Masukเธอเดินออกจากชีวิตเขาพร้อมลูกในครรภ์ บ่วงพิศวาส ที่มัดเขาและเธอให้แนบแน่น .......... “ลูกของเราน่ารักมากเลย ผมดีใจที่เรามีลูกด้วยกัน” เขายิ้มหวาน หอมแก้มคนกำลังตะลึง “ใครลูกคุณ ชมพู่ลูกแหวนคนเดียวต่างหาก” เธอค้าน หน้าแดงระเรื่อ “แล้วไม่ต้องมาหอม มากอด ปล่อยเลยนะ ปล่อย เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว อีกอย่างแหวนก็มีสามีใหม่แล้วด้วย คนนั้นก็คือพ่อของชมพู่” เธอหวังว่าเขาเชื่อ และปล่อยตนเป็นอิสระ ไม่ใช่ตามคาดคิดน่ะสิ พริษฐ์ยิ้ม นัยน์ตาเปล่งประกาย “ไหนบอกว่าเป็นลูกคุณคนเดียว แล้วสามีใหม่มาได้ไงล่ะครับ” เขายิ้ม ขณะถาม “ก็ลูกของแหวนกับสามีใหม่ไงคะ เขาดีกับแหวนมากๆ ด้วย” เป็นคำตอบที่พยายามปั้นหน้าเป็นปกติ ไม่ให้เขาจับพิรุธได้ “แต่ผมไม่คิดว่าคุณมีสามีใหม่นะ คุณมีสามีคนเดียว คือผมต่างหากล่ะ” “ใครบอกคุณมิทราบ เราไม่ได้เจอกันห้าปีนะ คุณมารู้ดีเรื่องของแหวนได้ยังไง แหวนมีสามีใหม่แล้ว แหวนรักสามีคนนี้มากๆ และเขาเป็นพ่อของชมพู่ คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับแหวนนะ”
Lihat lebih banyakประธาน”
“ผมขอดูแผนการตลาดแบบละเอียดหน่อยนะครับ แล้วขอคนที่จะอธิบายแผนให้ผมเข้าใจด้วยครับ” พริษฐ์บอกจุดประสงค์
“ได้ครับ”
“คุณเอมครับ ใครสรุปบัญชีนี้ครับ”
“แหวนค่ะ” เอมอรตอบ
“เธอทำดีมากเลยนะครับ แต่มีบางอย่างที่ผมสงสัย เมื่อกี้มองเห็นผ่านๆ ตา ยังไงให้แหวนเข้ามาพบผมที่ห้องด้วยนะครับ ผมจะได้ถามในเรื่องที่ไม่เข้าใจ”
“ค่ะท่านประธาน”
“ผมไปรอที่ห้องนะครับ” สมัยกับเอมอรยิ้มให้พริษฐ์ที่ก้าวเดินออกจากห้อง โดยไม่ติดใจเรื่องที่ประธานหนุ่มต้องการ เพราะหลายครั้งที่พริษฐ์จะขอดูรายละเอียดต่างๆ ในเรื่องที่ยังไม่เข้าใจ
สมชายจากแผนกการตลาด พัชสนันท์จากแผนกบัญชี นั่งอยู่บนโซฟานวมตัวยาวหน้าห้องประธานบริษัท สมชายถูกเรียกให้เข้าไปคนแรก พริษฐ์ใช้เวลาถามราวยี่สิบห้านาที หน้าที่สมชายจึงจบลง พัชสนันท์จึงเข้าไปในห้องเจ้านาย
พริษฐ์นั่งอยู่บนโซฟา เขาลุกขึ้นมานั่งตรงนี้หลังจากสมชายออกจากห้อง ทั้งที่ในความเป็นจริง เขาควรนั่งบนเก้าอี้ทำงานมากกว่า เหตุผลไม่มีอะไรมาก เพราะเขาอยากคุยกับพนักงานบัญชีสาวคนนี้แบบถึงเนื้อถึงตัว
“สวัสดีค่ะท่านประธาน” พัชสนันท์เอ่ยเสียงหวาน คลี่ยิ้มสวยงามให้ชายตรงหน้าที่อ้าแขน พัชสนันท์วางเอกสารลงบนโต๊ะ หย่อนก้นนั่งบนตักพริษฐ์ที่โอบกอดร่างเล็กทันที เขาซบหน้ากับอกนุ่ม ออกแรงรัดร่างเธอแน่นขึ้น
แท้จริงแล้ว การขอดูรายละเอียดเป็นเพียงข้ออ้าง เขาแค่อยากใกล้ชิดกับพนักงานบัญชีคนนี้แบบใกล้ชิด โดยไม่มีใครสงสัย และมั่นใจว่า คนสรุปบัญชีคือพัชสนันท์ เพราะเธอบอกเรื่องนี้กับพริษฐ์เอง
“เหนื่อยจังครับ” เขาไม่ได้พูดเกินจริง ช่วงเช้าไปประชุมผู้ถือหุ้นกับบริษัทที่เขาถือหุ้นอยู่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ แล้วเสร็จก็ต้องรีบกลับมาบริษัทนี้ เพื่อประชุมใหญ่ประจำปีในช่วงบ่าย
“เหนื่อยก็พักสักแปปสิคะ หรือว่าดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ สักแก้ว จะได้สดชื่น” พัชสนันท์กอดตอบร่างหนา ลูบหลังเขาเบาๆ
“กินน้ำอย่างอื่นได้ไหม คิดถึงน่ะ” เขาเงยหน้ามองสาวสวย จูบปลายคางเธอแผ่วเบา
“ไหนบอกว่าเหนื่อยไงคะ” เธอเย้าเขากลับ
“เรื่องงานอาจเหนื่อย แต่เรื่องนี้ไม่มีเหนื่อย สู้ตายไม่ถอย” น่าแปลกกอดผู้หญิงคนใดไม่รู้สึกดีเท่ากอดพัชสนันท์ ร่างกายเธอเสมือนที่พักกาย พักใจเขาได้อย่างเหลือเชื่อ อีกทั้งทำให้ร่างกายพริษฐ์ร้อนระอุทุกครั้งที่ชิดใกล้ ครั้งนี้ก็เช่นกัน
“ไม่มีถุงนะคะ เอาไว้คืนนี้นะคะ แหวนจะตามใจคุณทุกอย่างเลย”
“ตอนนี้แหละ ไม่ไหวแล้ว ใจจะขาด” ร่างกายคนพูดร้อนขึ้นทุกขณะ ยิ่งใกล้ชิด ได้กลิ่นหอมจากเรือนกายสาว ยิ่งเพิ่มความกำหนัด “คุณน่ารัก จนผมอดใจไม่ไหวทุกทีเลย ที่รักของผม”
พัชสนันท์ยิ้มดีใจกับประโยคตบท้าย ช่างหวานและน่าฟังเหลือเกิน หัวใจเธอเริงร่าราวกับผีเสื้อบินอยู่ในสวนดอกไม้ ปล่อยตัว ปล่อยใจไปกับสัมผัสเสน่หาอันร้อนเร่า
ไม่ว่าจะสถานที่ใด หรือเวลาไหน พัชสนันท์ไม่เคยขัดใจพริษฐ์ เธอตามใจเขาด้วยความอ่อนหวานระคนร้อนแรง ความร้อนของเธอทำให้ชายหนุ่มถึงกับคลั่ง คลั่งในรสสวาท คลั่งไคล้ในตัวเธอ จนบางครั้งพริษฐ์คิดว่า คงไม่มีหญิงสาวคนใด ทำให้เขาอิ่มได้เท่าเธอ
“คุณเซย์...คุณเซย์” เสียงแห่งความรัญจวนอารมณ์ดังจากปากสาว ที่เวลานี้นั่งบนตักประธานสุดหล่อ เธอยกตัวขึ้นสูง กระชั้นลงมาเน้นหนัก แรงและเร็ว
“โอ้ว...แหวน...ดีจัง” เขาปล่อยเสียงครางอย่างสุดกลั้น เชยชมดอกบัวคู่งามทั้งซ้ายและขวา ปากดูดดื่ม ลิ้นไล้เลีย
อารมณ์สวาทของพัชสนันท์สูงเสียดฟ้า ยิ่งเขาแทะเล็มยอดถันไม่หยุด มือใหญ่จับเอวเล็ก ช่วยขับจังหวะอีกทาง เอวใหญ่ยังสวนใส่ร่วมด้วย ยิ่งทำให้เกมกามครั้งนี้ เพิ่มดีกรีความร้อนแรงมากขึ้น
พายุสวาทใกล้จบลงทุกขณะ ชายหนุ่มพลิกร่างเล็กลงบนโซฟา ส่วนตัวเขาอยู่เหนือร่างเธอ เอวสอบทำหน้าที่อีกครั้ง ขับเคลื่อนตัวตนชายเข้าออกร่องโยนีฉ่ำด้วยน้ำหวาน เร่าร้อน รุนแรง เข้าสุดออกสุดอย่างหฤหรรษ์
“คุณเซย์ขา...อา...คุณเซย์” เธอขานรับความสุข เมื่อถึงปลายทาง พริษฐ์เร่งความเร็วอีกนิด ซอยร่างถี่รัว เพื่อเขาจะได้ไปถึงสถานที่เดียวกับเธอ
“อา...แหวน” เขากอดร่างเธอ จูบปากสาวเบาๆ ราวกับให้รางวัลที่มอบความสุขให้ตน
พริษฐ์พลิกกายลงนั่งบนโซฟา จัดระเบียบเสื้อผ้าให้เรียบร้อย มองดูร่างงามที่ลุกเข้าห้องน้ำเพื่อทำความสะอาด เขายิ้มเมื่อเห็นเธอเดินกลับมาหา
“แหวนไปก่อนนะคะ เดี๋ยวคนอื่นสงสัย” เธอบอกขณะก้มตัวลงหยิบแฟ้มเอกสาร
“คืนนี้เจอกันที่คอนโดนะครับ”
“ค่ะ” พัชสนันท์รับคำ ก้าวเดินออกจากห้องทันที
สถานะพริษฐ์กับพัชสนันท์ไม่เป็นที่เปิดเผย เป็นความสัมพันธ์ลับระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง คนที่รู้เรื่องนี้มีสองคนคือปราโมทย์กับชนะภัย สองลูกน้องคนสนิท ที่ปิดปากเงียบไม่บอกเรื่องนี้กับใครแน่นอน
พัชสนันทร์ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากพริษฐ์ ไม่ว่าด้วยเรื่องเงิน สินค้าฟุ่มเฟือย หรือเรียกร้องให้เขาเปิดตัวเธอในฐานะคนรัก เพราะเธอเข้าใจความต่างที่ไม่มีอะไรเทียบกันได้เลย อีกทั้งพริษฐ์เป็นเจ้าของบริษัท กฎเหล็กของเขามีอยู่ว่า ไม่เป็นสมภารกินไก่วัด หากทำอาจให้ระบบการปกครองเสียได้ ทว่าเขากลับแหกกฎเมื่อได้เจอพัชสนันท์ หากเรื่องนี้เปิดเผย ต้องเป็นเรื่องติฉินนินทากันทั่วแน่นอน
พริษฐ์บอกกับเธอว่า เมื่อถึงเวลาเขาจะเป็นคนประกาศเรื่องนี้ให้ทุกคนรู้เอง พัชสนันท์เป็นคนหัวอ่อน เขาว่าอย่างไร เธอว่าตามนั้น อาจเป็นเพราะพัชสนันท์รักท่านประธานสุดหัวใจ ไม่คิดเผื่อเลยว่า เขาเห็นตนเป็นของเล่นหรือของตาย
ความสุขมักสั้น ทว่าความทุกข์นั้นแสนยาวนาน...
21“โฟร์คขับรถให้หน่อย ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด รี่...ฉันฝากดูน้องชมพู่ด้วยนะ” เจ้าของบ้านสั่ง “ไปไอ้โฟร์ค ไอ้อิฐ” สามหนุ่มพากันเดินออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว “เฮ้ย จะไปกันอย่างนั้นเลยเหรอ” นุ้ยที่เพิ่งเดินมาสมทบในห้องรับแขกพร้อมกับแพรชมภู เอ่ยขึ้น “อะไรของแก” “ก็หน้าคุณๆ ยังไม่ล้างเลย ไปอย่างนั้นคนในโรงพยาบาลไม่หัวเราะกันลั่นเหรอ นึกว่าลิเกหลงโรง หรือไม่ก็คนบ้าบุกโรงพยาบาล” “เออจริงด้วย รีบไปบอกคุณๆ ก่อนดีกว่า” รี่รีบวิ่งออกไปนอกบ้าน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ดิสพงษ์ขับรถไปจนเกือบถึงประตูบ้าน จะเรียกก็คงเรียกไม่ทัน “เจ้านายฉัน เป็นลิเกหลงโรงไปแล้ว” ณ โรงพยาบาล สามหนุ่มลิเกหลงโรงมารู้ตัวว่า ใบหน้าพวกเขาถูกแต้มด้วยเครื่องสำอาง ก็ตอนขับรถออกมาถนนใหญ่ ในรถก็ไม่มีทิชชู่ ผ้าเช็ดหน้าก็ไม่มีสักผืน ทั้งสามลงความเห็นว่า ปล่อยเลยตามเลย ไปถึงจุดหมายค่อยล้างหน้า โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดคือโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง มีครอบครัวดิสพงษ์เป็นหุ้นส่วนใหญ่ พอมาถึงมีเวรเปลมาคอยรับร่างคนหมดสติเข้าห้องฉุกเฉิน ทุกคนในที่นั้นเมื่อเห
20พัชสนันท์ส่ายหน้าระอา ทั้งพ่อทั้งลูกเข้าขากันดีเหลือเกิน“ไม่...” เธออ้าปากค้าน แต่ได้แค่คำเดียว“ไปครับคุณพ่อ เราพาชมพู่ไปกินไอติมกันดีกว่า” พริษฐ์ยังหนุ่ม แข็งแรงมาก เขาอุ้มร่างอ้วนกลมของลูกสาว ราวกับว่า น้ำหนักตัวแพรชมพูสิบกิโล ทั้งทีหนูน้อยหนักถึงสามสิบกิโลกรัม“คุณเซย์ คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ ตามใจมาก ให้ท้ายอย่างนี้ เสียระบบหมด”“เอาน่า ไปกินไอติมกันดีกว่านะ อย่าหงุดหงิดเลย พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่นะครับ” เขาพูดเสียงหวานแบบใจเย็นกับภรรยา “ไปครับ”ก่อนกุมมือสาว ที่ถอนหายใจออกมาพรืดยาว เหนื่อยใจกับการลดน้ำหนักให้บุตรสาวมาก บ้านหลังนี้ไม่มีใครร่วมมือกับเธอเรื่องนี้เลยสักคน โดยเฉพาะพริษฐ์ที่ฉายแววหวงลูกสาวมาก อยากให้อ้วนอย่างนี้ตลอดไป คิดในมุมตัวเองว่า ไม่มีผู้ชายชอบผู้หญิงอ้วน ต่างมองแต่ผู้หญิงหุ่นดี เขาจึงขุนให้บุตรสาวตัวอวบอ้วน เพื่อจะได้ไม่มีหนุ่มสนใจตามประสา พ่อหวงลูกค้านไปก็เท่านั้น สามต่อหนึ่ง ยังไงก็แพ้อยู่ดี... ปกติทุกวันอาทิตย์ พริษฐ์ พัชสนันท์กับแพรชมภูจะไปเยี่ยมบุญมีที่บ้าน ทว่าวันนี้เขาไม่ได้พาสองแม่ลูกไป เนื่องจากบุญมีไปเที่ยวเชียงใหม่กับเพื่อนละแวกบ้าน ไปเท
19“ครับ ผมตามใจคุณพ่อครับ”“แกไปเก็บของใช้ส่วนตัวของแหวนกับชมพู่ ย้ายมาอยู่ที่นี่วันนี้เลย อ้อ...แล้วไม่ต้องพาชมพู่ไปด้วย ฉันจะเล่นกับหลานของฉัน แกไปกันสองคนล่ะกัน” พูดกับลูกชายจบ คนเห่อหลานก้มหน้ามองเด็กหญิง “ไปเล่นกับปู่ในห้องนั่งเล่นดีกว่านะลูก เดี๋ยวปู่สั่งของเล่นให้ อยากได้อะไรจิ้มได้เลย”“ค่ะคูมปู่”พริษฐ์มองสองปู่หลานที่กุมมือกันเดินไปห้องนั่งเล่นด้วยรอยยิ้ม เขานึกอยู่แล้วว่า ความน่ารัก ความสดใสและฉอเลาะของแพรชมภู ทำให้เรื่องง่ายขึ้นพัชสนันท์ยิ้มตามสามี เธอโล่งใจมาก ที่สองบ้านยอมรับในตัวเธอ ไม่มีใครโต้แย้งหรือขัดขวาง ต่างให้พริษฐ์ตัดสินใจเรื่องชีวิตคู่ด้วยตนเอง ซึ่งต่อจากนี้เธอไม่ต้องกังวลสิ่งใดอีกต่อไป อ้าแขนรับแต่ความสุขที่เข้ามาในชีวิต มีครอบครัวที่อบอุ่น อยู่พร้อมหน้าพร้อมตานี่คือสิ่งที่พัชสนันท์ต้องการ ขอแค่นี้ก็พอ... 1 ปีต่อมา พิสุทธิ์จัดงานแต่งงานให้บุตรชายอย่างยิ่งใหญ่เมื่อแปดเดือนก่อน แขกเหรื่อมาเป็นสักขีพยานแห่งรักกันเกือบห้าร้อยคน ห้องจัดเลี้ยงเล็กไปถนัดตา ค่าสินสอดทองหมั้นแม้บุญมีไม่เรียกร้อง แต่พิสุทธิ์ก็ให้แบบจัดเต็ม เงินสด ทองคำและที่ดินรวม
18“จริงเหรอ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือ” พิสุทธ์ถามย้ำ “จริงครับคุณพ่อ”“แกมั่นใจเหรอว่าใช่ แกไม่เจอแหวนมากี่ปี เจออีกทีมีลูกโตขนาดนี้ มันเป็นไปได้เหรอ แล้วแกไปเจอแหวนได้ยังไง บังเอิญหรือว่าแหวนจงใจให้แกเจอล่ะ” พิสุทธิ์ไม่เชื่อง่ายๆ“เรื่องที่ผมรู้ว่า แหวนมีลูก มันเป็นเรื่องบังเอิญน่ะครับ มันเกิดขึ้นเพราะคำสั่งคุณแม่...” พริษฐ์เปิดเผยความบังเอิญให้บิดาฟัง คนฟังอึ้งไปอีกรอบ ใครจะคิดว่า โลกมันกลมขนาดนี้ “ผมสืบจนแน่ใจว่า ชมพู่เป็นลูกสาวของผมจริง และผมมั่นใจโดยไม่ตรวจดีเอ็นเอ แต่ถ้าคุณพ่อต้องการความมั่นใจ แบบเต็มร้อย ผมกับแหวนคุยกันแล้วว่า ยินดีตรวจดีเอ็นเอครับ” พิสุทธ์มองพริษฐ์แวบหนึ่ง หันไปมองแพรชมภูที่นั่งข้างตน หนูน้อยยิ้มกว้าง ดวงตากลมโตใสซื่อมาก สดใสราวกับลูกแก้ว แก้มทั้งสองข้างเปื้อนสีชมพูระเรื่อราวกับเด็กสุขภาพผิวดี ใบหน้าหลานสาวน่ามองมากเข้ากับทรงผมเหลือเกิน รูปร่างน่ากอด เด็กหญิงทำในเรื่องที่พิสุทธิ์คาดไม่ถึง ลำแขนกลมโอบกอดร่างเขา ส่งยิ้มให้จนเห็นฟันน้ำนม นัยนต์ตาแพรชมภูกระตุกหัวใจเขาอย่างแรง ทำตาปริบราวกับว่า กำลังอ้อน พิสุทธิ์โดนความน่า