LOGINตอนที่ 2: นิทานและสายฟ้า
หลังจากอธิษฐานขอพรเสร็จสิ้น หนานอันจึงปักธูปแล้วเดินย้อนกลับมารับแผ่นยันต์ตามที่คุณยายสั่งไว้ ทว่าในเวลานั้นเอง เมฆดำทมิฬก็เคลื่อนตัวเข้าบดบังจนท้องฟ้ามืดครึ้ม ก่อนที่สายฝนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก หญิงชรามองออกไปนอกชายคาพลางเอ่ยขึ้นว่า
"ฝนตกลงมาหนักขนาดนี้ คงยังออกไปไม่ได้แล้วล่ะสิแม่หนู เดี๋ยวรอให้ฝนซาลงก่อนแล้วค่อยไปแล้วกันนะ"
"ค่ะ" หนานอันตอบรับอย่างว่าง่าย ก่อนจะถามหาของสำคัญ "แล้วยันต์ของหนูล่ะคะคุณยาย"
คุณยายยื่นวัตถุชิ้นหนึ่งส่งให้ หนานอันก้มมองดูพบว่าเป็นเศษผ้าไหมสีแดงสดผืนยาว ที่ด้านบนเขียนอักขระโบราณตัวหวัดเรียงรายอยู่แถวหนึ่ง ซึ่งเธออ่านไม่ออกแม้แต่ตัวเดียว
"อันนี้อ่านว่าอะไรหรือคะ"
"สมหวังในรัก ไร้อุปสรรคขัดขวาง"
คุณยายช่วยแปลความหมายให้ฟังด้วยน้ำเสียงใจดี หนานอันได้ยินดังนั้นก็ฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี แต่แล้วรอยยิ้มก็ต้องชะงักงัน เมื่อจู่ ๆ เสียงฟ้าร้องก็คำรามดังกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งขุนเขา ด้วยความที่หนานอันกลัวฟ้าร้องเป็นทุนเดิม เธอจึงสะดุ้งสุดตัวและเผลอกระโจนเข้ากอดคุณยายไว้แน่นด้วยความตระหนก
หญิงชรายิ้มบาง ๆ พลางเอื้อมมือลูบหลังปลอบโยนและกุมมือของเธอไว้ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า
"ยายเล่านิทานพื้นบ้านให้ฟังเอาบุญดีหรือเปล่าล่ะ จะได้หายหวาดกลัว อย่างไรเสียก็ต้องรอจนกว่าฝนจะหยุดตกอยู่แล้ว"
"ดีเลยค่ะ ขอบคุณนะคะคุณยาย หนูก็ชอบฟังนิทานโบราณอยู่พอดีเลยค่ะ"
เมื่อหญิงสาวตอบตกลง คุณยายจึงเริ่มเอื้อนเอ่ยเล่าเรื่องราวในอดีตกาลให้หนานอันฟังด้วยน้ำเสียงเนิบช้า ทว่าชวนให้ขนลุกพิกล
"นานมาแล้ว มีครอบครัวหนึ่งซึ่งเป็นตระกูลแม่ทัพใหญ่ผู้มีอำนาจและเกียรติยศอันสูงส่ง ต่อมาพวกเขาถูกศัตรูทางการเมืองใส่ร้ายป้ายสี จนถูกราชสำนักตัดสินประหารชีวิตยกครัว ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กทารกในตระกูล ทุกชีวิตล้วนถูกเข่นฆ่าจนดับดิ้นสิ้นชื่อ"
"เกิดเรื่องเลวร้ายอะไรขึ้นกับพวกเขาหรือคะ" หนานอันเอ่ยถามด้วยความสงสัยระคนตื่นตระหนก
"มีคนใส่ร้ายว่าพวกเขาก่อกบฏคิดล้มล้างราชบัลลังก์ จึงทำให้ฮ่องเต้พระองค์ใหม่มีรับสั่งให้ประหารชีวิตทิ้งจนหมดสิ้น"
"โธ่... น่าสงสารจังเลยนะคะ"
หลังจากนั้น คุณยายก็เล่าขานตำนานเรื่องนี้ให้หนานอันฟังอย่างละเอียดลออ ทุกฉากทุกตอนล้วนชวนให้ติดตามจนหนานอันรู้สึกเพลิดเพลิน เวลาผ่านล่วงเลยไปราวหนึ่งชั่วโมงเต็ม ฝนที่ตกหนักด้านนอกก็เริ่มซาเม็ดลง หนานอันขยับลุกขึ้นยืนพลางทอดสายตามองออกไปด้านนอกศาลเจ้า
"คุณยายคะ ฝนเริ่มหยุดแล้ว ขอบคุณมากนะคะที่อุตส่าห์เล่านิทานสนุก ๆ ให้หนูฟัง วันนี้หนูคงต้องขอตัวลาก่อนนะคะ ขอบคุณที่เปิดทางให้หนูได้เข้ามาไหว้พระขอพร แถมยังได้ยันต์ผืนนี้ติดมือกลับไปด้วย"
"เมื่อได้ของสิ่งนี้ไป ย่อมต้องสมความปรารถนาอย่างแน่นอน"
คุณยายกล่าวตอบพร้อมรอยยิ้ม ทว่าน้ำเสียงในครานี้กลับฟังดูเยือกเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจอย่างประหลาด หนานอันส่งยิ้มตอบ แต่จู่ ๆ ขนทั่วร่างของเธอก็ลุกชันเกรียวกราวขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ เธอกำลังจะก้าวเท้าออกจากโถงศาลเจ้า ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น สายฟ้าฟาดขนาดมหึมาก็ผ่าเปรี้ยงลงมาอย่างจัง!
เปรี้ยง!
หนานอันกรีดร้องลั่นด้วยความตกใจกลัว ทว่าเมื่อหันขวับกลับไปมองที่เดิม ร่างของคุณยายกลับอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่หลงเหลือแม้แต่เงา หญิงสาวเบิกตากว้าง ร้องเรียกหาคุณยายอยู่หลายคำด้วยความสับสนมึนงง แต่ยังไม่ทันที่สมองจะได้ประมวลผลสิ่งใดต่อ อัสนีบาตสายที่สองก็ผ่าลงมากลางหลังคาศาลเจ้าเข้าอย่างจัง!
ประกายสายฟ้าครอบคลุมร่างของหนานอันที่ยืนอยู่ด้านใน ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กาย ก่อนที่สติสัมปชัญญะของเธอจะดับวูบและร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้งในทันที...
หลายวันต่อมา ณ ประตูใหญ่เมืองหลวง หนานหงหงยืนส่งบิดามารดาด้วยดวงตาแดงก่ำ แม่ทัพหนานหันมาสบตาบุตรสาว น้ำเสียงสั่นเครือ"หงหง พ่อ...ขอโทษที่ไม่เคยเชื่อในสิ่งที่เจ้าพูด จนเจ้าต้องหาทางช่วยเหลือพวกเราด้วยการแต่งงานกับมู่หรง"หนานหงหงส่ายหน้า น้ำตาคลอ"ท่านพ่อ อย่าคิดเช่นนั้นเลย ข้า...ข้ารักท่านพี่ด้วยใจจริง การแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ข้าลำบากใจแต่อย่างใด ตรงกันข้ามข้ามีความสุขมากที่ได้อยู่เคียงข้างเขาและข้าก็ขอบคุณท่านพ่อที่ไม่ขัดขวาง"มารดาหัวเราะเบา ๆ“จะขัดขวางได้อย่างไร เจ้าไม่รู้อะไรท่านพ่อของเจ้านั้นไม่ยอมแพ้ ยังไปท้าประลองกับลูกเขยและแพ้กลับมาอย่างยับเยินเขาจึงยอมรามือไม่ขัดขวางพวกเจ้าสองคน”“จริงหรือเจ้าคะ ท่านพี่ไม่เคยบอกกับข้า”บิดาหน้าแดง เขาย่อมอับอายที่พ่ายแพ้ให้แก่มู่หรงคนที่เขาเคยดูถูกว่าเป็นเพียงบัณฑิตหน้าขาวไร้ฝีมือ“จริงสิ อาจารย์มู่อย่างไรก็เป็นปัญญาชนเขาย่อมไม่ทำให้ท่านพ่อตาของเขาขายหน้า”มารดามองไปที่มู่หรงที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพื่อปล่อยให้ครอบครัวได้พูดคุยจากลากันโดยไม่อึดอัด“เขาดีจริง ๆ เจ้าค่ะ”“ใช่เขาดีเช่นนั้น ทั้งหล่อเหลาเฉลียวฉลาดมีความยุติธรรม แม่เห็นเขาครั้ง
มู่หรงดึงกระโปรงของนางออกจากกาย เผยให้เห็นหอยสีชมพูอวบอูมงดงามของหนานหงหงที่กำลังเปียกเยิ้ม“งามเหลือเกินคนดี...”เขายิ้มด้วยความรู้สึกพออกพอใจที่ได้เป็นเจ้าของสิ่งที่งดงามที่สุดในโลกเช่นนี้“น่าเย่อหรือไม่เจ้าคะ”“หอยของหงหงน่าเย่อที่สุดแล้ว”เขายกนางมาวางไว้บนโต๊ะ จากนั้นจับขาเรียวแยกออกจดจ้องมองดูกลีบสีชมพูที่มีน้ำเงี่ยนใส ๆ ไหลเยิ้มออกมาอย่างเต็มที่“ตรงนี้ตอดนิ้วเก่งยิ่ง ร่องสวย ๆ ก็ยังปล่อยน้ำหวานของเจ้าออกมาไม่หยุดแล้ว”“ผัวขาเมียเงี่ยนเหลือเกินแล้ว ลงลิ้นเลียเถิดเจ้าคะเมียอยากได้ลิ้นผัว”มู่หรงส่งเสียงครางในลำคอ แล้วก้มลงมานาบลิ้นพร้อมกับตวัดเลียรสชาติของหอยสาวตัวใหญ่จนหนานหงหงครางลั่นหญิงสาวแยกขาออกกว้างพร้อมกับเด้งเอวรับลิ้นหนา มือข้างหนึ่งกดหัวของเขาลงไปดูดเลียให้มากยิ่งขึ้น ในขณะที่อีกข้างขยับมาขยำนมของตัวเองเพื่อระบายความเสียว“ผัวขา ตรงนั้นแยงลึก ๆ ซี้ดดด”นางร้องออกมาอย่างยั่วยวนจนกระทั่งมู่หรงไม่สามารถหยุดกลืนกินนางได้“เมียจ๋าให้ผัวซอยหอยให้นะ จะเอาให้หายเงี่ยนเลย”หนอนหนังสือเช่นเขาเวลาทำเรื่องเช่นนี้ช่างร้อนแรงยิ่ง นับวันเขายิ่งใช้วาจาที่หยาบคายถูกใจหนานหงหงยิ่งนัก
มู่หรงเรียกแม่ทัพหนานมาพบที่จวนเป็นการส่วนตัว เขาอธิบายสถานการณ์ด้วยน้ำเสียงจริงใจ"ท่านพ่อตา ข้าขอโทษที่ต้องทำเช่นนี้ แต่เพื่อความมั่นคงของราชสำนักและความปลอดภัยของสกุลหนาน ข้าจำเป็นต้องส่งท่านไปประจำการที่ชายแดนทางตะวันตก"แม่ทัพหนานฟังด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แต่ก็เข้าใจเหตุผลดีมู่หรงกล่าวต่อ "ข้าสัญญาว่าจะดูแลครอบครัวของท่านอย่างดี ท่านจะได้รับเกียรติและการปฏิบัติสมกับฐานะ ไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นอยู่"แม่ทัพหนานพยักหน้า "ข้าเข้าใจ ท่านราชครู ข้าจะทำตามคำสั่ง"มู่หรงจัดการให้แม่ทัพหนานได้รับตำแหน่งสำคัญในการป้องกันชายแดน พร้อมทั้งจัดสรรทรัพยากรและกำลังพลอย่างเพียงพอ แม้จะอยู่ห่างไกล แต่ชีวิตของแม่ทัพหนานก็ไม่ได้ลำบากหนานหงหงรู้สึกเสียใจที่ต้องห่างจากบิดา แต่ก็เข้าใจความจำเป็น"ข้าขอบคุณท่านพี่ที่รักษาสัญญาเจ้าค่ะ”มู่หรงกุมมือภรรยา"สบายใจขึ้นบ้างหรือไม่"“เจ้าค่ะ”มู่หรงดึงนางเข้าไปกอดและจุมพิตนางอย่างดูดดื่ม เขารู้ว่าตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นหนานหงหงกังวลจนนอนไม่หลับส่วนตัวเขาเองก็วุ่นวายกับเรื่องของฮ่องเต้น้อยจนไม่มีเวลาอยู่กับนาง“คืนนี้พี่จะชดเชยให้เจ้านะ”หนานหงหงดันใบหน้าของเขาอ
ในห้องโถงใหญ่ของจวนสกุลมู่ มู่หรงและหนานหงหงคุกเข่าลงต่อหน้าแท่นบูชาฟ้าดิน ควันธูปลอยอวลในอากาศ สร้างบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสองก้มศีรษะคำนับฟ้าดินสามครั้ง ก่อนจะหันมาคำนับกันและกัน เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีสำคัญเสียงโห่ร้องยินดีดังขึ้นจากญาติมิตรที่มาร่วมงาน ขณะที่คู่บ่าวสาวลุกขึ้นยืน หนานหงหงเดินตามแม่สื่อไปยังห้องหอที่ตกแต่งด้วยผ้าแพรสีแดงและดอกไม้มงคล เสียงเพลงอวยพรและเสียงหยอกล้อของแขกเหรื่อยังดังทั่วไปทั้งจวนดังก้องมาตามหลังเมื่อประตูห้องหอปิดลง ความเงียบโรยตัวลงท่ามกลางกลิ่นหอมของธูปและดอกไม้ที่บานสะพรั่งหนานหงหงถูกแม่สื่อและอาซูจูงมานั่งยังเตียงนอนที่โรยด้วยของมงคลมากมาย แม่สื่อเอ่ยเบา ๆ"รอสักครู่นะเจ้าคะคุณหนูเจ้าบ่าวจะมาในไม่ช้า"จากนั้นแม่สื่อก็ออกจากห้องไป ปล่อยให้หนานหงหงนั่งรออยู่เพียงลำพังในห้องโถงรับแขกที่ไม่ใหญ่มากของจวนสกุลมู่ มู่หรงกำลังดื่มสุรากับแขกเหรื่อตามธรรมเนียม เขาเป็นคนที่มีสหายไม่มากนักส่วนใหญ่ล้วนเป็นบัณฑิตทว่าวันนี้กลับมีคนมาร่วมงานมงคลของเขาไม่น้อย นั่นคงเป็นเพราะว่าเจ้าสาวของเขาคือบุตรสาวคนเดียวของแม่ทัพหนานจึงมีคนอยากมาผูกไมตรีมากมายในที่สุดเมื่อพิธ
หนานหงหงจับดุ้นของเขาถอกขึ้นลงสุดแรง นางยังมองหน้าเขากระทั่งเอ็นคายน้ำใสออกมาเปียกชื้นที่ปลายหัว นางไม่รีรอสิ่งใดแล้วอ้าปากกว้างแล้วสวมครอบลงมาที่ดุ้นเนื้อทันใด“ซี้ดดด อา ลึก ๆ หงหง”มู่หรงสูดลมผ่านไรฟัน เขากัดปากเอาไว้เกรงว่าจะส่งเสียงดังออกไปด้านนอก อย่างไรในเวลานี้พวกเขาทั้งคู่ก็ยังอยู่ในรถม้าหนานหงหงดูดเอ็นของยาวลึกขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งมู่หรงทนไม่ไหวเขาจึงกดศีรษะของนางลงไปจากนั้นก็ใช้มือข้างหนึ่งดันเอาไว้กับที่นั่งยกสะโพกของตนเองให้สูงขึ้นเด้าปากของหนานหงหงทันใด“อ๊า ซี้ดด หงหง ลึกยิ่ง ตรงนี้ใช้แล้ว อา อืมม”หนานหงหงทั้งชักทั้งรูดอยู่เช่นนั้นพร้อมกับปล่อยให้เขากระเด้าปากของนางเนิ่นนานสุดท้ายมู่หรงก็ครางเสียวปลดปล่อยน้ำรักออกมาคงเป็นเพราะว่าอยู่ในสถานที่คับแคบและด้านนอกยังมีเสียงผู้คนมากมายเมื่อรถม้ากำลังเคลื่อนเข้าสู่ถนนที่เต็มไปด้วยฝูงชนจึงทำให้มู่หรงตื่นเต้นและรู้สึกเสียวกว่าทุกครั้งหนานหงหงยังกินไม่อิ่ม ตัวนางเองก็เยิ้มจนได้ที่ นางยังขยับปากตวัดลิ้นเลียไปรอบหัวบานหลังจากดูดน้ำรักของเขาเข้าปากไปจนหมดลิ้นของหนานหงหงไต่ลงมาเลียที่ถุงทอง ทั้งอมทั้งดูดสลับกันไป“หงหงพอแล้ว ข้างน
คนหลายคนกำลังเดินออกจากประตูวังหลวง เห็นท่าทางสนิทสนมระหว่างหนานหงหงและมู่หรงแล้วก็พลันลอบมองหนานหงหงเกรงว่าจะทำให้อาจารย์มู่เสื่อมเสียนางจึงขยับออกห่าง เขากลับรั้งมือของนางเอาไว้แล้วกุมอย่างแน่นหนา“อาจารย์เดี๋ยวคนมาเห็นเจ้าค่ะ ชื่อเสียงอันดีงามของท่านจะถูกข้าทำลายไม่ได้”มู่หรงส่ายหน้า“ไม่ปล่อย”“อาจารย์ปล่อยเจ้าค่ะ ข้าไม่อยากให้ท่านถูกนินทา”มู่หรงหัวเราะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่นจากนั้นก็ดึงมือของนางไปขึ้นรถม้าจวนมู่ที่เพิ่งมาถึงเมื่อเข้ามาถึงรถม้าเขาก็ดึงนางมาจูบอย่างหนักหน่วง หนานหงหงยกมือโอบรอบลำคอของเขาตอบสนองอย่างอ่อนหวานเนิ่นนานกว่าจุมพิตนี้จะคลาย นางซบใบหน้าลงบนอกกว้างมู่หรงลูบศีรษะของนางเอ่ยแผ่วเบา“สมรสพระราชทานฝ่าบาทรับปากแล้ว พรุ่งนี้ราชโองการสมรสคงไปถึงจวนสกุลหนาน”หนานหงหงร้องตะโกนสุดเสียง“จริงหรือเจ้าคะ”ท่าทางดีใจของนางทำให้มู่หรงยิ้มกว้าง“เจ้าดีใจเพียงนี้”“อื้ม ดีใจเจ้าค่ะดีใจที่สุดในชีวิต ชาตินี้ของหงหงไม่ขอสิ่งใดนอกจากการได้เป็นเมียของอาจารย์”มู่หรงใบหน้าแดงซ่านจู่ ๆ ก็รู้สึกขัดเขินกับคำพูดของนางขึ้นมา หนานหงหงเห็นเขาเบือนหน้าหนีนางจึงจับใบหน้าของเขาเอาไว้ให้







