LOGINหลุดมิติมาทั้งที ดันมาเจอหนุ่มเนิร์ดรูปงามที่แอบซ่อนตำราเร้าร้อนไว้บนหลังคาเรือนหนังสือ! หนานหงหงตั้งใจจะล่อลวงอาจารย์ผู้เคร่งครัดมาทำสามี แต่ใครเล่าจะคาดคิดว่า... ภายใต้มาดนิ่งขรึมสุภาพบุรุษ เขาคือ ‘เสือซุ่ม’ ที่หื่นกระหายและคลั่งรักรุนแรงยิ่งกว่าผู้ใด เมื่อสาวมั่นยุคใหม่ปะทะหนุ่มฮอตเนิร์ดเอวหวาน ลีลาลิ้นพิฆาต และส่วนนั้นดุดันเกินต้านทาน งานนี้ไม่มีคำว่าปรานี... มีแต่น้ำร้อนฉ่าที่ฉีดพ่นเข้าไปจนล้นร่องแทบทุกคืน!
View Moreตอนที่ 1: ศาลเจ้าเสี่ยงทาย
หนานอัน พริตตี้สาวสู้ชีวิตวัยยี่สิบปี แอบชอบผู้ชายคนหนึ่งอย่างหนักและอยากได้เขามาเป็นแฟนใจจะขาด ทว่าดูเหมือนเขาจะไม่เคยสนใจเธอแม้แต่น้อย ด้วยความจนปัญญา หญิงสาวจึงดั้นด้นไปดูดวง แม่หมอผู้นั้นจึงชี้ทางสว่างว่า หากอยากสมหวัง ให้เดินทางไปกราบไหว้ขอพรที่ศาลเจ้าเล็ก ๆ ในอำเภออันห่างไกลแห่งหนึ่ง และต้องไปในวันที่ฟ้ามืดมิดที่สุดของเดือนในอีกสองวันข้างหน้าเท่านั้นถึงจะสัมฤทธิผล
หนานอันเชื่อคำทำนายจนหมดใจเพราะอยากได้สามีจนตัวสั่น เธอจึงไม่รอช้า รีบคว้ากระเป๋าเป้ใบเก่งออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังศาลเจ้าลึกลับแห่งนั้นในทันที
หลังจากรอนแรมเดินทางมาตลอดทั้งวัน หนานอันก้าวลงจากขบวนรถไฟความเร็วสูง ก่อนจะควักเงินจ้างรถแท็กซี่คันหนึ่งให้พาขึ้นมายังหุบเขาแห่งนี้ คงเป็นเพราะเธอเสียเวลาไปมากกับการเดินทางอันคดเคี้ยว เมื่อล้อรถหยุดหมุนและก้าวลงมา จึงพบว่าเป็นเวลาเกือบ 17.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประตูศาลเจ้ากำลังจะปิดลงพอดี
"ศาลเจ้าจะปิดแล้ว ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปข้างในแล้วครับ"
หนานอันรีบแกล้งตีสีหน้าเศร้าสร้อย ร้องไห้เบะปาก น้ำตาเม็ดโตไหลรินอาบสองแก้ม นี่คือสถานที่อันเป็นความหวังสุดท้าย แต่เธอกลับมาล่าช้าเพราะกว่าจะหารถต่อขึ้นมาถึงบนยอดเขาได้ก็กินเวลาไปไม่น้อย
"แต่หนูดูดวงมาแล้ว แม่หมอบอกว่าต้องเป็นวันนี้เท่านั้นค่ะ ได้โปรดเถอะนะคะ หนูอกหักจนแทบอยู่ไม่ไหว อยากมาขอพรให้แฟนของหนูกลับมา ได้โปรดเถอะนะคะคุณตา ให้หนูเข้าไปขอพรแป๊บเดียว เดี๋ยวหนูก็จะรีบออกมาค่ะ"
ผู้ดูแลศาลเจ้าซึ่งเป็นชายชราท่าทางใจดีมองดูแล้วรู้สึกเวทนาสงสารหญิงสาวเป็นอย่างยิ่ง จึงถอนหายใจออกมาเบา ๆ
"ก็ได้นะแม่หนู แต่อย่านานนักล่ะ ยังไงตาก็ต้องปิดประตูตามเวลา"
หนานอันยกมือปาดน้ำตาลวก ๆ พร้อมฉีกยิ้มกว้างด้วยความโล่งอก
"ขอบคุณมาก ๆ ค่ะคุณตา หนูจะรีบทำเวลาเลยค่ะ"
เมื่อหนานอันก้าวพ้นธรณีประตูเข้าไปภายในโถงศาลเจ้า ก็พบว่ามีสตรีสูงวัยคนหนึ่งอายุราวหกสิบกว่าปีกำลังก้มหน้าก้มตากวาดลานศาลเจ้าอยู่ คุณยายคนนั้นเงยหน้าขึ้นเอ่ยทักทายหนานอันด้วยน้ำเสียงเรียบ
"แม่หนู ศาลเจ้าปิดแล้วนะ ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปข้างในแล้ว"
"คุณตาข้างนอกอนุญาตให้หนูเข้ามาแล้วค่ะ คุณยายให้หนูเข้าไปขอพรสักครู่นะคะ ได้โปรดเถอะค่ะ"
"ถ้างั้นก็รีบหน่อย มานี่สิ เอาธูปนี่ไปจุด จากนั้นก็เดินไปขอพรตรงแท่นบูชานั้น มีคำสวดอธิษฐานจารึกอยู่ สวดบทสวดนั้นให้ครบห้าจบ แล้วค่อยตั้งจิตอธิษฐานขอพร เสร็จแล้วก็มารับยันต์คุ้มครองความรักกับยายนะ"
"ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณยาย"
หนานอันส่งยิ้มรับด้วยความยินดี พลางเดินไปจุดธูปอธิษฐานตามคำแนะนำ โดยที่เธอไม่มีทางล่วงรู้เลยว่า ในเวลานี้บทสวดเบื้องหน้าได้แปรเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ราวกับมีอำนาจลึกลับบางอย่างดลบันดาลให้ถ้อยคำเหล่านั้นผิดเพี้ยนไป
หนานอันตั้งอกตั้งใจท่องอ่านบทสวดประหลาดที่ตนเองไม่เข้าใจความหมายวนซ้ำอยู่ห้ารอบเต็ม เมื่อครบถ้วนจึงหลับตาพริ้มแล้วเริ่มอธิษฐานเสียงดังฟังชัดในใจ
"ขอให้มู่หรงรักหนู ชอบหนู หลงหนูเพียงคนเดียว หนูชอบเขา หนูอยากได้เขาเป็นแฟน ขอให้เขาหันมามองหนูบ้างนะคะ ได้โปรดเถิด เพี้ยง! ขอให้เขามองหนูเพียงคนเดียว ขอให้พวกเราสมหวัง ได้แต่งงานกัน และครองคู่อย่างมีความสุขไปตลอดกาลด้วยเถิด"
หลายวันต่อมา ณ ประตูใหญ่เมืองหลวง หนานหงหงยืนส่งบิดามารดาด้วยดวงตาแดงก่ำ แม่ทัพหนานหันมาสบตาบุตรสาว น้ำเสียงสั่นเครือ"หงหง พ่อ...ขอโทษที่ไม่เคยเชื่อในสิ่งที่เจ้าพูด จนเจ้าต้องหาทางช่วยเหลือพวกเราด้วยการแต่งงานกับมู่หรง"หนานหงหงส่ายหน้า น้ำตาคลอ"ท่านพ่อ อย่าคิดเช่นนั้นเลย ข้า...ข้ารักท่านพี่ด้วยใจจริง การแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ข้าลำบากใจแต่อย่างใด ตรงกันข้ามข้ามีความสุขมากที่ได้อยู่เคียงข้างเขาและข้าก็ขอบคุณท่านพ่อที่ไม่ขัดขวาง"มารดาหัวเราะเบา ๆ“จะขัดขวางได้อย่างไร เจ้าไม่รู้อะไรท่านพ่อของเจ้านั้นไม่ยอมแพ้ ยังไปท้าประลองกับลูกเขยและแพ้กลับมาอย่างยับเยินเขาจึงยอมรามือไม่ขัดขวางพวกเจ้าสองคน”“จริงหรือเจ้าคะ ท่านพี่ไม่เคยบอกกับข้า”บิดาหน้าแดง เขาย่อมอับอายที่พ่ายแพ้ให้แก่มู่หรงคนที่เขาเคยดูถูกว่าเป็นเพียงบัณฑิตหน้าขาวไร้ฝีมือ“จริงสิ อาจารย์มู่อย่างไรก็เป็นปัญญาชนเขาย่อมไม่ทำให้ท่านพ่อตาของเขาขายหน้า”มารดามองไปที่มู่หรงที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพื่อปล่อยให้ครอบครัวได้พูดคุยจากลากันโดยไม่อึดอัด“เขาดีจริง ๆ เจ้าค่ะ”“ใช่เขาดีเช่นนั้น ทั้งหล่อเหลาเฉลียวฉลาดมีความยุติธรรม แม่เห็นเขาครั้ง
มู่หรงดึงกระโปรงของนางออกจากกาย เผยให้เห็นหอยสีชมพูอวบอูมงดงามของหนานหงหงที่กำลังเปียกเยิ้ม“งามเหลือเกินคนดี...”เขายิ้มด้วยความรู้สึกพออกพอใจที่ได้เป็นเจ้าของสิ่งที่งดงามที่สุดในโลกเช่นนี้“น่าเย่อหรือไม่เจ้าคะ”“หอยของหงหงน่าเย่อที่สุดแล้ว”เขายกนางมาวางไว้บนโต๊ะ จากนั้นจับขาเรียวแยกออกจดจ้องมองดูกลีบสีชมพูที่มีน้ำเงี่ยนใส ๆ ไหลเยิ้มออกมาอย่างเต็มที่“ตรงนี้ตอดนิ้วเก่งยิ่ง ร่องสวย ๆ ก็ยังปล่อยน้ำหวานของเจ้าออกมาไม่หยุดแล้ว”“ผัวขาเมียเงี่ยนเหลือเกินแล้ว ลงลิ้นเลียเถิดเจ้าคะเมียอยากได้ลิ้นผัว”มู่หรงส่งเสียงครางในลำคอ แล้วก้มลงมานาบลิ้นพร้อมกับตวัดเลียรสชาติของหอยสาวตัวใหญ่จนหนานหงหงครางลั่นหญิงสาวแยกขาออกกว้างพร้อมกับเด้งเอวรับลิ้นหนา มือข้างหนึ่งกดหัวของเขาลงไปดูดเลียให้มากยิ่งขึ้น ในขณะที่อีกข้างขยับมาขยำนมของตัวเองเพื่อระบายความเสียว“ผัวขา ตรงนั้นแยงลึก ๆ ซี้ดดด”นางร้องออกมาอย่างยั่วยวนจนกระทั่งมู่หรงไม่สามารถหยุดกลืนกินนางได้“เมียจ๋าให้ผัวซอยหอยให้นะ จะเอาให้หายเงี่ยนเลย”หนอนหนังสือเช่นเขาเวลาทำเรื่องเช่นนี้ช่างร้อนแรงยิ่ง นับวันเขายิ่งใช้วาจาที่หยาบคายถูกใจหนานหงหงยิ่งนัก
มู่หรงเรียกแม่ทัพหนานมาพบที่จวนเป็นการส่วนตัว เขาอธิบายสถานการณ์ด้วยน้ำเสียงจริงใจ"ท่านพ่อตา ข้าขอโทษที่ต้องทำเช่นนี้ แต่เพื่อความมั่นคงของราชสำนักและความปลอดภัยของสกุลหนาน ข้าจำเป็นต้องส่งท่านไปประจำการที่ชายแดนทางตะวันตก"แม่ทัพหนานฟังด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แต่ก็เข้าใจเหตุผลดีมู่หรงกล่าวต่อ "ข้าสัญญาว่าจะดูแลครอบครัวของท่านอย่างดี ท่านจะได้รับเกียรติและการปฏิบัติสมกับฐานะ ไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นอยู่"แม่ทัพหนานพยักหน้า "ข้าเข้าใจ ท่านราชครู ข้าจะทำตามคำสั่ง"มู่หรงจัดการให้แม่ทัพหนานได้รับตำแหน่งสำคัญในการป้องกันชายแดน พร้อมทั้งจัดสรรทรัพยากรและกำลังพลอย่างเพียงพอ แม้จะอยู่ห่างไกล แต่ชีวิตของแม่ทัพหนานก็ไม่ได้ลำบากหนานหงหงรู้สึกเสียใจที่ต้องห่างจากบิดา แต่ก็เข้าใจความจำเป็น"ข้าขอบคุณท่านพี่ที่รักษาสัญญาเจ้าค่ะ”มู่หรงกุมมือภรรยา"สบายใจขึ้นบ้างหรือไม่"“เจ้าค่ะ”มู่หรงดึงนางเข้าไปกอดและจุมพิตนางอย่างดูดดื่ม เขารู้ว่าตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นหนานหงหงกังวลจนนอนไม่หลับส่วนตัวเขาเองก็วุ่นวายกับเรื่องของฮ่องเต้น้อยจนไม่มีเวลาอยู่กับนาง“คืนนี้พี่จะชดเชยให้เจ้านะ”หนานหงหงดันใบหน้าของเขาอ
ในห้องโถงใหญ่ของจวนสกุลมู่ มู่หรงและหนานหงหงคุกเข่าลงต่อหน้าแท่นบูชาฟ้าดิน ควันธูปลอยอวลในอากาศ สร้างบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสองก้มศีรษะคำนับฟ้าดินสามครั้ง ก่อนจะหันมาคำนับกันและกัน เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีสำคัญเสียงโห่ร้องยินดีดังขึ้นจากญาติมิตรที่มาร่วมงาน ขณะที่คู่บ่าวสาวลุกขึ้นยืน หนานหงหงเดินตามแม่สื่อไปยังห้องหอที่ตกแต่งด้วยผ้าแพรสีแดงและดอกไม้มงคล เสียงเพลงอวยพรและเสียงหยอกล้อของแขกเหรื่อยังดังทั่วไปทั้งจวนดังก้องมาตามหลังเมื่อประตูห้องหอปิดลง ความเงียบโรยตัวลงท่ามกลางกลิ่นหอมของธูปและดอกไม้ที่บานสะพรั่งหนานหงหงถูกแม่สื่อและอาซูจูงมานั่งยังเตียงนอนที่โรยด้วยของมงคลมากมาย แม่สื่อเอ่ยเบา ๆ"รอสักครู่นะเจ้าคะคุณหนูเจ้าบ่าวจะมาในไม่ช้า"จากนั้นแม่สื่อก็ออกจากห้องไป ปล่อยให้หนานหงหงนั่งรออยู่เพียงลำพังในห้องโถงรับแขกที่ไม่ใหญ่มากของจวนสกุลมู่ มู่หรงกำลังดื่มสุรากับแขกเหรื่อตามธรรมเนียม เขาเป็นคนที่มีสหายไม่มากนักส่วนใหญ่ล้วนเป็นบัณฑิตทว่าวันนี้กลับมีคนมาร่วมงานมงคลของเขาไม่น้อย นั่นคงเป็นเพราะว่าเจ้าสาวของเขาคือบุตรสาวคนเดียวของแม่ทัพหนานจึงมีคนอยากมาผูกไมตรีมากมายในที่สุดเมื่อพิธ





