เข้าสู่ระบบโรซาลินด์ ธอร์น น้องสาวแท้ๆ ของฉัน แย่งแฟนของฉันไปถึงเก้าคนติดต่อกัน ฉันกลัวการมีความรักจนไม่กล้ารักใครอีกเลย จนกระทั่ง นิโคไล โวลคอฟ มาขอฉันแต่งงาน เขาทะนุถนอมฉันราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า ฉันเชื่อหมดใจว่าในที่สุดฉันก็เจอ 'คนที่ใช่' เสียที ฉันคิดว่าตัวเองถูกกำหนดมาให้เป็น 'ดอนน่า' ของเขา ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและปลอดภัยเคียงข้างเขา ในคืนก่อนวันแต่งงานของเรา นิโคไลส่งโรซาลินด์ไปต่างประเทศ หลังจากแต่งงานกันได้สี่ปี ฉันได้พบกับโรซาลินด์อีกครั้งในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง แขกคนหนึ่งแสยะยิ้มพลางถามเธอว่า “นิโคไลส่งเธอไปเน่าตายที่ต่างประเทศตั้งสี่ปี เธอไม่เกลียดเขาเหรอ?” โรซาลินด์ยิ้มอย่างยั่วยวนแล้วตอบว่า “เขาเป็นพ่อของลูกทั้งสองคนของฉัน ฉันจะเกลียดเขาลงได้ยังไงล่ะ?” ห้องทั้งห้องพลันเงียบกริบราวกับป่าช้า “พี่สาวของฉันเนี่ยโง่เง่าไร้เดียงสาชะมัด ที่เชื่อว่านิโคไลเกลียดฉันจริงๆ!” เธอแค่นยิ้มด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม “ความจริงก็คือ ฉันให้กำเนิดทายาทของเขา อาศัยอยู่ในคฤหาสน์ของเขา ขับซูเปอร์คาร์ของเขา และใช้เงินของเขาต่างหาก” พอเธอพูดจบ สายตาทุกคู่ในห้องก็หันมาจับจ้องที่ฉันทันที ในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของนิโคไล โวลคอฟ ฉันไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้เลยแม้แต่น้อย แต่ฉันไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายหรือโวยวายอาละวาด ฉันเพียงแค่กด 'ส่ง' อีเมลที่ร่างทิ้งไว้นานแล้ว และคำตอบรับก็ส่งกลับมาอย่างรวดเร็ว [ยินดีต้อนรับคุณเข้าสู่ทีมแพทย์ของฉันอย่างยิ่ง ฉันรอคุณอยู่เสมอ] เมื่อจ้องมองข้อความตอบกลับนั้น รอยยิ้มที่แท้จริงก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของฉันอีกครั้ง นิโคไล โวลคอฟ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป คุณไม่จำเป็นต้องแกล้งทำเป็นรักฉันอีกต่อไปแล้ว
ดูเพิ่มเติม“คุณควรจะรีบแจ้งให้ทางครอบครัวทราบโดยเร็วที่สุดนะครับ พวกเขาจำเป็นต้องตัดสินใจว่าจะพากลับไปรักษาตัวที่บ้าน หรือจะย้ายไปโรงพยาบาลท้องถิ่นที่นี่ เพราะตอนนี้ทุกนาทีมีค่ามากครับ”พ่อของนิโคไลส่งต่อคำพูดของคุณหมอมาถึงฉันในทันที ฉันรีบเดินทางมายังโรงพยาบาลโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวภายในโรงพยาบาล อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออันเย็นเยียบ ผสมปนเปไปกับความเงียบสงัดชวนอึดอัด ฉันนั่งลงข้างเตียงผู้ป่วย จ้องมองหยาดหยดแห่งชีวิตที่ค่อยๆ สูบซีดออกจากร่างของผู้ชายที่ฉันเคยรักสุดหัวใจ หัวใจของฉันปวดแปลบ ทว่ามันไม่ใช่ความเจ็บปวดเพราะความรักอันลึกซึ้ง หากแต่เป็นความเวทนาอย่างสุดซึ้งที่มนุษย์คนหนึ่งมีให้แก่สิ่งมีชีวิตที่กำลังจะดับสูญเมื่อนิโคไลลืมตาขึ้นมาเห็นฉัน เขาคิดว่าตัวเองกำลังติดอยู่ในความฝัน“วิเวียน...”เธอกลับมาหาเขาแล้ว ความคิดถึงอันท่วมท้นที่บีบรัดจนเขาแทบหายใจไม่ออกตลอดคืนวันอันนอนไม่หลับ ในที่สุดก็ได้รับการปลดปล่อย น้ำตาไหลทะลักออกจากดวงตาของเขาอย่างไม่อาจควบคุมได้ฉันเคยเป็นห่วงเขา ทว่าความห่วงใยเหล่านั้นกลับมลายหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความโศกเศร้าจางๆ ในยามที่เขาลืมตาขึ้นมา ฉันรู้ดีว่าเรา
ปลายสายโทรศัพท์ พ่อของวิเวียนเงียบงันไปเป็นเวลานาน ท่านย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าลูกสาวของตนอยู่ที่ไหน แต่เพราะการทรยศหักหลังของนิโคไลทำให้วิเวียนไม่ต้องการพบหน้าเขาอีก ในฐานะคนเป็นพ่อ ท่านไม่อาจบังคับจิตใจลูกสาวได้ จึงทำได้เพียงเอ่ยอ้างไปส่งๆ“พ่อเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้วิเวียนอยู่ที่ไหน แต่ข่าวฉาวของแกกับแม่สาวบาร์คนนั้นกำลังพาดหัวไปทั่วทุกหย่อมหญ้า แกไปจัดการเช็ดล้างเรื่องสกปรกพวกนั้นให้เรียบร้อยก่อนจะดีกว่า”นิโคไลสะกดกลั้นเสียงสะอื้นไห้พลางพึมพำตอบรับในลำคอแผ่วเบา ก่อนจะได้ยินเสียงสัญญาณตัดสายไปอย่างไร้เยื่อใยจากพ่อตา เพราะเรื่องอื้อฉาวระหว่างเขากับโรซาลินด์ ตอนนี้ตระกูลธอร์นจึงมองเขาด้วยสายตาเหยียดหยามและรังเกียจจับใจ เขาได้แต่เคียดแค้นและนึกสมเพชตัวเองในใจว่าทำไมวันนั้นถึงได้หุนหันพลันแล่นและโง่เง่าจนเอาตัวไปพัวพันกับโรซาลินด์ ทว่าความนึกเสียใจในตอนนี้มันก็สายเกินไปเสียแล้วนิโคไลทำได้เพียงเดินคอตกออกจากหน้าคฤหาสน์ตระกูลธอร์นเพื่อไปหาหนทางอื่น เขาติดต่อหาเพื่อนสนิทและคู่ค้าทางธุรกิจทุกคนที่เคยติดต่อกับวิเวียนเพื่อสืบหาเบาะแส ทว่าทุกคนกลับตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่รู้เรื่องรู้ราวอ
นิโคไลมองเธอ แววตาไร้ซึ่งความอบอุ่นที่เคยมี หลังจากนิ่งเงียบไปนาน ในที่สุดเขาก็เปิดปากพูด“มันสำคัญด้วยเหรอ? ต่อให้ระหว่างเราเคยมีอะไรลึกซึ้งต่อกัน แต่คุณก็ไม่มีวันเหนือกว่าวิเวียนได้หรอก”โรซาลินด์เค่นหัวเราะอย่างขมขื่น น้ำตาเอ่อล้นคลอเบ้า เธอเคยหลงคิดว่าตัวเองคือผู้ชนะที่แท้จริง ทว่าสุดท้ายกลับพบว่ามันเป็นเพียงภาพลวงตาอันแสนโหดร้าย เธอพ่ายแพ้ให้แก่วิเวียนอย่างราบคาบและหมดรูป“ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันต้องอยู่ที่นี่เพื่อดูเท็ดดี้เติบโต การแยกจากแม่มันส่งผลเสียต่อเด็กนะ!”“ถ้าคุณไป แต่วิเวียนกลับมา เธอจะดูแลเท็ดดี้เป็นอย่างดีเอง” นิโคไลเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงเด็ดขาดไร้ซึ่งช่องว่างให้โต้แย้ง“มันจะไปเหมือนกันได้ยังไง! ฉันเป็นแม่แท้ๆ ของเท็ดตี้นะ!” โรซาลินด์กรีดร้องเสียงหลงนิโคไลไม่ได้สนใจท่าทีฟูมฟายสะเทือนอารมณ์ของโรซาลินด์ เขาหันหลังคว้าเสื้อโค้ตมาสวมแล้วเดินออกไปจากคฤหาสน์ทันที โรซาลินด์ตะโกนไล่หลังเขาด้วยความสิ้นหวัง“คุณจะไปไหนน่ะ!”ไร้ซึ่งสัญญาณตอบรับจากนิโคไล เขาไม่ได้แม้แต่จะหันหัวกลับมามอง โรซาลินด์ทรุดตัวลงกับพื้น ร้องไห้สะอื้นไห้อย่างหมดแรง หากย้อนเวลากลับไปได้ เธอจะไม่มีวันยอม
คำพูดของทนายความดังก้องอยู่ในอากาศราวกับคำพิพากษาประหารชีวิต นัยน์ตาของนิโคไลเบิกโพลงขึ้นทันที ลืมสิ้นแม้กระทั่งหยาดเลือดที่กำลังไหลรินลงมาจากหน้าผาก เขาได้ยินถ้อยคำเหล่านั้นชัดเจนในขณะที่สมองหมุนคว้างอย่างสับสน... นี่เขาหย่าร้างไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่?“สัญญาหย่างั้นเหรอ?” เขาเค้นเสียงถาม เสียงสั่นเครือด้วยความสับสนและตื่นตระหนกพ่อบ้านขยับหลีกทางให้ทนายความหญิงในชุดสูทภูมิฐานก้าวเข้ามา ใบหน้าของเธอเรียบเฉยเย็นชาดุจลมฤดูหนาว โดยไม่ได้สนใจภาพความวุ่นวายที่มีทั้งเลือดและน้ำตาตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย“คุณวิเวียน ธอร์น มอบหมายให้ฉันมาแจ้งคุณค่ะว่าเธอได้ยื่นเรื่องขอหย่าเรียบร้อยแล้ว ในเอกสารฉบับนี้มีข้อตกลงเกี่ยวกับการแบ่งทรัพย์สินและสิทธิ์ต่างๆ เธอคาดหวังให้คุณเซ็นชื่อภายในสี่สิบแปดชั่วโมงค่ะ”ทนายความวางซองเอกสารหนาลงบนโต๊ะเสียงดังปึก ทีแรกนิโคไลคิดว่าทนายความคงจำคนผิด หรือไม่ก็คงเป็นเรื่องล้อเล่นที่แสนร้ายกาจ ทว่าหนังสือสัญญาหย่าที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับบดขยี้เศษเสี้ยวความหวังสุดท้ายของเขาจนแหลกสลาย“นอกจากนี้เธอยังฝากมาบอกว่า เธอไม่ได้มีความสนใจในหุ้นของบริษัทหรือเรื่องส่วนตัวของคุณเลยแม้แต