Masukมีนาร้องนอนไห้อย่างเงียบๆ โดยไม่มีเสียงใดๆ ออกมาอีก อินทัชมองเธอด้วยความสงสาร น้ำตาที่เธอพยายามเก็บไว้ตลอดสองวันไหลทะลักออกมาทันที เด็กเอามือปิดปากไว้เพื่อสกัดกั้นเสียงสะอื้นที่กำลังจะระเบิดออกมา อินทัชอดไม่ได้ที่เดินเข้าไปให้กำลังใจเด็กสาวและยื่นมือไปลูบศีรษะของเธอเบา ๆ เขามองมีนาด้วยความห่วงใย
เด็กสาวก็ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ ร่างกายเธอสั่นเทาจากการสูญเสียครั้งใหญ่ อินทัชจับมือเธอไว้แน่นโดยไม่ได้พูดอะไร เขาเข้าใจความเจ็บปวดของการสูญเสียดี
ความเงียบอันหนักอึ้งก็เข้าครอบคลุมอีกครั้ง มีนาใช้มือปาดน้ำตาที่ไหลลงมาไม่หยุด แล้วหันไปมองอินทัชด้วยดวงตาที่แดงก่ำ
“อย่าคิดมากไปเลย มีนา…”
“เรื่องของอัศวพจน์ วันหนึ่งตำรวจก็ต้องตามจับเขาได้อยูดี สู้ยอมให้เขาเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายจะดีกว่านะ”
”แต่เขาไม่ได้เป็นคนฆ่านะคะ”
“เรื่องนั้นก็ต้องไปพิสูจน์กันอีกที” อินทัชรีบบอก
“อัศวพจน์ไม่ได้กลัวความผิดหรอก เขาเต็มใจรับโทษ เพียงแต่ตอนนี้เขาเป็นห่วงหนู ก่อนไปเขายังย้ำและฝากให้ฉันดูแลหนูอยู่เลย” น้ำตาของมีนาไหลลงมาไม่หยุดหย่อน ความรู้สึกโดดเดี่ยวเข้าจู่โจมเธออย่างรุนแรง
มีนาสูญเสียทั้งลูก และอัศวพจน์ ผู้ชายที่คิดว่าจะพึ่งพิงเขาได้เป็นคนสุดท้าย ใบหน้าเธอซีดขาว อินทัชค่อย ๆ ปล่อยมือเธออย่างช้า ๆ เพราะต้องไปดำเนินเรื่องเอกสารต่อจากนี้
ไร่ชาอินทัช
พ่อเลี้ยงหนุ่มขับรถพาเด็กสาวออกจากโรงพยาบาลมายังเรือนพักหลังใหญ่ภายในไร่ เขาจอดรถสนิทแล้วหันไปมองมีนา เด็กสาวที่ยังคงนั่งนิ่ง สายตาเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาคู่สวยบวมช้ำจนน่าใจหาย มือหนาของเขาเอื้อมไปสัมผัสมือเรียวบางของเธออย่างแผ่วเบาเป็นการดึงสติ
“มีนา... ถึงแล้ว” เด็กสาวปรือตาขึ้นอย่างเชื่องช้า เธอหันมามองเขาแวบหนึ่งก่อนจะก้าวลงรถ อินทัชถอนหายใจอย่างอ่อนโยน เขารู้ดีว่าความเงียบของเธอเกิดจากความบอบช้ำภายในใจตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาจึงไม่อยากบังคับให้เธอพูดอะไรทั้งนั้นในตอนนี้
ตั้งแต่วันที่เขาเข้าไปดูแลเธอที่โรงพยาบาล หัวใจของเขาก็บีบรัดไปด้วยความสงสาร เขาจำต้องให้เธออยู่ที่เรือนหลังใหญ่ของเขาไปก่อน เพราะเกรงว่าเธออาจจะคิดสั้นหากต้องอยู่คนเดียว
หลายวันต่อมา
มีนาก็รู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดบางอย่างจากพ่อเลี้ยงอินทัช ผู้ชายคนนี้คือภาพของชายในอุดมคติที่เธอเคยวาดฝันไว้ ไม่ว่าจะเป็นความอบอุ่น ความใจดี หรือแม้แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
ทุกครั้งที่อินทัชปรากฏตัวใกล้ๆ หัวใจของเธอก็เต้นรัวอย่างประหลาด ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นลึกซึ้งกว่าแค่ความชื่นชม มันคือความรู้สึกที่ปั่นป่วนอยู่ในใจ ราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังเติบโตขึ้นอย่างเงียบงันภายในใจเธอ โดยที่เธอเองก็ไม่ทันได้ตั้งตัว
เธออดนึกสงสัยไม่ได้ว่าทำไมอัศวพจน์ถึงไม่เคยเล่าเรื่องราวของพ่อเลี้ยงของเขาในแง่มุมที่น่าประทับใจเช่นนี้ให้เธอฟังเลย ระหว่างมื้อค่ำบนโต๊ะอาหาร มีนาก็ตัดสินใจที่จะเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาขึ้นเอง
“คุณอินทัช... หนูพร้อมที่จะเล่าความจริงแล้วค่ะ” เด็กสาวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว เธอเรียกเขาด้วยชื่อเต็ม ๆ พ่อเลี้ยงหนุ่มวางช้อนลง ก่อนจะจ้องมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย เขารู้ดีว่าเธอกำลังหมายถึงเรื่องในอดีตที่ยังค้างคาเป็นปริศนา
“แน่ใจนะมีนา” อินทัชย้ำเสียงทุ้ม
“หนูตัดสินใจแล้วค่ะ” มีนาพูดจบก็เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง สบตากับอินทัชที่นั่งอยู่ตรงหน้าอย่างไม่หวาดหวั่น ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องที่เก็บงำไว้ในใจทั้งหมด เธอพร้อมที่จะเดินทางไปจากที่นี่แล้ว แต่ก่อนไปก็ขอพูดความจริงให้เขารับรู้เสียก่อน
“หนูไม่ได้ท้องกับพจน์เค้าหรอกค่ะ… เราไม่เคยมีอะไรกัน” มีนาเอ่ยเสียงแผ่วเบา แต่ทุกคำชัดเจนจนอินทัชต้องชะงัก ชายหนุ่มจ้องมองเธอด้วยความแปลกใจระคนสงสัย เขาพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวในหัว แล้วจึงเอ่ยถามออกไปอย่างใจเย็น
“งั้นก็แสดงว่า… เด็กคนนั้นเป็นลูกของเสี่ยสุชาติใช่มั้ย”
“ไม่ใช่หรอกค่ะ…” มีนาส่ายหน้าช้าๆ ใบหน้าซีดเซียวของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต
“ก่อนหน้านี้หนูคบกับคุณนพดล ซึ่งเป็นลูกชายของเสี่ยสุชาติ... แล้วภรรยาของเสี่ยก็พยายามบังคับให้หนูไปทำแท้ง เพราะเธออ้างว่าหนูตั้งใจจะจับลูกชายของเธอ” มีนากัดริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา
“ในตอนนั้น เสี่ยสุชาติรับปากว่าจะช่วยหนูและจัดงานแต่งให้... หนูหลงคิดว่าเขาเป็นคนดี แต่เขากลับหลอกหนูไปกักขังและพยายามบังคับให้หนูยอมทำแท้งค่ะ... ระหว่างนั้นเสี่ยก็บังคับขืนใจหนู” อินทัชรู้สึกสงสารเด็กสาวจับใจที่ต้องเจอกับเรื่องราวที่เลวร้ายเช่นนี้
“แล้วหนูไปรู้จักกับอัศวพจน์ได้ยังไง”
“พจน์เค้าเป็นลูกน้องของเสี่ยสุชาติค่ะ ตอนนั้นเสี่ยสั่งให้เค้ามาเฝ้าหนูที่บ้านพักของเสี่ย” มีนาเล่าต่อด้วยเสียงที่อ่อนลง
“หนูยอมรับว่าหนูอ่อยเค้าเพื่อให้เขายอมช่วยหนูออกมา” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด อินทัชเข้าใจการกระทำของเธอ ว่ามันเป็นวิธีการเอาตัวรอด
“แต่ถึงแม้ว่าพจน์เค้าจะยอมช่วยเหลือหนู แต่พอเค้ารู้ความจริงว่ารู้ไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับเค้า พจน์ก็ไม่เคยล่วงเกินหนูเลย... พจน์เป็นคนดีค่ะ” มีนาเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาอย่างช้าๆ
อินทัชพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขารู้แล้วว่าทำไมอัศวพจน์ถึงยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยมีนาอย่างถึงที่สุด เขาต้องรักเธอมาก... มากเสียจนยอมสละแม้กระทั่งชีวิตของตัวเอง
“ฉันเสียใจด้วยนะที่หนูต้องมาเจอเรื่องราวที่เลวร้ายแบบนี้”
เรื่องราวทั้งหมดที่เหมือนปมเชือกพันกัน ตอนนี้มันคลี่คลายออกจนกระจ่างแจ้งแล้ว และคำถามมากมายในใจของเขาก็ได้รับคำตอบจนหมดสิ้น
ตอนที่ 33 ตอนจบหนึ่งเดือนต่อมา ณัฐกิตติ์ยังคงกักขังศรุตาเอาไว้ในบ้านของเขา ในฐานะนางบำเรอที่เขาต้องการเมื่อไหร่ ก็จะลากเธอขึ้นเตียงทันที เพื่อระบายทั้งความแค้นและความใคร่ แต่ระยะหลัง ๆ มานี้ ความใกล้ชิดก็ยิ่งทำให้ทั้งคู่ต่างก็มีใจให้กันโดยไม่รู้ตัว สถานะของทั้งคู่จึงเปลี่ยนไปจากศัตรูกลายเป็นคู่รักณัฐกิตติ์หลงรักศรุตาอย่างหมดใจ จนยอมจ้างนักสืบฝีมือดีให้ไปสืบเรื่องราวในอดีตของเธอทั้งหมด และความจริงที่ได้รับรู้ก็ทำให้หัวใจแกร่งของเขาต้องสั่นคลอนนักสืบรายงานว่าในอดีตยายเลี้ยงที่ใจร้ายได้ขายศุรตาให้กับเสี่ยสุชาติ ตั้งแต่เธอยังเป็นเด็กสาววัยเพียง 15 ปี และเธอก็ตั้งท้องในเวลาต่อมากับเสี่ยสุชาติ ซึ่งตอนนั้นเสี่ยสุชาติก็กำลังอยากได้ลูกชายอยู่พอดี และเห็นว่าศรุตามีลูกชายกับเขาได้ จึงไม่ยอมขายเธอไปและเลี้ยงดูเธอเป็นอย่างดี หลังจากนั้นศรุตาก็จำใจต้องเอาใจเสี่ยสุชาติเพื่อความอยู่รอด ณัฐกิตติ์ได้ฟังเรื่องราวของเธอก็รู้สึกเจ็บปวดและสงสาร ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจเขาที่เคยทำร้ายจิตใจเธออย่างแสนสาหัส เขาจึงรีบโทรหาอินทัชเพราะอยากให้เพื่อนให้อภัยศรุตา“ฉันว่าแล้ว ยังไงแกก็ต้องใจอ่อนกับเธอสักวัน” อิ
ตอนที่ 32 ซาตานไร้หัวใจ NCณัฐกิตติ์รีบถอดเสื้อชุดนอนตามด้วยกางเกง ก่อนจะยื่นแท่งรักอันยาวใหญ่มาที่ริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ“เอาเข้าปากซะ...ถ้าไม่อยากตาย” ศรุตาอ้าปากแต่เขาไม่ทันใจ จึงใช้มือบีบปากเธอและยัดความใหญ่ยาวเข้าไปอย่างรุนแรง“อ๊อก ๆๆ” ศรุตาถึงกับสำลักความใหญ่โตที่อัดลงมาบริเวณคอหอย“เบา ๆ สิ จะฆ่ากันรึไง” หม้ายสาวโวยวาย“อมดี ๆ อย่ากัดนะ...ดูดแรง...อย่างนั้นแหละ” เขาออกคำสั่ง“ขอท่าหกเก้า” ณัฐกิตติ์เสนอ“ไม่ๆๆๆ” ศรุตาโวยวาย“อย่าคิดว่าผมหยิบปืนมาขู่คุณไม่ได้นะ” เขาขู่พร้อมกับจัดการตัวเองและเรือนร่างของเธอให้อยู่ในท่าที่ต้องการ“อะ..อร๊ายยย...อื้ยยย...อย่าดูดแบบนั้นสิ” เธอกรีดร้องด้วยความทรมาน แต่มันไม่ใช่ความเจ็บปวด“ขอเสียบเลยละกัน ผมไม่ไหวแล้ว” ณัฐกิตติ์บอกพร้อมกับจากร่างของเธอให้มานอนหงายในท่าปกติ ก่อนจะใช้แท่งรักสอดแทรกเข้ามาในตัวเธอ“อะ..อร๊ายยย...ใส่ถุงด้วย” เธอยังคงร้องโวยวาย“ถ้าใส่ถุงผมจะเย็.ดคุณต่อจากนี้อีกสามชั่วโมง...แต่ถ้าไม่ใส่ละก็...อีกครึ่งชั่วโมงผมก็เสร็จ...เอาไง!!!” ณัฐกิตติ์ยื่นข้อเสนอที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้“คุณแน่ใจได้ไงว่าฉันจะไม่เป็นโรค” ศรุตาขู่“ผมแน่ใจ...
ตอนที่ 31 อาญาสวาท NC“ออกมา! แต่อย่าตุกติกนะ” ณัฐกิตติ์ลากศรุตาขึ้นมาบนห้องนอนของเขา ก่อนจะหยิบโซ่ที่เตรียมไว้ออกมา“นี่จะเอาโซ่มาทำไม” ศรุตาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“ก็ล่ามคุณไง” ณัฐกิตติ์ตอบเรียบ ๆ“ฉันไม่ใช่นักโทษนะ บอกมาสิ ฉันไปทำอะไรให้คุณ”“อยากรู้จริง ๆ เหรอ”“อยากรู้...เพราะเราไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน คุณต้องเข้าใจอะไรฉันผิดแน่ ๆ ““คุณฆ่าลูกของผมตาย” ณัฐกิตติ์พูดด้วยเสียงเรียบ“ฉันเนี่ยนะ!!!...ไปฆ่าลูกของคุณตาย ตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ...ฉันไม่เห็นจะรู้เรื่องอะไร...เกิดมาฉันยังไม่เคยฆ่าใครตายด้วยซ้ำ คุณพามาผิดตัวแล้ว” ศรุตาพยายามอธิบาย“คุณมันผู้ร้ายปากแข็ง” เขาพูดอย่างไม่เชื่อ“แต่ก็ไม่เป็นไร...คืนนี้ผมจะทำให้คุณเปิดปากเอง ถอดเสื้อผ้าของคุณออกซะ”“ให้ฉันสาบานที่ไหนก็ได้ ฉันไม่ได้ฆ่าลูกของคุณจริง ๆ”“เรื่องนั้นผมจะให้คุณแก้ตัววันหลังก็แล้วกัน แต่ตอนนี้ คุณแก้ผ้าออกซะ”“ล่ามโซ่ที่ขาฉันแบบนี้ ฉันไม่ถนัดหรอกนะ ปล่อยฉันก่อนสิ แล้วฉันจะยอมคุณ” เมื่อการข้อร้องอ้อนวอนไม่ได้ผล เธอจึงเปลี่ยนมาใช้มารยาหญิง“ผมปลดให้ก็ได้ แต่อย่าคิดหนีก็แล้วกัน ไม่งั้นคุณได้เหลือแต่ชื่อแน่ แล้วผมก็จะ
ตอนที่ 30 ลักพาตัวศรุตาพยายามควานหาโทรศัพท์ของตัวเองในกระเป๋าสะพายอีกครั้ง เธอพยายามค้นหาตามช่องต่าง ๆ เพื่อจะโทรแจ้งความ แต่ก็หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ ซึ่งเธอก็หาแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว“ต่อให้คุณเทกระเป๋าออกมาทั้งหมด คุณก็หาสิ่งที่คุณต้องการไม่เจอหรอก...” ณัฐกิตติ์บอกด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน แววตาของเขาช่างเจ้าเล่ห์จนเธอรู้สึกหวาดกลัว“มันหายไปไหนว่ะเนี่ย...โว้ยย!!” เธอบ่นอุบเมื่อหามือถือและกระเป๋าสตางค์ใบเล็ก ๆ ของตัวเองไม่พบ ก่อนจะโยนกระเป๋าของตัวเองทิ้งในรถอย่างไม่ไยดี เมื่อไม่มีทั้งเงินและโทรศัพท์ เธอก็หมดหนทางหนี ศรุตาพยายามจะเปิดประตูรถ แต่ทุกอย่างก็ถูกล็อคจากฝั่งคนขับ แม้กระทั่งกระจกเธอก็เปิดมันไม่ออก“คุณหาของพวกนี้อยู่หรือเปล่าครับ” ณัฐกิตติ์หยิบโทรศัพท์พร้อมกระเป๋าสตางค์ใบเล็ก ๆ ของเธอขึ้นมาอวด“เอาของฉันมานะ พวกแกมันไอ้พวกมิจฉาชีพ!!!” ศรุตากำลังพยายามแย่งโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ของเธอที่อยู่ในมือของณัฐกิตติ์ จนทำให้รถเสียการควบคุม แถมเธอยังยื้อแย่งพวงมาลัย เพื่อที่จะให้เขาจอดรถ“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!! คุณอยากตายรึไง!!!” เขาพูดเสียงเข้มพร้อมกับหักพวงมาลัยหลบรถที่เกือบจะพุงเข้าไปชนได้อย่าง
ตอนที่ 29 รับช่วงต่อเมื่อเห็นว่าเพื่อนรักปลดปล่อยความสุขออกมาจนหมดสิ้น อินทัชก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ เขาหยุดการบันทึกวิดีโอเอาไว้แค่นั้น ก่อนจะเข้าไปกอดและปลอบประโลมภรรยาที่กำลังเหนื่อยหอบอย่างอ่อนแรงอยู่บนเตียง“หนูเอากับพี่ต่อไหวไหม” เขาถามแกล้งถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ ก่อนยิ้มให้เธอ“หนูไม่ไหวแล้วค่ะพี่อิน” มีนาบอกพร้อมกับซบใบหน้าลงบนหน้าอกของสามี“กลับไป....พี่ค่อยเอาหนูได้มั้ยคะ”“ไม่เป็นไร บัวตองนอนอยู่ที่ห้องเรา หนูจะโกรธพี่มั้ย ถ้าพี่จะบอกว่าพี่มีอะไรกับบัวตองเค้าแล้ว” เขาสารภาพผิด แต่มีนาก็รู้เรื่องนี้จากปากของณัฐกิตติ์แล้ว จึงไม่ได้โกรธอะไร“ถือว่าเราหายกันนะคะ แต่พี่ต้องรับผิดชอบบัวตองนะคะ ชีวิตเธอดูน่าสงสารออก” มีนากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงจัง“ได้สิ” อินทัชตอบเสียงหนักแน่น ก่อนจะรีบบอก“บัวตองก็โดนไอ้นพดลมันวางยาปลุกเซ็กซ์เหมือนกันกับหนูนั่นแหละ พี่ก็เลยต้องช่วยเธอ” เขาพยายามอธิบายให้มีนาเข้าใจบัวตองมากที่สุด เพราะในอนาคตทั้งสองอาจจะต้องอยู่บ้านเดียวกัน“พี่ไม่จำเป็นต้องแก้ตัวหรอกค่ะ” มีนาสบตาอินทัชด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ“หนูรู้ว่าพี่อยากเอาเธอตั้งแต่คืนท
ตอนที่ 28 สามคนผัวเมีย NC“แกได้ซื้อถุงยางมาหรือเปล่าวะไอ้อิน” ณัฐกิตติรีบถาม เพื่อลดความกดดันระหว่างเพื่อนกับภรรยา“ซื้อมาแล้ว แต่จะถามทำไมวะ ก็ในเมื่อแกตอกเมียฉันสด ๆ ไปแล้วนี่” อินทัชยืนมองเพื่อนรักและภรรยาอย่างไม่พอใจ“แต่ใส่ถุงมันก็ดีกว่าเว้ย!!!” ณัฐกิตติ์รีบบอกถึงแม้ว่าเขาจะไม่ชอบการใส่ถุงก็ตาม เพราะอย่างน้อยมันก็ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้“ไง!!!...อยากสด หรืออยากใส่ถุงล่ะ หื้มมม!!!” เขาบีบปลายคางของภรรยาเพื่อถามไถ่ ณัฐกิตติ์ไม่กล้าขวางจึงปล่อยให้เพื่อนกับภรรยาคุยกันเอง“ใส่ดีกว่าค่ะ” มีนาก้มหน้าตอบด้วยความประหม่า“งั้นก็อมของพี่ไปด้วย!!!” อินทัชรีบออกคำสั่งทันที“ไม่ต้องไปกลัวมันหรอกมีนา มีอะไรเดี๋ยวพี่ช่วยหนูเอง” ณัฐกิตติ์บอกอย่างเหลืออด สิ้นเสียงของเพื่อน อินทัชก็ยัดแท่งรักเข้าปากภรรยา“อื้อมมม!!!” มีนาครางเสียงอู้อี้ด้วยความกลัวสามี แต่สักพักริมฝีปากของเด็กสาวก็เริ่มขยับไปมาอย่างชำนาญทั้งส่วนปากและส่วนล่าง จนณัฐกิตติ์และอินทัชมีอารมณ์พร้อม ๆ กัน“มา!!!...ที่รัก พี่ดูดนมให้หนูเอง ส่วนหนูก็นอนเฉย ๆ นะ ปล่อยให้ไอ้ณัฐมันทำเองบ้าง” อินทัชกล่าวพร้อมกับจัดแจงท่าทางของภรรยาให้นอนหงา







