LOGINอีกหลายวันต่อมา...
วลีวาดถูกเรียกตัวเข้าไปทำงาน สร้างความประหลาดใจและตื่นเต้นยินดีอยู่ไม่น้อย เพราะจะว่าไปแล้ว นี่แหละคือสิ่งที่หญิงสาวปรารถนา
การเรียนจบ การมีงานทำ มีเงินสามารถเลี้ยงตัวเองได้
วลีวาดหน้าบานกลับมาในเย็นวันนั้น
วาดวลีเห็นแววตาของคนเป็นพี่สาวเข้มแข็ง มีประกายพร้อมจะทะยานไปสู่โลกภายนอกด้วยตัวเอง
“พี่จะเอาอย่างเธอ น้องเล็ก” วลีวาดพูด
“เอาอย่างหนูทำไมคะ หนูออกจากกระโดกกระเดก”
“ไม่ พี่ไม่ได้หมายความถึงเรื่องนั้น พี่หมายถึง...การทำงาน”
“แล้วเรื่องพี่แทน”
“ช่างเถอะ”
“ช่างเถอะ” วาดวลีทวนคำ “ช่างเถอะได้ไง”
“แทนเค้าลำบาก อีกนานกว่าเขาจะตั้งตัวได้”
“แต่ท้องพี่กำลังโต”
“โตก็โต อีกหลายเดือน”
น้ำเสียงของวลีวาดเข้มแข็งจริง ๆ ราวกับว่าหล่อนได้ผ่านช่วงเวลาที่อ่อนแอท้อแท้มานานเกินไปแล้ว ตอนนี้หล่อนพร้อมจะลุกก้าวเดินด้วยตัวเอง
วาดวลีรู้สึกได้ถึงความพยายามของพี่สาว ซึ่งเมื่อก่อนหล่อนเคยนึกตำหนิเหมือนกันกับความอ่อนแอ เป็นเจ้าแม่น้ำตาของพี่สาว
มาวันนี้ทำไมหล่อนถึงได้เป็นฝ่ายรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาเสียเอง
สาเหตุมาจากเรื่องเดียว
แทน!
วาดวลีพยายามสลัดผู้ชายคนนี้ทิ้งไป แต่ไม่รู้เป็นอะไร หล่อนยังคงรู้สึก มันจะเรียกว่าเป็นการคิดถึงอย่างลุ่มหลงก็ว่าได้
หรือว่าหล่อนต้องมนตราแห่งกามราคะที่เขาพยายามรุกล้ำของเขาเสียแล้ว
นี่แหละกระมังความหมายของคำว่าหน้ามืดตามัว!
สามวันต่อมา...
“มีคนมารอพบค่ะ”
สายจากโอเปอเรเตอร์ชั้นล่างต่อเข้ามายังโต๊ะทำงานในออฟฟิศ วาดวลีนิ่วหน้าแปลกใจ เพราะนับตั้งแต่หล่อนเข้ามาทำงานที่นี่ ยังไม่เคยมีใครแวะเวียนเข้ามาหาในเวลาทำงาน “ล้อหล่อค่ะ”
เสียงกระซิบดังแว่วมาตามสาย
วาดวลีนิ่วหน้าประหลาดใจหนักเข้าไปอีก “ใครกัน”
“มาดูเองค่ะ”
“ให้เขารอ ยังเหลืออีกตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าจะพักเที่ยง”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ลงมาก่อนได้เลย หัวหน้าไม่ว่าหรอก”
“รู้ได้ไง”
“ก็หัวหน้านั่งอยู่กับเขา ได้ยินว่าเป็นเพื่อนกัน”
สรุปว่า วาดวลีต้องหยุดงานก่อนเวลา ออกจากห้อง ลงไปพบบุคคลที่โอเปอเรเตอร์โทรมาบอกว่า ล้อหล่อคนนั้น
ชะงักนิดหนึ่งเมื่อเห็นว่าเป็นใคร
แทน!
แทนกำลังนั่งคุยอยู่กับหัวหน้าจริง ๆ
“พี่มารับไปทานข้าว”
“คะ”
“ทานข้าวเที่ยงไง”
“เอ้อ...” วาดวลีหน้าเจื่อนนิดหนึ่ง แต่เมื่อหัวหน้าอนุญาต หล่อนจำเป็นต้องก้าวออกมาพร้อมกับแทน
เขาก้าวนำไปที่รถ “ไม่ค่ะ จะไม่ไปไหนไกลเกินร้อยเมตร เพราะเดี๋ยวต้องเข้าทำงานแล้ว”
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า พี่คุยกับหัวหน้าแล้ว วันนี้ไม่มีงานด่วนอะไรไม่ใช่เหรอ”
“หน้าใหญ่จังนะคะ”
“ทำไมพูดงั้นล่ะ”
“ก็มันจริงไหมล่ะ มายุ่งกับหนูทำไม เอาเรื่องของตัวเองกับพี่ใหญ่ให้เรียบร้อยก่อนดีกว่าไหม”
“ก็จะคุยเรื่องนี้แหละ” สีหน้าของแทนเคร่งเครียด
หญิงสาวนิ่งคิด สุดท้ายก็ยินยอมขึ้นรถไปกับแทนจนได้ เพราะเธอยังอยากจะคุยกับเขาเรื่องของพี่สาว ที่เริ่มเห็นชัดว่า ท้องกำลังโต
วลีวาดอาจจะแสดงออกว่าเปลี่ยนแปลงตัวเสียใหม่แล้ว การงานของเธอที่เพิ่งเริ่มต้นก็ดูจะไปได้ดี แต่ลึก ๆ วาดวลีแอบเห็นพี่สาวมีอาการเศร้าสร้อยเหมือนกัน
แม่เองก็ต้องการคำตอบโดยเร็ว เพราะไม่ได้ต้องการให้ลูกสาวท้องโตโดยไม่มีพ่อ อย่างน้อยที่สุดควรจะได้แต่งงานแต่งการให้เรียบร้อย
ความเคร่งเครียดไมได้มีเฉพาะกับวลีวาดเพียงคนเดียว วาดวลีเองก็พลอยเดือดเนื้อร้อนใจไปด้วย
“พี่คุยได้เลย รีบ ๆ ด้วย”
“แหม เพิ่งขึ้นรถมาเอง จะรีบร้อนไปไหน หาอะไรทานกันก่อน ใจเย็น ๆ”
“พี่ทำให้ครอบครัวของหนูเดือดร้อน”
“พี่เข้าใจ แต่ก็ต้องคุยกันก่อน” แทนพยายามสงบสติอารมณ์ให้เย็นลง เวลานี้...เขาไม่สู้มั่นใจนักหรอกว่า มันจะเป็นไปอย่างที่ใคร ๆ คาดคิด
เขายังรักวลีวาด เพียงแต่ต้องขอเวลา เพราะสถานการณ์ในชีวิตของตัวเขาเองยังไม่สู้ดีมากนัก
เมื่อไม่มีเงิน เขาจึงคิดว่าสู้นิ่งเฉยดีกว่า
เพราะขืนเข้าไปสู้หน้าพ่อแม่ของวลีวาด รังแต่จะถูกคาดคั้นให้เคร่งเครียดเสียเปล่า ๆ
“ทำไมไม่ไปคุยกับพี่ใหญ่”
“เราคุยกันอยู่”
แทนตอบพลางเบาเครื่องลง และเลี้ยวเข้าไปในร้านอาหารเล็ก ๆ ที่หมายตาเอาไว้แต่แรก
“คุยกัน”
“ครับผม คุยกันอยู่ มีแต่คุณเท่านั้นแหละที่ไม่รู้ว่าเราคุยกัน”
“ไม่เห็นไปบ้านเลย” เสียงอ่อนลง
“อยากเห็นหน้าพี่เหรอ”
“บ้า ไม่ใช่หนูซักหน่อย พี่ใหญ่โน่น”
วาดวลีหน้าแดงขึ้นมาเอง หัวใจพลันเต้นรัวขึ้นมาเอง นั่นเป็นเพราะแววตาของเขา เพียงแค่หันมาสบเพียงนิดเดียวเท่านั้น ก็ให้อดรู้สึกหวั่นไหวไม่ได้เสียทุกครั้ง นี่คือผู้ชายที่หล่อนรู้สึกพึงใจหรือชิงชังตั้งแต่แรกเห็นหรือไม่ แม้แต่ในความคิดของหล่อนเองก็ยังไม่อาจตอบได้อย่างจริงจัง
และที่แน่ ๆ เขาไม่ใช่ผู้ชายของหล่อน แต่เป็นของพี่สาวของหล่อนต่างหาก!
คิดมาถึงตรงนี้แล้ว วาดวลีรู้สึกชังตัวเอง หล่อนไม่น่าจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิตของพวกเขาจนมากเกินไป
มันกลายเป็นบทเรียนราคาแพง โดยเฉพาะเมื่อตัวหล่อนเองไม่สามารถหักห้ามหัวใจไม่ให้หวามไหว
“ทานข้าวเสร็จก่อนเถอะ เดี๋ยวค่อยคุยกัน”
เขาตัดบทดื้อ ๆ แล้วเปิดประตูก้าวออกจากรถ
วาดวลีจำเป็นต้องก้าวตามออกไป
“พี่เลี้ยงเอง”
แทนว่า ท่าทางเหมือนกุมชัยชนะบางอย่างเอาไว้
แม้ว่าไม่อยากจะคุย ไม่อยากจะสบตากับเขาดี ๆ นัก ทว่าส่วนลึกของวาดวลีกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
ไม่เคยมีสักครั้งที่จะมีชายหนุ่มนั่งทานข้าวกับหล่อน นี่คืออารมณ์ของคนมีแฟนชัด ๆ แต่ก็ต้องคอยเตือนตัวเองว่าเป็นไปไม่ได้เหมือนเดิม เพราะภาพของวลีวาดผุดขึ้นมาเตือนอยู่เนือง ๆ
หลังทานแล้ว ระหว่างทางนั่งรถกลับออฟฟิศต่างหากล่ะที่มีปัญหา
เพราะแทนจอดรถ ชิดข้างทาง และก่อนที่หญิงสาวจะทันได้พูดอะไรออกมา เขาก็คว้าร่างของหล่อนเข้าหา
“อุ๊ย!”
เผยอริมฝีปากออกมาเพียงเท่านั้น ก็ถูกเขาประกบ
น้องผัวรสเผ็ด 21ถึงข้างในกระท่อมไม้ปีก ระหว่างที่เขาวางร่างของฉันลงไปบนพื้นที่นอน แขนที่เกี่ยวต้นคอของเขาเอาไว้ก็รั้งร่างของเขาให้ล้มทาบทับลงไป แม้ว่าเขาจะระวัง หรือที่จริงไม่ได้ระวัง ตรงนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันนะคะกลิ่นกายแปลกใหม่ มันเป็นกลิ่นของเด็กหนุ่มที่ต้องดูแลตัวเองเป็นอย่างดีสำหรับงานบริการ เพราะฉะนั้น มันทำให้เลือดของสาวใหญ่แบบฉันถูกจุดให้ระอุขึ้นมาไม่ได้เสแสร้งนะคะเม็ดบัวถึงกับชูชัน เพียงแค่สัมผัสเฉียดกรายเท่านั้น“ผมขอโทษ” ซันเอ่ยเสียงพร่า แต่แววตาของเขากลับมีประกายแรงกล้าบอกไม่ถูก ฉันใจสั่น ลืมไปว่าฉันก็สบตากับเขาอย่างมีความหมายเหมือนกันพลัน ก็แว่วได้ยินเสียงของธรณินทร์ดังเข้ามา“ฝากดูแลด้วยนะ น้องซัน”ให้ตายเถอะ ส่งสัญญาณกันชัด ๆ แบบนี้ คิดหรือว่าจะรอดมันเกิดขึ้นไวเหลือเกินประตูห้องไม่ได้ล็อกเอาไว้ก็จริง แต่พอเปิดเข้ามาข้างใน มันก็กลายเป็นพื้นที่ลับเฉพาะส่วนตัว ตอนนี้ แม้ฉันจะปล่อยแขนจากการคล้องคอของซันออกแล้ว แต่เขากลับไม่ขยับออกห่าง กลิ่นปากของเขาหอมกรุ่นสะอาดสะอ้านซันแตกต่างจากเด็กหนุ่มชาวไร่ลูกคนงานทั้งสองคนนั้นมาก ก็อย่างว่านั่นแหละ ทำกันคนละอาชีพ ซันเหมือนเตรี
น้องผัวรสเผ็ด 20ฉันใช้มือ ฉันใช้ปากและลิ้นไปด้วยความรู้สึกร่าน มันอารมณ์เดียวกับเมื่อครั้งที่เจอกับธรณินทร์ครั้งแรกเสียงดูดแท่งลำ ประสานกับเสียงของหนุ่มอีกคนที่กำลังดูดเลียอยู่ที่เนินสวาทของฉันแต่คนที่กำลังทรมานทั้งอารมณ์ และทรมานทั้งหัวใจก็น่าจะเป็นธรณินทร์ที่คอยสังเกตการณ์อยู่ปลายเท้านั่นมากกว่าสะโพกของฉันถูกยกขึ้นลอย ปากของหนุ่มอีกคนประกบบดเข้าหาอย่างหนักหน่วง ปากของฉันก็อมแท่งลำที่กำลังสาวเข้าสาวออกความเสียวซ่านที่เกิดขึ้น มันรุนแรงเกินกว่าจะระงับเอาไว้ ฉันหายใจหายคอแทบไม่ทัน ทั้ง ๆ ที่การสอดใส่ยังไม่ได้เริ่มต้นด้วยซ้ำนี่แหละมั้งที่เรียกว่าความแซ่บความนัวธรณินทร์เล่าให้ฉันฟังในตอนหลังว่า ในคืนนั้น ความรู้สึกของเขาเหมือนกับจะหึงหวงฉันมาก แทบจะเปลี่ยนใจกลางคัน แต่พอเด็กหนุ่มสองคนนั่นจุดอารมณ์ของฉันให้กระเจิดกระเจิงกู่ไม่กลับ เขาก็ปล่อยตามเลย ธรณินทร์นั่งช่วยตัวเอง สาวแท่งลำ โดยไม่ได้เข้ามาร่วมวงด้วยเด็กหนุ่มอีกคน ขยับจากกลางลำตัวขึ้นมาขนาบข้าง ยื่นแท่งลำมาประกบกับอีกคน หลังจากนั้นก็ช่วยประคองศีรษะให้ยกขึ้น ซ้อนหมอนเพื่อไม่ให้ฉันเมื่อยคอหลังจากนั้นก็เป็นเรื่องบันเทิง แท่งซ้า
น้องผัวรสเผ็ด 19นาน ๆ ครั้ง จะมีโอกาสได้ออกมาจากกระท่อมไม้ปีก ทานอาหารมื้อเช้า อันเป็นมื้อสำคัญที่สุดมื้อหนึ่งแล้วอาหารมื้อเช้าวันนั้นก็ผ่านพ้นไป...ฉันกลับถึงกระท่อมไม้ปีก ด้วยความรู้สึกที่ยังรุ่มร้อนบอกไม่ถูก แต่ก็พยายามเบี่ยงเบนความสนใจ ไม่ไปพุ่งเป้าที่เรื่องนั้นเพียงเรื่องเดียวหลัง ๆ มานี้ ธรณินทร์ไม่ค่อยได้พูดถึงเรื่องลูกเท่าไรนัก แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เขายังมีความต้องการจะมีลูกของตัวเองหรือเปล่า“คิดถึงจัง” ตอนเย็น เขาเข้ามาคลอเคลียตอนฉันกำลังนุ่งกระโจมอกเตรียมอาบน้ำ ฟ้าฝนเป็นใจ เริ่มโปรยปราย เขาจึงกลับบ้านแต่หัววัน ไม่ได้อยู่ที่ไร่“ไม่เหนื่อยเหรอคะพ่อ” ฉันถาม เมื่อเห็นเขาซุกซน“ได้หอม ๆ แบบนี้ไม่เหนื่อยเลย” เขาตอบ แล้วกระซิบบอกฉัน “ขอเลียได้ไหม”“อุ๊ย”ฉันอุทานออกมา เพราะความหื่นกระหายของธรณินทร์ แล้วเวลาเขาพูด ไม่เพียงแค่พูดเล่นเท่านั้น แต่เอาจริงมือไม้ซุกซนไปหมด ผ้าถุงที่นุ่งกระโจมอก พันเอาไว้อย่างหลวม ๆ ก็พร้อมจะหลุดลุ่ย เนื้อผ้าของผ้าขนหนู แม้ว่าจะเป็นผืนเก่า แต่เนื้อผ้านั้นเนียนนุ่ม ธรณินทร์ชอบมากเวลาฉันนุ่งกระโจมอก เขาเหมือนจะมีอารมณ์ได้ทันทีที่มองเห็นแกนกลางกา
น้องผัวรสเผ็ด 18นาน ๆ ครั้ง จะมีโอกาสได้ออกมาจากกระท่อมไม้ปีก ทานอาหารมื้อเช้า อันเป็นมื้อสำคัญที่สุดมื้อหนึ่งแล้วอาหารมื้อเช้าวันนั้นก็ผ่านพ้นไป...ฉันกลับถึงกระท่อมไม้ปีก ด้วยความรู้สึกที่ยังรุ่มร้อนบอกไม่ถูก แต่ก็พยายามเบี่ยงเบนความสนใจ ไม่ไปพุ่งเป้าที่เรื่องนั้นเพียงเรื่องเดียวหลัง ๆ มานี้ ธรณินทร์ไม่ค่อยได้พูดถึงเรื่องลูกเท่าไรนัก แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เขายังมีความต้องการจะมีลูกของตัวเองหรือเปล่า“คิดถึงจัง” ตอนเย็น เขาเข้ามาคลอเคลียตอนฉันกำลังนุ่งกระโจมอกเตรียมอาบน้ำ ฟ้าฝนเป็นใจ เริ่มโปรยปราย เขาจึงกลับบ้านแต่หัววัน ไม่ได้อยู่ที่ไร่“ไม่เหนื่อยเหรอคะพ่อ” ฉันถาม เมื่อเห็นเขาซุกซน“ได้หอม ๆ แบบนี้ไม่เหนื่อยเลย” เขาตอบ แล้วกระซิบบอกฉัน “ขอเลียได้ไหม”“อุ๊ย”ฉันอุทานออกมา เพราะความหื่นกระหายของธรณินทร์ แล้วเวลาเขาพูด ไม่เพียงแค่พูดเล่นเท่านั้น แต่เอาจริงมือไม้ซุกซนไปหมด ผ้าถุงที่นุ่งกระโจมอก พันเอาไว้อย่างหลวม ๆ ก็พร้อมจะหลุดลุ่ย เนื้อผ้าของผ้าขนหนู แม้ว่าจะเป็นผืนเก่า แต่เนื้อผ้านั้นเนียนนุ่ม ธรณินทร์ชอบมากเวลาฉันนุ่งกระโจมอก เขาเหมือนจะมีอารมณ์ได้ทันทีที่มองเห็นแกนกลางกา
น้องผัวรสเผ็ด 17ธรณินทร์เข้ามารวบตัวฉัน ตอนที่ฉันเดินเข้าไปในห้องกระท่อมไม้ปีก“ไม่เอา” ฉันทำเสียงดุ แต่ลึก ๆ ใจสั่น ความรู้สึกยังคุกรุ่น ไม่อิ่ม เหมือนยังต้องการเติมเต็ม “พวกเขายังไม่กลับ คงได้ยินหมดแล้ว”“ก็ดีสิ”“บ้า คนบ้า” ความเขินทำให้ฉันพูดอะไรออกมาบ้างก็ไม่รู้ ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มานานแล้วผ้าถุงที่กระโจมอกมาถูกมือของธรณินทร์ปลดปมออก มันพร้อมจะหลุดลุ่ยลงไปกองที่เท้า เนื้อตัวสะอาดหอมกรุ่นของฉันกำลังจะถูกเล้าโลม“พอแล้ว จะไม่กินข้าวใช่ไหม” เสียงของฉันเข้มขึ้น แต่ยอมรับว่า เพียงแค่ธรณินทร์พยายามอีกนิดเดียวเท่านั้น ก็พร้อมจะกระโจนเข้าสู่สงครามสวาทกับเขาเขายังนัวเนีย ซุกจมูกที่ต้นคอของฉัน มือเลื่อนขึ้นมากุมเต้านมเอาไว้ นิ้วสากแบบคนทำงานหนักของเขายังคงทำให้ฉันรุ่มร้อนได้อย่างที่ใจของเขาต้องการฉันเองก็แย่นะใต้ท้องน้อยกำลังปั่นป่วน เม็ดเสียวบวมเป่งตั้งแต่ยังอยู่ในห้องน้ำ พร้อมจะถูกบี้บดจากเขาตลอดเวลา แต่ทำไมนะ ภาพที่ผุดขึ้นมาในหัวของฉัน กลับมีภาพสรุปแล้ว ฉันก็พ่ายให้กับธรณินทร์อีกครั้งอยู่ดี เพราะตัวเองก็ยังคงรุ่มร้อนธรณินทร์กดหัวของฉันลงไป ฉันสาวแท่งลำที่ตื่นตัวเต็มที่ ใช้ปลายล
น้องผัวรสเผ็ด 16ฉันโทรหาเขา เขาบอกยังอยู่ที่ไร่ เขาบอกว่าวันนี้ได้ของดี จะเอาไปทำกับแกล้ม เขาจะชวนคนงานมากินด้วยฉันถามว่าอะไร เขาบอกเพียงแค่ว่าให้แช่เบียร์เย็น ๆ เอาไว้ก็พอนาน ๆ ธรณินทร์จึงจะสังสรรค์แบบจริงจังสักครั้ง ไม่ได้มีบ่อย เขาทำงานมากกว่าจะมาสนุกสนาน ทั้ง ๆ ที่ฉันก็ไม่ได้ห้ามอะไรฉันเตรียมเอาไว้ให้เขาค่ำนั้น ธรณินทร์ก็พาชัยกับชาญกลับมาพร้อมกับรังต่ออ่อน ๆ ขนาดใหญ่ นี่แหละที่เขาบอกว่าเป็นของดีตัวต่ออ่อน ๆ ถูกเคาะออกมาจากรัง ได้น้ำหนักเกือบกิโล ธรณินทร์บอกว่าที่ช้าก็เพราะมัวแต่เอารังต่อนั่นเองต่ออ่อน ๆ คั่วกลายเป็นกับแกล้มเบียร์ได้อย่างดีเชียวละฉันนั่งดื่มกับธรณินทร์ไปแก้วหนึ่งได้ ก็ขอตัวเข้านอน แต่ทั้ง ๆ ที่เด็กหนุ่มสองคนนั่นยังนั่งอยู่ข้างนอก ธรณินทร์กลับแอบเข้ามาหาฉันถึงในห้องในเวลาต่อมา“อุ๊ย!”ความจริง ตอนแรกฉันง่วงเหมือนกัน แต่พอจะเข้ามานอนจริงกลับนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย แต่เบียร์ที่ดื่มเข้ามาสักแก้วได้มั้ง กำลังทำให้เลือดลมของฉันพลุ่งพล่านขึ้นมา ฉันเข้าใจดีว่านั่นคืออารมณ์ความต้องการจนกระทั่งธรณินทร์ซุกเข้ามาในที่นอน กอดร่างของฉันเข้าให้นั่นแหละ ฉันถึงได้สะดุ้ง







