Share

บทที่ 2

last update publish date: 2026-04-24 18:45:33

เวลาต่อมา…

[เวลา 11.30 น.]

ร่างสูงของมาเฟียหนุ่ม อาเธอร์ คิมสันยัง (อาเธอร์) อายุ 35 ปี ฉายา ”พยัคฆ์น้ำแข็ง“ ความดุร้ายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา ไม่ค่อยพูดแต่ลงมือทีเดียวจบก้าวเท้าสุขุมเดินลงจากเวทีไปยังเพื่อพบปะพูดคุยกับแขกที่มาร่วมเปิดงานในวันนี้

“แสดงความยินดีด้วยนะครับคุณอาเธอร์ คอนโดโครงการใหม่ของคุณออกแบบมาได้ดีเลยครับ” แขกคนหนึ่งในงานรีบเดินมาแสดงความยินดีกับมาเฟียหนุ่ม

“ครับ” เขาตอบรับเพียงเท่านั้นตามประสาคนไม่ชอบพูดคุยกับใคร

“เฮ้ย! ไอ้เธอร์ทางนี้เว้ย!” ใบหน้าหล่อหันไปตามเสียงเรียกก่อนจะเดินสองมือล้วงกระเป๋าเข้าไปหากลุ่มเพื่อนสนิท

“ไอ้เหี้ยเธอร์ พริตตี้มึงงานดีนี่หว่ามึงหามาจากไหนวะ” ภัทรเอ่ยถามเพื่อนพลางมองไปยังร่างบางของเอวา ภัทรพล อัครเดชพล (ภัทร) อายุ 35 ปี เจ้าของฉายา "เขี้ยวสมุทรแห่งวงการอสังหาฯ" เพื่อนสนิทที่อารมณ์ดีที่สุดในกลุ่มสุขุม ลุ่มลึก และเจ้าวางแผนภัทรเป็นเหมือน "มันสมอง" ของกลุ่ม เขามักจะรักษาภาพลักษณ์นักธุรกิจที่สุภาพ ยิ้มแย้มแต่เข้าถึงยาก สายตาของเขามักจะอ่านใจคนอื่นออกเสมอ เป็นเพื่อนที่โตมาด้วยกันตั้งแต่นักเรียนเมืองนอก รู้ไส้รู้พุงกันดีที่สุด เป็นคนเดียวที่กล้าเตือนหรือเบรกอาเธอร์ตรงๆ

“หึ! หน้าตาก็งั้น ๆ” อาเธอร์แสยะยิ้มก่อนจะมองไปยังเอวาแวบหนึ่งแล้วชักสายตากลับทันที

“มึงก็เห็นผู้หญิงไม่ได้ทำตาโตขึ้นมาทันที” คริสเตียน เกียรวรกุล (คริส) อายุ 35 ปี ฉายา "มัจจุราชสีเทา" เอ่ยขึ้นเพราะไม่ว่าจะไปไหนถ้าที่นั่นมีสาวไอ้ภัทรเพื่อนเขาก็จะตื่นเต้นจนหน้าถีบแบบนี้เสมอ คริสเป็นทายาทมาเฟียกาสิโนและธุรกิจสถานบันเทิงรายใหญ่ นิสัยเลือดร้อน รักอิสระ พูดจาโผงผาง กวนประสาท ชอบแกล้ง เป็นเพื่อนที่ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน คริสเคารพในความเด็ดขาดของอาเธอร์ และอาเธอร์เองก็ไว้ใจให้คริสดูแลงาน "หลังบ้าน" หลายอย่าง

ในแวดวงสังคมชั้นสูงทุกคนรู้ดีว่าถ้าไปเผลอมีเรื่องกับสามหนุ่ม นั่นหมายความว่ากำลังจะมี "หายนะ" เกิดขึ้นแน่นอน

“มึงก็ว่าแต่กู กูเห็นนะไอ้เธอร์ตอนถ่ายรูปบนเวทีมึงมองแทบจะกลืนเขาเข้าไปทั้งตัว” ภัทรเอ่ยขึ้นอีกครั้งก่อนจะยกแก้ววิสกี้ในมือขึ้นมาจิบ

“ตากูไม่ได้บอดกูก็มองทุกอย่าง”

“ปากแข็งไอ้สัส! กูรู้มึงอยากกินเขากูถามให้เอาไหม” ภัทรยังไม่ยอมหยุดยียวนกวนประสาทเพื่อนเพราะแค่มองตากูรู้ใจกันแล้ว

“…” อาเธอร์เงียบไปทันทีเขากระดกดื่มวิสกี้ในมือจนหมดแก้ว กลิ่นหอมอ่อนๆ ของพริตตี้สาวยังอบอวลอยู่ในโพรงจมูกของเขา ถึงแม้จะปฏิเสธเพื่อนแต่เขายอมรับว่าเธอดูเย้ายวนมากจริง ๆ อาเธอร์ยกวิสกี้แก้วที่สองขึ้นมากระดกดื่มไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัวก่อนจะหันมาสนใจพูดคุยกับเพื่อนต่อโดยมีลูกน้องคนสนิทหลายคนคอยยืนดูแลความปลอดภัยอยู่ไม่ห่าง

เสียงดนตรีคลาสสิกภายในงานยังคงบรรเลงคลอไปกับเสียงพูดคุย แต่สำหรับอาเธอร์ สายตาคมกริบของเขากลับคอยลอบสังเกตความเคลื่อนไหวของร่างบางที่ยืนอยู่ไม่ไกลเป็นระยะ แม้จะทำเป็นสนใจบทสนทนาเรื่องหุ้นและสัมปทานเหมืองทองที่คริสเตียนกำลังโม้อยู่ก็ตาม

“ปากบอกว่างั้น ๆ แต่กูเห็นมองเขาตลอด สนใจก็จัดดิวะผู้หญิงพวกนี้ก็เห็นแก่เงินกันทั้งนั้นทีเดียวก็หายอยากแล้วมั่งไอ้สัส! ให้ไอ้ไซไปดิวมาพาขึ้นคอนโดใหม่มึงไปเลย” ภัทรเอ่ยขึ้นผู้หญิงทุกคนที่ผ่านเข้ามาล้วนหวังเงินจากพวกเขาทั้งนั้น และพวกเขาเองก็ไม่เคยคิดจริงจังกับใครผู้หญิงเป็นสิ่งที่น่าเบื่อกวนใจมีค่าแค่เพียงที่รองรับอารมณ์ใคร่ของพวกเขาก็เท่านั้น

เขาวางแก้ววิสกี้ที่ว่างเปล่าลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านมา แววตาคมกริบจ้องมองไปยัง เอวา ที่กำลังยืนฉีกยิ้มหวานถ่ายรูปคู่กับแขกผู้ใหญ่ในงาน แม้จะดูเป็นมืออาชีพ แต่เขากลับสังเกตเห็นประกายความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ในแววตาคู่นั้น

“กูไม่พาผู้หญิงประเภทนี้ขึ้นคอนโด และกูก็ยังไม่หิวตอนนี้” อาเธอร์ตอบเสียงเรียบ แต่กระแสเสียงกลับดูหนักแน่นจนเพื่อนทั้งสองคนลอบยิ้ม

“ไม่หิวตอนนี้ แต่คืนนี้ไม่แน่ใช่ไหมวะ?” คริสเตียนหัวเราะร่าพลางตบไหล่เพื่อนแรง ๆ

หลังจากช่วงพิธีการบนเวทีจบลง เอวาและชมพูต้องลงมาทำหน้าที่ ‘Brand Ambassador’ คอยแนะนำรายละเอียดโครงการอยู่หน้าโมเดลคอนโดจำลอง

“เอวา แกไหวไหม เหงื่อซึมเต็มหน้าผากเลยนะ” ชมพูกระซิบถามขณะที่แกล้งทำเป็นเดินมาปรับสายชุดให้เพื่อน

“อื้อ...ไหวสิอีกนิดเดียวก็เสร็จงานแล้ว แต่ยาที่กินไปเหมือนจะไม่ช่วยเลยอะ มันปวดหน่วงๆ” เอวากระซิบตอบ หน้าที่เคยสวยพริ้งเริ่มมีร่องรอยของความทรมานปรากฏออกมาให้เห็น

“ถ้างั้นแกไปพักก่อนไหม เดี๋ยวฉันดูทางนี้ให้”

“ไม่เป็นไร ฉันไหว เดี๋ยวก็หมดเวลาแล้ว” เอวาพยายามกัดฟันสู้ เธอรู้ดีว่างานระดับนี้พลาดเพียงนิดเดียวอาจหมายถึงการถูกขึ้นบัญชีดำในวงการพริตตี้ อีกอย่างค่าจ้างวันนี้มันสูงพอที่จะทำให้เธอประทังชีวิตไปได้อีกหลายเดือน

แต่ดูเหมือนร่างกายจะไม่รักดีเอาเสียเลย จังหวะที่เธอกำลังเอื้อมมือไปชี้จุดเด่นของสระว่ายน้ำบนโมเดลให้แขกผู้ใหญ่ดู ความรู้สึกเหมือนมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงที่ท้องน้อยก็แล่นจี๊ดขึ้นมาจนหน้ามืด ร่างบางเซไปข้างหลังเล็กน้อยจนต้องรีบคว้าขอบโต๊ะโมเดลไว้แน่น

“คุณเอวา เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” แขกวัยกลางคนถามด้วยความตกใจ

“ปะ เปล่าค่ะ เอวาแค่หน้ามืดนิดหน่อย ขออภัยด้วยนะคะ” เธอฝืนยิ้มหวานประจบ พลางยกมือไหว้อย่างมีมารยาท แต่เหงื่อเม็ดเล็กที่ซึมตามไรผมเริ่มไหลลงมาตามกรอบหน้าสวย

เหตุการณ์ทั้งหมดตกอยู่ในสายตาคมกริบของ อาเธอร์ ที่ยืนถือแก้วเครื่องดื่มห่างออกไปไม่ไกล เขาเห็นทุกจังหวะ ตั้งแต่สีหน้าที่ซีดลงเรื่อย ๆ ไปจนถึงมือเรียวที่สั่นเทา

“สำออย!” เขาพึมพำต่อว่าผู้หญิงสำออยอยู่ในลำคอดูก็รู้แล้วว่าพริตตี้คนนั้นจ้องจะจับแขกมีระดับในงานนี้ แต่ทว่าในขณะที่อาเธอร์กำลังดื่มอยู่ และเพื่อนทั้งสองก็ยังไม่ทันที่จะได้ล้อเลียนต่อ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ฉุนจมูกก็พุ่งตรงเข้ามา พร้อมกับร่างระหงในชุดเดรสสีดำที่แสนจะรัดรูป

“อาเธอร์ขา! ยินดีด้วยนะคะกับโครงการใหม่ อลังการสมกับเป็นคุณจริง ๆ ค่ะ”

รินรดา โชติโภคิน (ริน่า) อายุ 30 ปี ดาราสาวระดับแถวหน้าที่กำลังมีกระแสในตอนนี้ ปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มประจบประแจงเธอก้าวเข้ามาคว้าท่อนแขนแกร่งของอาเธอร์ไปควงไว้อย่างถือวิสาสะ ท่ามกลางแสงแฟลชจากนักข่าวที่รัวเข้ามาไม่หยุด ริน่าจงใจเบียดหน้าอกเข้าหาท่อนแขนของเขาอย่างเปิดเผย ประกาศตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของมาเฟียหนุ่มต่อหน้าสาธารณชน

อาเธอร์ยืนนิ่งไม่ได้สะบัดมือเธอออก แต่ใบหน้าหล่อเหลากลับเรียบตึงจนน่าใจหาย เขาปรายตามองดาราสาวเพียงครู่เดียวก่อนจะมองข้ามไป

“ปล่อย!!” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ไร้ซึ่งความอบอุ่นเอ่ยบอก ริน่าไม่คิดปล่อยแต่เธอกลับกอดแขนแกร่งแน่นขึ้น

“อาเธอร์อย่าโกรธริน่าเลยนะคะ ริน่ารีบเคลียร์คิวงานเพื่อมาหาคุณโดยเฉพาะเลยนะ คืนนี้เราไปฉลองกันต่อที่เดิมไหมคะ?” ริน่าออเซาะพลางใช้นิ้วเรียวสวยลากไปตามปกเสื้อสูทของเขาเธอหลงตัวเองเข้าใจว่ามาเฟียหนุ่มไม่พอใจที่เธอมาช้า แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหลงใหลและกระหายในอำนาจของผู้ชายคนนี้ ทั้งสองเคยบังเอิญไปเจอกันในผับแล้วสองครั้งและเป็นริน่าที่เข้าไปตีสนิทกับอาเธอร์

”ขอโทษครับคุณริน่า กรุณาปล่อยนายครับ“ ไซลูกน้องคนสนิทเดินเข้ามาก้มหน้าบอกหญิงสาวที่เป็นถึงลูกสาวรัฐมนตรี

”ชิ!“ ริน่าเห็นสายตาคมกริบดุดันขึ้นเรื่อย ๆ เธอต้องยอมปล่อยแขนแกร่งให้เป็นอิสระริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงยิ้มกว้างขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกที่ดังเข้ามา

”ริน่า มาแล้วแทนที่จะเข้าไปหาป๊ากลับมาติดอยู่ที่คุณอาเธอร์นี่เอง“ พลเอก รังสรรค์ โชติโภคิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือกระทรวงที่มีอำนาจสูงสุดเป็นนักการเมืองรุ่นใหญ่ที่กุมบังเหียนธุรกิจและอำนาจมืดไว้ในมือ เป็นคนหนุนหลังนักธุรกิจสีเทามากมาย รังสรรค์เองพยายามตีสนิทกับอาเธอร์เพราะต้องการให้อาเธอร์ยอมเกรงใจอำนาจในมือของเขาและนี่เป็นเหตุผลที่ริน่ามั่นใจมากว่าไม่มีใครกล้าปฏิเสธเธอแม้แต่อาเธอร์ก็ตาม

”ปะป๊าแซวริน่าเหรอคะ ก็ริน่าดีใจนี่หน่านาน ๆ จะได้เจออาเธอร์สักที ใช่ไหมคะ” ริน่าหันไปบอกพ่อตัวเองก่อนจะหันกับมาถามมาเฟียหนุ่มอีกครั้ง

“ป๊ากำลังจะกลับลูกจะกลับด้วยไหม” ท่านรังสรรค์มีสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักที่เห็นเจ้าของงานเอาแต่ยืนหน้าบึ้งหน้าตึง ไม่พูดไม่จากับเขาสักคำ

“ไม่ค่ะ ริน่าจะกลับพร้อมอาเธอร์รบกวนคุณไปส่งริน่าหน่อยได้ไหมคะ คุณคงไม่ใจดำขนาดปฏิเสธคำขอของฉันหรอกใช่ไหมคะ”

“วันนี้ผมคงต้องรบกวนฝากลูกสาวให้กับคุณอาเธอร์แล้วละครับ” ท่านรังสรรค์เอ่ยพูดยิ้มๆ ก่อนจะเดินออกจากงานไปพร้อมกับลูกน้อง

“อดแล้วมึงว่าจะลากพริตตี้ชุดแดงไปตอกมีแม่กาดำบินเกาะไม่ปล่อยขนาดนี้” ภัทรก้มลงไปกระซิบกระซาบข้างหูอาเธอร์

“ไม่เกี่ยวอะไรกับกู” เขาไม่ได้สนใจดาราสาวคนนี้อยู่แล้วและค่อนข้างรำคาญกับเสียงแหลมๆ ฉุนกลิ่นน้ำหอมของเธอจนแสบจมูกไปหมด

เวลาผ่านไปจนจบงาน…

ภายในห้องแต่งตัว ร่างบางนั่งกุมท้องอยู่บนโซฟาใบหน้าสวยยู่หน้าด้วยความเจ็บปวด

“น้องเอวาดื่มน้ำอุ่นหน่อยแล้วนี่กระเป๋าน้ำร้อน” พี่เกดส่งแก้วน้ำอุ่นให้รุ่นน้องพร้อมกับกระเป๋าน้ำร้อน

“ขอบคุณนะคะ เอวาไม่น่ามีประจำเดือนวันนี้เลย” เธอรู้สึกผิดมากที่มาเจ็บป่วยในวันนี้ทำให้เธอทำงานได้ไม่เต็มที่

“อย่าคิดมากเลยจ๊ะ เอาเป็นว่ามีคำชมมากมายว่าทั้งสองสวยมาก” พี่เกดพูดด้วยความภูมิใจกับเสียงชื่นชมของคนในงาน

“แล้วนี่จะไปไหนกันต่อบ่ายสองมีงานไปนอนเล่นที่คอนโดพี่กันก่อนไหมแล้วค่อยไปทำงานพร้อมกัน” สองสาวมองหน้ากันไปมาครั้นจะตอบตกลงก็เกรงใจ จะปฏิเสธก็เกรงใจจนเป็นชมพูที่ต้องเอ่ยขึ้น

“ไม่เป็นไรค่ะ พวกหนูว่าจะไปนอนเล่นกันที่บ้านหาสมัครงานกันนะคะ”

“ขยันกันจริง ๆ งานพริตตี้เต็มทั้งเดือนจะเอาเวลาไหนไปทำงานประจำกันจ๊ะ” พี่เกดเอ่ยขึ้น

“งานพริตตี้ไม่ได้เต็มแบบนี้ทุกเดือนนี่ค่ะ ช่วงไม่มีงานก็ใกล้เข้ามาอีกแล้วคงต้องหางานสำรองไว้ก่อนค่ะ” เอวาเอ่ยขึ้นอีก 2 เดือนข้างหน้าจะเป็นช่วงที่งานน้อยหรือแทบจะไม่มีงานเลยการมีงานสำรองรอเอาไว้พวกเธอก็อุ่นใจว่าไม่ตกงานแน่ๆ

“จ๊ะ ขยันกันจริง ๆแล้วนี่น้องเอวาไหวแน่นะ”

“ไหวค่ะ เดี๋ยวได้ไปนอนพักสักแป๊บก็คงจะหาย พวกหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ” เธอรู้สึกเหนื่อยมากงานที่ทำยืนไม่นานแต่มารอค่อนข้างนาน สองสาวเร่งมือกันเก็บข้าวของชมพูพยุงร่างบางของเพื่อนพาเดินออกจากห้างไปสองสาวมายืนรอรถแท็กซี่อยู่ริมถนนหน้าห้างสรรพสินค้าในตอนเที่ยงวันมันค่อนข้างร้อนจนเอวาอยากจะเป็นลมซะให้มันรู้แล้วรู้รอด

“เอวาแกว่าไหมว่าคุณอาเธอร์อะไรนั่นดูน่ากลัวมากอะ” ชมพูเอ่ยขึ้นตาก็จ้องมองหาแท็กซี่ว่างไปด้วย

“ใช่ คนอะไรดูดุมากยืนใกล้แล้วขนลุก” เอวาลูบแขนตัวเองป้อย ๆ โดยที่เธอไม่ทันได้สังเกตเลยว่ามีรถลีมูซีนสีดำคันสุดหรูขับช้า ๆ ผ่านหน้าเธอไป อาเธอร์ที่นั่งอยู่ในรถมองร่างบางที่กำลังยื่นเช็ดเหงื่อใบหน้าซีดเซียวไม่วางตาจนไซที่นั่งอยู่ด้านหน้าข้างคนขับสังเกตเห็นผ่านกระจกมองหลัง

“เธอชื่อเอวาครับ อายุ 25 ปี เห็นว่าวันนี้ปวดท้อง“ ไซรู้เพราะเขาก็เป็นหนึ่งในคนที่ดูแลความเรียบร้อยของงานจนได้ไปพูดคุยกับโมเดลลิ่งของสองสาว

อาเธอร์ยังนั่งเงียบไม่พูดสิ่งใดออกมาดวงตาสีนิลคู่คมดูลึกลับจนไซเองก็ไม่รู้ว่าเจ้านายคิดอะไรอยู่ ด้านริน่าอาเธอร์ปฏิเสธการไปส่งเธออย่างไร้เยื่อใยปล่อยให้หญิงสาวกระฟัดกระเฟียดด้วยความไม่พอใจอยู่ในห้างหรู

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 242

    เขามองลูกทั้งสองที่ยืนจับมือกันอยู่ ก่อนยิ้มทั้งน้ำตา “ขอบคุณ…ที่ให้เฮียเป็นพ่อของลูก” “ขอบคุณ…ที่ให้เฮียเป็นสามีของหนู” “และไม่ว่าจะชาติไหน” “เฮียก็ยังเลือกหนู…คนเดิม” เสียงปรบมือดังกึกก้อง หลายคนถึงกับต้องเช็ดน้ำตา เมื่อได้ยินในสิ่งที่มาเฟียหนุ่มพูด เอวารับไมโครโฟนต่อ หญิงสาวสูดหายใจลึ

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 241

    หลายเดือนต่อมา… แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องผ่านกระจกสีของมหาวิหารหลังใหญ่ เสียงดนตรีบรรเลงเพลงหวานลอยคลอไปทั่วบริเวณงานแต่งงานที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติผู้นำตระกูลคิมสันยัง พื้นที่รอบงานถูกตกแต่งด้วยดอกกุหลาบสีขาวนับแสนดอก ผสมกับดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าอ่อนและลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์ โคมไฟคริสตัลระยิบระ

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 240

    มาเฟียหนุ่มมองลูกทั้งสองสลับกัน ก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยน “ต่อให้ทั้งโลกจะเรียกแด๊ดดี๊ว่ามาเฟีย…” เขาก้มลงแตะหน้าผากลูกทั้งสองเบา ๆ “แต่สำหรับลูก แด๊ดดี๊ก็เป็นแค่พ่อคนหนึ่ง ที่จะปกป้องรอยยิ้มของลูกไปตลอดชีวิต” ฟอด! “เฮียดีใจที่สุดที่ข้าง ๆ เฮียเป็นหนู” เขาหันไปหอมแก้มเอวาและเอ่ยบอก ลมเย็นพ

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 239

    1 ปีต่อมา… ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ “ไคเลอร์ มันร้อนลูก” “แอ้! อาว จาอาว” เด็กชายวัยหนึ่งขวบกว่า ๆ ยืนโงนเงนอยู่หน้าโต๊ะกลาง ดวงตากลมโตจ้องแก้วนมอุ่นในมือพ่อตาไม่กะพริบ มืออวบป้อมพยายามเอื้อมคว้าไม่หยุดเพราะเข้าใจว่าเป็นของตัวเอง “ไม่ได้ มันร้อน ของหม่ามี๊ แด๊ดดี๊ทำไว้ให้หม่ามี๊” “แอ้!! อาวว

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 238

    แง้! แง้! ไม่นานเสียงอ้อแอก็เปลี่ยนเป็นเสียงร้องงอแงคริสและภัทรถึงกับหุบยิ้มทั้งสองมองหน้าอาเธอร์เป็นตาเดียวกัน “เธอร์กูยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ” คริสรีบเอ่ยบอก “เออ หลานร้องทำไมวะ?” ภัทรเอ่ยขึ้น เขาก็แค่อุ้มเฉย ๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย “ขออนุญาตคะนาย ถึงเวลานมของนายน้อยแล้วค่ะ“ แม่บ้านสาวที่ได้รับ

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 237

    1 เดือนต่อมา… ห้องรับแขกภายในคฤหาสน์คิมสันยัง วันนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาของแขกคนสนิท เหตุผลมีเพียงข้อเดียว… ทุกคนตั้งใจมาเยี่ยมลูกแฝดตัวน้อยของอาเธอร์กับเอวา “โอ๊ย…หลานกู!” คริสเดินเข้ามาก่อนใคร พร้อมถุงของขวัญสำหรับเด็กกองโตจนเดลต้องรีบเข้าไปรับ “คุณคริสซื้อของมาเปิดร้านเด

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 6

    อาเธอร์... บอสใหญ่แห่งอาณาจักรเอ็มไพร์ในชุดแจ็กเก็ตหนังสีดำสนิทกำลังยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า เขาเพิ่งลงจากการแข่งรถมาหมาดๆ เส้นผมสีเทาดูยุ่งเหยิงเล็กน้อยแต่กลับเพิ่มความดิบเถื่อนให้ใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบตึงนั้นดูอันตรายยิ่งขึ้นไปอีก รังสีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดดันจนเอวาแทบจะลืมวิธีหายใจ สายตาค

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 5

    “ระดับเอวาซะอย่าง สู้ตายอยู่แล้วพี่เกด!” เอวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามร่าเริง ก่อนจะคว้ากระเป๋าใบใหญ่แล้ววิ่งตามชมพูออกไปขึ้นรถตู้ของทีมงานที่จอดรออยู่ด้านหลังห้าง การทำงานของพวกเธอค่อนข้างดีมีรถรับส่งหากมีงานต่อช่วยประหยัดเวลาและค่ารถไปได้ส่วนหนึ่ง ภายในรถตู้ที่กำลังแล่นฝ่าการจราจรในยามบ่ายแก่

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 4

    สายตาของเอวาเหม่อมองออกไปนอกกระจกรถแท็กซี่ที่กำลังฝ่าการจราจรติดขัดของกรุงเทพฯ ในใจภาวนาขอให้พระอาทิตย์หยุดเคลื่อนที่ หรือไม่ก็ขอให้รถติดนานกว่านี้อีกสักหน่อย เพื่อยืดเวลาการเผชิญหน้ากับความจริงที่น่ากลัวออกไป ณ ห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมือง ทันทีที่รถจอดสนิทหน้าประตูทางเข้า เอวาก้าวลงจากรถพร้อมพ

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 3

    รถลีมูซีนสีดำเงาวับเคลื่อนผ่านหน้าหญิงสาวสองคนไปช้าๆ อาเธอร์มองผ่านกระจกฟิล์มมืดสนิทเห็นร่างบางของเอวายืนโงนเงนจนเพื่อนต้องคอยพยุง เหงื่อที่ซึมตามไรผมสะท้อนกับแสงแดดจัดจ้านของเมืองไทยทำให้เธอดูเปราะบางผิดกับมาดนางพญาบนเวทีเมื่อครู่ กระทั่ง… แท็กซี่สีชมพูก็ขับเข้ามาจอดตรงหน้าสองสาว “ไปกันเถอะ…

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status