เวลาต่อมา…
[เวลา 11.30 น.]
ร่างสูงของมาเฟียหนุ่ม อาเธอร์ คิมสันยัง (อาเธอร์) อายุ 35 ปี ฉายา ”พยัคฆ์น้ำแข็ง“ ความดุร้ายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา ไม่ค่อยพูดแต่ลงมือทีเดียวจบก้าวเท้าสุขุมเดินลงจากเวทีไปยังเพื่อพบปะพูดคุยกับแขกที่มาร่วมเปิดงานในวันนี้
“แสดงความยินดีด้วยนะครับคุณอาเธอร์ คอนโดโครงการใหม่ของคุณออกแบบมาได้ดีเลยครับ” แขกคนหนึ่งในงานรีบเดินมาแสดงความยินดีกับมาเฟียหนุ่ม
“ครับ” เขาตอบรับเพียงเท่านั้นตามประสาคนไม่ชอบพูดคุยกับใคร
“เฮ้ย! ไอ้เธอร์ทางนี้เว้ย!” ใบหน้าหล่อหันไปตามเสียงเรียกก่อนจะเดินสองมือล้วงกระเป๋าเข้าไปหากลุ่มเพื่อนสนิท
“ไอ้เหี้ยเธอร์ พริตตี้มึงงานดีนี่หว่ามึงหามาจากไหนวะ” ภัทรเอ่ยถามเพื่อนพลางมองไปยังร่างบางของเอวา ภัทรพล อัครเดชพล (ภัทร) อายุ 35 ปี เจ้าของฉายา "เขี้ยวสมุทรแห่งวงการอสังหาฯ" เพื่อนสนิทที่อารมณ์ดีที่สุดในกลุ่มสุขุม ลุ่มลึก และเจ้าวางแผนภัทรเป็นเหมือน "มันสมอง" ของกลุ่ม เขามักจะรักษาภาพลักษณ์นักธุรกิจที่สุภาพ ยิ้มแย้มแต่เข้าถึงยาก สายตาของเขามักจะอ่านใจคนอื่นออกเสมอ เป็นเพื่อนที่โตมาด้วยกันตั้งแต่นักเรียนเมืองนอก รู้ไส้รู้พุงกันดีที่สุด เป็นคนเดียวที่กล้าเตือนหรือเบรกอาเธอร์ตรงๆ
“หึ! หน้าตาก็งั้น ๆ” อาเธอร์แสยะยิ้มก่อนจะมองไปยังเอวาแวบหนึ่งแล้วชักสายตากลับทันที
“มึงก็เห็นผู้หญิงไม่ได้ทำตาโตขึ้นมาทันที” คริสเตียน เกียรวรกุล (คริส) อายุ 35 ปี ฉายา "มัจจุราชสีเทา" เอ่ยขึ้นเพราะไม่ว่าจะไปไหนถ้าที่นั่นมีสาวไอ้ภัทรเพื่อนเขาก็จะตื่นเต้นจนหน้าถีบแบบนี้เสมอ คริสเป็นทายาทมาเฟียกาสิโนและธุรกิจสถานบันเทิงรายใหญ่ นิสัยเลือดร้อน รักอิสระ พูดจาโผงผาง กวนประสาท ชอบแกล้ง เป็นเพื่อนที่ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน คริสเคารพในความเด็ดขาดของอาเธอร์ และอาเธอร์เองก็ไว้ใจให้คริสดูแลงาน "หลังบ้าน" หลายอย่าง
ในแวดวงสังคมชั้นสูงทุกคนรู้ดีว่าถ้าไปเผลอมีเรื่องกับสามหนุ่ม นั่นหมายความว่ากำลังจะมี "หายนะ" เกิดขึ้นแน่นอน
“มึงก็ว่าแต่กู กูเห็นนะไอ้เธอร์ตอนถ่ายรูปบนเวทีมึงมองแทบจะกลืนเขาเข้าไปทั้งตัว” ภัทรเอ่ยขึ้นอีกครั้งก่อนจะยกแก้ววิสกี้ในมือขึ้นมาจิบ
“ตากูไม่ได้บอดกูก็มองทุกอย่าง”
“ปากแข็งไอ้สัส! กูรู้มึงอยากกินเขากูถามให้เอาไหม” ภัทรยังไม่ยอมหยุดยียวนกวนประสาทเพื่อนเพราะแค่มองตากูรู้ใจกันแล้ว
“…” อาเธอร์เงียบไปทันทีเขากระดกดื่มวิสกี้ในมือจนหมดแก้ว กลิ่นหอมอ่อนๆ ของพริตตี้สาวยังอบอวลอยู่ในโพรงจมูกของเขา ถึงแม้จะปฏิเสธเพื่อนแต่เขายอมรับว่าเธอดูเย้ายวนมากจริง ๆ อาเธอร์ยกวิสกี้แก้วที่สองขึ้นมากระดกดื่มไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัวก่อนจะหันมาสนใจพูดคุยกับเพื่อนต่อโดยมีลูกน้องคนสนิทหลายคนคอยยืนดูแลความปลอดภัยอยู่ไม่ห่าง
เสียงดนตรีคลาสสิกภายในงานยังคงบรรเลงคลอไปกับเสียงพูดคุย แต่สำหรับอาเธอร์ สายตาคมกริบของเขากลับคอยลอบสังเกตความเคลื่อนไหวของร่างบางที่ยืนอยู่ไม่ไกลเป็นระยะ แม้จะทำเป็นสนใจบทสนทนาเรื่องหุ้นและสัมปทานเหมืองทองที่คริสเตียนกำลังโม้อยู่ก็ตาม
“ปากบอกว่างั้น ๆ แต่กูเห็นมองเขาตลอด สนใจก็จัดดิวะผู้หญิงพวกนี้ก็เห็นแก่เงินกันทั้งนั้นทีเดียวก็หายอยากแล้วมั่งไอ้สัส! ให้ไอ้ไซไปดิวมาพาขึ้นคอนโดใหม่มึงไปเลย” ภัทรเอ่ยขึ้นผู้หญิงทุกคนที่ผ่านเข้ามาล้วนหวังเงินจากพวกเขาทั้งนั้น และพวกเขาเองก็ไม่เคยคิดจริงจังกับใครผู้หญิงเป็นสิ่งที่น่าเบื่อกวนใจมีค่าแค่เพียงที่รองรับอารมณ์ใคร่ของพวกเขาก็เท่านั้น
เขาวางแก้ววิสกี้ที่ว่างเปล่าลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านมา แววตาคมกริบจ้องมองไปยัง เอวา ที่กำลังยืนฉีกยิ้มหวานถ่ายรูปคู่กับแขกผู้ใหญ่ในงาน แม้จะดูเป็นมืออาชีพ แต่เขากลับสังเกตเห็นประกายความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ในแววตาคู่นั้น
“กูไม่พาผู้หญิงประเภทนี้ขึ้นคอนโด และกูก็ยังไม่หิวตอนนี้” อาเธอร์ตอบเสียงเรียบ แต่กระแสเสียงกลับดูหนักแน่นจนเพื่อนทั้งสองคนลอบยิ้ม
“ไม่หิวตอนนี้ แต่คืนนี้ไม่แน่ใช่ไหมวะ?” คริสเตียนหัวเราะร่าพลางตบไหล่เพื่อนแรง ๆ
หลังจากช่วงพิธีการบนเวทีจบลง เอวาและชมพูต้องลงมาทำหน้าที่ ‘Brand Ambassador’ คอยแนะนำรายละเอียดโครงการอยู่หน้าโมเดลคอนโดจำลอง
“เอวา แกไหวไหม เหงื่อซึมเต็มหน้าผากเลยนะ” ชมพูกระซิบถามขณะที่แกล้งทำเป็นเดินมาปรับสายชุดให้เพื่อน
“อื้อ...ไหวสิอีกนิดเดียวก็เสร็จงานแล้ว แต่ยาที่กินไปเหมือนจะไม่ช่วยเลยอะ มันปวดหน่วงๆ” เอวากระซิบตอบ หน้าที่เคยสวยพริ้งเริ่มมีร่องรอยของความทรมานปรากฏออกมาให้เห็น
“ถ้างั้นแกไปพักก่อนไหม เดี๋ยวฉันดูทางนี้ให้”
“ไม่เป็นไร ฉันไหว เดี๋ยวก็หมดเวลาแล้ว” เอวาพยายามกัดฟันสู้ เธอรู้ดีว่างานระดับนี้พลาดเพียงนิดเดียวอาจหมายถึงการถูกขึ้นบัญชีดำในวงการพริตตี้ อีกอย่างค่าจ้างวันนี้มันสูงพอที่จะทำให้เธอประทังชีวิตไปได้อีกหลายเดือน
แต่ดูเหมือนร่างกายจะไม่รักดีเอาเสียเลย จังหวะที่เธอกำลังเอื้อมมือไปชี้จุดเด่นของสระว่ายน้ำบนโมเดลให้แขกผู้ใหญ่ดู ความรู้สึกเหมือนมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงที่ท้องน้อยก็แล่นจี๊ดขึ้นมาจนหน้ามืด ร่างบางเซไปข้างหลังเล็กน้อยจนต้องรีบคว้าขอบโต๊ะโมเดลไว้แน่น
“คุณเอวา เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” แขกวัยกลางคนถามด้วยความตกใจ
“ปะ เปล่าค่ะ เอวาแค่หน้ามืดนิดหน่อย ขออภัยด้วยนะคะ” เธอฝืนยิ้มหวานประจบ พลางยกมือไหว้อย่างมีมารยาท แต่เหงื่อเม็ดเล็กที่ซึมตามไรผมเริ่มไหลลงมาตามกรอบหน้าสวย
เหตุการณ์ทั้งหมดตกอยู่ในสายตาคมกริบของ อาเธอร์ ที่ยืนถือแก้วเครื่องดื่มห่างออกไปไม่ไกล เขาเห็นทุกจังหวะ ตั้งแต่สีหน้าที่ซีดลงเรื่อย ๆ ไปจนถึงมือเรียวที่สั่นเทา
“สำออย!” เขาพึมพำต่อว่าผู้หญิงสำออยอยู่ในลำคอดูก็รู้แล้วว่าพริตตี้คนนั้นจ้องจะจับแขกมีระดับในงานนี้ แต่ทว่าในขณะที่อาเธอร์กำลังดื่มอยู่ และเพื่อนทั้งสองก็ยังไม่ทันที่จะได้ล้อเลียนต่อ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ฉุนจมูกก็พุ่งตรงเข้ามา พร้อมกับร่างระหงในชุดเดรสสีดำที่แสนจะรัดรูป
“อาเธอร์ขา! ยินดีด้วยนะคะกับโครงการใหม่ อลังการสมกับเป็นคุณจริง ๆ ค่ะ”
รินรดา โชติโภคิน (ริน่า) อายุ 30 ปี ดาราสาวระดับแถวหน้าที่กำลังมีกระแสในตอนนี้ ปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มประจบประแจงเธอก้าวเข้ามาคว้าท่อนแขนแกร่งของอาเธอร์ไปควงไว้อย่างถือวิสาสะ ท่ามกลางแสงแฟลชจากนักข่าวที่รัวเข้ามาไม่หยุด ริน่าจงใจเบียดหน้าอกเข้าหาท่อนแขนของเขาอย่างเปิดเผย ประกาศตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของมาเฟียหนุ่มต่อหน้าสาธารณชน
อาเธอร์ยืนนิ่งไม่ได้สะบัดมือเธอออก แต่ใบหน้าหล่อเหลากลับเรียบตึงจนน่าใจหาย เขาปรายตามองดาราสาวเพียงครู่เดียวก่อนจะมองข้ามไป
“ปล่อย!!” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ไร้ซึ่งความอบอุ่นเอ่ยบอก ริน่าไม่คิดปล่อยแต่เธอกลับกอดแขนแกร่งแน่นขึ้น
“อาเธอร์อย่าโกรธริน่าเลยนะคะ ริน่ารีบเคลียร์คิวงานเพื่อมาหาคุณโดยเฉพาะเลยนะ คืนนี้เราไปฉลองกันต่อที่เดิมไหมคะ?” ริน่าออเซาะพลางใช้นิ้วเรียวสวยลากไปตามปกเสื้อสูทของเขาเธอหลงตัวเองเข้าใจว่ามาเฟียหนุ่มไม่พอใจที่เธอมาช้า แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหลงใหลและกระหายในอำนาจของผู้ชายคนนี้ ทั้งสองเคยบังเอิญไปเจอกันในผับแล้วสองครั้งและเป็นริน่าที่เข้าไปตีสนิทกับอาเธอร์
”ขอโทษครับคุณริน่า กรุณาปล่อยนายครับ“ ไซลูกน้องคนสนิทเดินเข้ามาก้มหน้าบอกหญิงสาวที่เป็นถึงลูกสาวรัฐมนตรี
”ชิ!“ ริน่าเห็นสายตาคมกริบดุดันขึ้นเรื่อย ๆ เธอต้องยอมปล่อยแขนแกร่งให้เป็นอิสระริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงยิ้มกว้างขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกที่ดังเข้ามา
”ริน่า มาแล้วแทนที่จะเข้าไปหาป๊ากลับมาติดอยู่ที่คุณอาเธอร์นี่เอง“ พลเอก รังสรรค์ โชติโภคิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือกระทรวงที่มีอำนาจสูงสุดเป็นนักการเมืองรุ่นใหญ่ที่กุมบังเหียนธุรกิจและอำนาจมืดไว้ในมือ เป็นคนหนุนหลังนักธุรกิจสีเทามากมาย รังสรรค์เองพยายามตีสนิทกับอาเธอร์เพราะต้องการให้อาเธอร์ยอมเกรงใจอำนาจในมือของเขาและนี่เป็นเหตุผลที่ริน่ามั่นใจมากว่าไม่มีใครกล้าปฏิเสธเธอแม้แต่อาเธอร์ก็ตาม
”ปะป๊าแซวริน่าเหรอคะ ก็ริน่าดีใจนี่หน่านาน ๆ จะได้เจออาเธอร์สักที ใช่ไหมคะ” ริน่าหันไปบอกพ่อตัวเองก่อนจะหันกับมาถามมาเฟียหนุ่มอีกครั้ง
“ป๊ากำลังจะกลับลูกจะกลับด้วยไหม” ท่านรังสรรค์มีสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักที่เห็นเจ้าของงานเอาแต่ยืนหน้าบึ้งหน้าตึง ไม่พูดไม่จากับเขาสักคำ
“ไม่ค่ะ ริน่าจะกลับพร้อมอาเธอร์รบกวนคุณไปส่งริน่าหน่อยได้ไหมคะ คุณคงไม่ใจดำขนาดปฏิเสธคำขอของฉันหรอกใช่ไหมคะ”
“วันนี้ผมคงต้องรบกวนฝากลูกสาวให้กับคุณอาเธอร์แล้วละครับ” ท่านรังสรรค์เอ่ยพูดยิ้มๆ ก่อนจะเดินออกจากงานไปพร้อมกับลูกน้อง
“อดแล้วมึงว่าจะลากพริตตี้ชุดแดงไปตอกมีแม่กาดำบินเกาะไม่ปล่อยขนาดนี้” ภัทรก้มลงไปกระซิบกระซาบข้างหูอาเธอร์
“ไม่เกี่ยวอะไรกับกู” เขาไม่ได้สนใจดาราสาวคนนี้อยู่แล้วและค่อนข้างรำคาญกับเสียงแหลมๆ ฉุนกลิ่นน้ำหอมของเธอจนแสบจมูกไปหมด
เวลาผ่านไปจนจบงาน…
ภายในห้องแต่งตัว ร่างบางนั่งกุมท้องอยู่บนโซฟาใบหน้าสวยยู่หน้าด้วยความเจ็บปวด
“น้องเอวาดื่มน้ำอุ่นหน่อยแล้วนี่กระเป๋าน้ำร้อน” พี่เกดส่งแก้วน้ำอุ่นให้รุ่นน้องพร้อมกับกระเป๋าน้ำร้อน
“ขอบคุณนะคะ เอวาไม่น่ามีประจำเดือนวันนี้เลย” เธอรู้สึกผิดมากที่มาเจ็บป่วยในวันนี้ทำให้เธอทำงานได้ไม่เต็มที่
“อย่าคิดมากเลยจ๊ะ เอาเป็นว่ามีคำชมมากมายว่าทั้งสองสวยมาก” พี่เกดพูดด้วยความภูมิใจกับเสียงชื่นชมของคนในงาน
“แล้วนี่จะไปไหนกันต่อบ่ายสองมีงานไปนอนเล่นที่คอนโดพี่กันก่อนไหมแล้วค่อยไปทำงานพร้อมกัน” สองสาวมองหน้ากันไปมาครั้นจะตอบตกลงก็เกรงใจ จะปฏิเสธก็เกรงใจจนเป็นชมพูที่ต้องเอ่ยขึ้น
“ไม่เป็นไรค่ะ พวกหนูว่าจะไปนอนเล่นกันที่บ้านหาสมัครงานกันนะคะ”
“ขยันกันจริง ๆ งานพริตตี้เต็มทั้งเดือนจะเอาเวลาไหนไปทำงานประจำกันจ๊ะ” พี่เกดเอ่ยขึ้น
“งานพริตตี้ไม่ได้เต็มแบบนี้ทุกเดือนนี่ค่ะ ช่วงไม่มีงานก็ใกล้เข้ามาอีกแล้วคงต้องหางานสำรองไว้ก่อนค่ะ” เอวาเอ่ยขึ้นอีก 2 เดือนข้างหน้าจะเป็นช่วงที่งานน้อยหรือแทบจะไม่มีงานเลยการมีงานสำรองรอเอาไว้พวกเธอก็อุ่นใจว่าไม่ตกงานแน่ๆ
“จ๊ะ ขยันกันจริง ๆแล้วนี่น้องเอวาไหวแน่นะ”
“ไหวค่ะ เดี๋ยวได้ไปนอนพักสักแป๊บก็คงจะหาย พวกหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ” เธอรู้สึกเหนื่อยมากงานที่ทำยืนไม่นานแต่มารอค่อนข้างนาน สองสาวเร่งมือกันเก็บข้าวของชมพูพยุงร่างบางของเพื่อนพาเดินออกจากห้างไปสองสาวมายืนรอรถแท็กซี่อยู่ริมถนนหน้าห้างสรรพสินค้าในตอนเที่ยงวันมันค่อนข้างร้อนจนเอวาอยากจะเป็นลมซะให้มันรู้แล้วรู้รอด
“เอวาแกว่าไหมว่าคุณอาเธอร์อะไรนั่นดูน่ากลัวมากอะ” ชมพูเอ่ยขึ้นตาก็จ้องมองหาแท็กซี่ว่างไปด้วย
“ใช่ คนอะไรดูดุมากยืนใกล้แล้วขนลุก” เอวาลูบแขนตัวเองป้อย ๆ โดยที่เธอไม่ทันได้สังเกตเลยว่ามีรถลีมูซีนสีดำคันสุดหรูขับช้า ๆ ผ่านหน้าเธอไป อาเธอร์ที่นั่งอยู่ในรถมองร่างบางที่กำลังยื่นเช็ดเหงื่อใบหน้าซีดเซียวไม่วางตาจนไซที่นั่งอยู่ด้านหน้าข้างคนขับสังเกตเห็นผ่านกระจกมองหลัง
“เธอชื่อเอวาครับ อายุ 25 ปี เห็นว่าวันนี้ปวดท้อง“ ไซรู้เพราะเขาก็เป็นหนึ่งในคนที่ดูแลความเรียบร้อยของงานจนได้ไปพูดคุยกับโมเดลลิ่งของสองสาว
อาเธอร์ยังนั่งเงียบไม่พูดสิ่งใดออกมาดวงตาสีนิลคู่คมดูลึกลับจนไซเองก็ไม่รู้ว่าเจ้านายคิดอะไรอยู่ ด้านริน่าอาเธอร์ปฏิเสธการไปส่งเธออย่างไร้เยื่อใยปล่อยให้หญิงสาวกระฟัดกระเฟียดด้วยความไม่พอใจอยู่ในห้างหรู