LOGINตอนที่
2
คุณอา
รถยนต์แล่นไปตามถนนที่คุ้นเคย ทุกวินาทีที่ล้อหมุน ใบพลูได้แต่คิดถึงคิมหันต์ ชายผู้เป็นเหมือนแสงสว่างในชีวิตวัยเด็ก คุณอาที่อบอุ่นคนนั้นมักจะพาเธอไปเล่นสนุกในที่ที่ไม่เคยไป ดวงตาที่อ่อนโยนและรอยยิ้มใจดีของเขาทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย เธอพึมพำกับตัวเอง
“คุณอาคงจะช่วยหนูได้”
คฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า มันดูโอ่อ่าแต่กลับเงียบสงัด เธอกดกริ่งหน้าบ้านและใช้เวลานานพอสมควรในการอธิบายตัวเองก่อนที่ประตูรั้วจะเปิดออก ใบพลูขับรถเข้าไปจอดด้านใน สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี จากนั้นเธอก็ก้าวขาลงจากรถ เดินตรงเข้าไปในบ้านที่ไม่ได้กลับมานานนับสิบปี
“เชิญทางนี้ค่ะ ตอนนี้คุณชายอยู่ในห้องทำงาน คุณรอที่ห้องรับแขกก่อนนะคะ” ป้าแม่บ้านบอกกับเธอ
ใบพลูพยักหน้า เธอเดินตามแม่บ้านเข้าไปในตัวบ้านอย่างเงียบเชียบ ทุกย่างก้าวทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นคุ้นเคยของบ้านหลังนี้ยังคงอบอวลในความทรงจำ เธอหวนคิดถึงวันที่เคยวิ่งเล่นในโถงทางเดินกว้าง กลิ่นหอมของดอกไม้ในสวนลอยมาตามลม ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
ป้าแม่บ้านพาเธอไปที่ห้องรับแขกที่กว้างขวาง มันตกแต่งอย่างเรียบหรู แต่บรรยากาศกลับเย็นยะเยือก เธอทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีเข้ม สายตาของเธอกวาดมองไปรอบๆ พยายามหาเศษเสี้ยวความทรงจำเก่าๆ ของวันที่เธอเคยวิ่งเล่นและหัวเราะเสียงดังในบ้านหลังนี้
ไม่นานนักเสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังมาจากบันได ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความคาดหวัง ใบพลูรีบลุกขึ้นยืนเตรียมตัวที่จะเผชิญหน้ากับชายผู้เป็นที่พึ่งพิงสุดท้ายของเธอ คิมหันต์ปรากฏตัวในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำที่เปิดกระดุมสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกที่ดูแข็งแกร่ง ใบหน้าที่คมสันราวกับรูปสลักชั้นดีของเขาดูเย็นชาและดุดันจนเธอรู้สึกกลัว เขาไม่ใช่คุณอาที่เธอเคยรู้จักอีกต่อไป
“มีอะไร” เสียงห้วนสั้นและเย็นชาของเขาทำร้ายความรู้สึกของใบพลูจนเจ็บปวด เธอแทบจำเสียงนี้ไม่ได้เลย
“คุณอาคะ ใบพลูเองค่ะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ใบพลูหนีออกมาค่ะ พ่อกับแม่จะให้ใบพลูหมั้นกับอาทิตย์”
คิมหันต์มองมาที่เธอด้วยสายตาที่ว่างเปล่า แววตาของเขามีบางอย่างที่เธอไม่อาจเข้าใจ เขายกยิ้มมุมปากอย่างเหยียดหยัน
“แล้วไง”
คำพูดเพียงสองพยางค์ทำให้ใบพลูตัวชา เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะตอบกลับมาแบบนี้
“ใบพลูไม่มีที่ไปค่ะ...ใบพลูขอมาพักที่นี่ได้ไหมคะ” เธอร้องขอด้วยความสิ้นหวัง พยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหล
เขาจ้องมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาที่เย็นชาของเขาราวกับกำลังประเมินค่าบางอย่าง คิมหันต์ยกมือขึ้นเชยคางมนของเธอ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอันตราย
“ถ้าอยากอยู่ที่นี่...เธอต้องเป็นของเล่นของฉัน”
“คุณอาว่าอะไรนะคะ” ใบพลูถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ หัวใจของเธอแทบจะหยุดเต้น
“ฉันบอกว่า ถ้าเธออยากจะอยู่ที่นี่ เธอต้องเป็นของเล่นของฉัน เธอไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรทั้งนั้น...แค่เป็นของเล่นที่ฉันอยากเล่นเมื่อไหร่ก็ได้” คำพูดนั้นโหดร้ายจนใบพลูรู้สึกเจ็บปวดเกินกว่าจะอธิบายได้ ใบหน้าของเธอซีดเผือด น้ำตาไหลรินลงมาไม่ขาดสาย เธอไม่คิดเลยว่าคิมหันต์ที่เคยแสนดีจะกลายเป็นคนแบบนี้ เขาคือคิมหันต์ นักธุรกิจผู้มีอำนาจ...ไม่ใช่คุณอาที่แสนอบอุ่นของเธออีกต่อไปแล้ว...
ตอนที่14รอยตีตราแห่งความหึง (18+) ตลอดทางขากลับบ้าน รถยุโรปคันหรูเต็มไปด้วยความอึดอัด คิมหันต์ไม่พูดอะไรสักคำเอาแต่ดื่มไวน์มาตลอดทางทันทีที่รถจอดสนิทภายในคฤหาสน์ตระกูลดัง ท่ามกลางเสียงฝนที่เริ่มตั้งเค้าและพัดกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง“ลงมา” คิมหันต์ตวาดเสียงต่ำ เขาไม่รอให้คนขับรถมาเปิดประตูแต่ก้าวลงไปกระชากแขนใบพลูให้เดินตามขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบนอย่างรวดเร็ว“คุณอา ใบพลูเจ็บค่ะ เบาๆ หน่อย” ใบพลูร้องบอกพลางพยายามแกะมือหนาที่บีบข้อมือเธอจนขึ้นรอยเขียวช้ำปัง!!!เขาเหวี่ยงร่างบางลงบนเตียงกว้างทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูห้องนอน กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นไวน์ที่เขาดื่มมาตลอดทางโชยมาเตะจมูก ใบพลูใจสั่นระรัวพยายามจะลุกขึ้นหนี แต่คิมหันต์กลับโถมกายลงมาทับไว้ทั้งร่าง นัยน์ตาของเขาในยามนี้วาวโรจน์ด้วยไฟโทสะและแรงหึงหวงที่กักเก็บไว้ไม่ไหวอีกต่อไป“ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหม ว่าอย่าให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องตัวเธอ” เขาตวาดกร้าวพร้อมกับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียว“ไอ้สวะนั่นมันสัมผัสตรงไหนบ้าง ตรงนี้หรือตรงนี้”มือหนาอีกข้างกระชากเสื้อเชิ้ตทำงานของเธอจนกระดุมหลุดกระเด็นไปคนละทิศละทาง
ตอนที่13พายุเริ่มตั้งเค้ากระชากเปิดออกอย่างแรง คิมหันต์ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยแต่ดวงตากลับลุกโชนไปด้วยไฟโทสะเขามองเห็นภาพพนักงานชายที่พยายามจะสิงร่างใบพลูอยู่รำไร ความรู้สึกหวงแหนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชาพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที“ที่นี่บริษัท ไม่ใช่ตลาดสดนัดพบ ใครไม่มีหน้าที่ไสหัวไปให้หมด” เสียงทุ้มตวาดกร้าวทำเอาทุกคนในบริเวณนั้นสะดุ้งสุดตัวพนักงานชายคนนั้นรีบขอโทษและวิ่งหายไปทันที คิมหันต์หันมาจ้องใบพลูด้วยสายตาบีบคั้น เขาหันไปสั่งการด้วยเสียงเฉียบขาด“คุณอรุณรัตน์ จัดการย้ายโต๊ะทำงานของใบพลูเข้าไปไว้ในห้องของผมเดี๋ยวนี้และห้ามพนักงานหน้าไหนเข้ามาวอแวแถวนี้ถ้าผมไม่อนุญาต”“แต่ท่านประธานคะ ห้องข้างในมันเป็นห้องส่วนตัวนะคะ” อรุณรัตน์ท้วงด้วยความตกใจ“ผมสั่งให้ทำก็ทำ” เขาตวาดก่อนจะหันมามองใบพลูที่ยืนหน้าซีด“ส่วนเธอใบพลูเข้าไปข้างใน ต่อไปนี้เธอต้องทำงานภายใต้สายตาของฉันทุกวินาที อย่าให้ฉันเห็นว่าเธอไปอ่อยใครต่อหน้าฉันอีก หน้าที่ของเธอคือรับใช้ฉันคนเดียวจำใส่หัวไว้”“แต่ฉันก็ไม่ได้ไปทำงานให้ใครนอกจากบอสนะคะ”“เธอไม่มีสิทธิ์พูดอะไรทั้งนั้นถ้าฉันยังไม่ได้สั่งให้เธอได้พูด”ใ
ตอนที่13พายุเริ่มตั้งเค้าท่ามกลางแสงสีที่สาดสลับไปมาและเสียงดนตรีที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจภายในคลับหรูใจกลางเมืองเพลินตา ในชุดเดรสสีแดงเพลิงเดินฝ่าฝูงชนด้วยท่าทางมั่นใจแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความกังวลเธอพยายามกดโทรศัพท์หาใบพลูเป็นรอบที่ร้อยของวันแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณว่างเปล่า ความเป็นห่วงเพื่อนสนิทที่หายเงียบไปหลังจากบอกว่าจะไปอยู่กับคุณอาทำให้เพลินตานั่งไม่ติด เธอจึงตัดสินใจกลับมาที่คลับแห่งนี้อีกครั้งเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ที่เครียดๆ ของเธอ“แกหายไปไหนของแกกันแน่ใบพลู ทำไมไม่บอกฉันสักนิดว่าอยู่ที่ไหน”“หาใครอยู่หรือครับหรือว่า ติดใจรสชาติวิสกี้ที่หกใส่เสื้อผมวันก่อน จนต้องตามมาดูให้เห็นกับตาว่าผมใส่ตัวไหนมาคืนนี้”เสียงทุ้มที่กวนประสาทดังขึ้นจากมุมมืดข้างโซนวีไอพี เพลินตาหันขวับไปมองและพบกับ พายุ ชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาติดจะเจ้าเล่ห์ เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีแดงเข้มในมือถือแก้วบรั่นดีที่แกว่งไปมาอย่างใจเย็น สายตาคมกริบที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความท้าทายแกมขบขัน“นี่คุณคนไร้มารยาท มาแอบฟังคนอื่นทำไมไม่ทราบ” เพลินตาแผดเสียงแข่งกับดนตรีจังหวะหนัก“
ตอนที่12ความลับในห้องนอนหยาดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมานอกหน้าต่างบ้านทำให้อากาศในค่ำคืนนี้หนาวเหน็บกว่าปกติ แสงไฟจากเสาไฟในสวนสะท้อนกับหยดน้ำที่เกาะแพรวพราวบนกระจก ดูราวกับเพชรเม็ดเล็กๆ ที่กำลังร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าใบพลูทรุดกายลงนั่งบนขอบเตียงกว้างอย่างอ่อนแรง ร่างกายของเธอยังคงสั่นเทาเล็กน้อยจากเหตุการณ์บีบคั้นที่ห้องเก็บเอกสารเมื่อช่วงเย็น ความเจ็บหนึบที่ใจกลางกายและความร้าวระบมตามผิวเนื้อเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่าเธอเพิ่งผ่านบทเรียนที่แสนป่าเถื่อนจากชายที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของชีวิตเธอในตอนนี้มาเพียงใดเธอกวาดสายตามองไปที่กระจกเงาบานใหญ่ เห็นรอยรักสีกุหลาบเข้มประทับซ้อนทับรอยเก่าจนดูน่ากลัว ใบพลูยกมือที่สั่นเทาขึ้นลูบไล้มันอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ร้อนผ่าวทำให้น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนหลังมือ“เธอมันก็แค่ผู้หญิงที่เป็นของเล่นของเขา อย่าหวังความอ่อนโยนจากคนอย่างเขาเลยใบพลู” เธอพร่ำบอกตัวเองด้วยเสียงที่แหบพร่า พยายามจะเข้มแข็งท่ามกลางพายุอารมณ์ที่ยังไม่สงบดีขณะที่เธอกำลังจะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนชุดเดิมที่ดูมิดชิดที่สุด เสียงลูกบิดประตูก็ดังขึ้นเบาๆ ใบพลูสะดุ้งสุดตัวรีบคว้าผ้าห่ม
ตอนที่11ความเงียบในห้องเก็บเอกสาร (18+)“อ่า ซี๊ด อ่า อ่ะ อ่า”เธอร้องครางออกมาสุดเสียงแต่ก็ต้องกล้ำกลืนกลืนเสียงตัวเองไว้เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของพนักงานหญิงสองคนที่เดินผ่านหน้าห้องทุกจังหวะที่เขากระแทกกระทั้นทำให้ตู้เหล็กส่งเสียงครืดคราดเบาๆ ยิ่งเพิ่มความเสียวซ่านและหวาดเสียวว่าคนภายนอกจะได้ยินคิมหันต์ไม่สนใจสิ่งใดอีกแล้ว นอกจากความรู้สึกร้อนรุ่มที่กำลังแผดเผาเขาและเธอให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เขาเร่งจังหวะให้เร็วและแรงขึ้นอีก ตรึงร่างบางไว้กับตู้เหล็กเย็นเฉียบ มือหนาบีบเคล้นสะโพกมนอย่างบ้าคลั่ง จมูกโด่งซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอีกครั้ง ดูดเม้มรอยแดงจ้ำเก่าให้เข้มขึ้นไปอีก“บอส อ๊า พอแล้ว ใบพลูไม่ไหวแล้ว” เธอขอร้องอย่างน่าสงสาร ร่างกายบิดเร่าไปมาด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด ช่องทางรักบีบรัดแก่นกายของเขาอย่างหนักหน่วง ราวกับจะกักเก็บเขาไว้ไม่ให้จากไปไหนคิมหันต์คำรามต่ำในลำคอ เขาเร่งจังหวะสุดท้าย พุ่งกายเข้าใส่ความอ่อนนุ่มอย่างรุนแรงและลึกซึ้ง ใบพลูเกร็งกระตุกไปทั้งร่าง สะโพกยกขึ้นแอ่นรับการกระแทกกระทั้นอย่างบ้าคลั่ง ปล่อยเสียงกรีดร้องออกมาพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อล้นเ
ตอนที่11ความเงียบในห้องเก็บเอกสาร (18+) แสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องผ่านผ้าม่านเนื้อดีเข้ามาในห้องนอน ไม่ได้ช่วยให้ใบพลูรู้สึกสดชื่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ร่างบางขยับตัวอย่างยากลำบาก ความรู้สึกปวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วร่าง โดยเฉพาะใจกลางความสาวที่ถูกรุกรานอย่างหนักหน่วงเกือบทั้งคืนที่ผ่านมา เธอพยุงตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง พลางมองดูสภาพตัวเองในกระจกเงาที่ปลายเตียงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพช “ฮึกกก” เสียงสะอื้นหลุดออกมาแผ่วเบา เมื่อเห็นรอยสักสีกุหลาบเข้มประทับเด่นหราอยู่ทั่วลำคอและเนินอก รอยพวกนี้คือหลักฐานชั้นดีว่าคุณอาที่แสนอบอุ่นในวันวาน ได้กลายเป็นซาตานที่ตีตราจองจำเธอไว้ในกรงขังแห่งนี้อย่างสมบูรณ์แล้ว ใบพลูรีบจัดการอาบน้ำและแต่งตัวด้วยชุดทำงานที่มิดชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอใช้คอนซีลเลอร์เนื้อหนาป้ายทับรอยพวกนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนแน่ใจว่ามันจะไม่โผล่ออกมาให้น้องนุ่มนิ่มหรือใครต่อใครได้เห็น “พี่ใบพลูคะ ทำไมวันนี้ตื่นสายจัง นุ่มนิ่มรอทานข้าวตั้งนานแล้วค่ะ” เสียงใสๆ ของเด็กหญิงนุ่มนิ่มดังขึ้นทันทีที่ใบพลูเดินลงมาถึงห้องอาหาร “ขอโทษนะคะ พี่ใบพลูปว







