Mag-log in'กัญญาวีร์' บังเอิญได้พบ 'สุดเขต' ในวันที่เธอต้องการใครสักคน ...ทว่าหลังจากนั้นเกือบหนึ่งปี เธอกลับเลือกเดินออกไปจากเขาเพราะมี 'อีกหนึ่งชีวิต' เพิ่มเข้ามา
view moreบทที่ 1
“สวัสดีค่ะพี่ไก่ มาส่งขนมค่า”
เสียงหวานใสที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของหญิงสาวร่างเพรียวระหงดังขึ้นอย่างอารมณ์ดี ทำให้เจ้าของร้านกาแฟวัยกลางคนจำได้ทันทีที่ได้ยิน
“สวัสดีค่ะน้องฟาง วันนี้มาส่งเร็วนะเนี่ย” พี่ไก่ซึ่งยืนหันหลังรีบวางภาชนะสำหรับชงกาแฟที่กำลังล้างลงบนซิงค์ แล้วหันหน้ามายิ้มและทักทายสาวสวยที่อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนท่าทางทะมัดทะแมง ซึ่งรู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดีในระดับหนึ่ง
“พอดีวันนี้ฟางมีธุระต้องเข้ากรุงเทพฯ น่ะค่ะ เลยออกมาส่งไว จะได้รีบกลับไปเก็บกระเป๋าต่อ เมื่อคืนต้องเร่งทำขนม ไม่มีเวลาเก็บของเลยค่ะ” กัญญาวีร์บอกสาเหตุที่ต้องนำขนมออกมาส่งเร็วกว่าปกติ เพราะวันนี้เธอต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปร่วมงานแต่งเพื่อนสนิทซึ่งจะจัดขึ้นในคืนวันพรุ่งนี้
อันที่จริงจากอำเภอปากช่องไปกรุงเทพฯ ใช้เวลาขับรถสองสามชั่วโมงโดยประมาณ ทว่าสาเหตุที่เลือกเดินทางวันนี้ก็เพราะว่าเย็นนี้กลุ่มเพื่อนของเธอนัดปาร์ตี และมีหมายเหตุแบบเฉพาะเจาะจงว่าเธอต้องไปร่วมงานปาร์ตีนี้ให้ได้ โดยเพื่อนให้เหตุผลว่าไม่ได้เห็นหน้าเธอนานแล้ว ซึ่งก็จริง เพราะตั้งแต่ตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่อำเภอบ้านเกิดอย่างปากช่อง เธอก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้เข้าเมืองหลวงสักเท่าไร ได้เจอกันบ้างตอนที่เพื่อนบางคนมาเที่ยวเขาใหญ่และแวะเยี่ยมเยียน
“อ้าวเหรอ เจ้าหมูป้องก็ไปด้วยใช่ไหม” เจ้าของร้านกาแฟถามต่อ
“ไปค่ะ ถ้าไม่เอาไปด้วยก็ไม่รู้ว่าจะให้อยู่กับใคร เลยถือโอกาสพาไปเที่ยวด้วยซะเลย” กัญญาวีร์ว่าด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะยิ้มกว้างอีกเมื่อนึกถึงสีหน้าดีใจและตื่นเต้นสุดขีดของปกป้องลูกชายวัยสี่ขวบของตน ตอนที่แกได้รู้ว่าจะได้ไปเที่ยวสวนสนุกที่มีเครื่องเล่นมากมาย
“ดี ๆ สัปดาห์นี้หยุดยาวด้วยนี่ ได้เที่ยวสามวันเต็ม ๆ เลย”
“ใช่ค่ะ นาน ๆ จะมีโอกาสพาแกไปเที่ยวที” เพียงแค่จินตนาการไปถึงวันที่จะได้พาลูกไปเปิดหูเปิดตา นึกถึงสีหน้าและแววตาอยากรู้อยากเห็นของลูกเมื่อเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่แปลกใหม่ กัญญาวีร์ก็รู้สึกสุขใจจนแทบจะหุบยิ้มไม่ได้
“หมูป้องคงดีใจ” พี่ไก่ว่ายิ้ม ๆ นึกเอ็นดูเด็กชายที่เห็นมาตั้งแต่เริ่มตั้งไข่อยู่ไม่น้อย
“มาก ๆ เลยค่ะ เมื่อเช้าแทบไม่อยากไปโรงเรียน กลัวแม่ไม่รอ ต้องเกลี้ยกล่อมกันอยู่นาน กว่าแกจะเข้าใจ” คุณแม่ลูกหนึ่งเอ่ยกลั้วขำพลางส่ายหน้าอ่อนใจ ก่อนจะชี้นิ้วไปที่กล่องขนมแล้วเปลี่ยนเรื่องคุย “พี่ไก่ลองเปิดดูค่ะ รอบนี้ฟางทำมาส่งเยอะกว่าปกตินิดหน่อย เพราะไม่แน่ใจว่าเย็นวันจันทร์จะมีแรงทำขนมไหม เลยทำมาเผื่อขายถึงวันอังคารเลย เฉพาะพวกคุกกี้นะคะ ส่วนเค้กกับขนมปังทำมาปกติ ไม่อยากให้เหลือค้างคืนนาน”
“จะอยู่ถึงหรือเปล่าก็ไม่รู้ เห็นหมดก่อนทุกที” หญิงวัยกลางคนเอ่ยพลางเปิดกล่องเช็กขนมที่กัญญาวีร์นำมาส่ง “พี่กล้าฟันธงเลย ไม่เกินวันอาทิตย์หรอก หมดแน่ ๆ พี่บอกให้ทำมาเยอะ ๆ เลย”
“ฟางก็อยากทำเยอะ ๆ ค่ะ อยากรวยไว ๆ จะแย่อยู่แล้ว แต่ทำไม่ไหวจริง ๆ เท่านี้ก็เต็มลิมิตแล้ว มากกว่านี้ฟางคงไม่ได้นอน” กัญญาวีร์ยู่ปากว่าอย่างแสนเสียดาย ถ้าเป็นไปได้เธออยากให้หนึ่งวันมีสักสามสิบชั่วโมง จะได้มีเวลาทำขนมออกมาขายเยอะ ๆ
“โยกที่ไปส่งร้านอื่นมาไว้ที่ร้านพี่สิ” เจ้าของร้านกาแฟที่ไม่มีฝีมือทำเบเกอรีพยายามโน้มน้าวอย่างที่เคยทำประจำ
เชฟขนมหวานระบายยิ้มอย่างอ่อนใจ ก่อนจะตอบแบบทีเล่นทีจริงอย่างเช่นทุกครั้ง “ไม่ได้หรอกค่ะ ของดีและอร่อยมีน้อย ต้องแบ่ง ๆ กัน”
กัญญาวีร์ไม่ได้ทำขนมส่งแค่ร้านพี่ไก่ร้านเดียว แต่เธอยังส่งอีกสามร้านในตัวอำเภอ และทำคุกกี้กับบราวนี่ขายปลีกในช่องทางออนไลน์อีกนิดหน่อย อันที่จริงเธอก็อยากจะทำมากกว่านี้ ทว่างานของเธอไม่ได้มีแค่ทำขนมขายส่งเพียงอย่างเดียว หากเธอยังเป็นนักตัดต่ออิสระ ยิ่งช่วงนี้เทรนสร้างคอนเทนต์บนโลกออนไลน์มาแรง งานก็ยิ่งมีเยอะ แต่เธอก็รับได้ในจำนวนที่จำกัด เพราะต้องแบ่งเวลามาดูแลลูกชายที่อยู่ในวัยกำลังดื้อกำลังซนอีกด้วย
แต่ถ้าถามว่าทำไมไม่เน้นไปที่งานตัดต่อเพราะเงินดีกว่า ก็ต้องตอบว่าเธอไม่ได้เป็นมืออาชีพ แม้จะก้าวเข้าสู่วงการนี้มาประมาณปีกว่าแล้ว แต่ด้วยไม่ได้เรียนสายนี้มาโดยตรง เธอจึงยังไม่มั่นใจในฝีมือ เลยไม่กล้าตั้งเรตค่าจ้างที่สูงสักเท่าไร ที่ทำอยู่ตอนนี้ก็เพื่ออยากเก็บประสบการณ์และฝึกฝนตัวเองไปเรื่อย ๆ เผื่อวันหนึ่งเกิดอะไรขึ้น ชีวิตจะได้มีทางเลือกเหมือนอย่างคนอื่นเขาบ้าง
ไม่เป็นที่ต้องการหลังจากเผลอพูดจาไม่ดีใส่แม่ของลูกไปเมื่อช่วงกลางวัน สุดเขตก็ไม่ได้กลับไปที่ห้องพักของลูกอีก พอเธอเดินออกไป เขาก็นั่งต่ออีกสักพักใหญ่ด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งกว่าเดิมหลายเท่า เขารู้ตัวว่าผิดที่ไปกล่าวหาเธอแบบนั้น ทว่าอีกความรู้สึกก็คิดว่ามันคือเรื่องจริงการที่เด็กคนหนึ่งโตขึ้นมาแล้วเป็นคนแบบไหน ส่วนมากก็ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูทั้งนั้น“ก็ไม่เสมอไปหรอก” สุดโปรดว่าขึ้นหลังจากเขาระบายเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ฟัง น้องชายเขาแวะมาเยี่ยมหลานตามปกติ มากับภรรยาและลูกชายทั้งสอง แต่วันนี้มาแล้วไม่เจอเขาอยู่ในห้อง คนเป็นน้องก็เลยโทร. มาถามว่าอยู่ไหน เขาก็เลยบอกให้มาหาที่ห้องทำงานแทน พอมาถึงเขาก็เล่าเหตุการณ์ให้ฟังเลยทันที “นายก็ไปว่าเขาแรงเกินไปนะ บางทีมันอาจจะไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้”“แล้วมันมีเหตุผลอื่นหรือไง” แพทย์หนุ่มเถียง ในใจยังคุกรุ่นกับประเด็นที่พูดคุยกับแม่ของลูก หากอีกใจก็รู้สึกผิดที่เผลอสาดอารมณ์ใส่เธอ ทั้งที่การทำแบบนั้นไม่ใช่นิสัยของเขาเลย “ตอนนายอยู่ในห้อง ลูกฉันมีท่าทีว่ากลัวนายหรือเปล่าล่ะ”คนเป็นน้องทำหน้านึก ก่อนหน้านี้เขาไปเยี่ยมหลานมาแล้ว เป็นจังหวะที่
ไม่เป็นที่ต้องการ“มันพูดอะไรบ้าง”“เอากระเช้าดอกไม้มาเยี่ยม เขาขอโทษแล้วก็แสดงความเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วก็บอกว่ายินดีจะรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด” กัญญาวีร์เล่าให้สุดเขตฟัง เพราะเขาเป็นคนประสานกับทีมทนายที่รับหน้าที่ดูแลคดีของเธอกับลูก ส่วนมารดาของเขาเป็นฝ่ายสนับสนุน ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาสองแม่ลูกพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ตลอด ไม่เคยปล่อยปละละเลยเลยสักวัน“คงคิดจะหลีกเลี่ยงจริง ๆ สินะ” แพทย์หนุ่มทำสีหน้าครุ่นคิด เขาไม่เชื่อว่าคำขอโทษของธนินธ์ในวันนี้จะออกมาจากความรู้สึกจริง ๆ ที่ทำไปทั้งหมดก็คงหวังให้ศาลเห็นใจและลดโทษให้“เลี่ยงยังไงคะ” กัญญาวีร์ที่ไม่ค่อยรู้ข้อกฎหมายเอ่ยถามด้วยความสงสัย“จริง ๆ ในทางกฎหมายโทษเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นเกือบถึงแก่ชีวิตมันหนักมากนะ อาจจะถึงขั้นประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต แต่ในทางปฏิบัติคือแทบไม่มีใครติดคุกจริง ๆ เลย ถ้าจำเลยยอมรับผิดและแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ศาลก็จะให้โอกาสแก้ตัว สั่งให้แค่รอลงอาญา และควบคุมความประพฤติ เข้าไปรายงานตัวทุก ๆ สามเดือนหรือหกเดือน”หญิงสาวใจหายแวบเมื่อได้ยินดังนั้น ครั้นลองนึกถึงอีกหลายคดีที่เคยออกข่าวใน
ไม่เป็นที่ต้องการ“มึงคิดว่าเขาจะบอกว่าไง” ศัลยแพทย์หนุ่มย้อนถาม ด้วยความสัมพันธ์ของสุดเขตกับกัญญาวีร์ไม่ใช่ความสัมพันธ์ดั่งคนรักทั่ว ๆ ไป จึงน่าจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างอธิบายยากพอสมควร และเขาก็ไม่กล้าคาดเดา เพราะจากที่ได้พูดคุยกับหญิงสาวเกี่ยวกับอาการของเด็กชาย ก็เห็นว่าเธอเป็นคนที่เข้าใจอะไรง่าย ๆ ดูมีเหตุผล และดูเป็นแม่ที่ดี ไม่น่าจะปลูกฝังอะไรแย่ ๆ ให้กับคนเป็นลูก“ไม่รู้”“ไม่รู้ก็ถามสิวะ เก็บมาคิดเองให้เครียดทำไม”สุตเขตตวัดสายตามองค้อนเพื่อน เก่งนักกับเรื่องคนอื่น“ยังไม่มีโอกาสได้คุยกัน” ตั้งแต่คืนที่เขานอนเฝ้าเธอ หลังจากนั้นก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกันอย่างจริงจัง เพราะมีธุระหลายอย่างที่ต้องจัดการ ทั้งยังมีแขกวนเวียนมาเยี่ยมหลายคน หลัก ๆ ก็คนในครอบครัวเขานั่นแหละ รองลงมาก็เพื่อนของเธอ และตัวเขาเองก็ต้องทำงาน ทำให้เวลาว่างไม่ค่อยตรงกัน“มึงกำลังคิดว่าเขาเป่าหูลูกให้กลัวมึงว่างั้น ?”“กูไม่แน่ใจ...” สุดเขตทำสีหน้าครุ่นคิด ประเด็นนี้เขาไม่แน่ใจเลย หากก็คิดว่ามีส่วนเป็นไปได้ เพราะลูกมีท่าทีกลัวเขามากเกินไป “จะว่ากลัวคนแปลกหน้าก็ไม่น่าใช่ เพราะตอนที่ยังอยู่ไอซียู เห็นหน้ากูวันละสามเวลา
ไม่เป็นที่ต้องการ ธนินธ์หันไปสบตากับทนายของตน ครั้นเห็นอีกฝ่ายส่ายหน้าเบา ๆ เขาจึงหันกลับมาตอบคำถามของหญิงมากวัย “เปล่าครับ ผมไม่ได้ดื่มมา”โกหก ! กัญญาวีร์ร้องขึ้นในใจ เพราะคืนนั้นเธอได้ยินพยาบาลในรถฉุกเฉินบอกว่าเจ้าของลัมโบกินีคันนั้นเมา เจ้าหน้าที่ได้กลิ่นเหล้าคละคลุ้ง ชัดเจนว่าเมาแล้วขับ หากเขากลับให้ปากคำกับตำรวจว่าไม่ได้ดื่ม และพยายามทำให้เป็นเพียงแค่อุบัติเหตุทั่วไปเท่านั้นเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าธนินธ์ต้องการปกปิดความผิดของตัวเอง เมาแล้วขับไม่พอ ยังขับเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดอีก“น่าเสียดายนะคะที่กล้องวงจรปิดบนทางด่วนบังเอิญเสียพอดี ไม่อย่างนั้นเราก็คงรู้ว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้อย่างไร” แก้วมณีเอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล หากจงใจเน้นคำว่าบังเอิญให้อีกฝ่ายรู้ว่าพวกตนไม่ใช่คนโง่ที่จะเชื่ออะไรง่าย ๆ แต่ที่ไม่พูดออกไปตรง ๆ ก็เพราะกลัวมันจะไปกระทบกับรูปคดี อีกฝ่ายมีทนายมาด้วย หากฝั่งของตนนั้นไม่มี หล่อนไม่แม่นในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงอยากระมัดระวังคำพูดเอาไว้ก่อน “แต่ไม่เป็นไรค่ะ ตอนนี้ทนายของดิฉันกำลังรวบรวมหลักฐาน คิดว่าไม่นานก็คงได้ครบ เผื่อจะช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ให้คุณธนินธ์ได้”
![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




