เข้าสู่ระบบตอนที่ 12 เคยรักข้าบ้างหรือไม่
ไป๋อวี้ชิงเดินทางกลับมาถึงจวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นางกำลังจะเดินเข้าไปข้างในทว่า ท่านแม่ของนางให้สาวใช้มาคอยนางตั้งนานแล้ว อวี้ชิงเห็นสาวใช้ของท่านแม่นางจึงสำรวมกิริยา จ้องเขม็งไปที่สาวใช้ สายตาจิกกัดนั่นบ่งบอกว่าหากคิดปากโป้งได้ถูกลงโทษเป็นแน่
สาวใช้ใบหน้าซีดเซียวไปทันทีเมื่อเห็นสายตาเช่นนั้น นางพยักหน้าน้อย ๆ เดินคอตกตามแผ่นหลังบอบบางของนายสาวไป สาวใช้ของฮูหยินเอกมิอยากจะพูดคุยกับคุณหนูรองผู้เอาแต่ใจ ยามนี้ใบหน้าอัปลักษณ์ยิ่งนัก
“คารวะท่านแม่” อวี้ชิงกว่าจะกลับจวนก็มืดค่ำแล้ว เลยมื้อค่ำไปนานก็ว่าได้ นางกล่าวทักทายและยอบกายลงอย่างดงาม ตามคำสอนสั่งที่ฮูหยินเอกหรือท่านแม่สอนสั่งนางอย่างดี
“ไปไหนมา” น้ำเสียงแข็ง ๆ พูดจากับอีกว่า ท่าทางของนางราวกับนางปีศาจจ้องจะกินหัวลูกสาวไม่ผิด อวี้ชิงมิกล้าบอกว่านางไปตามท่านแม่ทัพ “คำพูดของข้าคงไร้ความหมายกระมัง พ่อเจ้าบอกว่ามิให้ออกไปข้างนอกไยจึงขัดคำสั่ง”
“ท่านแม่ ลูกไป...ไปกับนางเจ้าค่ะ” อวี้ชิงโยนความผิดให้สาวใช้ สาวใช้ผู้นี้จึงรีบคุกเข่าลงที่พื้นแข็งกระด้าง เสียงเข่ากระแทกลงพื้นพอสมควร สีหน้าซีดเซียวราวกับกระดาษขาว หากนางพูดออกไปว่าเป็นคุณหนูก็ย่อมถูกลงโทษ หากบอกว่าตัวเองเป็นคนชักชวนโทษย่อมนักแน่ ๆ
“บอกมา เจ้าถือดีอย่างไรพาลูกข้าออกไปเช่นนี้ หากใครรู้เข้าจะอับอายขายหน้า นายท่านของเจ้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” น้ำเสียงตวาดดังลั่นห้อง ทำให้สาวใช้ผู้นี้ร้องไห้ออกมาไม่หยุดหย่อน เห็นแล้วว่าชะตาตนเองนั้นมืดมัวขนาดไหน หากไม่ตายเพราะถูกโบยตี ก็ถูกขายออกไป
“ฮูหยินเจ้าค่ะ อภัยให้ข้าสักครั้งเถิดเจ้าค่ะ” สาวใช้ลนลานรีบคลานเข่าเข้ามาเกาะขาของฮูหยินใบหน้าแนบกับปลายรองเท้าอย่างเวทนาสงสารยิ่งนัก
“ท่านแม่เจ้าคะ” หญิงสาวอัปลักษณ์เอ่ยปากขึ้น ทว่ายังพูดไม่จบประโยค ท่านแม่ของนางก็สวนขึ้นทันที
“ริจะเป็นนายที่ดีควรจะสอนสั่งบ่าวไพร่ให้เชื่อฟัง มิใช่ชักจูงกันออกไปข้างนอก หากผู้คนรับรู้ว่าเจ้านั้นอัปลักษณ์ใบหน้าเป็นผื่นด่างดำราวกับคางคก บิดาของเจ้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน ชิงเอ๋อร์ลูกแม่ เจ้าโตแล้วหัดใช้ความคิดเสียบ้าง”
ฮูหยินเอกเอ่ยสอนสั่งนางไปหลายคำ จากนั้นนางยกมือขึ้นลูบศีรษะของสาวใช้อวี้ชิงด้วยความเมตตาสงสาร “ต่อไปนี้ก็หัดห้ามคุณหนูของเจ้าบ้างเล่า ครานี้ข้าให้อภัยไม่ลงโทษ แต่อย่าให้มีอีกครั้งนะ โทษโบยยังอยู่”
ฮูหยินเอกได้เอ่ยขึ้น พร้อมกับโบกไม้โบกมือให้พวกนางออกไป ด้วยที่ว่าทนเห็นใบหน้าอัปลักษณ์ของลูกสาวไม่ได้ ความชิงชังในอดีตนางได้ละทิ้งไปหมดแล้ว ก็คงหลงเหลือเพียงแค่ลูกสาวศัตรูหัวใจ เห็นนางเป็นเช่นนี้ บางครั้งก็สงสาร บางครั้งก็สาแก่ใจ
จะมีบ้านใดกันเล่าที่จะมีภรรยาเอกและภรรยารองอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ตระกูลไป๋เองก็เช่นเดียวกัน ระหว่างนางที่เป็นฮูหยินเอกถูกหมั้นหมายมาก่อน จะต้องยอมรับฮูหยินรองที่เป็นคนรักของสามีเข้ามาในจวนมันปวดร้าวขนาดไหนกัน
เหตุใดนางจะไม่เข้าใจความรู้สึกของคุณหนูฟางเล่า ฮูหยินเอกนั้นยกถ้วยน้ำชาที่เย็นชืดขึ้นดื่มอย่างไร้อารมณ์ใด ๆ ดวงตาเหม่อมองทอดสายตาออกไปข้างนอกหน้าต่างนั้น อึดใจหนึ่งนางก็หัวเราะเบา ๆ
นางแสร้งเป็นท่านแม่ที่ใจดีย่อมมีเหตุผลมากมายนั่นเพราะสิ่งใดกันเล่า ลบล้างความผิดที่นางเคยลงมือวางยาสังหารฮูหยินรองจนตายหรือ ก็อาจจะใช่อย่างนั้นก็เป็นไปได้
อวี้ชิงเดินออกมาจากห้องท่านแม่ถึงกับโล่งอก “นึกว่าเจ้าจะถูกลงโทษแล้ว” นางพูดขึ้นราวกับไม่เห็นใจ มิหนำซ้ำยังไม่ออกปากช่วยเหลือ ต้นเหตุมันมาจากนาง สาวใช้จึงได้แค้นเคืองยิ่งนักเก็บความไม่พอใจเอาไว้
คราวหน้านางจะไปฟ้องฮูหยินใหญ่เสีย ดูสิว่าจะทำอย่างไร นางมิใช่คนชักชวนเสียหน่อยและยังโชคดีนักวันนี้ฮูหยินใหญ่เมตตานางและเห็นใจนาง ไม่เหมือนกับคุณหนูรองที่ใจไม้ไส้ระกำนัก มิเคยเห็นใจสาวใช้เช่นพวกนาง
วัน ๆ ก็เอาแต่ดุด่าทอด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย หากทำอันใดให้ไม่พอใจก็จะถูกทุบตีไม่เว้นวัน หญิงงามทว่าจิตใจของนางช่างอำมหิตและโหดเหี้ยมนัก สงสารท่านแม่ทัพหยางที่ไม่รู้ว่าคุณหนูรองที่เขารักนั้นเป็นนางปีศาจจำแลงแปลงร่างมาเป็นนางเซียนน้อยแค่นั้น
“เจ้าค่ะ ข้าน้อยนึกว่าถูกโบยเป็นแน่ ดีนะเจ้าคะที่ฮูหยินใหญ่รักและเอ็นดูคุณหนู หาไม่แล้วข้าน้อยคงจะนอนเจ็บหรือไม่ก็คงจะตายอย่างอนาถแล้วเจ้าค่ะ” คำพูดของสาวใช้เอ่ยยกยอก็จริง ทว่าแฝงไปด้วยความแดกดันเจ้านาย
สตรีอัปลักษณ์สมองกลวงโบ๋ ข้างในคงจะมีแต่นุ่นเท่านั้นกระมังถึงไม่รู้ว่าสาวใช้พูดจาเชิงต่อว่าต่อขานนางที่มิยื่นมือช่วยเหลือ อวี้ชิงยังยิ้มได้นางเดินไปโดยไม่สนใจสายตาของบ่าวไพร่แอบชำเลืองสายตามองไปยังใบหน้าที่พันด้วยผ้าสีขาว ราวกับพันศพคนตาย
ตระกูลฟาง
ผิงอันคนงามไม่เอ่ยปากพูดอันใด นางก้มหน้าก้มตากินอย่างเงียบ ๆ ทว่าด้านในทรวงอกของนางนั้นราวกับมีเข็มนับพันนับหมื่นทิ่มแทงเป็นแผลเหวอะหวะ ดวงตากลมโตรื้นแดงระเรื่อม่านน้ำตากำลังจะไหลทะลักออกมา
นางวางตะเกียบลงด้วยหัวใจที่ร้าวราน จากนั้นจึงเอ่ยปากบอกว่าอิ่มแล้ว ก้อนเนื้อของนางกำลังเจ็บปวดรวดร้าวมันบีบรัดแน่นแทบหายใจไม่ออก มันจุกอยู่ระหว่างลำคอของนาง และดูเหมือนมันจะรุนแรงขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว
มือเรียวนุ่มนิ่มทาบลงที่หน้าอกของตนเอง ร่างกายของนางอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงที่จะก้าวเดินต่อไป นางไม่เข้าใจ สิ่งที่นางกำลังคิดอยู่นั้นมันใช่เรื่องจริงหรือไม่ เหตุใดเขาจึงร้ายกาจเช่นนี้นะ เล่นสนุกกับความรักที่นางมอบให้
“กินเพียงไม่กี่คำเองนะ อิ่มแล้วหรือขอรับ” พ่อบ้านเฟยยังไม่รู้ตัวว่าคนตัวเล็กนั้นกำลังสงสัย
“อืม วันนี้ข้าให้ท่านกลับบ้านไปก่อนได้ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ข้าอยากจะนอนแล้ว” นางไม่อยากจะพูดมากกลัวว่าจะร้องไห้ออกมา นางไม่อยากจะอ่อนแออีกแล้ว
“แต่ว่า” พ่อบ้านเฟยลุกขึ้นเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กผิดปกติไปจากเดิม เค้าลางร้ายมาเยือนเป็นแน่
“ไม่มีแต่ วันนี้ข้าอยากอยู่คนเดียว” เสียงสั่นสะอื้นเบา ๆ เอ่ยขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง จู่ ๆ น้ำตาของนางก็ได้ร่วงลงมาเป็นสายราวกับไข่มุกเม็ดโต สาวงามทรุดกายลงที่พื้นแข็งกระด้าง
พ่อบ้านเฟยตกใจยิ่งนักรีบไปประคอง ทว่านางสะบัดแขนออกจากการจับกุม สีหน้าของนางนั้นแดงก่ำน้ำตาไหลนองสองแก้มราวกับทำนบแตก เสียงสะอึกสะอื้นไห้ ทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดใจไม่แพ้กัน เขาโอบกอดนางเอาไว้
ผิงอันดิ้นหนีจากการกอบกุมของเขา กำปั้นน้อย ๆ ยกขึ้นมาทุบกับแผงอกและแขนของเขาอย่างสุดแรงเกิดของนาง จนทำให้บาดแผลที่ถูกฟัดมา มีโลหิตสีแดงไหลเปรอะเปื้อนจนเห็นได้ชัด ทว่าคนตัวเล็กนั้นกำลังโกรธจัด นางควบคุมความผิดหวังเสียใจที่ถูกชายคนรักหลอกลวงหักหลังไม่ได้
มือเรียวกระชากหน้ากากมนุษย์ออก เมื่อเผยโฉมใบหน้าที่แท้จริงของชายหนุ่ม สีหน้าของนางราวกับเห็นภูตผี แท้จริงแล้วใช่เขาจริง ๆ ด้วย คนตัวเล็กถอยหนีเร่งฝีเท้า ยกมือขึ้นปาดน้ำตา อาถงเดินออกไปข้างนอกมิได้รับรู้เลยว่าในห้องโถงรับอาหารนั้นเป็นเช่นไร
ข้อมือเล็ก ๆ ถูกฉุดกระชาก เขาดึงข้อมือของหญิงที่รักยิ่งเข้ามา ร่างบอบบางต้านแรงไม่ไหว โซเซถลาเข้าปะทะที่แผงอกแกร่งของเขาเข้าให้อย่างจัง
“ได้โปรดฟังพี่พูดสักหน่อยเถิด ที่พี่ทำ” เขากำลังจะอธิบายให้นางได้ฟัง ทว่าคนตัวเล็กโกรธจัดจนทนฟังคำแก้ตัวของเขาไม่ได้ นางยังคงสะอึกสะอื้นไห้จนตัวโยน ริมฝีปากเผยอขึ้นเล็ก ๆ จมูกของนางแดงระเรื่อ ใบหน้าแดงก่ำเต็มไปด้วยโทสะที่อัดแน่น จวนเจียนแทบกระอักเลือดออกมา
“ข้าขอถามท่านสักคำว่าท่านเคยรักข้าบ้างหรือไม่! หรือว่าแท้จริงแล้วท่านไม่เคยรักข้าเลย! เฟยเทียน! เจ้าตอบข้ามา!” เสียงแหบแห้งตะคอกใส่หน้า พ่นวาจาเดือดดาลเข้าให้ไปหลายคำน้ำเสียงกระแทก ๆ แข็งกร้าวดุดันขึ้นมามากโข
“ท่านทำร้ายหัวใจของข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า สนุกพอหรือยัง! ข้าถามว่าท่านสนุกพอหรือยัง! หยางเฟยเทียน! ตอบข้ามาสิ! ตอบข้ามา!”
ตอนพิเศษ โจวกงจู่อภิเษกองค์หญิงโจวซู่หนี่ว์อภิเษกสมรสกับองค์ชายรองฉู่หมิงหาน เป็นที่กล่าวขวัญยิ่งนัก เมื่อสตรีที่อายุมากกว่า กลับพ่ายแพ้ให้กับบุรุษรูปงามผู้หนึ่ง ที่คอยแวะเวียนมาปั่นป่วนกวนใจ กว่าจะได้อภิเษกสมใจนั้นทำให้องค์ชายฉู่หมิงหานแทบอยากจะร้องไห้วันละหลาย ๆ ครั้งเขาอยากจะรวบหัวรวบหางนางเสีย ทว่ากุนซือสาวผู้นี้มักเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก เขาใช้แผนใดล้วนมิได้ผล ทว่ากลับทำให้นางเข้าใจเขามากขึ้น เมื่อเห็นว่าองค์ชายผู้นี้มิได้มีดีที่ปากเพียงแค่อย่างเดียว ซ้ำยังมีฝีมือเรื่องการรักษา ถึงแม้ไม่ได้เก่งกาจทัดเทียมกับหมอหลวงในวังด้วยจิตใจที่มีเมตตาหนุนนำมุ่งมั่นทำให้องค์ชายรองผู้นี้คว้าพระทัยกงจู่มาครอบครองได้ไม่ยากนัก นั่นคือการช่วยชราผู้หนึ่งที่ดวงตาของเขามืดบอดแทบมองไม่เห็น ฉู่หมิงหานคอยแวะเวียนไปถามไถ่อาการจัดเทียบยาให้ และรักษาเพื่อมิให้ดวงตานั้นอักเสบเจ็บปวดไปมากกว่านี้ชายชราอาการดีขึ้น จากดวงตามืดมัวพอได้เริ่มเห็นแบบเลือนรางก็ดีใจเสียยกใหญ่ เที่ยวพูดโอ้อวดใครต่อใคร มีท่านเซียนโอสถช่วยเหลือ องค์ชายรองถึงกับยิ้มไม่หุบ ชายชราพูดจาหวานรื่นหู ยกยอปอปั้นเป็นเซียนหนุ่มรูปงามทำให้บรรดาสาว ๆ ต
พิเศษ ฉู่กงจู่ ปราบแม่สามีหลังจากงานเลี้ยงต้อนรับแม่ทัพหยางกลับเมืองหลวงแล้ว จู่ ๆ ฉู่กงจู่ก็บอกกับพี่ชายว่านางอยากจะไปเดินเล่น เช่นนั้นให้นำนางกำนัลทั้งสามกลับไปยังพระตำหนักรับรองในวังหลวง ด้วยเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น มีหรือพี่ชายจะไม่ปวดหัวกับน้องสาวที่แสนดื้อรั้นเอาแต่ใจคาดว่านางน่าจะไปข่มเหงรังแกรองแม่ทัพจ้าวอีกแล้วกระมัง พี่ชายอย่างองค์ชายรองฉู่หมิงหานจะทำอันใดได้กัน ผู้ติดตามเดิมทีแฝงตัวอยู่แดนเหนือก็ได้ย้ายตนเองมาติดตามองค์ชายรองเป็นการถาวร และเป็นองครักษ์คนสนิทที่รู้เรื่องราวของแคว้นโจวเป็นอย่างดีอีกด้วยเรื่องราวของรองแม่ทัพจ้าวไม่มีอันใดให้น่าสืบหรือค้นหาความจริง เขาก็เป็นเพียงแค่สามัญชน หากแต่คนที่องค์ชายรองหมายตาอยากรู้เบื้องหลังนั้นคือคุณชายใหญ่ตระกูลฟางต่างหากเล่า เหตุใดกันจึงได้ดูสนิทสนมกับเหล่าแม่ทัพนายกองนักคนผู้นี้รับปากไปไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ก็กลับมารายงาน ทว่าระหว่างนั้นฉู่กงจู่มิได้กลับมายังตำหนักรับรองในวังหลวง นางกินและนอนพักอาศัยอยู่ที่จวนตระกูลจ้าว ทำให้คนในจวนนั้นอดเอ็นดูว่าที่ลูกสะใภ้ไม่ได้วันแรกที่นางเหยียบเท้าเข้าไปบ้านสามี ก็จัดการกำราบแม่สามีเสียอยู่หมัด นั
ตอนที่ 35 แต่งงาน (จบ) +พิเศษอุ่นเตียงขบวนสินสอดสู่ขอเจ้าสาวยาวเป็นหางว่าวมองจนสุดสายตาก็ไม่มีทีท่าว่าจะหมด เสียงดนตรีเซ็งแซ่ สองข้างทางเต็มไปด้วยผู้คน เจ้าบ่าวสวมชุดสีแดงสด ด้านหลังมีตราพยัคฆ์คำรามปักอยู่ แสดงถึงตำแหน่งแม่ทัพเกี้ยวเจ้าสาวช่างดูใหญ่โตสมฐานะยิ่งนัก เจ้าบ่าวนั่งอยู่บนม้าตัวใหญ่ ใบหน้าของชายหนุ่มนั้นยิ้มแย้มอย่างดีใจยิ่ง จะได้กอดคนรักสมใจเสียที ทุกคืนเขามาหานางแต่ก็ได้พบกับความพ่ายแพ้ทุกครั้งไป ใครเล่าจะคิดว่าฟางผิงซานและฟางผิงซวนช่างเป็นคนที่รับมือยากเสียจริงเขาผ่านศึกมาหลายครั้งหลายครา ยังไม่อาจเทียบความเจ้าเล่ห์ของพี่น้องคู่นี้ได้เลย ฟางผิงอันแต่งกายด้วยชุดสีแดงสด สั่งตัดจากห้องอาภรณ์ของวังหลวง โดยมีพระมารดาแผ่นดินพระราชทานช่างมาวัดตัวถึงจวนคหบดีฟางฟางผิงอันแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ผ้าคลุมหน้าก็ถูกคลุมรอเพียงแค่ให้เจ้าบ่าวมารับขึ้นเกี้ยว ข้างกายของนางมีโจวกงจู่และฉู่กงจู่ ทั้งสองอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ งานแต่งของพวกนางจะเกิดขึ้นหลังจากนี้หนึ่งเดือนเท่านั้นและวันนี้ก็เป็นโอกาสอันดีที่นางจะได้เรียนรู้ไปในตัว สายตาของฟางผิงซานนั้นลอบมองกงจู่ของเขาอยู่ครู่ใหญ่ จนกระทั่งองค
ตอนที่ 34 ง้อคนช่างยากยิ่งนักรองแม่ทัพจ้าวเกาเหวิน เร่งฝีเท้าเดินไปในที่มืดมิดเขาชำนาญเส้นทางเป็นอย่างดี มุ่งหน้าไปทางที่ลับตาคน ดังนั้นเขาจึงเร้นกายภายใต้ความมืดมิด ไร้แสงสว่างจากโคมไฟ ฉู่หมิงหลันเดินตามไปจู่ ๆ เขาก็หายไป นางหาเท่าไหร่ก็ไม่พบเสียทีทำให้คนตัวเล็กเริ่มถอดใจ ทรุดกายลงนั่งที่พื้นหญ้าภายใต้ความมืดมิด รองแม่ทัพจ้าวซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ เขาเห็นหญิงสาวก้มหน้างุดร้องไห้สะอึกสะอื้นเขาจึงได้กระโดดลงมา ด้วยความรู้สึกผิดที่คิดแกล้งนางจนร้องไห้คนตัวโตมายืนอยู่เบื้องหน้าของคนที่กอดเข่าสะอื้นไห้จนตัวโยน เมื่อนางเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับคนตัวโตสูงใหญ่ สามีของนาง หมิงหลันรีบลุกขึ้นโผเข้าสวมกอดเขาเอาไว้แนบแน่นด้วยความดีใจ ดวงตาที่อาบน้ำตานั้นเปียกชื้นที่เสื้อจนทำให้เขารู้สึกถึงความชุ่ม“พี่ขอโทษนะเด็กดี พี่ไม่แกล้งเจ้าแล้ว” ชายหนุ่มพูดขึ้น ฝ่ามือของเขาเกลี่ยน้ำตาให้หญิงสาว จากนั้นเขาค่อย ๆ บรรจงประกบกลีบปากเข้ากับอีกฝ่ายสอดลิ้นร้ายกาจเข้าไปด้านในความหาน้ำหวานของอีกฝ่ายด้วยใจที่โหยหาและอยากกระสันนักคนตัวเล็กเขย่งปลายเท้า วงแขนเล็ก ๆ สวมกอดเข้าที่ต้นคอของชายหนุ่ม เสียงหวานร้องอื้อ อ้า อยู่ใ
ตอนที่ 33 คิดถึงฉู่หมิงหลัน มองหน้าชายหนุ่มที่ทำหน้าตาเหง้างอ คล้ายดั่งคนกำลังงอน นางจึงได้เดินเข้าไปทักทาย ทว่าอีกฝ่ายกลับเล่นตัวเดินหนีนางหน้าตาเฉย ด้วยความไม่เข้าใจว่านางทำอันใดผิดไปจึงได้ยกมือขึ้นลูบจมูกของนางไปสองสามครั้งมองเห็นแผ่นหลังหนาแกร่งกำยำเดินจากไป หัวใจของนางรู้สึกกระตุกวูบหล่นลงมาที่ข้อเท้า ยามเมื่อเห็นสตรีสมควรตายผู้หนึ่ง กล้าดีอย่างไรมาจับแขนของสามีนางคนตัวเล็กมิเคยกลัวใครทั้งสิ้น แม้จะต่างแคว้น นางก็หาได้เกรงกลัวใครเสียเมื่อไหร่กัน เท้าเล็ก ๆ รีบก้าวสวบ ๆ ยังกับบุรุษ เร่งฝีเท้าไปจนกระทั่งคว้าแขนของสามีเข้ามากอดแนบแน่น นางกำนัลที่ติดตามก็รีบวิ่งแจ้นตามกงจู่น้อยผู้เอาแต่ใจ“เกาเหวิน! หญิงผู้นี้เป็นใคร! ท่านรู้จักรึ!” คำถามแม้จะดูหาเรื่องอีกฝ่าย ทว่าคนตัวเล็กกว่าเงยหน้าขึ้นมองยังใบหน้าคมคายที่ดูเหมือนราบเรียบไม่รู้สึกอันใด ยามนั้นยังคร่ำครวญมิให้นางจากไป แต่ดูสิไม่เจอหน้ากันเพียงแค่สองเดือนก็ทำตัวห่างเหิน และยังเย็นชาใส่อีก“แล้วฉู่กงจู่ล่ะพ่ะย่ะค่ะ เป็นอันใดกับกระหม่อม” จ้าวเกาเหวินยียวนอีกฝ่าย น้อยใจนักนางเงียบหายจนเขาเสียใจ พอกลับมาก็ได้รับราชโองการแต่งงานกับกงจู
ตอนที่ 32 งานเลี้ยงงานเลี้ยงต้อนรับแม่ทัพหยาง จัดขึ้นใกล้กับสระบัว เป็นสวนขนาดใหญ่อยู่ในวังหลวง มีไท่จื่อ เสด็จเป็นประธานพิธีงานเลี้ยงในวันนี้ ดังนั้นคนที่สำคัญก็ไม่แพ้แม่ทัพหยางและยังมีผู้ติดตามคือท่านรองจ้าว และยังมีกุนซือเถียน ที่น้อยคนนักจะรู้ว่า แท้จริงแล้วกุนซือเถียนก็คือกงจู่แห่งแคว้นวันนี้กุนซือเถียนมิได้แต่งกายเป็นสตรี ยังคงแต่งกายเป็นบุรุษทำให้เหล่าขุนนางหลายคนนั้นดูจะตกใจไม่น้อยและรีบสงบปากเก็บคำอย่างทันทีทันใด เมื่อถูกปลายหางตาจับจ้องไปยังพวกปากสวะ คนเหล่านั้นย่อมรีบหุบปาก มิเช่นนั้นเขาจะถูกกล่าวด่าทอให้อับอายขายหน้าเหล่าขุนนางล้วนรู้ดี ว่ากงจู่ขั้นหนึ่งนั้นเป็นเช่นไร พระทัยโหดเหี้ยมนัก ร้ายกาจไม่เบาอีกทั้งพระพักตร์แย้มยิ้มเมื่อไหร่ ได้ตายกันหลายคนแน่ ยามเมื่อเห็นท่านกุนซือเดินเข้ามา ผู้ที่พูดคุยกันอยู่ต่างก็เงียบปากลงอย่างทันทีทันใดแม่ทัพหยางเข้ามาอีกคน ร่วมด้วยท่านรองจ้าว และยังมีเหล่าครอบครัวขุนนางทั้งหลายอีกด้วยที่ติดตามบิดามาร่วมงานเลี้ยงในคืนนี้ สตรีมากมายเมื่อได้เห็นโฉมหน้าของแม่ทัพแดนเหนือต่างก็อดที่จะโปรยยิ้มส่งไปให้ชายหนุ่มไม่ได้เหล่าสาวงามก็ต้องพบกับความผิด
ตอนที่ 11 สงสัยใช่หรือไม่กลุ่มโจรลักพาตัวหญิงสาวถูกจับกุมจนหมดแล้ว ด้วยฝีมือของท่านรองจ้าวเกาเหวิน หญิงสาวห้าคนต่างดีอกดีใจนักที่จะได้กลับบ้านเสียที พวกนางเดินทางข้ามเขตแดนมานานหลายวัน ย่อมมีอ่อนล้าและอ่อนเพลียเป็นธรรมดาจ้าวเกาเหวินจึงให้พวกนางไปพักที่เรือนรับรองเขตของทางการได้ สตรีเหล่านี้ถูกดูแ
ตอนที่ 10 สตรีปริศนาเหล่าสาวงามถูกช่วยเหลือแล้วส่งพวกนางกลับไปยังดินแดนที่จากมาด้วยรถม้าคันใหญ่ ส่งพวกนางให้ปลอดภัย ทว่ามีหญิงสาวรายหนึ่งยืนกรานอยากจะขอพบผู้ใจดีมีน้ำใจช่วยเหลือเป็นชายอัปลักษณ์นั่นเพราะนางสังเกตเห็นพู่สีแดงนั่น แต่ละคนมีห้อยเอาไว้ที่เอวหญิงสาวรายนี้ไม่ละความพยายามดื้อดึงจะขอพบหน
ตอนที่ 9 ช่วยสาวงามคำพูดของท่านแม่ทัพหยางก่อนจากลาทำให้คนป่วยที่แสร้งป่วยทำให้นางคิดหนัก เขาหนีนางไปอีกแล้ว ดวงตากลมโตทอแสงหม่นหมองปนโศกเศร้าเสียใจ ใบหน้างามนี้ไร้ความรู้สึกราวกับว่ามันด้านชาไปแล้ว“ลี่จู เจ้าดูเขาสิทิ้งเจ้าไว้แล้วก็ทิ้งข้าอีกด้วย” คนตัวเล็กบ่นอุบอิบเข้าให้ ในอ้อมกอดของนางเจ้าลี่จ
ตอนที่ 8 ของขวัญแทนใจตกบ่ายวันเดียวกันมีคนมาจากตระกูลฟาง เอ่ยบอกว่าขอเข้าพบท่านแม่ทัพสักครู่ มีเรื่องสำคัญจะบอก ทว่าท่านแม่ทัพกลับมาจากตระกูลไป๋ได้พักใหญ่ เขากำลังฝึกซ้อมกระบี่อยู่ที่ลานฝึก เมื่อได้ยินถ้อยคำของผู้มาใหม่ เขาก็ร้อนใจยิ่งนัก เมื่อคืนก็เห็น ๆ อยู่ว่านางมิได้ป่วยอันใดกันนี่นาครั้นจะเอ







