ログイン"เธอคือลูกสาวของไอ้คนทรยศที่ฆ่าพ่อแม่ฉัน! อย่าหวังเลยว่าจะได้รับความเมตตา!" "ถ้าเกลียดฉันนัก ก็ฆ่าฉันเลยสิ! หรือไม่ก็ปล่อยฉันไป!" จากนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่ดิ้นรนสู้ชีวิต 'พิมรดา' (ซินเหยียน) ต้องร่วงหล่นลงสู่นรกทั้งเป็น เมื่อสร้อยคอเพียงเส้นเดียวทำให้เธอถูกกล่าวหาว่าเป็นสายเลือดของศัตรูที่ฆ่าล้างครอบครัวมาเฟียใหญ่! 'หยางเฟยหลง' มังกรทมิฬแห่งเซี่ยงไฮ้ ผู้หล่อเหลาราวกับเทพบุตรแต่กลับมีหัวใจอำมหิตดุจซาตาน เขากระชากตัวเธอมากักขังไว้ในกรงทอง ปรามาส เหยียบย่ำ และตั้งใจจะทรมานเธอให้สาสมกับความแค้นที่ฝังลึกมานานสิบห้าปี แต่ทว่า... ยิ่งจงใจรังแก ยิ่งบีบบังคับให้เธอตกเป็นทาส กลิ่นกายหอมหวานและเรือนร่างที่งดงามของลูกสาวศัตรูกลับมอมเมาสติสัมปชัญญะของมาเฟียหนุ่มให้พังทลาย จากที่ตั้งใจจะใช้เธอเป็นแค่ 'ของเล่นระบายแค้น' เขากลับเสพติดเธอจนแทบคลุ้มคลั่ง และเผลอไผลย่ำยีความบริสุทธิ์ของเธอด้วยไฟพิศวาสที่ไม่อาจดับมอด กว่าที่ความจริงจะปรากฏว่าเขา 'แก้แค้นผิดคน' พิมรดาก็หัวใจแหลกสลายและหอบเอา 'สายเลือด' ของมัจจุราชหนีหายข้ามน้ำข้ามทะเลไปไกลแสนไกลเสียแล้ว
もっと見るบทนำ : รอยเลือดและคำสาปแช่ง
มหานครเซี่ยงไฮ้... เมื่อสิบห้าปีก่อน
เปรี้ยง!!
เสียงสายฟ้าฟาดกึกก้องกัมปนาทฉีกกระชากความมืดมิดของค่ำคืนที่พายุโหมกระหน่ำ สายฝนสาดซัดเข้าใส่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลหยางอย่างบ้าคลั่ง ทว่าเสียงคำรามของธรรมชาติ กลับไม่อาจกลบเสียงหวีดร้องและเสียงปืนที่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งคฤหาสน์ได้เลย
ภายในตู้เสื้อผ้าไม้สักเก่าแก่ที่ทั้งมืดและแคบ ร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสิบขวบกำลังนั่งขดตัวสั่นสะท้าน สองมือเล็กยกขึ้นปิดหูแน่น น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลอาบแก้มที่ซีดเผือด 'หยางเฟยหลง' พยายามกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองเอาไว้สุดชีวิตตามคำสั่งสุดท้ายของมารดาที่ต้อนเขาเข้ามาซ่อนในนี้
"อย่าส่งเสียงนะลูก... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เฟยหลงห้ามออกมาเด็ดขาด"
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งลอยลอดช่องว่างใต้ประตูตู้เข้ามาเตะจมูก เด็กชายค่อยๆ ลดมือลงจากหู รวบรวมความกล้าขยับตัวเข้าไปใกล้บานประตูไม้ ขยับดวงตาที่สั่นระริกมองลอดผ่านช่องระแนงเล็กๆ ออกไปสู่ห้องทำงานของบิดา
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า... คือฝันร้ายที่จะสลักลึกลงไปในวิญญาณของเขาตราบชั่วชีวิต!
ร่างสูงใหญ่ของผู้นำตระกูลหยาง ผู้เป็นบิดาที่เขาเคารพรัก นอนจมกองเลือดสีแดงฉานอยู่กลางห้อง โดยมีมารดาของเขานั่งทรุดตัวกอดร่างไร้วิญญาณนั้นพลางร้องไห้แทบขาดใจ ล้อมรอบด้วยกลุ่มชายชุดดำสวมหน้ากากนับสิบคนที่ถือปืนจ่อตรงมาที่เธอ
ทว่า... สิ่งที่ทำให้หัวใจของเด็กชายเฟยหลงแตกสลาย ไม่ใช่เพียงภาพการตายของบิดา แต่เป็นร่างของชายอีกคนที่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางกลุ่มมือสังหารเหล่านั้น
'หลี่เฉิน'
ชายผู้เป็นมือขวาคนสนิท ชายที่บิดาของเขารักและไว้ใจดั่งพี่น้องร่วมสาบาน ชายที่เฟยหลงเคารพเรียกขานว่า 'คุณลุง' มาตั้งแต่จำความได้ บัดนี้... หลี่เฉินกลับยืนถือปืนด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยความเสียใจใดๆ อยู่ฝั่งเดียวกับศัตรู!
"ทำไม... ทำไมแกทำแบบนี้หลี่เฉิน!" มารดาของเฟยหลงกรีดร้องทั้งน้ำตา เงยหน้าขึ้นมองชายทรยศ "พี่หยางดีกับแกแค่ไหน ทำไมแกถึงเปิดประตูรับพวกมันเข้ามาฆ่าเขา!"
หลี่เฉินไม่ตอบคำถามนั้น นัยน์ตาของเขาหลุบต่ำลงเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะค่อยๆ หันใบหน้ามาทางตู้เสื้อผ้าไม้สักที่เฟยหลงซ่อนตัวอยู่
เสี้ยววินาทีนั้น... สายตาของหลี่เฉินประสานเข้ากับดวงตาที่เบิกกว้างของเด็กชายผ่านช่องระแนงไม้ เฟยหลงเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก เขามั่นใจว่าลุงหลี่เห็นเขา! ลุงหลี่รู้ว่าเขาซ่อนตัวอยู่ตรงนี้!
แต่หลี่เฉินกลับละสายตาออกไปอย่างเย็นชา เขาหันหลังเดินก้าวออกไปจากห้องทำงาน ทิ้งประโยคสั้นๆ ที่บาดลึกถึงกระดูกดำไว้เบื้องหลัง
"จัดการให้เรียบร้อย... อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว"
ปัง!!
สิ้นคำสั่งของชายทรยศ เสียงปืนนัดสุดท้ายก็ดังสนั่นขึ้น ร่างของมารดาที่เฟยหลงรักยิ่งกว่าชีวิตร่วงหล่นลงทาบทับร่างของบิดา เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นพรม
"แม่!!!"
เฟยหลงแผดเสียงกรีดร้องสุดเสียงในใจ สองมือเล็กยกขึ้นปิดปากตัวเองแน่นจนฟันกัดริมฝีปากตัวเองเลือดซิบ เพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกไป ร่างกายของเด็กชายสั่นเทาอย่างรุนแรงราวกับจับไข้ น้ำตาสายเลือดไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย เขาได้แต่มองดูศัตรูเดินจากไป ทิ้งซากศพของบุพการีไว้ให้เขาดูต่างหน้า
ในค่ำคืนที่เหน็บหนาวและมืดมิดที่สุดในชีวิต ความหวาดกลัวและความอ่อนแอของเด็กชายวัยสิบขวบได้ตายจากไปพร้อมกับบิดามารดาของเขา สิ่งที่หล่อหลอมขึ้นมาใหม่ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด คือความเกลียดชังที่ลุกโชนดั่งไฟนรก และความแค้นที่ฝังลึกลงไปในทุกอณูของเส้นเลือด
ดวงตาที่เคยสดใสไร้เดียงสา บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดและเย็นเยียบดุจมัจจุราช เฟยหลงจ้องมองรอยเลือดบนพื้นพรม พร้อมกับสาบานกับตัวเองด้วยวิญญาณทั้งหมดที่มี
‘หลี่เฉิน... แกทรยศครอบครัวฉัน แกพรากทุกอย่างไปจากฉัน... สักวันหนึ่ง ฉันจะลากคอแกมาคุกเข่าขอขมาหน้าหลุมศพพ่อกับแม่... และต่อให้แกตายไปแล้ว ฉันก็จะตามล่าล้างผลาญสายเลือดของแกทุกดวงวิญญาณ จะขยี้ให้แหลกคามือ จะทรมานให้พวกมันต้องร้องขอความตายยิ่งกว่าที่พ่อกับแม่ฉันต้องเจอ!’
สิบห้าปีต่อมา...
ณ ไนท์คลับระดับไฮเอนด์ 'ดราก้อนส์ เลานจ์' มหานครเซี่ยงไฮ้
เสียงดนตรีเบสหนักหน่วงกระแทกจังหวะหัวใจ หยางเฟยหลงในวัยยี่สิบห้าปี นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาวีไอพี นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองผู้คนเบื้องล่างด้วยความเย่อหยิ่งและไร้ความรู้สึก บัดนี้ เขาไม่ใช่เด็กชายที่ซ่อนตัวร้องไห้ในตู้เสื้อผ้าอีกต่อไป แต่เขาคือ 'มังกรทมิฬ' ผู้นำตระกูลหยางที่ทรงอิทธิพลและโหดเหี้ยมที่สุดในโลกใต้ดิน
เวลาสิบห้าปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยลืมคำสาปแช่งในคืนนั้นแม้แต่วินาทีเดียว เขาพลิกแผ่นดินตามหาหลี่เฉินและครอบครัวของมันแทบพลิกแผ่นดิน แต่พวกมันกลับหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับระเหยกลายเป็นไอ
จนกระทั่งคืนนี้... คืนที่โชคชะตาเล่นตลก นำพาสายเลือดของคนทรยศ ให้เดินมาสะดุดล้มลงแทบเท้าของเขา... พร้อมกับสร้อยคอรูปมังกรคาบดาบที่เป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งความตาย!
มัจจุราชได้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลแล้ว และกรงขังแห่งความแค้น... ก็พร้อมที่จะเปิดต้อนรับเหยื่อตัวน้อยของมัน!
เสียงละเมอแหบพร่าหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก พิมรดาชะงักมือที่กำลังเช็ดแขนให้เขา เธอมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานนั้นด้วยความแปลกใจ"แม่ครับ... ระวัง! พ่อ! ถอยออกมา!"เฟยหลงเริ่มส่งเสียงดังขึ้น ร่างกายแกร่งบิดเกร็ง มือหนากำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อปมขาวซีด ราวกับกำลังพยายามไขว่คว้าหาบางสิ่งที่หลุดลอยไป"ลุงหลี่... ทำไม... ทำไมลุงทำแบบนี้... ลุงเปิดประตูให้พวกมันทำไม!"น้ำเสียงละเมอของเขาเปลี่ยนจากความหวาดกลัวเป็นความร้าวรานและแตกสลายอย่างที่สุด มันไม่ใช่เสียงคำรามของมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ ทว่ามันคือเสียงร้องไห้ของเด็กชายวัยสิบขวบที่กำลังมองดูโลกทั้งใบพังทลายลงต่อหน้าต่อตา!"แม่! อย่าทิ้งผมไป! แม่ครับ ตื่นสิ! เลือด... เลือดเต็มไปหมดเลย... พ่อ... ผมกลัว... ใครก็ได้ช่วยด้วย!"หยางเฟยหลงดิ้นทุรนทุราย ศีรษะส่ายไปมาบนหมอน หยาดน้ำตาใสๆ ที่ไม่มีใครเคยเห็นและไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายที่ชื่อหยางเฟยหลง... ค่อยๆ ไหลซึมออกจากหางตาที่ปิดสนิท ไหลลงมาตามหางคิ้วและซึมหายไปในเส้นผมสีดำสนิทพิมรดาเบิกตากว้าง นั่งตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป มือเล็กที่ถือผ้าขนหนูสั่นสะท้านอย่างรุนแรง หัวใจของเธอห
พิมรดายกมือขึ้นปิดปาก กลั้นเสียงสะอื้น เธอเบือนหน้าหนีภาพการผ่าตัดสดๆ ที่น่าหวาดเสียว กลิ่นแอลกอฮอล์ล้างแผลผสมกับกลิ่นคาวเลือดทำเอาเธอแทบอาเจียน เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงที่ยาวนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ เสียงเครื่องมือแพทย์กระทบกันดังกริ๊กๆ สลับกับเสียงครางต่ำๆ ในลำคอของเฟยหลงยามที่คีมคีบกระสุนทะลวงเข้าไปในเนื้อ"แกร๊ก..." เสียงหัวกระสุนสีทองแดงตกลงในถาดสแตนเลส พร้อมกับเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกของหมอหลิน "เอากระสุนออกได้แล้วครับ โชคดีที่ไม่โดนเส้นเลือดใหญ่หรือกระดูกสำคัญ แต่เสียเลือดมากและแผลอักเสบ คืนนี้คงจะจับไข้สูงแน่นอน"หมอหลินจัดการเย็บแผลและพันผ้าพันแผลรอบหัวไหล่แกร่งอย่างแน่นหนา ก่อนจะหันไปสั่งการอาเว่ยที่ยืนเฝ้าอยู่ไม่ห่าง"ผมให้ยาฆ่าเชื้อและยาลดไข้ทางสายน้ำเกลือแล้ว แต่คืนนี้ต้องมีคนคอยเช็ดตัวและเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด ถ้านายท่านไข้ขึ้นสูงเกินไปอาจจะช็อคได้"อาเว่ยพยักหน้ารับ แต่สีหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความกังวล "ผมต้องออกไปคุมกำลังล่าตัวพวกที่ลอบกัดนายท่านคืนนี้ ไม่รู้ว่าพวกมันมีแผนอะไรซ้อนไว้อีก หมอหลินช่วยจัดพยาบาลมาเฝ้า...""ไม่... ต้อง... เอาใคร... เข้ามา..."เสียงแหบพร่าแ
คำตอบที่ไร้เดียงสาและเว้าวอนนั้น คือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ความอดทนของหยางเฟยหลงขาดสะบั้น เขาจับเรียวขาเนียนสวยของเธอแยกออกกว้าง ขยับแทรกตัวเข้าไปอยู่กึ่งกลางความอ่อนนุ่ม ก่อนจะกดแทรกความเป็นชายที่แข็งแกร่งและร้อนผ่าวดั่งเหล็กหลอมเหลว เข้าสู่ช่องทางรักที่คับแคบและบริสุทธิ์ผุดผ่องของเธอในคราวเดียว"กรี๊ดดดดดด!! เจ็บ! เอาออกไป! ฮือออออ!"ความเจ็บปวดฉีกขาดราวกับร่างถูกผ่าครึ่ง แล่นริ้วขึ้นมาจนทำลายม่านหมอกแห่งตัณหาของพิมรดาจนแตกกระเจิง สติสัมปชัญญะบางส่วนถูกดึงกลับมาพร้อมกับความเจ็บปวดแสนสาหัส หญิงสาวหวีดร้องสุดเสียง น้ำตาไหลทะลักอาบแก้ม สองมือทุบตีแผงอกของเขาอย่างบ้าคลั่ง เล็บจิกทึ้งลงบนแผ่นหลังกว้างจนเลือดซิบ พยายามจะขยับตัวหนีจากการรุกล้ำอันป่าเถื่อนนั้นแต่เฟยหลงกลับประสานมือสอดประสานกับนิ้วเรียวเล็กของเธอทั้งสองข้าง กดตรึงไว้แน่นกับที่นอน เขาเองก็กัดกรามกรอดด้วยความปวดร้าวและอึดอัด เพราะความคับแน่นที่ไม่เคยมีชายใดล่วงล้ำมาก่อน เขารับรู้ได้ถึงหยาดเลือดแห่งความบริสุทธิ์ที่อาบย้อมความเป็นชายของเขา ผู้หญิงคนนี้... ลูกสาวของศัตรู... บริสุทธิ์ผุดผ่องและตกเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์แล้ว"ชู่ว...
"ยาตัวนี้มันจะกระตุ้นความต้องการส่วนลึกของเธอ ซินเหยียน..." เฟยหลงกระซิบเสียงแหบพร่า ก้าวขึ้นมาบนเตียง คลานเข่าเข้าไปหาร่างบางที่กำลังบิดเร่าอยู่ "มันจะทำให้เธอทรมานจนแทบขาดใจ ถ้าไม่ได้รับการ 'เติมเต็ม' จากฉัน""ฮึก... ไอ้เลว... เอายาแก้มาให้ฉันเดี๋ยวนี้... อ๊า..." พิมรดาพยายามด่าทอ แต่เสียงที่หลุดออกมากลับกลายเป็นเสียงครางหวานหูที่สั่นสะท้าน เธอพยายามจะถอยหนี แต่โซ่ตรวนที่ข้อเท้ากลับดึงรั้งเธอเอาไว้ความรู้สึกปั่นป่วนทวีความรุนแรงขึ้นทุกวินาที ผิวเนื้อของเธอไวต่อสัมผัสจนน่ากลัว เพียงแค่สายลมจากเครื่องปรับอากาศพัดผ่าน ก็ทำให้เธอสะท้านไปทั้งร่าง ความปรารถนาอันน่าละอายตีตื้นขึ้นมาจนเธอต้องกัดริมฝีปากล่างของตัวเองจนเลือดห้อ เพื่อเรียกสติสัมปชัญญะที่กำลังหลุดลอยให้กลับคืนมาเฟยหลงทนมองภาพความเย้ายวนนั้นแทบไม่ไหว เขาก้มลงไปกระซิบชิดใบหูเล็กที่แดงจัด ลมหายใจร้อนระอุของเขาเป่ารดซอกคอขาวเนียน ทำให้พิมรดาสะดุ้งเฮือก ร่างกายแอ่นหยัดเข้าหาสัมผัสของเขาอย่างลืมตัวตามสัญชาตญาณที่ถูกยาควบคุม"ทรมานใช่ไหม... รู้สึกเหมือนร่างกายมันกำลังเรียกร้องหาฉันใช่ไหมล่ะ..." มือหนาลูบไล้ไปตามท่อนแขนเรียวที่เปียกช