Share

บทที่ 3

last update Petsa ng paglalathala: 2026-05-02 03:00:26

รถลีมูซีนสีดำเงาวับเคลื่อนผ่านหน้าหญิงสาวสองคนไปช้าๆ อาเธอร์มองผ่านกระจกฟิล์มมืดสนิทเห็นร่างบางของเอวายืนโงนเงนจนเพื่อนต้องคอยพยุง เหงื่อที่ซึมตามไรผมสะท้อนกับแสงแดดจัดจ้านของเมืองไทยทำให้เธอดูเปราะบางผิดกับมาดนางพญาบนเวทีเมื่อครู่

กระทั่ง…

แท็กซี่สีชมพูก็ขับเข้ามาจอดตรงหน้าสองสาว

“ไปกันเถอะ…ทนอีกหน่อยนะไม่นานก็ถึงบ้านแล้ว” ชมพูพยุงเพื่อนขึ้นรถ

“ไปไหนครับ?” คนขับมองทั้งสองผ่านกระจกมองหลังและเอ่ยถาม

“ไปซอยพัฒนา 10 ค่ะ” ชมพูเอ่ยบอก เอวาทิ้งแผ่นหลังพิงเบาะรถใบหน้าสวยยู่หน้าลงด้วยความเจ็บปวดในท้องน้อย มือบางกุมท้องตัวเองไว้แน่นโดยมีเพื่อนที่คอยนั่งเป็นห่วงอยู่ข้างๆ

15 นาทีต่อมา…

รถแท็กซี่สีชมพูจอดสนิทลงที่หน้าบ้านปูนชั้นเดียวหลังเล็ก แม้สภาพบ้านจะดูเก่าไปตามกาลเวลาแต่ก็ถูกดูแลอย่างสะอาดสะอ้าน ชมพูอาศัยอยู่ที่นี่ตามลำพังเพราะแม่ไปมีครอบครัวใหม่อยู่ที่ต่างจังหวัดนานๆ จะมาหาเธอสักครั้ง

ชมพูรีบลงจากรถมาประคองเพื่อนรักที่แทบจะไม่มีแรงก้าวเดิน

"ค่อยๆ นะเอวา...ถึงบ้านแล้ว" ชมพูพร่ำบอก มือหนึ่งโอบเอวเพื่อน อีกมือพยายามควานหากุญแจรั้ว

เอวาหน้าซีดเผือด ริมฝีปากที่เคยแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีสดบัดนี้แห้งผาก เธอพยักหน้าเบาๆ ความเจ็บเสียดที่ท้องน้อยทวีความรุนแรงจนเธอต้องกัดฟันแน่นเพื่อไม่ให้หลุดเสียงครางออกมา ทุกก้าวที่เหยียบลงบนพื้นคอนกรีตหน้าบ้านดูหนักอึ้งและยาวนานเหลือเกิน

“แกอาบน้ำก่อนไหม” ชมพูพาเพื่อนเดินมานั่งลงบนโซฟาเก่าๆ กลางบ้าน

“อืม อาบน้ำเปลี่ยนผ้าอนามัยหน่อยนะไม่ไหวแล้ว”

“รอแป๊บฉันไปเอาผ้าขนหนูมาให้” ชมพูรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอน คว้าเอาผ้าขนหนูในตู้ออกมาให้เพื่อน

เอวาเข้าไปอาบน้ำล้างตัวอยู่ในห้องน้ำความสดชื่นกระทบกับผิวกายขาวเนียนมือบางถูสบู่ล้างตัวจนฟองฟู่ฟ่องก่อนที่เธอจะชะงักมือเมื่อใบหล่อคมของอาเธอร์เจ้าของโครงการคอนโดหรูปรากฏขึ้นในความรู้สึก

สัมผัสของน้ำเย็นฉ่ำที่ชโลมผิวกายควรจะช่วยให้เธอผ่อนคลาย แต่ในใจของเอวากลับร้อนรุ่มอย่างประหลาด ภาพสายตาคมกริบที่จ้องมองเธอบนเวทียังติดตาไม่หาย มันไม่ใช่สายตาที่ดูแคลน หรือหลงใหลแต่มันกลับมีความนิ่งสงบที่ชวนให้รู้สึกอึดอัดจนน่าหงุดหงิดต่างหาก

‘คนอะไรสายตาอย่างกับเสือ น่ากลัวชะมัด’ เอวาคิดพลางล้างฟองสบู่ออกจากตัวไปด้วย

ครืด! ครืด! ครืด!

เสียงมือถือแผดเสียงร้องดังอยู่บนโซฟา ชมพูที่กำลังกรอกน้ำร้อนใส่กระเป๋าน้ำร้อนให้เพื่อนต้องเดินมาดูเพราะมันดังไม่ยอมหยุด ราวกับมีใครตายงั้นแหละ

สายเรียกเข้า…

พ่อ

“เอวา พ่อโทรมานะ”

“โอเค โอเคใกล้เสร็จแล้ว! เอวาตะโกนตอบเพื่อน เธอรีบเช็ดตัวและสวมชุดลำลองอย่างลวกๆ และพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มความเจ็บท้องที่ยังคงบีบตัวเป็นระยะ ก่อนจะก้าวออกมารับโทรศัพท์จากมือชมพู ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสปุ่มรับสาย เสียงแหบห้าวที่คุ้นเคยก็ดังลอดออกมาจนคนข้างๆ อย่างชมพูยังสัมผัสได้ถึงรังสีที่ไม่เป็นมิตร

[พ่อ] กว่าจะรับสายได้นะ ฉันโทรจนมือหงิก!” เสียงปลายสายตวาดก้อง

[เอวา] หนูเพิ่งเสร็จงานค่ะ พ่อมีอะไรหรือเปล่าคะ?เธอพยายามควบคุมเสียงให้ปกติที่สุด แม้ใบหน้าจะซีดเซียวจนแทบจะกลืนไปกับผนังบ้านแล้วก็ตาม

[พ่อ] มีสิ! ฉันต้องการเงินห้าหมื่นเดี๋ยวนี้เลย

[เอวา] ห้าหมื่น!!“

[พ่อ] จะตะโกนทำบ้าอะไรของแก

[เอวา] พ่อจะเอาเงินไปทำอะไรตั้งห้าหมื่นคะ?

[พ่อ] ฉันจะเอาไปทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน

[เอวา] พ่อจะเอาไปลงกับบ่อนการพนันอีกแล้วใช่ไหมคะอาทิตย์ก่อนหนูก็เพิ่งโอนให้ไปสองหมื่น พ่อเห็นหนูเป็นธนาคารเคลื่อนที่หรือไงคะ?

น้ำเสียงของเอวาสั่นเครือ ความเจ็บปวดในท้องน้อยที่บีบรัดอยู่เริ่มลามไปถึงอกข้างซ้าย เธอพยุงตัวพิงขอบประตูไว้อย่างอ่อนแรง ขณะที่ชมพูได้แต่ยืนกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจแทนเพื่อน

[พ่อ] จะโอนหรือไม่โอนถ้าแกไม่โอนแกมีปัญหากับฉันแน่!!

ผู้เป็นพ่อเอ่ยเสียงเข้มก่อนจะกดวางสายไป

ตื้ด... ตื้ด... ตื้ด...

สายตัดไปแล้วทิ้งไว้เพียงความเงียบที่แสนอึดอัด เอวาลดมือที่ถือโทรศัพท์ลงอย่างช้าๆ ร่างทั้งร่างสั่นเทาจนสุดท้ายเธอก็ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นห้องโถงเล็กๆ

“เอวา!” ชมพูรีบถลาเข้ามาประคอง

“แกไหวไหม...?“

“ไม่ไหวชมพู...ฉันไม่ไหวแล้ว” เอวาตอบเสียงแผ่ว น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลอาบแก้มที่ซีดเผือด เธอซบหน้าลงกับไหล่เพื่อนสนิทอย่างคนหมดแรงพยุง ร่างกายที่บอบช้ำจากอาการปวดท้องรุนแรงยังพอทนได้ แต่หัวใจที่ถูกบีบคั้นจากคนเป็นพ่อกลับทำเอาเธอกระวนกระวายจนแทบหายใจไม่ออก

“ห้าหมื่น...ฉันจะไปหามาจากไหน งานที่รับไว้เงินก็ยังไม่ออกสักบาท” เอวาพึมพำทั้งน้ำตา ความกดดันรุมเร้าจนเธอรู้สึกเหมือนถูกต้อนให้จนมุม

“เอวา แกนอนพักก่อนนะ อย่าเพิ่งคิดเรื่องเงินเลย” ชมพูพยายามปลอบพลางประคองเพื่อนไปที่โซฟา เธอกดประคบถุงน้ำร้อนลงบนท้องของเอวาเบาๆ

“ฉันให้ไปเท่าไหร่พ่อก็ไม่เคยพอเลย ฮือ..”

“พ่อแกก็นะ...ทำไมทำกับแกแบบนี้” ชมพูพ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจ มือก็คอยลูบปลอบไหล่เพื่อนที่สั่นเทาไม่หยุด เอวาในยามนี้ดูเปราะบางเหมือนแก้วที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ ความสง่างามบนเวทีเมื่อกี้หายไปสิ้น เหลือเพียงเด็กสาวที่แบกภาระหนักอึ้งเกินตัว

“ห้าหมื่น...ถ้าหาไม่ได้ พ่อต้องมาอาละวาดฉันอีกแน่“ เธอบอกเพื่อนออกไปเพราะเคยมีหลายครั้งที่เธอโดนพ่อทำร้ายร่างกายตบตีเพราะเธอไม่มีเงินให้ พ่อที่ติดการพนันอย่างหนักอีกทั้งยังเป็นหนี้บ่อนหลายแห่ง

“เหมือนพี่ชายฉันไม่มีผิดตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ติดการพนัน ติดยาเสพติดเป็นหนี้จนเจ้าหนี้บุกมาทำร้ายถึงในบ้าน แม่ฉันปกป้องพี่ชายสุดชีวิตจนพลอยโดนทำร้ายไปด้วยนี่ถ้ามันยังอยู่มันคงเอาฉันไปขายให้กับเจ้าหนี้แล้ว“ ชมพูเล่าประสบการณ์ชีวิตให้เพื่อนฟัง เอวาที่นอนราบอยู่บนโซฟาได้แต่นึกไม่ต่างอะไรกับชีวิตเธอเลยดีหน่อยที่พี่ชายของชมพูเสียไปนานแล้วเพราะเสพยาจนช็อกหมดสติไป

“อย่างน้อยแกก็ยังโชคดีที่ฝันร้ายเรื่องพี่ชายมันจบไปแล้วนะชมพู...” เอวาเอ่ยเสียงสั่นเครือ ความเจ็บปวดจากการบีบตัวของมดลูกก็ไม่ลดลงเลย

“แต่ของฉัน...มันเหมือนเข็มนาฬิกาที่วนกลับมาที่เดิมตลอด พ่อไม่เคยหยุด และฉันก็ไม่รู้ว่ามันจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน”

ชมพูมองเพื่อนด้วยสายตาเวทนา เธอรู้ดีว่าคำว่า ‘กตัญญู’ มันค้ำคอเอวาอยู่ และนั่นคือโซ่ตรวนที่ผูกมัดเพื่อนรักของเธอไว้กับขุมนรกที่เรียกว่าพ่อ

“ถ้ามันถึงที่สุดจริงๆ...แกต้องใจแข็งนะเอวา” ชมพูกระซิบพลางเปลี่ยนตำแหน่งถุงน้ำร้อนให้

“ยังพอมีเวลาแกไปนอนพักในห้องเถอะ นอนสักตื่นเดี๋ยวไปทำงานกันต่อ ส่วนเรื่องพ่ออย่างเพิ่งคิดอะไรตอนนี้เลยนะ”

ชมพูพยุงเอวาที่แทบจะหมดแรงเข้าไปในห้องนอนเล็กๆ เตียงนอนเก่าๆ ที่คุ้นเคยดูเหมือนจะเป็นที่ปลอดภัยที่เดียวในตอนนี้ เอวาล้มตัวลงนอนทั้งที่หยดน้ำตายังไม่แห้งเหือด เธอหลับตาลงด้วยความล้า แต่อาการปวดท้องจี๊ดๆ และเสียงข่มขู่ของพ่อยังคงดังก้องอยู่ในหัว จนกระทั่งความมืดมิดเข้าครอบงำสติของเธอไปในที่สุด ชมพูตั้งนาฬิกาปลุกก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงข้างๆ เพื่อน

กริ๊งงงงง! กริ๊งงงงง!

เสียงแผดร้องของนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือหัวเตียงดังสนั่นหวั่นไหวทำลายความเงียบงันภายในห้องนอนเล็กๆ เวลา 13:00 น. ตรงเป๊ะตามที่ชมพูตั้งไว้

เอวาสะดุ้งเฮือกลืมตาขึ้นมาในความสลัว แสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านเข้ามาดูสว่างจ้าจนเธอต้องหยีตา ร่างกายที่เพิ่งได้พักผ่อนไปเพียงไม่นานยังคงรู้สึกหนักอึ้ง ความเจ็บหน่วงที่ท้องน้อยแม้จะทุเลาลงบ้างแต่ก็ยังทิ้งรอยความล้าไว้ในทุกครั้งที่ขยับตัว

“อือ...!! บ่ายโมงแล้วเหรอ” ชมพูงัวเงียลุกขึ้นนั่ง พลางเอื้อมมือไปกดปิดเสียงนาฬิกาปลุกที่กำลังแผดเสียงดังระงม เธอหันไปมองเพื่อนรักที่นอนหน้านิ่งสนิท

“เอวา...เป็นไงบ้าง แกโอเคขึ้นไหม?”

เอวาไม่ตอบในทันที เธอค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นพิงหัวเตียง พลางหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูด้วยนิ้วที่สั่นเทา สิ่งแรกที่ปรากฏบนหน้าจอคือข้อความจากพ่อที่ทิ้งไว้เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน

ข้อความ…

พ่อ : จะบ่ายโมงแล้วนะเอวา เงินห้าหมื่นข้ายังไม่เห็นแม้แต่เงา ถ้าบ่ายสองยังไม่โอนมา แกเตรียมตัวโดนดีได้เลย!

ความกลัวค่อยๆ ก่อตัวขึ้นร่างบางมือไม้สั่นด้วยความหวาดกลัว ภาพวันที่เธอเคยโดนพ่อทำร้ายฉายซ้ำเข้ามาในหัวราวกับละครเรื่องยาวที่ไม่มีวันจบ

“พ่อส่งข้อความมาทวงอีกแล้วชมพู...” เอวาเอ่ยเสียงแหบพร่า ความวิตกกังวลพุ่งเข้าจู่โจมหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก

“เหลือเวลาอีกแค่ชั่วโมงเดียว ฉันจะไปหาเงินที่ไหนทัน”

“แกตั้งสติก่อนนะเอวา ใจเย็นๆ“ ชมพูรีบปลอบเพื่อนโดยที่เธอไม่รู้เลยว่าต้นเหตุของความกลัวที่เอวากำลังเผชิญอยู่มันสาหัสสากรรจ์มากแค่ไหน

“ฮึก! มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินห้าหมื่นหรอกชมพู...แต่มันคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ถ้าฉันไม่มีให้เขาต่างหาก” เอวาสะอึกสะอื้นจนตัวโยน เธอรวบขาสองข้างเข้าหาตัวแล้วซบหน้าลงกับหัวเข่า ร่างบางสั่นเทาจนชมพูต้องรีบเข้าไปโอบกอดไว้

“ทำไมแกต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะเอวา...” ชมพูทำได้เพียงลูบหลังเพื่อน น้ำตาคลอเบ้าด้วยความสงสาร แม้จะไม่รู้แน่ชัดว่าสิ่งที่เพื่อนสื่อสารออกมามันคืออะไรกันแน่แต่ชมพูก็ไม่คิดจะถามต่อ

“ตอนนี้แกไปแต่งตัวกันก่อนเถอะ ไปทำงานให้เสร็จจะได้เอาเงิน“ สองสาวลงจากเตียงไปล้างหน้าล้างตัวใหม่อีกครั้ง เอวาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอเดินไปที่หน้ากระจกเงาบานเก่า จ้องมองใบหน้าที่ไร้สีเลือดของตัวเองก่อนจะเริ่มบรรจงลงเครื่องสำอางเพื่อปกปิดร่องรอยความเหนื่อยล้า เธอเติมริมฝีปากด้วยสีชมพูอ่อนเพื่อให้ใบหน้าดูสดใส ปัดมาสคาร่าให้ดวงตาดูโฉบเฉี่ยวเหมือนทุกครั้งที่ออกไปทำงาน แต่มือที่ถือแปรงแต่งหน้านั้นกลับสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้

เอวาพยายามบังคับมือที่สั่นเทาให้ลากเส้นอายไลเนอร์อย่างใจเย็นที่สุด เธอต้องเป็น "เอวา" พริตตี้สาวผู้สมบูรณ์แบบต่อหน้าคนอื่น ไม่ใช่ผู้หญิงขี้แพ้ที่กำลังหวาดกลัวพ่อตัวเองจนตัวสั่นอยู่แบบนี้

“เสร็จหรือยังเอวา? แท็กซี่มารอหน้าบ้านแล้วนะ” เสียงชมพูตะโกนเร่งมาจากด้านนอก

“เสร็จแล้ว...” เอวาตอบพลางมองตัวเองในกระจกเป็นครั้งสุดท้าย แม้ภายนอกจะดูสวยสง่า แต่ในใจเธอกลับรุ่มร้อนเหมือนมีไฟสุม มือบางรีบโกยเครื่องสำอางลงกระเป๋าวิ่งออกจากห้องด้วยความรีบร้อน

รถแท็กซี่สีเหลืองที่ชมพูกดเรียกผ่านแอปเคลื่อนตัวออกจากซอยพัฒนา 10 ท่ามกลางความเร่งรีบ เอวานั่งตัวลีบอยู่เบาะหลัง ดวงตาคู่สวยคอยชำเลืองมองหน้าจอมือถือที่แสดงเวลา 13:30 น. ทุกนาทีที่ผ่านไปเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจ เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อไม่ให้ความตื่นตระหนกทำลายสมาธิในการทำงาน

“เอวา แกไหวนะ มือแกเย็นมากเลย” ชมพูเอื้อมมือมากุมมือเพื่อนไว้แน่น

“อืม...ฉันต้องไหว“ เธอพยักหน้าบอกเพื่อนและพยายามแยกระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกัน

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 242

    เขามองลูกทั้งสองที่ยืนจับมือกันอยู่ ก่อนยิ้มทั้งน้ำตา “ขอบคุณ…ที่ให้เฮียเป็นพ่อของลูก” “ขอบคุณ…ที่ให้เฮียเป็นสามีของหนู” “และไม่ว่าจะชาติไหน” “เฮียก็ยังเลือกหนู…คนเดิม” เสียงปรบมือดังกึกก้อง หลายคนถึงกับต้องเช็ดน้ำตา เมื่อได้ยินในสิ่งที่มาเฟียหนุ่มพูด เอวารับไมโครโฟนต่อ หญิงสาวสูดหายใจลึ

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 241

    หลายเดือนต่อมา… แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องผ่านกระจกสีของมหาวิหารหลังใหญ่ เสียงดนตรีบรรเลงเพลงหวานลอยคลอไปทั่วบริเวณงานแต่งงานที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติผู้นำตระกูลคิมสันยัง พื้นที่รอบงานถูกตกแต่งด้วยดอกกุหลาบสีขาวนับแสนดอก ผสมกับดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าอ่อนและลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์ โคมไฟคริสตัลระยิบระ

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 240

    มาเฟียหนุ่มมองลูกทั้งสองสลับกัน ก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยน “ต่อให้ทั้งโลกจะเรียกแด๊ดดี๊ว่ามาเฟีย…” เขาก้มลงแตะหน้าผากลูกทั้งสองเบา ๆ “แต่สำหรับลูก แด๊ดดี๊ก็เป็นแค่พ่อคนหนึ่ง ที่จะปกป้องรอยยิ้มของลูกไปตลอดชีวิต” ฟอด! “เฮียดีใจที่สุดที่ข้าง ๆ เฮียเป็นหนู” เขาหันไปหอมแก้มเอวาและเอ่ยบอก ลมเย็นพ

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 239

    1 ปีต่อมา… ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ “ไคเลอร์ มันร้อนลูก” “แอ้! อาว จาอาว” เด็กชายวัยหนึ่งขวบกว่า ๆ ยืนโงนเงนอยู่หน้าโต๊ะกลาง ดวงตากลมโตจ้องแก้วนมอุ่นในมือพ่อตาไม่กะพริบ มืออวบป้อมพยายามเอื้อมคว้าไม่หยุดเพราะเข้าใจว่าเป็นของตัวเอง “ไม่ได้ มันร้อน ของหม่ามี๊ แด๊ดดี๊ทำไว้ให้หม่ามี๊” “แอ้!! อาวว

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 238

    แง้! แง้! ไม่นานเสียงอ้อแอก็เปลี่ยนเป็นเสียงร้องงอแงคริสและภัทรถึงกับหุบยิ้มทั้งสองมองหน้าอาเธอร์เป็นตาเดียวกัน “เธอร์กูยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ” คริสรีบเอ่ยบอก “เออ หลานร้องทำไมวะ?” ภัทรเอ่ยขึ้น เขาก็แค่อุ้มเฉย ๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย “ขออนุญาตคะนาย ถึงเวลานมของนายน้อยแล้วค่ะ“ แม่บ้านสาวที่ได้รับ

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 237

    1 เดือนต่อมา… ห้องรับแขกภายในคฤหาสน์คิมสันยัง วันนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาของแขกคนสนิท เหตุผลมีเพียงข้อเดียว… ทุกคนตั้งใจมาเยี่ยมลูกแฝดตัวน้อยของอาเธอร์กับเอวา “โอ๊ย…หลานกู!” คริสเดินเข้ามาก่อนใคร พร้อมถุงของขวัญสำหรับเด็กกองโตจนเดลต้องรีบเข้าไปรับ “คุณคริสซื้อของมาเปิดร้านเด

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 4

    สายตาของเอวาเหม่อมองออกไปนอกกระจกรถแท็กซี่ที่กำลังฝ่าการจราจรติดขัดของกรุงเทพฯ ในใจภาวนาขอให้พระอาทิตย์หยุดเคลื่อนที่ หรือไม่ก็ขอให้รถติดนานกว่านี้อีกสักหน่อย เพื่อยืดเวลาการเผชิญหน้ากับความจริงที่น่ากลัวออกไป ณ ห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมือง ทันทีที่รถจอดสนิทหน้าประตูทางเข้า เอวาก้าวลงจากรถพร้อมพ

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 2

    เวลาต่อมา… [เวลา 11.30 น.] ร่างสูงของมาเฟียหนุ่ม อาเธอร์ คิมสันยัง (อาเธอร์) อายุ 35 ปี ฉายา ”พยัคฆ์น้ำแข็ง“ ความดุร้ายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา ไม่ค่อยพูดแต่ลงมือทีเดียวจบก้าวเท้าสุขุมเดินลงจากเวทีไปยังเพื่อพบปะพูดคุยกับแขกที่มาร่วมเปิดงานในวันนี้ “แสดงความยินดีด้วยนะครับคุณอาเธอร์ คอนโดโค

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 6

    อาเธอร์... บอสใหญ่แห่งอาณาจักรเอ็มไพร์ในชุดแจ็กเก็ตหนังสีดำสนิทกำลังยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า เขาเพิ่งลงจากการแข่งรถมาหมาดๆ เส้นผมสีเทาดูยุ่งเหยิงเล็กน้อยแต่กลับเพิ่มความดิบเถื่อนให้ใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบตึงนั้นดูอันตรายยิ่งขึ้นไปอีก รังสีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดดันจนเอวาแทบจะลืมวิธีหายใจ สายตาค

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 5

    “ระดับเอวาซะอย่าง สู้ตายอยู่แล้วพี่เกด!” เอวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามร่าเริง ก่อนจะคว้ากระเป๋าใบใหญ่แล้ววิ่งตามชมพูออกไปขึ้นรถตู้ของทีมงานที่จอดรออยู่ด้านหลังห้าง การทำงานของพวกเธอค่อนข้างดีมีรถรับส่งหากมีงานต่อช่วยประหยัดเวลาและค่ารถไปได้ส่วนหนึ่ง ภายในรถตู้ที่กำลังแล่นฝ่าการจราจรในยามบ่ายแก่

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status