แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: ซาร่าห์ เลน
ฉันกลับมาบ้านพร้อมกับหนังสือสัญญาหย่า ขอเพียงเขาเซ็นชื่อลงไป เราสองคนก็ไม่มีอะไรติดค้างกันอีกต่อไป

ตอนที่นิโคไลกลับมาถึงบ้าน ฉันบังเอิญเห็นโพสต์ใหม่บนโซเชียลมีเดียของโรซาลินด์ มันเป็นรูปถ่ายของเธอกับนิโคไล ในอ้อมแขนของพวกเขาคือเด็กทารกที่โรซาลินด์คลอดให้กับเขา

ตั้งแต่ก้าวขึ้นมากุมบังเหียนตระกูล นิโคไลที่เคยเข้มงวดและเย็นชาเฉียบขาดกลับยอมทำหน้าทะเล้นต่อหน้ากล้องของโรซาลินด์เป็นครั้งคราว เผยให้เห็นมุมเด็กๆ ของเขาที่ฉันไม่เคยมีโอกาสได้เห็นเลยสักครั้ง

โรซาลินด์เคยคุยโตว่าเธอได้รับการปรนนิบัติอย่างเหนือระดับ ฉันต้องยอมรับว่าเธอพูดถูกเผง การได้เห็นความรักความอบอุ่นที่นิโคไลมีให้เธอมันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนมีมีดกรีดและบิดแทงอย่างรุนแรงอยู่ในอก

ฉันโต้รุ่งจนถึงเช้าก่อนจะเคลิ้มหลับไป ทว่ากลับถูกนิโคไลกระชากให้ตื่นขึ้นมาอย่างแรง แรงบีบของเขาแน่นหนาและเปี่ยมไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาดึงแขนฉันแรงมากจนความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมา และน้ำตาก็เอ่อล้นออกมาทันที

“วิเวียน ธอร์น คุณเป็นคนปล่อยรูปและข้อมูลของลูกใช่ไหม? คุณรู้ไหมว่าผมมีคู่แข่งทางธุรกิจมากขนาดไหน? การทำแบบนี้อาจทำให้เด็กถูกลักพาตัวและตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตได้เลยนะ!”

ฉันพยายามจะอธิบาย แต่กลับไม่มีโอกาสได้แทรกขึ้นมาเลยสักคำ

“ถ้าคุณอยากจะอาละวาด ก็มาลงที่ผมสิ! จะลากเด็กที่ไร้เดียงสามาเกี่ยวโยงกับเรื่องนี้ทำไม!”

“ฉันไม่ได้ทำ...”

ต่อให้ฉันจะเกลียดชังโรซาลินด์มากแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่มีวันลดตัวลงไปรังแกเด็กทารกเด็ดขาด แต่นิโคไลกลับปักใจเชื่ออย่างสนิทใจว่าฉันคือคนผิด

“โรซาลินด์บอกว่ามีแค่คุณคนเดียวเท่านั้นที่จะผูกใจเจ็บและคิดร้ายกับลูกของเธอ เพื่อแก้แค้นจงใจเล่นงานเธอ! ถ้าไม่ใช่คุณแล้วจะเป็นใครไปได้อีก?”

นิโคไลไม่เคยเสียการควบคุมตัวเองเลยสักครั้ง ทว่าเพื่อโรซาลินด์แล้ว เขากลับสูญเสียสติสัมปชัญญะและยอมรับเรื่องการมีตัวตนอยู่ของเด็กคนนั้นโดยปริยาย นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาแสดงอาการหุนหันพลันแล่นขนาดนี้

ฉันสะบัดตัวหลุดจากพันธนาการของเขาแล้วเค่นหัวเราะอย่างขมขื่น

“งั้นคุณก็ยอมรับแล้วสินะว่าเด็กในรูปนั่นคือลูกของคุณ?”

นิโคไลชะงักไปครู่หนึ่ง เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้อยากจะเปิดเผยความจริงกับฉัน แต่ดูเหมือนตอนนี้นิโคไลไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว น้ำเสียงของเขาอ่อนลง เจือไปด้วยความยอมความและจนปัญญา

“ทีแรกโรซาลินด์ปิดบังเรื่องนี้ไว้ กว่าผมจะรู้เรื่อง ทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว แต่ผมสาบานได้ว่ามันเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวจริงๆ”

เขาพยายามหว่านล้อมให้ฉันช่วยเลี้ยงเด็กคนนั้น

“วิเวียน ผมจะรับเด็กคนนี้กลับมาเลี้ยง เราจะดูแลเขาเหมือนเป็นลูกของคุณเอง และคุณก็สามารถเลี้ยงดูเขาให้อยู่ข้างกายคุณได้”

ร่างกายของฉันพลันเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็ง ฉันอยากจะถามเขาเหลือเกินว่าทำไม ทว่าเมื่อคิดได้ว่าอีกไม่นานตัวเองก็กำลังจะจากไปแล้ว ฉันจึงเลือกที่จะเงียบลงอีกครั้ง

หลังจากเงียบงันไปนาน ฉันปาดน้ำตาบนใบหน้าและเอ่ยขึ้นอย่างสงบนิ่ง

“ตกลงค่ะ แต่คุณต้องเซ็นสัญญาชดเชยฉบับนี้ให้ฉันก่อน”

หนังสือสัญญาหย่ายับย่นจากการที่ฉันกำมันไว้แน่นตลอดทั้งคืน ฉันซ่อนข้อตกลงสำคัญบางส่วนเอาไว้ มือสั่นเทาเล็กน้อยยามที่ยื่นเอกสารให้เขา นิโคไลคว้าปากกามาเซ็นชื่อโดยไม่ได้แม้แต่จะเหลือบมองรายละเอียดเลยสักนิด จากนั้นเขาก็ดึงฉันเข้าไปกอด

“อยากได้อะไรก็ซื้อเลยนะวิเวียน ผมขอโทษ... คุณต้องลำบากมามากแล้วจริงๆ”

อ้อมกอดของเขาอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมของโรซาลินด์ กลิ่นที่ฉันเกลียดแสนเกลียด ฉันหลับตาลง บังคับตัวเองไม่ให้ฟุ้งซ่านคิดเรื่องนี้

น้ำหมึกบนใบหย่ายังคงแห้งไม่สนิท มันเปรียบเสมือนตราประทับผูกมัดการสิ้นสุดของชีวิตคู่ที่พังทลาย ยามที่อ้อมแขนของเขารัดแน่นขึ้น ฉันกลับรู้สึกเพียงความพะอืดพะอมชวนอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ฉันยืนตัวแข็งทื่ออยู่ในอ้อมกอดของเขา คอยนับถอยหลังวินาทีที่เขาจะปล่อยมือ

นี่ไม่ใช่การคืนดี... แต่มันคือการเอ่ยคำลาอย่างเงียบงันเป็นครั้งสุดท้ายของฉัน เมื่อได้ลายเซ็นของเขามาแล้ว ผู้ชายที่เคยเป็นโลกทั้งใบของฉัน ก็กลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ฉันกำลังจะลืมเลือนไปในไม่ช้า

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • การจากลาอย่างสง่างาม   บทที่ 10

    “คุณควรจะรีบแจ้งให้ทางครอบครัวทราบโดยเร็วที่สุดนะครับ พวกเขาจำเป็นต้องตัดสินใจว่าจะพากลับไปรักษาตัวที่บ้าน หรือจะย้ายไปโรงพยาบาลท้องถิ่นที่นี่ เพราะตอนนี้ทุกนาทีมีค่ามากครับ”พ่อของนิโคไลส่งต่อคำพูดของคุณหมอมาถึงฉันในทันที ฉันรีบเดินทางมายังโรงพยาบาลโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวภายในโรงพยาบาล อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออันเย็นเยียบ ผสมปนเปไปกับความเงียบสงัดชวนอึดอัด ฉันนั่งลงข้างเตียงผู้ป่วย จ้องมองหยาดหยดแห่งชีวิตที่ค่อยๆ สูบซีดออกจากร่างของผู้ชายที่ฉันเคยรักสุดหัวใจ หัวใจของฉันปวดแปลบ ทว่ามันไม่ใช่ความเจ็บปวดเพราะความรักอันลึกซึ้ง หากแต่เป็นความเวทนาอย่างสุดซึ้งที่มนุษย์คนหนึ่งมีให้แก่สิ่งมีชีวิตที่กำลังจะดับสูญเมื่อนิโคไลลืมตาขึ้นมาเห็นฉัน เขาคิดว่าตัวเองกำลังติดอยู่ในความฝัน“วิเวียน...”เธอกลับมาหาเขาแล้ว ความคิดถึงอันท่วมท้นที่บีบรัดจนเขาแทบหายใจไม่ออกตลอดคืนวันอันนอนไม่หลับ ในที่สุดก็ได้รับการปลดปล่อย น้ำตาไหลทะลักออกจากดวงตาของเขาอย่างไม่อาจควบคุมได้ฉันเคยเป็นห่วงเขา ทว่าความห่วงใยเหล่านั้นกลับมลายหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความโศกเศร้าจางๆ ในยามที่เขาลืมตาขึ้นมา ฉันรู้ดีว่าเรา

  • การจากลาอย่างสง่างาม   บทที่ 9

    ปลายสายโทรศัพท์ พ่อของวิเวียนเงียบงันไปเป็นเวลานาน ท่านย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าลูกสาวของตนอยู่ที่ไหน แต่เพราะการทรยศหักหลังของนิโคไลทำให้วิเวียนไม่ต้องการพบหน้าเขาอีก ในฐานะคนเป็นพ่อ ท่านไม่อาจบังคับจิตใจลูกสาวได้ จึงทำได้เพียงเอ่ยอ้างไปส่งๆ“พ่อเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้วิเวียนอยู่ที่ไหน แต่ข่าวฉาวของแกกับแม่สาวบาร์คนนั้นกำลังพาดหัวไปทั่วทุกหย่อมหญ้า แกไปจัดการเช็ดล้างเรื่องสกปรกพวกนั้นให้เรียบร้อยก่อนจะดีกว่า”นิโคไลสะกดกลั้นเสียงสะอื้นไห้พลางพึมพำตอบรับในลำคอแผ่วเบา ก่อนจะได้ยินเสียงสัญญาณตัดสายไปอย่างไร้เยื่อใยจากพ่อตา เพราะเรื่องอื้อฉาวระหว่างเขากับโรซาลินด์ ตอนนี้ตระกูลธอร์นจึงมองเขาด้วยสายตาเหยียดหยามและรังเกียจจับใจ เขาได้แต่เคียดแค้นและนึกสมเพชตัวเองในใจว่าทำไมวันนั้นถึงได้หุนหันพลันแล่นและโง่เง่าจนเอาตัวไปพัวพันกับโรซาลินด์ ทว่าความนึกเสียใจในตอนนี้มันก็สายเกินไปเสียแล้วนิโคไลทำได้เพียงเดินคอตกออกจากหน้าคฤหาสน์ตระกูลธอร์นเพื่อไปหาหนทางอื่น เขาติดต่อหาเพื่อนสนิทและคู่ค้าทางธุรกิจทุกคนที่เคยติดต่อกับวิเวียนเพื่อสืบหาเบาะแส ทว่าทุกคนกลับตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่รู้เรื่องรู้ราวอ

  • การจากลาอย่างสง่างาม   บทที่ 8

    นิโคไลมองเธอ แววตาไร้ซึ่งความอบอุ่นที่เคยมี หลังจากนิ่งเงียบไปนาน ในที่สุดเขาก็เปิดปากพูด“มันสำคัญด้วยเหรอ? ต่อให้ระหว่างเราเคยมีอะไรลึกซึ้งต่อกัน แต่คุณก็ไม่มีวันเหนือกว่าวิเวียนได้หรอก”โรซาลินด์เค่นหัวเราะอย่างขมขื่น น้ำตาเอ่อล้นคลอเบ้า เธอเคยหลงคิดว่าตัวเองคือผู้ชนะที่แท้จริง ทว่าสุดท้ายกลับพบว่ามันเป็นเพียงภาพลวงตาอันแสนโหดร้าย เธอพ่ายแพ้ให้แก่วิเวียนอย่างราบคาบและหมดรูป“ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันต้องอยู่ที่นี่เพื่อดูเท็ดดี้เติบโต การแยกจากแม่มันส่งผลเสียต่อเด็กนะ!”“ถ้าคุณไป แต่วิเวียนกลับมา เธอจะดูแลเท็ดดี้เป็นอย่างดีเอง” นิโคไลเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงเด็ดขาดไร้ซึ่งช่องว่างให้โต้แย้ง“มันจะไปเหมือนกันได้ยังไง! ฉันเป็นแม่แท้ๆ ของเท็ดตี้นะ!” โรซาลินด์กรีดร้องเสียงหลงนิโคไลไม่ได้สนใจท่าทีฟูมฟายสะเทือนอารมณ์ของโรซาลินด์ เขาหันหลังคว้าเสื้อโค้ตมาสวมแล้วเดินออกไปจากคฤหาสน์ทันที โรซาลินด์ตะโกนไล่หลังเขาด้วยความสิ้นหวัง“คุณจะไปไหนน่ะ!”ไร้ซึ่งสัญญาณตอบรับจากนิโคไล เขาไม่ได้แม้แต่จะหันหัวกลับมามอง โรซาลินด์ทรุดตัวลงกับพื้น ร้องไห้สะอื้นไห้อย่างหมดแรง หากย้อนเวลากลับไปได้ เธอจะไม่มีวันยอม

  • การจากลาอย่างสง่างาม   บทที่ 7

    คำพูดของทนายความดังก้องอยู่ในอากาศราวกับคำพิพากษาประหารชีวิต นัยน์ตาของนิโคไลเบิกโพลงขึ้นทันที ลืมสิ้นแม้กระทั่งหยาดเลือดที่กำลังไหลรินลงมาจากหน้าผาก เขาได้ยินถ้อยคำเหล่านั้นชัดเจนในขณะที่สมองหมุนคว้างอย่างสับสน... นี่เขาหย่าร้างไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่?“สัญญาหย่างั้นเหรอ?” เขาเค้นเสียงถาม เสียงสั่นเครือด้วยความสับสนและตื่นตระหนกพ่อบ้านขยับหลีกทางให้ทนายความหญิงในชุดสูทภูมิฐานก้าวเข้ามา ใบหน้าของเธอเรียบเฉยเย็นชาดุจลมฤดูหนาว โดยไม่ได้สนใจภาพความวุ่นวายที่มีทั้งเลือดและน้ำตาตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย“คุณวิเวียน ธอร์น มอบหมายให้ฉันมาแจ้งคุณค่ะว่าเธอได้ยื่นเรื่องขอหย่าเรียบร้อยแล้ว ในเอกสารฉบับนี้มีข้อตกลงเกี่ยวกับการแบ่งทรัพย์สินและสิทธิ์ต่างๆ เธอคาดหวังให้คุณเซ็นชื่อภายในสี่สิบแปดชั่วโมงค่ะ”ทนายความวางซองเอกสารหนาลงบนโต๊ะเสียงดังปึก ทีแรกนิโคไลคิดว่าทนายความคงจำคนผิด หรือไม่ก็คงเป็นเรื่องล้อเล่นที่แสนร้ายกาจ ทว่าหนังสือสัญญาหย่าที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับบดขยี้เศษเสี้ยวความหวังสุดท้ายของเขาจนแหลกสลาย“นอกจากนี้เธอยังฝากมาบอกว่า เธอไม่ได้มีความสนใจในหุ้นของบริษัทหรือเรื่องส่วนตัวของคุณเลยแม้แต

  • การจากลาอย่างสง่างาม   บทที่ 6

    กว่าจะจัดการเรื่องราววุ่นวายทั้งหมดเสร็จสิ้น นิโคไลก็ก้าวเท้าออกจากห้องทำงานด้วยสภาพที่ดูอิดโรยและทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด เขาพยายามโทรหาวิเวียน แต่ปลายสายกลับไม่มีคนรับเขาหันไปหาโรซาลินด์ซึ่งกำลังนั่งเล่นอยู่กับเท็ดดี้พลางเอ่ยถาม“ผมบอกให้คุณพาเท็ดดี้ไปขอโทษวิเวียนแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วเธอว่ายังไงบ้าง?”โรซาลินด์ชะงักไป เธอไม่คิดเลยว่าสิ่งแรกที่นิโคไลถามหลังจากทำงานเสร็จจะเป็นเรื่องของวิเวียน ความริษยาแล่นริ้วขึ้นมาในอก ในเมื่อตอนนี้เธอได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของนิโคไลแล้ว เธอก็ทึกทักเอาเองว่าตัวเองคือคุณผู้หญิงของคฤหาสน์หลังนี้เธอดันหลังเท็ดดี้เบาๆ ก่อนจะเอ่ยแก้ตัว“เท็ดดี้ไม่ได้คิดว่าตัวเองทำอะไรผิดนี่คะเมื่อวานนี้ อีกอย่างฉันคิดว่าแกก็แค่เล่นซนตามประสาเด็ก...”เท็ดดี้รีบพูดเสริมด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา “เท็ดดี้ไม่ได้ทำอะไรผิดฮะ”นิโคไลเริ่มหมดความอดทน น้ำเสียงเข้มขึ้น “เท็ดดี้ทำลายข้าวของของป้าวิเวียน ทำไมถึงคิดว่าไม่ต้องขอโทษ?”เท็ดดี้ทำหน้าตาบูดบึ้งด้วยความสับสน“ห้องทำงานนั้นเป็นของพ่อ พ่อรักเท็ดดี้ เพราะฉะนั้นเท็ดดี้ไม่จำเป็นต้องขอโทษ”โรซาลินด์ลูบหัวลูกชายด้วยความเอ็นดู โดยไม่ได้

  • การจากลาอย่างสง่างาม   บทที่ 5

    เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง... นิโคไลเดินกลับเข้ามาในห้องทำงาน ตั้งใจจะเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อจัดการงาน แต่แล้วเขาก็สังเกตเห็นว่ามีเอกสารกองมหึมาหายไปจากชั้นวางอย่างเห็นได้ชัดวิเวียนมักจะอยู่เคียงข้างเขาเสมอเวลาที่เขาทำงาน เขาจัดการเรื่องธุรกิจ ส่วนเธอก็นั่งร่างแบบดีไซน์อยู่ข้างๆ เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาแบ่งพื้นที่ในห้องนี้ออกเป็นสองส่วนเท่าๆ กันอย่างเป็นสัดส่วน ครึ่งหนึ่งสำหรับแฟ้มเอกสารของเขา อีกครึ่งหนึ่งสำหรับภาพวาดของเธอ ทั้งคู่ไม่ชอบให้ใครมารบกวนพื้นที่ส่วนตัว ดังนั้นหากไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า ก็จะไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้ามาในห้องนี้เด็ดขาดความหงุดหงิดแล่นพล่านขึ้นมาบนใบหน้าของเขาเมื่อภาพเหตุการณ์เมื่อวานผุดขึ้นมาในหัว ความขัดแย้งระหว่างวิเวียนกับเท็ดดี้เกิดขึ้นที่ห้องนี้เอง เขาแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าความพินาศทั้งหมดนี้จะเป็นฝีมือของเท็ดดี้ เอกสารทางธุรกิจของเขาไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย แต่เท็ดดี้กลับเลือกทำลายเฉพาะภาพร่างแบบของวิเวียนเท่านั้นเขาเรียกพ่อบ้านเข้ามาในห้องทำงานอีกครั้ง“เมื่อวานนี้เท็ดดี้ทำลายเอกสารไปมากแค่ไหน? ทำไมพื้นที่ครึ่งหนึ่งของห้องทำงานนี้ถึงโล่งเตียนไป

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status