LOGINตอนที่ 10 สตรีปริศนา
เหล่าสาวงามถูกช่วยเหลือแล้วส่งพวกนางกลับไปยังดินแดนที่จากมาด้วยรถม้าคันใหญ่ ส่งพวกนางให้ปลอดภัย ทว่ามีหญิงสาวรายหนึ่งยืนกรานอยากจะขอพบผู้ใจดีมีน้ำใจช่วยเหลือเป็นชายอัปลักษณ์นั่นเพราะนางสังเกตเห็นพู่สีแดงนั่น แต่ละคนมีห้อยเอาไว้ที่เอว
หญิงสาวรายนี้ไม่ละความพยายามดื้อดึงจะขอพบหน้าให้ได้ ทว่าท่านแม่ทัพหยางมีนัดสำคัญ อากาศหนาวเหน็บสุดขั้วหัวใจเช่นนี้ เขาออกไปจับปลา แขนก็บาดเจ็บจนเลือดนั้นแห้งกรังไปแล้ว ถูกผ้าพันแผลปิดเอาไว้อย่างมิดชิด
หน้ากากมนุษย์ถูกทำเอาไว้ตั้งมากมาย เพื่อเอาไว้ใช้ยามจำเป็น ทว่าแม่ทัพหยางนำมาใช้เพื่อคอยดูแลสาวงาม เกรงว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่จะพุ่งเป้ามาเล่นงานคู่หมั้นของเขา พ่อบ้านเฟยหิวปลาตัวใหญ่เพิ่งจะจับได้ เร่งฝีเท้าเดินมายังจวนตระกูลฟาง ตามเวลานัดหมาย
เมื่อเดินเข้ามายังเขตห้องครัวพบกับเจ้าลี่จู มันวิ่งมาหาออดอ้อนออเซาะเอาหัวถูไถที่ขาเป็นพลันวัน เขาย่อตัวลงมาลูบหัวกลม ๆ ดุกดิกนั่นด้วยความเอ็นดู “ลี่จู อยากกินปลาหรือไม่ พ่อจะทำให้ท่านแม่เจ้ากินรอเดี๋ยวนะ” เสียงเบา ๆ เอ่ยหยอกเย้ากับลูกสาวเจ้าแมวขนฟูฟ่อง เนื้อตัวขาวสะอาดงดงามยิ่งนัก ผิดกับตอนแรกที่พบเจอ
“พ่อบ้านเฟยท่านมาแล้วรึ” อาถงเอ่ยอย่างดีใจเมื่อพ่อบ้านคิ้วบากมาแล้ว เห็นนั่งลูบหัวลี่จูด้วยสายตาอบอุ่นเอ็นดูนั่น นางจึงถามอีกครั้ง “รู้จักลี่จูแล้วหรือเจ้าคะ”
“ลี่จูหรือ ชื่อเพราะเชียวน่ารักอีกด้วย” เขาแสร้งเอ่ยขึ้น “ว่าแต่คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างอาการป่วย” เขาหลุดปากรีบหุบคำพูดแทบไม่ทัน “ข้าหมายถึงอาการป่วยทางใจน่ะ”
“ก็ดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ เล่นกับลี่จูทั้งวัน” สาวใช้รางบอบบางตอบกลับพ่อบ้านเฟยอีกครั้งหลังจากนั้นนางก็ให้แม่ครัวขอดเกล็ดปลาให้ท่านพ่อบ้าน อีกเดี๋ยวเขาก็จะลงมือนึ่งปลาให้คนรักได้ลิ้มลอง
“ข้าว่าท่านแม่ทัพมีใจให้คุณหนูของข้าไม่ต่างจากแม่นางไป๋ คุณหนูคิดจะถอนหมั้นกับท่านแม่ทัพอีกด้วย หากท่านแม่ทัพไม่มาเยี่ยมไข้วันนี้ เห็นทีว่าต้องได้ถอนหมั้นแน่ ๆ ” อาถงเอ่ยขึ้นราวกับว่าเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศเสียอย่างนั้น
ชายหนุ่มคิ้วบากได้ยินถึงกลับนิ่งพลันดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ และยังคงเป็นความโชคดีของเขา ที่มาเยี่ยมไข้หาไม่แล้วน้องน้อยถอนหมั้นขึ้นมาจะว่าอย่างไร ท่านแม่หมายมั่นเอาไว้แล้วว่าจะต้องเป็นนางเท่านั้น
“นับว่าท่านแม่ทัพโชคดี จริงหรือไม่ลี่จู” เขาอุ้มแมวน้อยขึ้นมา เจ้าลี่จูยกแขนสองข้างขึ้นพาดไหล่หัวกลม ๆ ดุกดิกซบเข้าที่ต้นคอของท่านพ่อ ร้องคราง เหมียว เหมียว สองสามครั้งก็หลับเสียแล้ว
พ่อบ้านเฟยผู้อ่อนโยนอบอุ่น ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร เจ้าลูกสาวตัวดีหลับคาไหล่เช่นนี้ เขาจึงได้เดินมาหาคนรักหมายว่าจะให้มารดา กกลูกน้อยนอนบนเตียง แต่ที่ไหนได้ ยามมาพบหน้านางมีชายหนุ่มผู้หนึ่งพูดคุยอยู่กับนางหัวเราะคิกคักอย่างร่าเริงเบิกบานใจ
เขาหลงลืมตัวไปว่าเป็นเพียงแค่พ่อบ้านเฟย จึงเอ่ยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดเข้าให้ “ลี่จูง่วงนอนร้องหาท่านแม่” คำอ้างของเขา แสร้งว่าลูกสาวตัวน้อย นั่นคือเจ้าแมวของท่านแม่ทัพมอบให้นาง
เขายังมิได้เอ่ยปากเสียหน่อยว่าเป็นลูกมีพ่อมีแม่ ผิงอันจากที่หัวเราะขบขัน หันมามองเห็นพ่อบ้านเฟยสีหน้าแดงก่ำ ก็นึกเอ็นดูกับคำพูดของเขา
“ลี่จู ร้องหาท่านแม่” ผิงอันทวนคำพูดออกมา ทว่ายังไม่ทันได้พูดอันใดจบ ก็ได้ยินเสียงร้องโวยวายอยู่ข้างนอก และน้ำเสียงนี้ทำให้ลี่จูตื่นขึ้นมาแล้ววิ่งหนีหายไปทันที
ผิงอันวิ่งตามเจ้าลี่จูตัวน้อยไม่ทัน กำลังจะหกล้มก็ถูกพ่อบ้านเฟยโอบอุ้มเอาไว้ ดวงตากลมโตสบตาเข้าอีกฝ่าย ชายหนุ่มผู้นั้นเป็นเสี่ยวเอ้อคนเมื่อวันก่อน มาบอกกล่าวเรื่องของคุณชายคนนั้นให้นางได้ยินก็แค่นั้นเอง
ผิงอันรู้สึกเหมือนแปลก ๆ ที่มือของนางจึงได้ยกขึ้นมาดู “ท่านบาดเจ็บ ไปทำอะไรมา” ท่าทางร้อนใจนั้น ทำให้พ่อบ้านเฟยรู้ตัว เมื่อครู่หูตามืดมัวเพราะความงดงามของนางอีกทั้งยังเป็นห่วงเกรงว่านางจะหกล้มแล้วบาดเจ็บขึ้นมา ตัวเล็ก ๆ เพียงเท่านี้หกล้มเลือดออกผิวถลอกขึ้นมาจะว่าอย่างไร
“เอ่อ” เขากำลังจะพูดขึ้นแต่นึกหาเหตุผลอยู่ จะพูดอย่างไรดีไม่ให้ถูกจับได้
“ฟางผิงอัน! เจ้าเอาท่านแม่ทัพของข้าไปไว้ไหน! พาเขาออกมานะ!” ไป๋อวี้ชิงร้อนใจ เมื่อชายคนรักไม่มาพบหน้า จึงคิดว่าเขาน่าจะอยู่ที่นี่ น้ำเสียงเล็กแหลมบาดแก้วหูนั่นทำให้พ่อบ้านเฟยขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น นึกกรุ่นโกรธแค้นเคืองนักสตรีคนนี้ผีเจาะปากมาหรืออย่างไรกัน
ไป๋อวี้ชิงถือวิสาสะเร่งฝีเท้าเข้ามาข้างในจวนของตระกูลฟางอย่างไม่ได้รับอนุญาตสักนิด ใบหน้าของนางนั้นมีหมวกคลุมหน้าด้วยผ้าโปร่งบาง นิ้วมือเล็ก ๆ ยกขึ้นชี้หน้าของผิงอัน “ข้าถามเจ้าไม่ได้ยินหรือไง!”
“...” ฟางผิงอันไม่ตอบสตรีที่มาอาละวาด นางนิ่งเงียบมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดหยัน ถึงกลับมาร้องหาเช่นนี้
“หูหนวกหรือไงกัน! ข้าถามว่าเจ้าเอาท่านแม่ทัพของข้าไปซ่อนไว้ไหน!” คนอัปลักษณ์ตวาดเสียงดังกึกก้อง มิได้อับอายสายตาใครต่อใครที่จ้องมอง มาร้องหาคู่หมั้นคนอื่นหน้าตาเฉย
“เลิกเสแสร้งแล้วรึ” ผิงอันยืนนิ่งมองหญิงผู้มากด้วยจริตมารยา ช้อนสายตามองอย่างนึกรังเกียจชิงชังนัก วันนั้นนางหลงกลแผนตื้น ๆ จนเป็นเหตุให้ท่านแม่ทัพหยางเข้าใจนางผิด วันนี้ยังจะมาระรานนางถึงที่นี่อีก
“ข้าเสแสร้งอันใดกัน เจ้าต่างหากนำท่านแม่ทัพมาซุกซ่อนอยู่นี่” อวี้ชิงยังไม่หยุดพูดจากล่าวหาอีกฝ่ายนางมั่นใจยิ่งนักว่าเขาอยู่นี่แน่ ๆ เพราะสหายของนางมาเยี่ยมเยียนได้บอกกล่าวเล่าให้นางฟัง
“ข้าไม่ได้พาเขามาซ่อนเสียหน่อย เขามีขาจะเดินไปที่ไหนก็ได้” ผิงอันคร้านจะใส่ใจ พ่อบ้านเฟยยืนฟังอยู่ไม่มีทีท่าจะห้ามปรามมองเห็นไป๋อวี้ชิงก็นึกชิงชัง รู้เช่นนี้ วางยาพิษให้นางปากเน่ายังจะดีเสียกว่าทำให้เสียโฉม
“มีคนบอกว่าเขามาที่นี่อุ้มลูกแมวมา แต่เป็นเจ้าที่ขอร้องเขาเอาไว้ เป็นเจ้าต่างหากเล่าที่แย่งชิงเขาไปจากข้า!” อวี้ชิงยังไม่ละความพยายาม คราแรกนางคิดจะไม่มา เมื่อสหายของนางบอกว่าท่านแม่ทัพอุ้มลูกแมวมาด้วย ความริษยาในใจ ก่อกำเริบขึ้นมาทำให้นางขาดสติจึงได้หึงหวงเขาเช่นนี้
นางกำลังกลัวว่าเขาจะไม่รักและสนใจนางแล้วคิดจะแต่งงานกับคู่หมั้น ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นใจนักเหตุใดนางต้องมาอัปลักษณ์เช่นนี้ด้วย นางกลัวว่าความงามของผิงอันจะทำให้เขาไม่สนใจนางอีกต่อไป ชายใดก็ล้วนลุ่มหลงความงามทั้งนั้น
“จริงอยู่ที่มายามนี้ไม่อยู่แล้ว” ผิงอันหย่อนก้นนั่งลงที่เก้าอี้ สอดส่องดูว่าลี่จูจะออกมาหรือไม่ นางกลัวว่าหากลี่จูออกมาแล้วจะมีภัยอวี้ชิงไม่ยอมปล่อยแน่ ครั้นจะมีเรื่องราวใหญ่โตนางก็รำคาญใจหากลงมือตบตีแย่งชิงเขานางก็มิอยากจะทำ
นางกลัวว่าฝ่ามือของนางจะสกปรกเข้าให้นะสิ แววตาของผิงอันดูเย็นยะเยือก มิได้ร้อนอกร้อนใจหรือโวยวายเสียงดัง นางเพียงแค่พูดเนิบนาบแต่หนักแน่น น้ำเสียงยังคงเส้นคงที่อยู่มาก สีหน้าเรียบเฉยยากจะคาดเดา
พ่อบ้านเฟยยืนมองคนรักด้วยหัวใจเต้นระส่ำ รอลุ้นว่านางจะพูดอันต่อไปอีก น้องน้อยของเขาควบคุมสติตนเองได้ดียิ่ง อีกฝ่ายมาระรานถึงที่นี่ นางยังมิออกแรงอันใดอีกฝ่ายก็ดิ้นพล่านเสียแล้ว
“ข้าไม่เชื่อ” เสียงดังตวาดลั่น มิได้เกรงใจผู้ใดทั้งสิ้น กิริยามารยาทที่สอนสั่งอบรมมาล้วนหายไปแล้ว หลงเหลือเพียงแค่แรงริษยาอีกฝ่ายที่ได้ครอบครองเจ้าลูกแมว และเจ้าลูกแมวตัวนั้นย่อมจะต้องเป็นของนางหาใช่ผิงอันไม่
“ไม่เชื่อก็เรื่องของเจ้าสิ ออกไปได้แล้ว” ผิงอันออกปากไล่
“ข้าไปก็ได้ แต่ขอบอกเอาไว้ก่อนเลยว่า เจ้าไม่มีทางได้แต่งงานกับท่านแม่ทัพแน่ ที่เขาทำเพราะให้เจ้าตายใจ แล้วเขาจะถอนหมั้นกับเจ้าแต่งงานกับข้าแทน
อย่าคิดว่าแค่ลูกแมวตัวเดียวที่เขามอบให้เจ้า ตัวข้านั้นได้รับของขวัญแทนใจจากเขาตั้งมากมาย เจ้ามันก็เป็นได้แค่คู่หมั้นจอมปลอม แต่ข้าเป็นคนที่เขารักอย่างแท้จริง” อวี้ชิงก่อนจะกลับนางยังทิ้งคำพูดที่เจ็บปวดเอาไว้อีกด้วย
“คุณหนูอย่าไปฟังคำที่นางพูดนะ นางสติวิปลาสไปแล้ว ท่านแม่ทัพรักท่านคนเดียว หญิงอื่นมิได้ชายตามองเสียด้วยซ้ำไป ท่านแม่ทัพย่อมมีเหตุผล” พ่อบ้านเฟยกำลังหว่านล้อมคนรักให้ใช้เหตุผลมาก ๆ เกรงว่ายอดดวงใจจะออกปากถอนหมั้นทีนี้เขาจะทำอย่างไร
“หากเขาบอกว่าไม่อยากแต่งงานกับข้า ข้าก็จะไม่ยื้อเขาเอาไว้ ยามนี้หัวใจของข้าแข็งแรงเพราะมีใครบางคนเข้ามาแทนที่” ผิงอันไม่ได้รู้สึกเจ็บแปลบมากมายเหมือนเช่นเดิม ครานั้นหัวใจของนางแตกสลายย่อยยับลงแทบจะแหลกละเอียดเป็นผุยผงก็ว่าได้
“ใครกันขอรับ” คนหัวเสียเอ่ยถามขึ้นทันที ใครกันกล้ามาหว่านเสน่ห์ให้ดวงใจของเขา เห็นทีว่าคงจะเร่งลงมือกำจัดเสียแล้ว หาไม่เช่นนั้นเขาอาจจะเสียนางไปอย่างไม่มีวันหวนคืน
ผิงอันมิตอบกลับแต่อย่างใด นางคลี่ยิ้มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไป๋อวี้ชิงกระแทกเท้าเดินออกไปอย่างไม่พอใจนักหนา สหายผู้หนึ่งที่นางกล่าวอ้างยามนี้กำลังหัวเราะร่าด้วยความดีอกดีใจที่หลอกใช้ไป๋อวี้ชิงได้สำเร็จ สาวใช้ที่นั่งอยู่ข้างในรถม้านั่นจึงได้เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
“คุณหนูแบบนี้มันจะดีหรือเจ้าคะ”
“ดีสิ ยืมมือฆ่าคน ข้าไม่ต้องออกแรงเสียด้วยซ้ำไป ชายงามย่อมคู่กับหญิงงามเช่นข้าสิ หาใช่คนอัปลักษณ์อย่างอวี้ชิงไม่”
ตอนพิเศษ โจวกงจู่อภิเษกองค์หญิงโจวซู่หนี่ว์อภิเษกสมรสกับองค์ชายรองฉู่หมิงหาน เป็นที่กล่าวขวัญยิ่งนัก เมื่อสตรีที่อายุมากกว่า กลับพ่ายแพ้ให้กับบุรุษรูปงามผู้หนึ่ง ที่คอยแวะเวียนมาปั่นป่วนกวนใจ กว่าจะได้อภิเษกสมใจนั้นทำให้องค์ชายฉู่หมิงหานแทบอยากจะร้องไห้วันละหลาย ๆ ครั้งเขาอยากจะรวบหัวรวบหางนางเสีย ทว่ากุนซือสาวผู้นี้มักเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก เขาใช้แผนใดล้วนมิได้ผล ทว่ากลับทำให้นางเข้าใจเขามากขึ้น เมื่อเห็นว่าองค์ชายผู้นี้มิได้มีดีที่ปากเพียงแค่อย่างเดียว ซ้ำยังมีฝีมือเรื่องการรักษา ถึงแม้ไม่ได้เก่งกาจทัดเทียมกับหมอหลวงในวังด้วยจิตใจที่มีเมตตาหนุนนำมุ่งมั่นทำให้องค์ชายรองผู้นี้คว้าพระทัยกงจู่มาครอบครองได้ไม่ยากนัก นั่นคือการช่วยชราผู้หนึ่งที่ดวงตาของเขามืดบอดแทบมองไม่เห็น ฉู่หมิงหานคอยแวะเวียนไปถามไถ่อาการจัดเทียบยาให้ และรักษาเพื่อมิให้ดวงตานั้นอักเสบเจ็บปวดไปมากกว่านี้ชายชราอาการดีขึ้น จากดวงตามืดมัวพอได้เริ่มเห็นแบบเลือนรางก็ดีใจเสียยกใหญ่ เที่ยวพูดโอ้อวดใครต่อใคร มีท่านเซียนโอสถช่วยเหลือ องค์ชายรองถึงกับยิ้มไม่หุบ ชายชราพูดจาหวานรื่นหู ยกยอปอปั้นเป็นเซียนหนุ่มรูปงามทำให้บรรดาสาว ๆ ต
พิเศษ ฉู่กงจู่ ปราบแม่สามีหลังจากงานเลี้ยงต้อนรับแม่ทัพหยางกลับเมืองหลวงแล้ว จู่ ๆ ฉู่กงจู่ก็บอกกับพี่ชายว่านางอยากจะไปเดินเล่น เช่นนั้นให้นำนางกำนัลทั้งสามกลับไปยังพระตำหนักรับรองในวังหลวง ด้วยเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น มีหรือพี่ชายจะไม่ปวดหัวกับน้องสาวที่แสนดื้อรั้นเอาแต่ใจคาดว่านางน่าจะไปข่มเหงรังแกรองแม่ทัพจ้าวอีกแล้วกระมัง พี่ชายอย่างองค์ชายรองฉู่หมิงหานจะทำอันใดได้กัน ผู้ติดตามเดิมทีแฝงตัวอยู่แดนเหนือก็ได้ย้ายตนเองมาติดตามองค์ชายรองเป็นการถาวร และเป็นองครักษ์คนสนิทที่รู้เรื่องราวของแคว้นโจวเป็นอย่างดีอีกด้วยเรื่องราวของรองแม่ทัพจ้าวไม่มีอันใดให้น่าสืบหรือค้นหาความจริง เขาก็เป็นเพียงแค่สามัญชน หากแต่คนที่องค์ชายรองหมายตาอยากรู้เบื้องหลังนั้นคือคุณชายใหญ่ตระกูลฟางต่างหากเล่า เหตุใดกันจึงได้ดูสนิทสนมกับเหล่าแม่ทัพนายกองนักคนผู้นี้รับปากไปไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ก็กลับมารายงาน ทว่าระหว่างนั้นฉู่กงจู่มิได้กลับมายังตำหนักรับรองในวังหลวง นางกินและนอนพักอาศัยอยู่ที่จวนตระกูลจ้าว ทำให้คนในจวนนั้นอดเอ็นดูว่าที่ลูกสะใภ้ไม่ได้วันแรกที่นางเหยียบเท้าเข้าไปบ้านสามี ก็จัดการกำราบแม่สามีเสียอยู่หมัด นั
ตอนที่ 35 แต่งงาน (จบ) +พิเศษอุ่นเตียงขบวนสินสอดสู่ขอเจ้าสาวยาวเป็นหางว่าวมองจนสุดสายตาก็ไม่มีทีท่าว่าจะหมด เสียงดนตรีเซ็งแซ่ สองข้างทางเต็มไปด้วยผู้คน เจ้าบ่าวสวมชุดสีแดงสด ด้านหลังมีตราพยัคฆ์คำรามปักอยู่ แสดงถึงตำแหน่งแม่ทัพเกี้ยวเจ้าสาวช่างดูใหญ่โตสมฐานะยิ่งนัก เจ้าบ่าวนั่งอยู่บนม้าตัวใหญ่ ใบหน้าของชายหนุ่มนั้นยิ้มแย้มอย่างดีใจยิ่ง จะได้กอดคนรักสมใจเสียที ทุกคืนเขามาหานางแต่ก็ได้พบกับความพ่ายแพ้ทุกครั้งไป ใครเล่าจะคิดว่าฟางผิงซานและฟางผิงซวนช่างเป็นคนที่รับมือยากเสียจริงเขาผ่านศึกมาหลายครั้งหลายครา ยังไม่อาจเทียบความเจ้าเล่ห์ของพี่น้องคู่นี้ได้เลย ฟางผิงอันแต่งกายด้วยชุดสีแดงสด สั่งตัดจากห้องอาภรณ์ของวังหลวง โดยมีพระมารดาแผ่นดินพระราชทานช่างมาวัดตัวถึงจวนคหบดีฟางฟางผิงอันแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ผ้าคลุมหน้าก็ถูกคลุมรอเพียงแค่ให้เจ้าบ่าวมารับขึ้นเกี้ยว ข้างกายของนางมีโจวกงจู่และฉู่กงจู่ ทั้งสองอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ งานแต่งของพวกนางจะเกิดขึ้นหลังจากนี้หนึ่งเดือนเท่านั้นและวันนี้ก็เป็นโอกาสอันดีที่นางจะได้เรียนรู้ไปในตัว สายตาของฟางผิงซานนั้นลอบมองกงจู่ของเขาอยู่ครู่ใหญ่ จนกระทั่งองค
ตอนที่ 34 ง้อคนช่างยากยิ่งนักรองแม่ทัพจ้าวเกาเหวิน เร่งฝีเท้าเดินไปในที่มืดมิดเขาชำนาญเส้นทางเป็นอย่างดี มุ่งหน้าไปทางที่ลับตาคน ดังนั้นเขาจึงเร้นกายภายใต้ความมืดมิด ไร้แสงสว่างจากโคมไฟ ฉู่หมิงหลันเดินตามไปจู่ ๆ เขาก็หายไป นางหาเท่าไหร่ก็ไม่พบเสียทีทำให้คนตัวเล็กเริ่มถอดใจ ทรุดกายลงนั่งที่พื้นหญ้าภายใต้ความมืดมิด รองแม่ทัพจ้าวซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ เขาเห็นหญิงสาวก้มหน้างุดร้องไห้สะอึกสะอื้นเขาจึงได้กระโดดลงมา ด้วยความรู้สึกผิดที่คิดแกล้งนางจนร้องไห้คนตัวโตมายืนอยู่เบื้องหน้าของคนที่กอดเข่าสะอื้นไห้จนตัวโยน เมื่อนางเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับคนตัวโตสูงใหญ่ สามีของนาง หมิงหลันรีบลุกขึ้นโผเข้าสวมกอดเขาเอาไว้แนบแน่นด้วยความดีใจ ดวงตาที่อาบน้ำตานั้นเปียกชื้นที่เสื้อจนทำให้เขารู้สึกถึงความชุ่ม“พี่ขอโทษนะเด็กดี พี่ไม่แกล้งเจ้าแล้ว” ชายหนุ่มพูดขึ้น ฝ่ามือของเขาเกลี่ยน้ำตาให้หญิงสาว จากนั้นเขาค่อย ๆ บรรจงประกบกลีบปากเข้ากับอีกฝ่ายสอดลิ้นร้ายกาจเข้าไปด้านในความหาน้ำหวานของอีกฝ่ายด้วยใจที่โหยหาและอยากกระสันนักคนตัวเล็กเขย่งปลายเท้า วงแขนเล็ก ๆ สวมกอดเข้าที่ต้นคอของชายหนุ่ม เสียงหวานร้องอื้อ อ้า อยู่ใ
ตอนที่ 33 คิดถึงฉู่หมิงหลัน มองหน้าชายหนุ่มที่ทำหน้าตาเหง้างอ คล้ายดั่งคนกำลังงอน นางจึงได้เดินเข้าไปทักทาย ทว่าอีกฝ่ายกลับเล่นตัวเดินหนีนางหน้าตาเฉย ด้วยความไม่เข้าใจว่านางทำอันใดผิดไปจึงได้ยกมือขึ้นลูบจมูกของนางไปสองสามครั้งมองเห็นแผ่นหลังหนาแกร่งกำยำเดินจากไป หัวใจของนางรู้สึกกระตุกวูบหล่นลงมาที่ข้อเท้า ยามเมื่อเห็นสตรีสมควรตายผู้หนึ่ง กล้าดีอย่างไรมาจับแขนของสามีนางคนตัวเล็กมิเคยกลัวใครทั้งสิ้น แม้จะต่างแคว้น นางก็หาได้เกรงกลัวใครเสียเมื่อไหร่กัน เท้าเล็ก ๆ รีบก้าวสวบ ๆ ยังกับบุรุษ เร่งฝีเท้าไปจนกระทั่งคว้าแขนของสามีเข้ามากอดแนบแน่น นางกำนัลที่ติดตามก็รีบวิ่งแจ้นตามกงจู่น้อยผู้เอาแต่ใจ“เกาเหวิน! หญิงผู้นี้เป็นใคร! ท่านรู้จักรึ!” คำถามแม้จะดูหาเรื่องอีกฝ่าย ทว่าคนตัวเล็กกว่าเงยหน้าขึ้นมองยังใบหน้าคมคายที่ดูเหมือนราบเรียบไม่รู้สึกอันใด ยามนั้นยังคร่ำครวญมิให้นางจากไป แต่ดูสิไม่เจอหน้ากันเพียงแค่สองเดือนก็ทำตัวห่างเหิน และยังเย็นชาใส่อีก“แล้วฉู่กงจู่ล่ะพ่ะย่ะค่ะ เป็นอันใดกับกระหม่อม” จ้าวเกาเหวินยียวนอีกฝ่าย น้อยใจนักนางเงียบหายจนเขาเสียใจ พอกลับมาก็ได้รับราชโองการแต่งงานกับกงจู
ตอนที่ 32 งานเลี้ยงงานเลี้ยงต้อนรับแม่ทัพหยาง จัดขึ้นใกล้กับสระบัว เป็นสวนขนาดใหญ่อยู่ในวังหลวง มีไท่จื่อ เสด็จเป็นประธานพิธีงานเลี้ยงในวันนี้ ดังนั้นคนที่สำคัญก็ไม่แพ้แม่ทัพหยางและยังมีผู้ติดตามคือท่านรองจ้าว และยังมีกุนซือเถียน ที่น้อยคนนักจะรู้ว่า แท้จริงแล้วกุนซือเถียนก็คือกงจู่แห่งแคว้นวันนี้กุนซือเถียนมิได้แต่งกายเป็นสตรี ยังคงแต่งกายเป็นบุรุษทำให้เหล่าขุนนางหลายคนนั้นดูจะตกใจไม่น้อยและรีบสงบปากเก็บคำอย่างทันทีทันใด เมื่อถูกปลายหางตาจับจ้องไปยังพวกปากสวะ คนเหล่านั้นย่อมรีบหุบปาก มิเช่นนั้นเขาจะถูกกล่าวด่าทอให้อับอายขายหน้าเหล่าขุนนางล้วนรู้ดี ว่ากงจู่ขั้นหนึ่งนั้นเป็นเช่นไร พระทัยโหดเหี้ยมนัก ร้ายกาจไม่เบาอีกทั้งพระพักตร์แย้มยิ้มเมื่อไหร่ ได้ตายกันหลายคนแน่ ยามเมื่อเห็นท่านกุนซือเดินเข้ามา ผู้ที่พูดคุยกันอยู่ต่างก็เงียบปากลงอย่างทันทีทันใดแม่ทัพหยางเข้ามาอีกคน ร่วมด้วยท่านรองจ้าว และยังมีเหล่าครอบครัวขุนนางทั้งหลายอีกด้วยที่ติดตามบิดามาร่วมงานเลี้ยงในคืนนี้ สตรีมากมายเมื่อได้เห็นโฉมหน้าของแม่ทัพแดนเหนือต่างก็อดที่จะโปรยยิ้มส่งไปให้ชายหนุ่มไม่ได้เหล่าสาวงามก็ต้องพบกับความผิด
ตอนที่ 12 เคยรักข้าบ้างหรือไม่ไป๋อวี้ชิงเดินทางกลับมาถึงจวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นางกำลังจะเดินเข้าไปข้างในทว่า ท่านแม่ของนางให้สาวใช้มาคอยนางตั้งนานแล้ว อวี้ชิงเห็นสาวใช้ของท่านแม่นางจึงสำรวมกิริยา จ้องเขม็งไปที่สาวใช้ สายตาจิกกัดนั่นบ่งบอกว่าหากคิดปากโป้งได้ถูกลงโทษเป็นแน่สาวใช้ใบหน้าซีดเซียวไป
ตอนที่ 11 สงสัยใช่หรือไม่กลุ่มโจรลักพาตัวหญิงสาวถูกจับกุมจนหมดแล้ว ด้วยฝีมือของท่านรองจ้าวเกาเหวิน หญิงสาวห้าคนต่างดีอกดีใจนักที่จะได้กลับบ้านเสียที พวกนางเดินทางข้ามเขตแดนมานานหลายวัน ย่อมมีอ่อนล้าและอ่อนเพลียเป็นธรรมดาจ้าวเกาเหวินจึงให้พวกนางไปพักที่เรือนรับรองเขตของทางการได้ สตรีเหล่านี้ถูกดูแ
ตอนที่ 9 ช่วยสาวงามคำพูดของท่านแม่ทัพหยางก่อนจากลาทำให้คนป่วยที่แสร้งป่วยทำให้นางคิดหนัก เขาหนีนางไปอีกแล้ว ดวงตากลมโตทอแสงหม่นหมองปนโศกเศร้าเสียใจ ใบหน้างามนี้ไร้ความรู้สึกราวกับว่ามันด้านชาไปแล้ว“ลี่จู เจ้าดูเขาสิทิ้งเจ้าไว้แล้วก็ทิ้งข้าอีกด้วย” คนตัวเล็กบ่นอุบอิบเข้าให้ ในอ้อมกอดของนางเจ้าลี่จ
ตอนที่ 8 ของขวัญแทนใจตกบ่ายวันเดียวกันมีคนมาจากตระกูลฟาง เอ่ยบอกว่าขอเข้าพบท่านแม่ทัพสักครู่ มีเรื่องสำคัญจะบอก ทว่าท่านแม่ทัพกลับมาจากตระกูลไป๋ได้พักใหญ่ เขากำลังฝึกซ้อมกระบี่อยู่ที่ลานฝึก เมื่อได้ยินถ้อยคำของผู้มาใหม่ เขาก็ร้อนใจยิ่งนัก เมื่อคืนก็เห็น ๆ อยู่ว่านางมิได้ป่วยอันใดกันนี่นาครั้นจะเอ







