LOGINอวี้ซินเหยียนร้ายเพราะต้องการความรักจากสามี แต่เขาไม่ได้รักนาง ทั้ง ๆ ที่มีบุตรด้วยกันแล้วหนึ่งคน นางจึงทำเรื่องโง่ ๆ จนตายจากไป มาเฟียสาวผู้มาแทนที่จึงถูกขับไล่ออกจากจวนของสามี พร้อมกับบุตรชายพิการวัย 5 ปี
View Moreฮ่องกงปี2025
“อาจื้อ ไม่ต้องเข้าใกล้รถฉัน ถอยออกไปให้ห่าง พวกมันมีระเบิด” น้ำเสียงเรียบนิ่งพูดผ่านทางโทรศัพท์มือถือที่เปิดลำโพงเอาไว้ทั้ง ๆ ที่ตนกำลังเผชิญอันตรายที่ยากจะหลีกเลี่ยง
“ไม่ครับนายหญิง ผมมีหน้าที่ดูแลนายหญิง หากจะเกิดอะไรขึ้นเราจะเผชิญทุกอย่างไปพร้อม ๆ กัน” เสียงเข้มดุเอ่ยมาตามสายโทรศัพท์ เพราะไม่ยินยอมปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้านายที่เขาทั้งรักและเป็นห่วงมากที่สุด
“อาจื้อ อย่าดื้อ ! หากมีวาสนาพานพบเราจะได้เจอกันอีกครั้ง ฉันสัญญาว่าหากมีโอกาสนั้นฉันจะตามใจนายทุกเรื่อง”
และนั่นคือคำพูดสุดท้ายที่บอดีการ์ดหนุ่มได้ยิน เสียงของเจ้านายสาวเงียบไปแล้วคงเพราะสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่ขาดหายไป
เวลานี้รถยนต์หรู 3 คันกำลังแล่นตามกันมาติด ๆ บนท้องถนนสายอันตรายแห่งหนึ่งของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งเป็นเส้นทางมุ่งหน้าไปสู่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะฮ่องกง บรรยากาศสองข้างทางเต็มไปด้วยหุบเหวลึก หากมีสิ่งมีชีวิตตกลงไปคงยากที่จะมีชีวิตรอด
“นายหญิง !”
บอดีการ์ดหนุ่มร้องตะโกนออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ เมื่อเห็นรถยนต์คันหรูของเจ้านายสาวถูกศัตรูที่ขับรถด้วยความเร็วเบียดแซงรถยนต์ของเขา แล้วแล่นเข้าไปชนบริเวณท้ายรถยนต์ของเจ้านายอย่างแรง จนกระทั่งรถยนต์สีดำคันหรูตกลงไปในหุบเหวลึกตรงหน้า หมดสิทธิ์ที่เขาจะตามไปช่วยเหลือเธอได้ทันเวลา น้ำตาลูกผู้ชายหลั่งรินออกมาเป็นครั้งแรกในชีวิต เพราะภารกิจที่เขาต้องเผชิญในครั้งนี้หนักหนาสาหัสเกินจะทานทนไหว
คังหย่งจื้อหยิบอาวุธสงครามขึ้นมาแนบกาย จากนั้นก็ยิงเข้าใส่รถยนต์ที่พรากดวงใจไปจากเขาจนรถยนต์ของศัตรูระเบิดกระจุยกระจาย แรงระเบิดที่รุนแรงเกินจะทานทนได้เกิดแรงสะท้อนกลับ เป็นเหตุให้รถยนต์ของบอดีการ์ดหนุ่มทะยานตกลงไปในหุบเหวลึกที่เดียวกับที่อวี้ซินเหยียนตกลงไป ซึ่งเจ้าตัวก็ตั้งใจให้เป็นเช่นนั้นอยู่แล้วหากนายหญิงไม่กลับไปเขาก็ไม่กลับไปเช่นกัน !
“นายหญิง ผมมาช่วยแล้ว หากเจอกันอีกครั้งนายหญิงห้ามดื้อกับผมอีกเด็ดขาด”
คังหย่งจื้อส่งเสียงตะโกนลอยไปตามสายลม ขณะที่รถยนต์ของเขากำลังทิ้งตัวลงหุบเหวลึก หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวเช่นเดียวกับรถยนต์ของอวี้ซินเหยียนทายาทลำดับที่หนึ่งของตระกูลอวี้ ตระกูลผู้ทรงอิทธิพลอันดับหนึ่งแห่งเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เพราะเป็นตระกูลที่ผลิตอาวุธสงครามส่งขายให้รัฐบาลกลางจนร่ำรวยติดอันดับโลก
พระราชวังในยุคราชวงศ์หยาง แคว้นฉิน
“ชะ ช่วยข้าด้วย”
น้ำเสียงอ่อนแรงเอ่ยออกไปเพราะนางกำลังจะจมลงในสระบัวหลากสีท้ายพระราชวัง คราแรกอวี้ซินเหยียนเพียงต้องการเรียกร้องความสนใจจากสามีก็เท่านั้น จึงกระโดดลงสระบัว มิได้ตั้งใจให้ตนเองมีภัยถึงแก่ชีวิตแม้แต่น้อย ทว่ายามนี้นางกำลังถูกบางอย่างที่อยู่ใต้น้ำดึงรั้งที่ขาเอาไว้ไม่ให้ว่ายน้ำขึ้นฝั่งด้วยตนเอง
“อึก ! อึก ! ท่านพี่ช่วยข้าด้วย”เสียงสำลักน้ำจนเกือบขาดใจตาย แต่ก็ไม่มีผู้ใดสนใจมองเลยสักนิดเพราะคิดว่านางกำลังเสแสร้งแกล้งทำ
ร่างผอมบางกำลังจมดิ่งลงน้ำไปเรื่อย ๆ แต่สองขาและสองมือที่เริ่มไร้เรี่ยวแรง ก็พยายามอย่างหนักที่จะผลักดันตัวเองให้โผล่พ้นน้ำเข้าไว้ เพื่อรอคอยให้สามีกระโดดลงมาช่วยเหลือชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย นางหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะมีเมตตาต่อมารดาของบุตรชายอยู่บ้าง สุดท้ายแล้วสตรีที่ดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่ใต้น้ำเพียงลำพัง ก็ได้รับรู้แล้วว่าความหวังของนางคงเป็นเพียงความหวังที่เลือนรางไปตลอดกาล
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาอันพร่ามัว เป็นภาพที่ทำให้นางตัดสินใจยอมแพ้ นางพ่ายแพ้ให้แก่ความรักที่ชายหญิงคู่นั้นมีให้กัน แขนขาที่ก่อนหน้านี้พยายามแหวกว่ายเอาตัวรอดอย่างสุดชีวิตก็หยุดนิ่งไป
“เสี่ยวเป่า แม่ขอโทษ หากย้อนเวลากลับไปได้แม่จะไม่กระทำเรื่องเลวร้ายกับลูกอีกเด็ดขาด แต่ยามนี้แม่คงไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว”
อวี้ซินเหยียนเอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบา ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตนางกำลังคิดถึงบุตรชายที่ตนทิ้งขว้างมาตั้งแต่แรกคลอด ภาพเหตุการณ์เลวร้ายที่ตนกระทำต่อบุตรชายหมุนวนอยู่ในห้วงความทรงจำ แม้กระทั่งตัวนางเองยังรับไม่ได้กับภาพที่พบเห็น
ยามนั้นเสวียนเป่าคังวัยเพียง 2 ปีกว่า ๆ ถูกมารดาผู้ให้กำเนิดด่าทออย่างหนัก ทั้งยังตบตีที่ขาของเขาอย่างแรงทุกครั้งที่นางมาหาบุตรชายที่เรือนหลังเล็ก มีครั้งหนึ่งมารดาใจร้ายอุ้มเด็กชายวัยเพียง 2 ปีกว่าให้ไปนั่งตากน้ำค้างอยู่หน้าเรือนจนเด็กชายล้มป่วยหนักเกือบเอาชีวิตไม่รอด เพียงเพราะโกรธเคืองที่เขาเดินไม่ได้กลายเป็นเด็กพิการที่บิดาและท่านปู่ท่านย่าต่างก็รังเกียจ
“ลาก่อนเสี่ยวเป่า แม่ขอโทษ” นางตัดสินใจปล่อยให้ร่างจมลงน้ำเพราะผิดหวังกับความเมินเฉยของสามี และเสียใจที่ตนเองทำชั่วต่อบุตรชายหลายเรื่อง
เมื่อจมลงใต้น้ำอวี้ซินเหยียนก็พบเห็นสตรีงดงามผู้หนึ่ง ที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับนางกำลังว่ายน้ำมาตามแสงสว่างที่ปรากฏอยู่ใต้น้ำ สตรีที่หมดหวังในชีวิตจึงหลับตาลงแล้วอธิษฐานบางอย่างอยู่ในใจ ก่อนที่จะปล่อยให้ร่างของตนจมหายไปตลอดกาล
บรรดาเหล่าขุนนางกับคนในครอบครัวที่มีสิทธิ์เข้าร่วมงานเลี้ยงในพระราชวังในยามเช้าวันนี้ ต่างก็ตกใจกับภาพที่พบเห็นแต่ก็ไม่มีผู้ใดใส่ใจเรียกให้ทหารของพระราชวังเข้ามาช่วยเหลือ เพราะเข้าใจว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัวของแม่ทัพเสวียนเจิ้งโจว แม่ทัพหนุ่มวัย 32 ปี ผู้ปกปักดูแลทิศประจิมแห่งแคว้นฉิน
เรื่องราวที่เกิดขึ้นในคราวนี้เริ่มต้นขึ้นจาก อวี้ซินเหยียน ฮูหยินเอกของแม่ทัพเสวียนเจิ้งโจว นางกระโดดลงไปในสระบัวท้ายพระราชวังด้วยตนเอง เพราะต้องการเรียกร้องความสนใจจากสามีที่นางรักสุดหัวใจ แต่เขาไม่ได้รักนาง ยามนี้ข้างกายของเสวียนเจิ้งโจวมี อวี้ซูเซียวน้องสาวต่างมารดาของอวี้ซินเหยียนยืนเคียงกายแนบชิดอยู่ไม่ห่าง ทั้ง ๆ ที่บุรุษผู้นี้คือพี่เขยและเป็นบิดาของหลานชาย
ยามที่สตรีร่างบอบบางตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำขอความช่วยเหลือด้วยความกลัวตาย ก็ไม่มีผู้ใดริอ่านหาญกล้ากระโดดลงไปช่วยเหลือนางเลยสักคน แม้กระทั่งบุรุษที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีก็ไม่คิดช่วยเหลือเช่นกัน เสวียนเจิ้งโจวยืนมองเหตุการณ์ด้วยอาการนิ่งเฉย เขาไม่ได้ใส่ใจความเป็นความตายของภรรยาเลยสักนิด เพราะคิดว่าเป็นแผนตื้น ๆ ที่นางนำมาใช้เพื่อเรียกร้องความสนใจเฉกเช่นที่ผ่านมา
“ตอนนั้นข้าไม่รู้ใจตัวเอง แต่ตอนนี้รู้แล้วว่ารักเจ้ามากแค่ไหน”“แค่ไหนกันเชียว”“อ่า...ตราบเท่าชีวิตเลยกระมัง”“ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว ท่านต้องรักและมอบใจให้ข้าเพียงผู้เดียว” เสียงอ่อนหวานสั่งการ ขณะถูกจ้วงทะลวงกายอย่างหนัก“ข้าสัญญา”เสียงบอกรักดังคลอเคลียไปกับเสียงกระทบกันของร่างกาย จวบจนวันใหม่มาเยือนเสียงแห่งความสุขค่อยสงบลงในวันอภิเษกสมรสพระราชทาน เจียงซินอี๋ให้เกียรติบิดามารดาบุญธรรมจากตระกูลเจียง ทำพิธีส่งมอบนางให้กับพระสวามีส่วนเจียงม่านหรูผู้เย่อหยิ่ง ถูกใครบางคนจัดแจงให้แต่งออกไปอยู่ต่างเมืองเมื่อห้าปีก่อน ไม่ได้กลับมาร่วมงานฉลองสมรสพระราชทานเจียงซินอี๋ไม่ได้รู้ข่าวคราวใด ๆ ของพี่สาวบุญธรรมอีก รู้เพียงแค่ว่าเจียงม่านหรูได้แต่งกับบุรุษที่เหมาะสมแล้วทางด้านมังกรสองพี่น้องวันนี้มีรอยยิ้มกว้างเปี่ยมสุข เมื่อมีโอกาสร่วมงานฉลองมงคลสมรสของหลานชายสุราเลิศรสถูกจัดวางเตรียมพร้อมต่อการสังสรรค์ สองหนุ่มใหญ่นั่งตั้งวงกันตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดิน“ดื่ม”“ดื่ม”“ฮ่า ฮ่า เฟยหลงข้าอยากแต่งงานอีกครั้ง เจ้าคิดเห็นเช่นไร”พี่ชายเอ่ยประโยคที่ทำให้น้องชายหูผึ่งด้วยความอยากรู้ แต่งงานทั้ง ๆ ท
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่เมืองชายแดน ชินอ๋องหวังต้าหลงก็พาท่านปู่ทั้งสองและคู่หมั้นสาว เดินทางกลับเมืองหลวงทันที เขาอยากกลับไปจัดพิธีแต่งงานใจแทบขาดทุกคนมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงโดยการขี่ม้า ตลอดการเดินทางไม่มีผู้ร้ายกล้าโผล่หน้ามาสักคนคงเพราะแรงกดดันจากสัตว์เทพหรืออย่างไร แม้กระทั่งสัตว์ป่ายังหนีหายไม่เจอตัวสองเดือนผ่านไปจึงสิ้นสุดการเดินทาง ฮ่องเต้หวังต้าหลางต้อนรับบิดากับท่านอามังกรด้วยสีหน้าปีติยินดี ส่วนบุตรชายกับคู่หมั้นแยกไปตำหนักย่านชานเมืองก่อนหน้านี้แล้ว“ท่านพ่อท่านอาเหตุใดจึงไม่แก่เลยขอรับ พวกท่านยังดูหนุ่มแน่นกว่าข้าเสียอีก”ฮ่องเต้วัยกลางคนตัดพ้อด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง เขาเป็นลูกเหตุใดจึงแก่กว่าบิดาไม่เจอกันนานหลายสิบปี แต่สองมังกรตรงหน้ายังรูปงามหล่อเหลาไม่มีเปลี่ยน ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย“ฮ่า ฮ่า เจ้ายังไม่แก่เช่นกัน เพียงแค่มีริ้วรอยนิดหน่อย ลองโอสถของเผ่ามังกรสักหน่อยเป็นไร รับรองได้ว่าสนมในวังหลังของเจ้าอิ่มสุขอย่างแน่นอน”หวังเฟยหลงเป็นผู้กล่าวหยอกเย้าหลานชาย หากจำไม่ผิดโอสถของเขามีถึงสามกระสอบ แต่ยามนี้หายไปหนึ่งกระสอบ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผู้ใดขโมยไป สังเกตได้จากใบหน
“มีแค่ท่านที่ได้เห็น ทั้ง ๆ ที่อยากลอง อื้อ อื้อ” คนเอาแต่ใจไม่ยอมให้คู่หมั้นกล่าวถึงบุรุษอื่นอีกริมฝีปากของเขารีบประกบรัดแน่น พร้อมกับกวาดลิ้นสำรวจไปทั่วโพรงอ่อนนุ่ม รุกเร้าจนกายสาวสั่นระริก ยอมอ้าปากให้เขาครอบครองแต่โดยดี“ตรงนี้น่าดูดชะมัด”“อ๊ะ อือ”ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงไปฉกเอาเต้าอวบเข้าเต็มอุ้งปาก โคนลิ้นออกแรงกระตุ้นหนุบหนับ เป็นจังหวะรีดเคล้นหนักหน่วงก้อนอวบหายเข้าไปในโพรงปากเกือบครึ่ง ทั้ง ๆ ที่มีขนาดใหญ่เกินตัวอยู่มาก ยิ่งเติบโตยิ่งใหญ่ขึ้นตามอายุ“อ่า..พอก่อนเจ้าค่ะ อือ อาบน้ำก่อน”“ยังไม่พอขออีกนิด เจ้าปล่อยข้าเดียวดายมานานถึงเจ็ดปี ต้องรับผิดชอบ”ของอร่อยอยู่ในปากทั้งที ใครจะยอมปล่อยไปง่าย ๆ ต้องกินของหวานรองท้องเสียก่อน ค่อยกลับมาตามหาอาหารมื้อหลักกว่าแม่ทัพใหญ่จะยอมไปอาบน้ำชำระร่างกาย คู่หมั้นสาวก็นอนหายใจหอบเหนื่อยอยู่บนเตียงนางเหนื่อยทั้ง ๆ ที่ยังไม่ออกศึกชายหญิงเลยสักรอบ ที่เหนื่อยเพราะถูกรีดน้ำเมือกจนหมดเต้าเมื่อชินอ๋องอาบน้ำเสร็จ เจียงซินอี๋จึงรีบลุกไปอาบน้ำชำระร่างกายเช่นกัน ไม่จำเป็นต้องมีสาวใช้มาช่วยอาบ หงส์เพลิงแสนสวยสามารถช่วยเหลือตนเองได้ ทว่าใครบางคนไม่ค
เมื่อดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปตามธรรมชาติ บุรุษกับสตรีที่โอบกอดกันบนหลังม้าตลอดการเดินทาง ก็กลับมาถึงค่ายทหารซึ่งอยู่ห่างจากประตูเมืองไม่ไกลทันทีที่กลับมาถึงกระโจมของท่านแม่ทัพ กายอวบอัดทรงเสน่ห์เรียกสายตาบุรุษ ถูกดันแผ่นหลังไปชิดผนังกระโจมที่พัก ซึ่งทำมาจากหนังของสัตว์ป่าคุณภาพดีเพียงแค่พบหน้าและมองตากัน ทั้งสองต่างเข้าใจในความต้องการของกันและกัน ประกอบกับหึงหวงคู่หมั้น ไม่อยากให้บุรุษใดจ้องมองทั้งนั้น ชินอ๋องจึงอยู่ในอาการที่เรียกได้ว่าคลั่งรักพันธะเลือดมีคุณสมบัติดึงดูดคู่พันธะเข้าหากัน ยิ่งมีใจให้กันยิ่งไม่อยากถอยห่าง เจียงซินอี๋ผ่านพ้นวัยสิบแปดปีมานานหลายปี เลยสัมผัสได้ถึงแรงแห่งพันธะเลือด“ท่านอ๋อง ปล่อยก่อน อื้อ ที่นี่ไม่ได้”“ย่อมได้ ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้บริเวณนี้ ข้าสั่งห้ามไว้แล้ว”“จะมีใครแอบดูหรือไม่เล่า”เข้าใกล้การดำรงเผ่าพันธุ์เป็นครั้งแรก ย่อมรู้สึกหวาดระแวงเป็นเรื่องปกติ แต่หากอายุเพิ่มมากขึ้นคงเริ่มชิน ไม่ต่างจากหงส์เพลิงคนอื่น ๆ ในเผ่า ที่ชื่นชอบการเช็ดขนในที่แจ้งมากกว่าที่ลับ“ไม่มีหรอก”สิ้นเสียงพูดคุยกัน ริมฝีปากทั้งสองก็ประกบเข้าหากันอย่างแนบแน่นอุ้งมือใหญ่รีบด






reviews