LOGINมีนาเงยหน้าขึ้นมองอินทัชด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด พ่อเลี้ยงอินทัชคงจะรู้สึกโกรธเคืองที่เธอกับลูกเลี้ยงของเขาปิดบังเรื่องสำคัญขนาดนี้เอาไว้ จึงเอ่ยถามด้วยความรู้สึกผิด
“พ่อเลี้ยงโกรธหนูหรือเปล่าคะ” มีนาถามเสียงแผ่วเบา อินทัชยิ้มบางๆ ที่มุมปาก
“ไม่หรอก ฉันจะไปโกรธหนูทำไม...หืม์!!! ตรงกันข้ามฉันรู้สึกเห็นใจหนูต่างหาก ที่หนูต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้”
“ขอบคุณค่ะ” มีนากล่าวด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ เธอไม่เคยได้รับความเมตตาจากใครขนาดนี้มาก่อน
“แล้วหนูยังรักนพดลอยู่หรือเปล่า” อินทัชถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย มีนาส่ายหน้าเบา ๆ
“หนูเลิกตาบอดนานแล้วค่ะ เขาไม่เคยปกป้องอะไรหนูได้เลย ลูกแหง่...อย่างนพดลยังไม่โตพอที่จะรับผิดชอบชีวิตใครหรอกค่ะ เพราะเขาเอาแต่เชื่อฟังแม่ของเขาอยู่ฝ่ายเดียว” อินทัชพยักหน้าอย่างช้าๆ ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม
“ถามหน่อย หนูอายุเท่าไหร่แล้ว” อินทัชถามพลางมองสำรวจเรือนร่างของมีนา คืนนี้เธอสวมเสื้อชุดนอนซาตินสีขาวขาวบางเบาและกางเกงขาสั้นผ้าซาตินตัวใหญ่ที่เขาตั้งใจซื้อให้เธอใส่จะได้ไม่อึดอัด เพราะแผลผ่าตัดเธอยังไม่หายดี แต่ชุดนอนที่เรียบง่ายกลับเผยให้เห็นเรือนร่างที่บอบบางแต่มีส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างชัดเจน และนั่นทำให้เขารู้สึกหลงใหลในตัวเด็กสาวตรงหน้าอย่างไม่รู้ตัว
“พ่อเลี้ยงอยากรู้ไปทำไมเหรอคะ” มีนาถามกลับด้วยความสงสัย แต่แววตาที่สบกันทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง
“อยากรู้ว่าหนูกับพจน์ใครอายุมากกว่ากัน” อินทัชตอบพร้อมกับรอยยิ้ม พลางจ้องหน้าแดงระเรื่อของเธอ
“ปีนี้หนูย่าง 22 แล้วค่ะ”
“เพิ่งจะ 22 เองเหรอ” อินทัชย้ำ เมื่อรู้สึกถึงความแตกต่างในเรื่องอายุของตนเองกับเด็กสาว
“ก็อายุพอ ๆ กับพจน์เลยนี่”
“ค่ะ...แต่หนูอายุมากกว่าพจน์เค้าหนึ่งปี”
“หนูเรียนอยู่หรือทำงานแล้ว”
“ก็เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยค่ะ แต่พอรู้ว่าตัวเองพลาดตั้งท้องกับแฟน หนูก็ดรอปเรียนไปเลย” เธอตอบเสียงแผ่ว
“แล้วอยากเรียนต่อไหม”
“ก็อยากนะคะ ถ้ามีโอกาส เก็บไม่อีกกี่หน่วยกิตหนูก็จบแล้ว”
“แล้วพ่อกับแม่ของหนูล่ะ”
“หนูเป็นแค่เด็กกำพร้าค่ะ หนูอาศัยหาเงินส่งตัวเองเรียน” คำตอบของเธอทำให้หัวใจของอินทัชกระตุกวูบอย่างแรง เขาไม่คิดว่าเด็กสาวตรงหน้าจะต้องแบกรับความลำบากมากมายขนาดนี้
“หนูคงลำบากมากเลยสินะ” อินทัชถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสารและความเห็นใจ แต่ลึกๆ แล้วความรู้สึกนั้นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความหลงรักอย่างเงียบงันโดยที่เขาเองก็ยังไม่รู้ตัว
“ก็สุดๆ ค่ะ หนูรับงานทุกอย่าง ยกเว้นขายตัว” คำตอบนั้นทำให้หัวใจของอินทัชกระตุกวูบอย่างแรง และนั่นก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกเห็นใจเธอมากยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่า ความสงสารที่เคยมีในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรัก... อย่างที่เขาไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน
คืนนั้นเอง หลังจากที่มีนาเข้านอนไปได้สักพักใหญ่ ๆ น้ำนมที่คั่งค้างทำให้เธอนอนกระสับกระส่ายไปมาอย่างทรมาน ก่อนที่เด็กสาวจะรู้สึกถึงความหนาว ๆ ร้อน ๆ ที่เข้าจู่โจมร่างกายสลับกันไปมาดุจเปลวเพลิงที่กำลังเผาผลาญเธอให้มอดไหม้ลงอย่างช้า ๆ
มีนาสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึกพร้อมกับความเจ็บปวดที่แล่นไปทั่วทรวงอก สองมือเรียวบางเอื้อมไปปลดตะขอชุดชั้นในออก ก่อนจะสัมผัสเต้านมอวบที่หนักอึ้งและแข็งเป็นไต
มีนาติดกระดุมชุดนอนผ้าซาตินสีขาวบางเบาเพื่อปกปิดทรวงอกอวบใหญ่ ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เธอก้าวมายืนอยู่หน้าห้องนอนของอินทัช พ่อเลี้ยงหนุ่มนอนหลับอยู่บนเตียงอย่างสงบ ท่ามกลางความเงียบงัน มีนาตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวเคาะประตูห้องนอนของเขา เพื่อขอความช่วยเหลือ
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...
ไม่นานนักเมื่ออินทัชได้ยินเสียงเคาะห้องก็ตื่นขึ้นจากการหลับใหล เขารีบเปิดไฟห้องนอนจนสว่าง ก่อนจะรีบเดินออกมาเปิดประตู แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดและเหงื่อที่ผุดพรายของมีนา ฉับพลันความงัวเงียของเขาก็หายไป
“มีนา....หนูเป็นอะไร!!!” อินทัชถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย
“หนู... หนูไม่ไหวแล้วค่ะ ไม่รู้เป็นไรมันร้อนหนาว ๆ แล้วปวดเต้านมไปหมดเลย” มีนาพูดเสียงสั่นเครือ อินทัชรีบประคองร่างเด็กสามเข้ามานั่งในห้อง เขารับรู้ได้ถึงความร้อนรุ่มในร่างกายของเธอ ก่อนจะเห็นน้ำตาคลอเบ้าของเด็กสาว และความทรมานที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้า
มีนาในชุดในชุดนอนบางเบาที่ไม่มีบราสวมอยู่ด้านใน เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มที่เต่งตึงหนักอึ้งและหยาดน้ำนมที่ซึมเป็นดวง ๆ กระจายอยู่เต็มเนื้อผ้า ยอดปทุมถันสีชมพูเรื่อที่ชูชันท้าทายสายตาของพ่อเลี้ยงหนุ่ม จนเขาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“สงสัยหนูจะน้ำนมคัดแล้วล่ะ ดูสิ!!!! มันซึมออกมาเต็มเลย” เขาเอ่ยเสียงพร่า แต่สายตาก็อดไม่ได้ ที่จะจ้องมองไปยังยอดปทุมถันสีชมพูเรื่อของเด็กสาว
“ต้องเอาน้ำนมที่คัดออก หนูถึงจะหายปวด”
“มันเจ็บไปหมดเลยค่ะ...” มีนาครางบอกเสียงแผ่วเบาพร้อมแสดงสีหน้าเจ็บปวด อินทัชมองเด็กสาวด้วยความสงสาร ก่อนจะตัดสินใจช่วยเหลือมีนาอย่างไม่ลังเล เขาพอจะรู้วิธีบรรเทาความเจ็บปวดที่เธอกำลังเผชิญอยู่
ตอนที่ 33 ตอนจบหนึ่งเดือนต่อมา ณัฐกิตติ์ยังคงกักขังศรุตาเอาไว้ในบ้านของเขา ในฐานะนางบำเรอที่เขาต้องการเมื่อไหร่ ก็จะลากเธอขึ้นเตียงทันที เพื่อระบายทั้งความแค้นและความใคร่ แต่ระยะหลัง ๆ มานี้ ความใกล้ชิดก็ยิ่งทำให้ทั้งคู่ต่างก็มีใจให้กันโดยไม่รู้ตัว สถานะของทั้งคู่จึงเปลี่ยนไปจากศัตรูกลายเป็นคู่รักณัฐกิตติ์หลงรักศรุตาอย่างหมดใจ จนยอมจ้างนักสืบฝีมือดีให้ไปสืบเรื่องราวในอดีตของเธอทั้งหมด และความจริงที่ได้รับรู้ก็ทำให้หัวใจแกร่งของเขาต้องสั่นคลอนนักสืบรายงานว่าในอดีตยายเลี้ยงที่ใจร้ายได้ขายศุรตาให้กับเสี่ยสุชาติ ตั้งแต่เธอยังเป็นเด็กสาววัยเพียง 15 ปี และเธอก็ตั้งท้องในเวลาต่อมากับเสี่ยสุชาติ ซึ่งตอนนั้นเสี่ยสุชาติก็กำลังอยากได้ลูกชายอยู่พอดี และเห็นว่าศรุตามีลูกชายกับเขาได้ จึงไม่ยอมขายเธอไปและเลี้ยงดูเธอเป็นอย่างดี หลังจากนั้นศรุตาก็จำใจต้องเอาใจเสี่ยสุชาติเพื่อความอยู่รอด ณัฐกิตติ์ได้ฟังเรื่องราวของเธอก็รู้สึกเจ็บปวดและสงสาร ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจเขาที่เคยทำร้ายจิตใจเธออย่างแสนสาหัส เขาจึงรีบโทรหาอินทัชเพราะอยากให้เพื่อนให้อภัยศรุตา“ฉันว่าแล้ว ยังไงแกก็ต้องใจอ่อนกับเธอสักวัน” อิ
ตอนที่ 32 ซาตานไร้หัวใจ NCณัฐกิตติ์รีบถอดเสื้อชุดนอนตามด้วยกางเกง ก่อนจะยื่นแท่งรักอันยาวใหญ่มาที่ริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ“เอาเข้าปากซะ...ถ้าไม่อยากตาย” ศรุตาอ้าปากแต่เขาไม่ทันใจ จึงใช้มือบีบปากเธอและยัดความใหญ่ยาวเข้าไปอย่างรุนแรง“อ๊อก ๆๆ” ศรุตาถึงกับสำลักความใหญ่โตที่อัดลงมาบริเวณคอหอย“เบา ๆ สิ จะฆ่ากันรึไง” หม้ายสาวโวยวาย“อมดี ๆ อย่ากัดนะ...ดูดแรง...อย่างนั้นแหละ” เขาออกคำสั่ง“ขอท่าหกเก้า” ณัฐกิตติ์เสนอ“ไม่ๆๆๆ” ศรุตาโวยวาย“อย่าคิดว่าผมหยิบปืนมาขู่คุณไม่ได้นะ” เขาขู่พร้อมกับจัดการตัวเองและเรือนร่างของเธอให้อยู่ในท่าที่ต้องการ“อะ..อร๊ายยย...อื้ยยย...อย่าดูดแบบนั้นสิ” เธอกรีดร้องด้วยความทรมาน แต่มันไม่ใช่ความเจ็บปวด“ขอเสียบเลยละกัน ผมไม่ไหวแล้ว” ณัฐกิตติ์บอกพร้อมกับจากร่างของเธอให้มานอนหงายในท่าปกติ ก่อนจะใช้แท่งรักสอดแทรกเข้ามาในตัวเธอ“อะ..อร๊ายยย...ใส่ถุงด้วย” เธอยังคงร้องโวยวาย“ถ้าใส่ถุงผมจะเย็.ดคุณต่อจากนี้อีกสามชั่วโมง...แต่ถ้าไม่ใส่ละก็...อีกครึ่งชั่วโมงผมก็เสร็จ...เอาไง!!!” ณัฐกิตติ์ยื่นข้อเสนอที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้“คุณแน่ใจได้ไงว่าฉันจะไม่เป็นโรค” ศรุตาขู่“ผมแน่ใจ...
ตอนที่ 31 อาญาสวาท NC“ออกมา! แต่อย่าตุกติกนะ” ณัฐกิตติ์ลากศรุตาขึ้นมาบนห้องนอนของเขา ก่อนจะหยิบโซ่ที่เตรียมไว้ออกมา“นี่จะเอาโซ่มาทำไม” ศรุตาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“ก็ล่ามคุณไง” ณัฐกิตติ์ตอบเรียบ ๆ“ฉันไม่ใช่นักโทษนะ บอกมาสิ ฉันไปทำอะไรให้คุณ”“อยากรู้จริง ๆ เหรอ”“อยากรู้...เพราะเราไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน คุณต้องเข้าใจอะไรฉันผิดแน่ ๆ ““คุณฆ่าลูกของผมตาย” ณัฐกิตติ์พูดด้วยเสียงเรียบ“ฉันเนี่ยนะ!!!...ไปฆ่าลูกของคุณตาย ตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ...ฉันไม่เห็นจะรู้เรื่องอะไร...เกิดมาฉันยังไม่เคยฆ่าใครตายด้วยซ้ำ คุณพามาผิดตัวแล้ว” ศรุตาพยายามอธิบาย“คุณมันผู้ร้ายปากแข็ง” เขาพูดอย่างไม่เชื่อ“แต่ก็ไม่เป็นไร...คืนนี้ผมจะทำให้คุณเปิดปากเอง ถอดเสื้อผ้าของคุณออกซะ”“ให้ฉันสาบานที่ไหนก็ได้ ฉันไม่ได้ฆ่าลูกของคุณจริง ๆ”“เรื่องนั้นผมจะให้คุณแก้ตัววันหลังก็แล้วกัน แต่ตอนนี้ คุณแก้ผ้าออกซะ”“ล่ามโซ่ที่ขาฉันแบบนี้ ฉันไม่ถนัดหรอกนะ ปล่อยฉันก่อนสิ แล้วฉันจะยอมคุณ” เมื่อการข้อร้องอ้อนวอนไม่ได้ผล เธอจึงเปลี่ยนมาใช้มารยาหญิง“ผมปลดให้ก็ได้ แต่อย่าคิดหนีก็แล้วกัน ไม่งั้นคุณได้เหลือแต่ชื่อแน่ แล้วผมก็จะ
ตอนที่ 30 ลักพาตัวศรุตาพยายามควานหาโทรศัพท์ของตัวเองในกระเป๋าสะพายอีกครั้ง เธอพยายามค้นหาตามช่องต่าง ๆ เพื่อจะโทรแจ้งความ แต่ก็หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ ซึ่งเธอก็หาแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว“ต่อให้คุณเทกระเป๋าออกมาทั้งหมด คุณก็หาสิ่งที่คุณต้องการไม่เจอหรอก...” ณัฐกิตติ์บอกด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน แววตาของเขาช่างเจ้าเล่ห์จนเธอรู้สึกหวาดกลัว“มันหายไปไหนว่ะเนี่ย...โว้ยย!!” เธอบ่นอุบเมื่อหามือถือและกระเป๋าสตางค์ใบเล็ก ๆ ของตัวเองไม่พบ ก่อนจะโยนกระเป๋าของตัวเองทิ้งในรถอย่างไม่ไยดี เมื่อไม่มีทั้งเงินและโทรศัพท์ เธอก็หมดหนทางหนี ศรุตาพยายามจะเปิดประตูรถ แต่ทุกอย่างก็ถูกล็อคจากฝั่งคนขับ แม้กระทั่งกระจกเธอก็เปิดมันไม่ออก“คุณหาของพวกนี้อยู่หรือเปล่าครับ” ณัฐกิตติ์หยิบโทรศัพท์พร้อมกระเป๋าสตางค์ใบเล็ก ๆ ของเธอขึ้นมาอวด“เอาของฉันมานะ พวกแกมันไอ้พวกมิจฉาชีพ!!!” ศรุตากำลังพยายามแย่งโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ของเธอที่อยู่ในมือของณัฐกิตติ์ จนทำให้รถเสียการควบคุม แถมเธอยังยื้อแย่งพวงมาลัย เพื่อที่จะให้เขาจอดรถ“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!! คุณอยากตายรึไง!!!” เขาพูดเสียงเข้มพร้อมกับหักพวงมาลัยหลบรถที่เกือบจะพุงเข้าไปชนได้อย่าง
ตอนที่ 29 รับช่วงต่อเมื่อเห็นว่าเพื่อนรักปลดปล่อยความสุขออกมาจนหมดสิ้น อินทัชก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ เขาหยุดการบันทึกวิดีโอเอาไว้แค่นั้น ก่อนจะเข้าไปกอดและปลอบประโลมภรรยาที่กำลังเหนื่อยหอบอย่างอ่อนแรงอยู่บนเตียง“หนูเอากับพี่ต่อไหวไหม” เขาถามแกล้งถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ ก่อนยิ้มให้เธอ“หนูไม่ไหวแล้วค่ะพี่อิน” มีนาบอกพร้อมกับซบใบหน้าลงบนหน้าอกของสามี“กลับไป....พี่ค่อยเอาหนูได้มั้ยคะ”“ไม่เป็นไร บัวตองนอนอยู่ที่ห้องเรา หนูจะโกรธพี่มั้ย ถ้าพี่จะบอกว่าพี่มีอะไรกับบัวตองเค้าแล้ว” เขาสารภาพผิด แต่มีนาก็รู้เรื่องนี้จากปากของณัฐกิตติ์แล้ว จึงไม่ได้โกรธอะไร“ถือว่าเราหายกันนะคะ แต่พี่ต้องรับผิดชอบบัวตองนะคะ ชีวิตเธอดูน่าสงสารออก” มีนากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงจัง“ได้สิ” อินทัชตอบเสียงหนักแน่น ก่อนจะรีบบอก“บัวตองก็โดนไอ้นพดลมันวางยาปลุกเซ็กซ์เหมือนกันกับหนูนั่นแหละ พี่ก็เลยต้องช่วยเธอ” เขาพยายามอธิบายให้มีนาเข้าใจบัวตองมากที่สุด เพราะในอนาคตทั้งสองอาจจะต้องอยู่บ้านเดียวกัน“พี่ไม่จำเป็นต้องแก้ตัวหรอกค่ะ” มีนาสบตาอินทัชด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ“หนูรู้ว่าพี่อยากเอาเธอตั้งแต่คืนท
ตอนที่ 28 สามคนผัวเมีย NC“แกได้ซื้อถุงยางมาหรือเปล่าวะไอ้อิน” ณัฐกิตติรีบถาม เพื่อลดความกดดันระหว่างเพื่อนกับภรรยา“ซื้อมาแล้ว แต่จะถามทำไมวะ ก็ในเมื่อแกตอกเมียฉันสด ๆ ไปแล้วนี่” อินทัชยืนมองเพื่อนรักและภรรยาอย่างไม่พอใจ“แต่ใส่ถุงมันก็ดีกว่าเว้ย!!!” ณัฐกิตติ์รีบบอกถึงแม้ว่าเขาจะไม่ชอบการใส่ถุงก็ตาม เพราะอย่างน้อยมันก็ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้“ไง!!!...อยากสด หรืออยากใส่ถุงล่ะ หื้มมม!!!” เขาบีบปลายคางของภรรยาเพื่อถามไถ่ ณัฐกิตติ์ไม่กล้าขวางจึงปล่อยให้เพื่อนกับภรรยาคุยกันเอง“ใส่ดีกว่าค่ะ” มีนาก้มหน้าตอบด้วยความประหม่า“งั้นก็อมของพี่ไปด้วย!!!” อินทัชรีบออกคำสั่งทันที“ไม่ต้องไปกลัวมันหรอกมีนา มีอะไรเดี๋ยวพี่ช่วยหนูเอง” ณัฐกิตติ์บอกอย่างเหลืออด สิ้นเสียงของเพื่อน อินทัชก็ยัดแท่งรักเข้าปากภรรยา“อื้อมมม!!!” มีนาครางเสียงอู้อี้ด้วยความกลัวสามี แต่สักพักริมฝีปากของเด็กสาวก็เริ่มขยับไปมาอย่างชำนาญทั้งส่วนปากและส่วนล่าง จนณัฐกิตติ์และอินทัชมีอารมณ์พร้อม ๆ กัน“มา!!!...ที่รัก พี่ดูดนมให้หนูเอง ส่วนหนูก็นอนเฉย ๆ นะ ปล่อยให้ไอ้ณัฐมันทำเองบ้าง” อินทัชกล่าวพร้อมกับจัดแจงท่าทางของภรรยาให้นอนหงา
หลังจากผ่านค่ำคืนที่แสนอบอุ่น อินทัชตื่นขึ้นในยามเช้าตรู่ เขาหันไปมองร่างบางที่นอนหลับอยู่ข้างกายอย่างสงบ ก่อนจะยื่นหลังมือสัมผัสไปที่หน้าผากมนของเด็กสาวอย่างแผ่วเบาอินทัชยิ้มอย่างดีใจเมื่อไข้ของมีนาลดลง เธอตัวไม่ร้อนเหมือนอย่างเมื่อคืนแล้ว เขาคิดอะไรบางอยากได้ก็รีบลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให
ตอนที่ 3 ขอแค่ได้ดูแลเธอหลังสิ้นสุดการสนทนา อินทัชหันหลังเดินออกไปอย่างเงียบ ๆ ปล่อยให้อัศวพจน์และมีนาจัดเตรียมสัมภาระ โดยมีป้าคำแก้วเดินนำไปที่เรือนหลังเล็กซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเรือนใหญ่ไม่มากนักเรือนหลังเล็กถูกสร้างขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่ดูอบอุ่น มีสองห้องนอนและห้องน้ำในตัว มีนาเดินเข้าไปสำรวจภายใน
ตอนที่ 2 พึ่งใบบุญไร่ชาอินทัช...จังหวัดเชียงราย“หึ ไผมาละน่า คิงไปผ่อลุ๊” (ใครมาน่ะ แกไปดูซิ) ป้าคำแก้วเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นรถแท็กซี่เข้ามาจอดที่เรือนหลังใหญ่ กาแลหลานชายตัวน้อยรีบวิ่งออกไปดูอย่างรวดเร็ว ไม่นานเขาก็เดินนำชายหญิงคู่หนึ่งเข้ามาด้านใน“สวัสดีครับป้าคำแก้ว จำผมได้ไหม” อัศวพจน์เอ่ยทักทายห
ตอนที่ 1 จำเป็นต้องหนีบ้านพักตากอากาศหลังใหญ่ตั้งอยู่ริมทะเล ท่ามกลางธรรมชาติ เสียงคลื่นซัดสาดดังก้องกังวานและสายลมที่พัดโชยมาเป็นระยะทำให้บรรยากาศเงียบสงบ แต่ในความเงียบสงบนั้นกลับแฝงความรู้สึกบางอย่างที่ผิดปกติ ในความเงียบสงัด ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนกำลังเคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบาไม่นานนัก เสียงร้อง







