้า พริบตาก็แตกกระจายเป็นประกายไฟสว่างวาบปัง!พร้อมเสียงดังสนั่นที่ปลุกให้คนในเรือนแตกตื่น“บัดซบ!”มือสังหารในชุดพรางกายสีดำทะมึนสบถหัวเสีย ฝีเท้าที่กรูเข้ามาต่างหยุดชะงัก“มีผู้บุกรุก!”ตึง ตึง ตึง…บรรดาหน่วยอารักขาที่ได้ยินเสียงกลองเตือนภัยต่างกระวีกระวาดออกจากที่ซ่อนตัว พวกเขากรูเข้ามาบีบวงล้อมเพื่อขังเหล่าชายฉกรรจ์ในชุดสีดำเอาไว้ ในมือทั้งสองฝ่ายกระชับอาวุธด้วยความพรั่งพร้อม เสียงลมหายใจหอบแข่งกับเสียงสายลมที่ดังหวีดหวิว ไม่นานฉากสังหารก็ถูกเปิดขึ้น เคร้ง!โลหะสีเงินกระทบกันสนั่นหวั่นไหว ขณะที่หลายครัวเรือนกำลังหลับใหล จวนโหวกลับลุกเป็นไฟร้อนระอุ “ท่า

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status