Masukเขา... สุลต่านหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความแข็งแกร่งและรักประชาชนอย่างที่สุด เธอ... หญิงสาวผู้เป็นมเหสีคู่กายที่เขารักสุดหัวใจ เรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ของทั้งคู่เกิดขึ้นเมื่อแรกพบสบตา...
Lihat lebih banyakพระพักตร์เก็บอารมณ์นิ่งสนิทของสุลต่านหนุ่ม ทำให้องครักษ์คนสนิทรับรู้ว่าขณะนี้ทรงรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่ค่อยสุขพระทัยนัก หากงานนี้ไม่ใช่สุลต่านรอฮิมผู้เป็นสหายรักเชิญมา คงยากยิ่งที่จะดึงพระองค์มาจากราชกิจได้
รถแล่นมาจอดเทียบยังสถานที่จัดงาน แห่งพระราชวังโอซาน วังที่ประทับส่วนพระองค์ของสุลต่านรอฮิม โอมาร์ ไซกีมูร์ ซัสดินละห์ พระสหายสนิท กษัตริย์แห่งประเทศโอซาเนีย
สุลต่านรอฮิมเชิญเฉพาะแขกเกียรติยศที่สนิทเท่านั้นมารับความบันเทิงในงานคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์
หลังจากสุลต่านอีซา ชาริฟ โมฮัมหมัด อัสดินซ์ ทรงประทับนั่งเรียบร้อยแล้ว เจ้าของงานเข้ามาทักทายด้วยความยินดีในการมาครั้งนี้ของสหายรัก
“ยินดีที่สุด ที่ท่านให้เกียรติมาในงานของเรา”
รอฮิมทักทายเพื่อนด้วยความดีใจ
“เรายินดี” อีซาตอบรับด้วยไมตรี
“คืนนี้รับรองว่าท่านต้องประทับใจและคุ้มค่าที่อุตส่าห์เสียสละเวลาอันมีค่ามาในงานของเรา” รอฮิมบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเปี่ยมสุข
อีซาเพียงแต่ยิ้มรับไม่แสดงความคิดเห็นอันใด แขกผู้มีเกียรติในงานเริ่มรับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยและสนทนากันอย่างออกรส มีการบรรเลงเพลงแรกด้วยนักร้องสาววัยกลางคน อีซาสนทนากับเพื่อนรักเกี่ยวกับการปกครองประเทศเพราะทั้งสองเพิ่งขึ้นครองราชย์ในเวลาไล่เลี่ยกัน หลังจากพระราชบิดาทรงสวรรคต
เสียงปรบมือก้องไปทั่วท้องพระโรง แขกเหรื่อต่างชื่นชมนักร้องสาวที่ยังเสียงดีเช่นเดิม
อีซาหันไปชื่นชมนักร้องสาวกับเจ้าของงานที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เขายอมรับว่ายังเสียงดีไม่มีตกเลยสักนิด แต่ก็ชมตามมารยาทเท่านั้น หาได้ใส่ใจอะไรมากมายนัก
“ต่อไปนี้พิเศษจริงๆ”
รอฮิมกระซิบกับเพื่อนรักที่นั่งอยู่คู่กัน อีซาเพียงแต่ยิ้มรับเช่นเดิมไม่แสดงอาการว่าตื่นเต้นตามคำบอกเล่าของเพื่อน เขาชมการแสดงเช่นนี้บ่อยครั้งจนเบื่อหน่าย จึงไม่คิดว่าจะมีอะไรพิเศษไปมากกว่านี้อีกแล้ว
บริเวณท้องพระโรงและเวทีมืดลงชั่วพริบตา ทำให้แขกเหรื่อที่สนทนากันอยู่ถึงกับเงียบงัน อีซาชะงักมือที่จะยกน้ำชาขึ้นดื่ม เมื่อได้สดับรับฟังเสียงหวานของนักร้องสาวที่ดังก้องหวานไปทั่วท้องพระโรง ทุกสายตามองไปยังเวทีเบื้องหน้า ซึ่งเป็นที่มาของเสียงหวานกังวานใสไพเราะที่ดังไปทั่วบริเวณ แป้นหมุนเลื่อนขึ้นมาทำให้มองเห็นร่างงามของนักร้องสาวที่ยืนเด่นอยู่บนเวที สายตาทุกคู่มองไปยังร่างของนักร้องสาวเป็นตาเดียวกัน
อีซาถือแก้วน้ำชาทองคำค้าง เขานิ่งฟังน้ำเสียงกังวานใสที่ขับร้องเพลงจนแทบกลั้นหายใจ ยอมรับกับตัวเองว่าไม่เคยฟังเสียงของใครไพเราะเช่นนี้มาก่อน แสงไฟบนเวทีโฟกัสไปยังร่างงามอวบอิ่มอรชรสูงเพรียวของนักร้องสาว เธอสวมใส่ชุดสีชมพูแดง อีซาวางแก้วน้ำชาบนโต๊ะเล็กเบื้องหน้าเกือบจะทันที เขารีบหยิบกล้องที่แจกในงานให้แขกผู้มีเกียรติมาถือไว้เพื่อส่องมองร่างงามที่กำลังขับร้องเพลงอยู่บนเวที ในระยะที่ไม่ห่างจากที่เขานั่งมากนัก
รอฮิมหัวเราะถูกใจในกิริยาของสหายรัก เขาสังเกตว่าก่อนหน้านี้เพื่อนไม่ยอมหยิบกล้องขึ้นมาส่องดูการแสดงเลยสักนิด รู้ดีว่าเพื่อนรักเบื่อหน่ายการแสดงเช่นนี้เพราะดูจนเคยชินแล้ว
“ว่ายังไง การแสดงถูกใจท่านไหม”
รอฮิมกระซิบที่ข้างหูของอีซา อีซาหาได้ตอบคำถามของเพื่อนไม่ เขาจับกล้องไม่วาง ดวงตาคมเข้มสีนิลมองร่างโปร่งตั้งแต่เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนเข้มที่สลับกันดูเงางามท่ามกลางแสงไฟ ผมยาวสลวยถึงเอวคอดพลิ้วสยายเหมือนไหมชั้นดี ช่างงดงามน่าสัมผัสยิ่งนักในความรู้สึก
สุลต่านหนุ่มยังส่องกล้องกวาดมองเรือนร่างของหญิงสาวเบื้องหน้า ใบหน้าสวยหวานงดงามหมดจด คางเรียวมน คิ้วเรียวโก่งงาม จมูกโด่งรับกับใบหน้ารูปไข่ ดวงตาคมหวานรับกับขนตางอนงาม ริมฝีปากอิ่มสีสดยามเผยอน้อยๆ ขณะขับร้องบทเพลงหวานไพเราะน่าจุมพิตกดคลึง ทรวงอกอวบอิ่มถูกรัดรึงด้วยเสื้อตัวสวย เอวคอดรับกับสะโพกผายงอนงาม แขนขายาวกลมกลึง ผิวนวลเนียนสีน้ำผึ้งน่าสัมผัส
เสียงเพลงไพเราะจบลงพร้อมกับเสียงปรบมือก้องไปทั่วท้องพระโรง ความมืดมิดเข้ามาแทนที่เพียงครู่ ก่อนที่ความสว่างไสวกลับเข้ามาอีกครั้ง แสงไฟสาดส่องไปยังร่างงามที่อยู่บนเวที สายตาทุกคู่จ้องมองหญิงสาวไม่วาง
“ท่านคงถูกใจนะสหายรัก”
รอฮิมยังกระซิบกับอีซาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม สุลต่านหนุ่มหาได้ลดกล้องลงจากมือไม่ เมื่อได้เห็นร่างงามของหญิงสาวบนเวทีอีกครั้ง ชุดบางเบาเป็นเสื้อเกาะอกสายเดี่ยว โชว์หน้าท้องแบนราบ กระโปรงยาวกรอบเท้า มองเห็นเรียวขาสุดเซ็กซี่แต่เรียบร้อยอยู่ในที ในมือของหญิงสาวถือผ้าหลายผืนไว้ในมือ ดวงตาคมหวาน แขนเรียวเสลากลมกลึงสวมใส่ปลอกแขนสวยงาม พร้อมกับเครื่องประดับแวววับ สะท้อนกับแสงไฟกระจ่างตา ร่างงามเริ่มเต้นเป็นวงกลม ส่ายคลึงน้อยๆ ไปตามจังหวะดนตรี ลำนำหวานค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นจังหวะเร่งเร้า
สุลต่านหนุ่มลำคอแห้งผาก นึกชื่นชมความสามารถของหญิงสาวที่กำลังเต้นอยู่บนเวที ยอมรับกับตัวเองว่าไม่เคยเห็นการเต้นที่ให้ความเพลิดเพลินเช่นนี้มาก่อน ร่างงามส่ายสะโพกพลิ้วไหวไม่ติดขัด เรือนร่างสาววัยกำดัดงดงามหมดจด มองเห็นสัดส่วนชัดเจน อกอวบอิ่ม เมื่อลดกล้องลงอีกนิดก็มองเห็นเอวคอด หน้าท้องแบนราบ และสะโพกผายกลมกลึง รับกับต้นขาสวยเพรียวของกระโปรงบานเป็นผ้าชีฟองบางเบา ข้างในเป็นกางเกงสั้น ขณะเต้นส่ายมองเห็นช่วงขางามชวนให้ตามติด ยากจะละสายตา ร่างงามทรงกายบนรองเท้าส้นสูงอย่างชำนาญ ทำให้หญิงสาวดูสง่างามน่ามอง ลีลาท่าเต้นผสมกับลาตินอเมริกัน ทำให้แปลกตาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ผ้าคลุมเก้าผืนที่โบกพลิ้วสะบัดไปรอบร่างทำให้อารมณ์พลิ้วไหวลึกลับน่าค้นหา
รอฮิมมองปฏิกิริยาของเพื่อนรักแล้วเผลอยิ้ม รู้ได้ทันทีว่าเพื่อนถูกใจการแสดงครั้งนี้ เป็นผู้ชายด้วยกันเหตุใดจะไม่รู้ เนื่องจากเชิญมางานกี่ครั้งเพื่อนก็นั่งเบื่อ แทบไม่แตะกล้องหรือตื่นเต้นกับการแสดงที่เคยจัดเลยสักครั้ง ไม่ว่าจะจัดการแสดงตื่นตาตื่นใจแค่ไหนก็ตาม แต่ครั้งนี้เพื่อนรักส่องกล่องแนบกับลูกตาแทบไม่ขยับกายไปไหน แม้จะพูดคุยด้วยก็ไม่ตอบสักคำ
สุลต่านหนุ่มยอมรับกับตัวเองว่าเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ช่างโอบกระชับกับสัดส่วนอวบอิ่มของวัยสาว ทุกลีลาที่ส่ายไหวมีบางอย่างที่กระตุ้นพระทัยให้อยากค้นหาและรู้จักเธอให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ความร้อนรุ่มแผ่ซ่านทั่วดวงหทัยให้ถวิลหา ความร้อนรุ่มยังลุกลามแผ่ซ่านไปทั่ววรกายสูงสง่า ลมหายใจติดขัดทุกครั้งที่ผ่อนออกมา เห็นผู้หญิงอื่นมามากกลับไม่เคยรู้สึกเช่นนี้ ความสวยของหญิงสาวที่ได้เจอมามากมาย ให้ความรู้สึกแตกต่างจากเรือนร่างเย้ายวนที่กำลังเต้นอยู่บนเวทีเบื้องหน้า ความคิดคำนึงคล้ายกับว่าเธอคือคนที่ใช่ เธอเป็นเนื้อคู่ที่ฟ้าประทานมาให้เขา และเขาคือเจ้าของกายใจของเธอ ความรู้สึกที่แผ่ถึงกันเหมือนกระแสไฟฟ้าต่างประจุที่จูนถึงกันและกัน ยิ่งมอง... ยิ่งอยากมองแล้ว มองอีก มองไม่เบื่อหน่าย เหมือนเธอคือคนคุ้นเคยที่รู้จักมานานแสนนาน จนไม่สามารถสลัดหลุดจากใจได้เลย
มาเลย์น่า ซิลวาโน่ สัมผัสถึงพลังแห่งความลึกซึ้งที่กระทบเรือนกาย เหมือนแสงสีเงินบางอย่างที่กำลังส่งถึงเธอ เธอนึกถึงเรือนร่างสูงสง่าของสุลต่านหนุ่มที่เดินเข้ามาในงานขณะที่ยังอยู่ในห้องแต่งตัว กล้องวงจรปิดด้านในทำให้มองเห็นแขกผู้มีเกียรติทุกท่านชัดเจน
ทันทีที่ร่างสูงสง่าก้าวเข้ามาในท้องพระโรง เธอรู้สึกว่าหัวใจสั่นไหวสะท้านในอก ร่างสูงมีผ้าโพกศีรษะสีทอง เสื้อเชิ้ตตัวยาวไม่มีปก เป็นเสื้อแขนยาวสีขาวที่คลุมตั้งแต่คอจนถึงเท้า
“ได้สิ เดี๋ยวฉันจะป้อนให้”เขาทำในสิ่งที่หญิงสาวคิดว่า คงไม่เคยทำให้หญิงคนใดมาก่อน มือใหญ่แกะเปลือกกุ้งออกจนหมด กุ้งตัวโตถูกงับเอาเข้าไปในปากของเขาทันที“ฝ่าบาท...”หญิงสาวประท้วงอย่างมีแง่งอน ครั้นเห็นทรงปอกทานเสียเอง แต่ต้องเปลี่ยนเป็นเสียงอู้อี้ทันทีเมื่อริมฝีปากหยักหนาทาบทับลงมา รสชาติของกุ้งสดเนื้อหวานอร่อยผ่านเข้ามาในลำคอทันที มือแกร่งลูบไล้เรือนร่างกลมกลึงหนักหน่วง กุ้งแสนอร่อยตกถึงท้องไปแล้วแต่เรียวปากอุ่นร้อนยังดูดกลืนความหวานในโพรงปากไม่คลาย“อือ... ฝ่าบาท”หญิงสาวหอบหายใจสะท้าน เมื่อเขาปลดปล่อยเรียวปากอวบอิ่มเป็นอิสระ“อร่อยไหมกุ้งสดที่ฉันป้อนให้”คำกระเซ้าแสนหวานทำให้หญิงสาวค้อนให้เสียวงใหญ่ หลบสายตาคมสีนิลเสไปมองทิวทัศน์รอบกายแทน“ถ้าไม่ตอบแปลว่าอร่อย เดี๋ยวต้องป้อนอีกหลายคำ”คนเอาแต่ใจไม่รอให้คนหลบหน้าได้ทันตั้งตัว ริมฝีปากหยักหนาประทับลงมาอีกครั้งพร้อมกับกุ้งเนื้อหวานสดอร่อยถูกป้อนเข้ามาในปากของเธอโดยวิธีที่เธอเคยทำให้เขาตอนที่อยู่ในตำหนักของเขาที่ประเทศโซโมโรส“ตกลงว่าอร่อยหรือเปล่า ไม่ตอบสักที รอนานแล้วนะ”มือใหญ่ใช้นิ้วหัวแม่โป้งคลึงเคล้นกลีบปากหวานฉ่ำไปมาเบาๆ ดวงตาจ
ลุตฟียักคิ้วเจ้าเล่ห์ให้มามะ มามะหันไปมองสบตาพาตีเมาะหวานหยด แค่มองตา... ทั้งสองก็รู้ใจ โดยไม่ต้องคบกันให้ยาวนาน เหมือนองค์สุลต่านเจ้าเหนือหัวกับพระราชินีมาเลย์น่าที่สบตากันครั้งแรกก็ตกหลุมรักกันและกันโดยไม่ต้องรู้จักกันยาวนานเลยสุลต่านอีซาพาพระราชินีคู่กายไปฮันนีมูนยังเกาะส่วนตัวที่ประเทศไทย เขาชอบประเทศไทยเพราะเป็นประเทศที่สวยงาม อุดมไปด้วยธรรมชาติ คนไทยยิ้มง่ายเป็นมิตรและจริงใจ เป็นประเทศที่เขาอยากมาเที่ยวชมบ่อยครั้ง“ฮันนี่เพิ่งรู้ว่าพระองค์มีเกาะส่วนตัวที่ประเทศไทยด้วยเพคะ”มาเลย์น่ารู้สึกตื่นตาตื่นใจ มองบ้านพักตากอากาศหลังสวยสีขาวอยู่กลางเกาะ“เกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่เสด็จพ่อทรงซื้อให้เสด็จแม่”เขาพูดเพื่อรำลึกความหลัง เพราะแม่ของเขาเป็นคนไทย บิดาจึงซื้อเกาะแห่งนี้เอาไว้ให้พักผ่อนครั้นเสด็จมาเที่ยวประเทศไทย“ฝ่าบาท ฮันนี่อยากเดินเล่นรอบหาดจังเพคะ”“ได้สิ ฉันก็อยากเดินออกกำลังกายอยู่เหมือนกัน”มือใหญ่กุมมือเรียวบางพาเดินไปตามหาดทรายขาวสะอาดที่มองเป็นไปสุดชายฝั่งทะเล ผืนทรายสีขาวสะอาดปลิวว่อนไปตามสายลมที่พัดผ่าน ลมโชยพัดไปทั่วบริเวณหาดเอาไอของน้ำทะเลมากระทบผิวกายแต่กลับให้ความรู้สึ
ผ้าคลุมศีรษะเข้าชุดกันกับชุดที่สวมใส่ซึ่งประดับด้วยเพชรเม็ดงามองค์สุลต่านอีซาทรงฉลองพระองค์ด้วยชุดสีทองอร่ามเช่นเดียวกับหญิงสาว บนศีรษะของพระองค์สวมมงกุฎทองคำฝังเพชรงดงาม ทรงทอดพระเนตรหญิงสาวอย่างตกตะลึง แขกเหรื่อผู้มีเกียรติต่างชื่นชมในความงามของมาเลย์น่า ขณะที่หญิงสาวเดินออกมาเข้าพิธีกับองค์สุลต่านอานนท์และโซฟียะห์กุมมือกันแนบแน่น รู้สึกปลาบปลื้มในความโชคดีของหลานสาว ส่วนโซเฟียผู้เป็นมารดาถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความเปี่ยมสุขเมื่อเห็นบุตรสาวเพียงคนเดียวเป็นฝั่งเป็นฝากับกษัตริย์ผู้เปี่ยมไปด้วยคุณธรรมเช่นนี้ครอบครัวทางด้านบิดาของมาเลย์น่าต่างยินดีกับความโชคดีของหลานสาวคนสวยเป็นที่สุดหลังจากเสร็จพิธีอภิเษกสมรสอันยิ่งใหญ่ องค์สุลต่านได้ร่วมต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่ต่างอวยพรกันอย่างเนืองแน่น จนพิธีเป็นอันสิ้นสุดลงในที่สุด เหล่าพสกนิกรของประเทศต่างแสดงความยินดีกันท่วมท้น ราษฏรในประเทศเฉลิมฉลองกันสามวันสามคืน ก่อนที่สุลต่านอีซาและพระราชินีมาเลย์น่าจะทรงส่งแขกบ้านแขกเมืองกลับประเทศ“ไม่คิดว่าเธอจะกลายมาเป็นมเหสีของท่าน”สุลต่านรอฮิมเป็นเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่หลังจากแขกบ้านแขกเมืองกลับ
“เรามีเรื่องสำคัญที่จะแจ้งให้ทราบอีกก็คือ...”ร่างสูงสง่าของสุลต่านอีซายืนขึ้น พร้อมกับหันไปมองด้านข้างที่ประทับด้วยรอยยิ้ม มาเลย์น่าเดินออกมาด้วยชุดสีทองอร่ามสวยงามแปลกตา ข้าราชบริพารมองอย่างตกตะลึงในความงามของหญิงสาว จนเงียบกริบไปทั่วท้องพระโรงอีกครั้ง“เราจะอภิเษกกับมาเลย์น่า หญิงสาวอันเป็นที่รักของเราเพียงคนเดียวในเร็ววันนี้ และเธอคือมเหสีคู่กายของเรา เป็นองค์รานีคนต่อไปของโซโมโรสต่อจากเสด็จแม่” เสียงยินดีถ้อยคำว่า“ทรงพระเจริญๆ” กึกก้องไปทั่วตำหนักกลางมาเลย์น่ามองสบสายพระเนตรคมเข้มสีนิลด้วยความเปี่ยมสุขยิ่งนัก มือใหญ่กุมมือเรียวไว้แนบแน่นบ่งบอกถึงความรักแท้ที่ไม่คลายของเขาสุไลมานสำนึกผิดที่ตัวเองคิดปองร้ายพี่ชาย แต่พี่ชายหาได้จับประหารชีวิตไม่ นอกจากจะตัดเขาออกจากการมีสิทธิ์ในบัลลังก์เท่านั้น รวมถึงนายพลสุกรีถูกปลดออกจากตำแหน่ง ถอดยศ ไม่มีหน้าที่ในกองทัพอีก เขาได้ขอร้องพี่ชายเอาไว้ เมื่อนึกถึงหญิงสาวอีกคนที่เขาหลงรักโดยไม่รู้ตัวร่างสูงของสุไลมานทอดสายตามองร่างระหงที่ยืนเหม่อลอยอยู่เบื้องหน้า“อยู่ร่า...”อยู่ร่าถอนเท้าหนีด้วยความตระหนก แต่แขนกำยำรั้งเอาไว้อย่างรวดเร็ว เพื่อไม่





