مشاركة

บทที่ 4

last update تاريخ النشر: 2026-05-02 14:25:39

สายตาของเอวาเหม่อมองออกไปนอกกระจกรถแท็กซี่ที่กำลังฝ่าการจราจรติดขัดของกรุงเทพฯ ในใจภาวนาขอให้พระอาทิตย์หยุดเคลื่อนที่ หรือไม่ก็ขอให้รถติดนานกว่านี้อีกสักหน่อย เพื่อยืดเวลาการเผชิญหน้ากับความจริงที่น่ากลัวออกไป

ณ ห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมือง

ทันทีที่รถจอดสนิทหน้าประตูทางเข้า เอวาก้าวลงจากรถพร้อมพยายามเชิดหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณของการทำงาน ร่างบางเดินเข้าไปในพื้นที่จัดงานซึ่งกำลังวุ่นวายกับการเตรียมงานเปิดตัวคอนโดมิเนียมสุดหรูของบริษัท ‘เดอะ เอ็มไพร์“

“น้องเอวา! น้องชมพู! มาพอดีเลย รีบไปเปลี่ยนชุดเร็วเข้า” พี่เกิดโมเดลลิ่งสาวคนสนิทรีบถลาเข้ามาดึงตัวทั้งสองไปทางห้องแต่งตัว

“วันนี้เจ้าของโครงการจะมาดูงานด้วยนะ ห้ามพลาดเด็ดขาด!” พี่เกดเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าของโครงการที่ว่าคือใครเพราะตอนคุยงานเธอคุยผ่านทีมจัดงาน

เอวาพยักหน้ารับคำสั่งเหมือนหุ่นยนต์ เธอเดินเข้าไปหลังฉากกั้นพยายามไม่สนใจความสั่นเทาที่ปลายนิ้ว ทว่าขณะที่เธอกำลังจะสวมชุดเดรสรัดรูปสีทองหรูหรานั้นเอง...

ครืด... ครืด...

โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีข้อความ แต่เป็นการโทรเข้า เอวาจ้องมองหน้าจอด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังจ้องมองระเบิดที่กำลังจะทำงาน

“พ่อ...” เธอพึมพำเสียงแผ่วก่อนจะตัดสินใจกดปิดเครื่องมือถือเพื่อตัดปัญหาไว้ชั่วคราว

“พ่อโทรมาอีกแล้วเหรอ?” ชมพูเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเพื่อนก็เดินมาถามด้วยความเป็นห่วง

“อืม เราปิดมือถือแล้วแหละไม่งั้นไม่มีสมาธิทำงานแน่เลย เออ! ชมพูงานเปิดตัวคอนโดอีกแล้วเหรอ?” เอวาเอ่ยถามเพื่อนออกไป มีงานเข้ามาเธอก็รับอย่างเดียวโดยไม่มีการซักถามว่ามันคืองานอะไรเห็นเป็นเงินเธอก็รับหมด

“ใช่ งานเปิดตัวโครงการ เดอะ เอ็มไพร์ เรสซิเดนซ์ ไง ที่เขาลือกันว่าห้องที่ถูกที่สุดก็ราคาแปดหลักแล้ว” ชมพูตอบพลางรูดซิปชุดเดรสของตัวเองขึ้น

“เห็นว่าเจ้าของโครงการนี้เข้ม เป๊ะสุดๆ แต่รวยระดับประเทศเลยนะ ถ้าเราทำงานนี้ผ่านประวัติการทำงานของเราจะพุ่งกระฉูดแน่นอน”

เอวานิ่งไปครู่หนึ่ง คำว่า เดอะ เอ็มไพร์ ทำให้เธอนึกถึงความหรูหราที่เกินเอื้อม และก็นึกถึงใครบางคน...ที่มีสายตาคมปราบเหมือนเสือ

“พยายามอย่าคิดเรื่องพ่อเลยนะเอวา เดี๋ยวจะไม่มีสมาธิในการทำงาน” ชมพูตบไหล่เพื่อนเบาๆ ก่อนจะยื่นลิปสติกแท่งโปรดให้ เอวารับลิปสติกมาถือไว้ แต่ปลายนิ้วที่สั่นน้อยๆ แทบจะประคองแท่งลิปสติกไม่อยู่ เธอพยายามสูดลมหายใจลึกๆ เรียกความมั่นใจที่แตกสลายให้กลับคืนมา พลางบอกตัวเองว่า

"นี่คือเวทีของแกเอวา...แกต้องรอด"

“พร้อมกันไหมจ๊ะ?” เสียงพี่เกดเอ่ยถามหลังจากออกไปดูความพร้อมด้านนอกมา

“พร้อมค่ะ! พร้อมค่ะ!” สองสาวประสานเสียงตอบพร้อมกัน

“น้องเอวาดีขึ้นแล้วใช่ไหม?”

“ดีขึ้นเยอะแล้วค่ะ เมื่อกี้ก็เพิ่งกินยาเข้าไปทำงานงานได้สบายค่ะ”

“เก่งมากจ้ะ น่ารักที่สุดพร้อมก็ไปเตรียมตัวรอได้เลยค่ะ” สองสาวเดินออกไปยืนรอหลังเวทีในจุดที่พนักงานเตรียมเอาไว้ กระทั่ง…

[เวลา 14:00 น.]

แสงไฟสปอตไลต์ในฮอลล์จัดงานสว่างจ้าจนดูแสบตา เอวาในชุดเดรสรัดรูปสีทองระยิบระยับยืนเด่นอยู่บนแท่นโชว์แบบจำลองคอนโดมิเนียม ใบหน้าของเธอถูกแต่งแต้มจนไร้ที่ติ กลางวงล้อมของสื่อมวลชนและมหาเศรษฐี รอยยิ้มพิมพ์ใจถูกส่งให้แขกเหรื่อและสื่อมวลชนอย่างมืออาชีพ จนไม่มีใครดูออกเลยว่าภายใต้ชุดสวยนี้ หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวด้วยความหวาดระแวงมากแค่ไหน เธอกลัวว่าพ่อจะรู้สถานที่ทำงานและบุกมาอาละวาดเธอถึงที่นี่

“ท่านประธานมาถึงแล้วครับ!”

เสียงกระซิบจากทีมงานออร์แกไนเซอร์ทำให้บรรยากาศในฮอลล์ดูเคร่งขรึมขึ้นทันตา ฝูงชนเริ่มแหวกทางออก เผยให้เห็นร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเทาเข้มเนี้ยบกริบ อาเธอร์ก้าวเข้ามาในงานด้วยท่าทีนิ่งสงบ ทว่ารังสีอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้เอวาเผลอหยุดหายใจไปชั่วขณะ

สายตาคมกริบดุจเสือร้ายคู่นั้นกวาดมองไปทั่วงาน ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ร่างบางบนเวที...เขามองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก แต่มันกลับทำให้เอวารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่

“เขาอีกแล้วเหรอ!” เอวาพึมพำเบาๆ กับตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อสายตาว่างานนี้จะเป็นของเขาอีก

“โห…รวยแค่ไหนกันนะเปิดให้จองคอนโดหรูถึงสองที่ในวันเดียวกัน” ชมพูเองก็ตาค้างไม่อยากจะเชื่อสายตาเช่นกัน สองสาวยืนนิ่งเป็นหลักกิโลอยู่ที่เดิม

ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะเมื่อสายตาของอาเธอร์ปะทะเข้ากับดวงตาที่สั่นระริกของเอวา แม้เธอจะพยายามปั้นยิ้มสวยหรูขนาดไหน แต่มาเฟียอย่างอาเธอร์มองเห็นไปถึงความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้รองพื้นราคาแพงนั้นได้อย่างง่ายดาย

เขาก้าวเดินอย่างมั่นคงตรงมายังจุดที่เธอยืนอยู่ ทุกย่างก้าวดูหนักแน่นจนเอวารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวกำลังถูกแย่งชิงไป สองขาเรียวถอยห่างจากจุดที่เขายืนโดยอัตโนมัติเพราะเธอรู้สึกหวาดกลัวผู้ชายคนนี้มากเหลือเกิน สายตาของเขาดูน่ากลัวเหมือนเขาไม่ใช่คน

อาเธอร์หยุดยืนอยู่ตรงหน้าแท่นโชว์ ห่างจากเอวาเพียงไม่กี่ช่วงแขน เขาไม่แม้แต่จะขยับปากทักทายหรือส่งยิ้มตามมารยาททางธุรกิจ ใบหน้าคมเข้มนั้นเรียบตึงดุจรูปสลักน้ำแข็ง มีเพียงสายตาคมกริบที่ตวัดมองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความนิ่งเฉย ทว่ากลับสร้างความกดดันมหาศาลจนเอวาแทบจะลืมวิธีหายใจ

เขายืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้ความเงียบทำงานของมันไป สายตาเสือร้ายคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเอวา ราวกับกำลังสำรวจรอยร้าวภายใต้หน้ากากนางพญาที่เธอเพิ่งฉาบไว้ ความเงียบของเขาน่ากลัวยิ่งกว่าคำดุด่า มันคือความสงบก่อนพายุใหญ่จะเข้าโถมกระหน่ำ

ท่ามกลางความเงียบสนิทที่ดูจะเย็นเยียบกว่าอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศในฮอลล์ มาเฟียหนุ่มที่พวงด้วยตำแหน่งนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยืนอยู่เบื้องหน้าไมโครโฟน สายตาคมกริบกวาดมองไปที่แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนอย่างนิ่งเฉย

เขาไม่ได้เริ่มด้วยการทักทายอย่างเป็นกันเอง และไม่มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า

“เดอะ เอ็มไพร์ เรสซิเดนซ์...ไม่ใช่โครงการที่ถูกสร้างมาเพื่อทุกคน”

น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเฉียบของอาเธอร์ดังกังวานไปทั่วห้องโถง ดึงดูดทุกสายตาให้สยบอยู่แทบเท้าเขา

“ที่นี่ไม่ได้ขายเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่เราขาย ‘อำนาจ’ และ ‘การคัดกรอง’ โลกภายนอกอาจจะวุ่นวายและเต็มไปด้วยความโสโครก...แต่ทันทีที่คุณก้าวเข้าสู่เขตของอาณาจักรเอ็มไพร์ สิ่งเหล่านั้นจะถูกกำจัดออกไปให้พ้นจากสายตาคุณทันที”

เขานิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาเสือร้ายจงใจตวัดไปมองเอวาที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างแบบจำลอง ราวกับจะเน้นย้ำถึงคำว่า ‘ความโสโครก’ ที่เขาเพิ่งพูดออกมา

“ผมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวเป็นอันดับหนึ่ง ความผิดพลาดแม้เพียงนิดเดียว...คือสิ่งที่ผมไม่ยอมให้เกิดขึ้นในพื้นที่ของผม ใครก็ตามที่ไม่เหมาะสมจะอยู่ที่นี่ จะถูกกำจัดออกไปอย่างไม่มีข้อยกเว้น”

อาเธอร์ปรายตามองไปทั่วฮอลล์อีกครั้ง รังสีความโหดร้ายและเผด็จการทำให้แขกเหรื่อหลายคนถึงกับเผลอกลั้นหายใจ

“ถ้าคุณต้องการสิ่งที่ดีที่สุด และมีความสามารถพอที่จะแลกกับมัน...ยินดีต้อนรับสู่เดอะ เอ็มไพร์”

เขาพูดจบเพียงเท่านั้น ก่อนจะเดินลงจากเวทีไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ใครหรือนักข่าวได้ซักถาม ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดันและสายตาที่เย็นเยียบแตกต่างจากเมื่อเช้าราวกับคนละคน

“เหมือนไม่ใช่คนเมื่อเช้าเลยอะ เมื่อเช้าเขายังถ่ายรูปยิ้มให้ตากล้อง…ถึงจะเป็นยิ้มธุรกิจก็เถอะ“ ชมพูเอ่ยขึ้นก่อนจะเว้นจังหวะไว้ครู่หนึ่งและพูดในประโยคหลังออกมา สองสาวยืนมองร่างหนาที่ทรงอำนาจเดินลงไปจิบแชมเปญเปิดงานกับแขกมหาเศรษฐีด้วยความไม่เข้าใจว่าคนๆ เดียวกันจะมีมุมเคร่งขรึมที่แตกต่างได้ขนาดเลยเหรอ

เอวาพยายามอย่างยิ่งที่จะดึงสติตัวเองกลับมา เมื่อกลุ่มแขกมหาเศรษฐีในชุดราตรีและสูทหรูเริ่มเดินเข้ามาล้อมรอบแบบจำลองคอนโดมิเนียม สายตาของแขกเหล่านั้นเต็มไปด้วยความคาดหวังและต้องการรายละเอียดที่คู่ควรกับเงินมหาศาลที่พวกเขาต้องจ่าย

แม้ในหัวจะยังกังวลเรื่องพ่อ และสายตาของอาเธอร์ที่ยังคงปัดผ่านเธอไปมาอย่างเย็นชา แต่สัญชาตญาณมืออาชีพทำให้เอวาสูบลมหายใจเข้าลึก ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวพร้อมรอยยิ้มที่ฝึกฝนมาอย่างดี

“ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ความเหนือระดับของ The Empire Residence (เดอะ เอ็มไพร์ เรสซิเดนซ์) ค่ะ” เสียงหวานกังวานของเธอเริ่มดึงดูดความสนใจจากคนรอบข้าง

“ที่นี่เราไม่ได้นำเสนอเพียงแค่ที่พักอาศัย แต่เรากำลังมอบ ‘อาณาจักรส่วนตัว’ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดเช่นทุกท่านค่ะ”

เอวาใช้ปลายนิ้วเรียวสวยชี้ไปยังแบบจำลองห้องชุดชั้นเพนต์เฮาส์ที่ตั้งอยู่บนยอดสูงสุดของตึก

“สำหรับห้องชุดสุดหรูที่เราภูมิใจนำเสนอ คือห้องแบบ เดอะ ซอฟเวอรีน สวีท ค่ะ พื้นที่ใช้สอยขนาดกว่า 500 ตารางเมตร ถูกออกแบบมาในสไตล์ โมเดิร์น ลักชูรี เน้นการใช้หินอ่อนนำเข้าจากอิตาลีและกระจกกันกระสุนคุณภาพสูงที่สูงตั้งแต่พื้นจรดเพดาน เพื่อให้ท่านได้รับชมทัศนียภาพของกรุงเทพแบบ 360 องศา โดยไร้สิ่งรบกวนสายตาค่ะ”

เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย เมื่อเห็นแขกหลายคนเริ่มพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“จุดเด่นที่สุดคือระบบ อัลตรา ไพรเวท อินเทลลิเจนซ์ ค่ะ ทุกตารางนิ้วในห้องชุดถูกควบคุมด้วยระบบสั่งการอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับความปลอดภัยส่วนกลางของอาณาจักรเอ็มไพร์โดยตรง ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของท่านประธานอาเธอร์... ที่ต้องการให้พื้นที่แห่งนี้ ‘คัดกรอง’ และปกป้องความเป็นส่วนตัวของท่านอย่างเด็ดขาดที่สุด แขกที่ไม่ได้รับอนุญาตจะไม่มีวันเข้าถึงอาณาเขตของท่านได้แม้แต่ก้าวเดียวค่ะ”

คำพูดของเธอที่จงใจหยิบยกประเด็นเรื่อง ‘การกำจัดสิ่งโสโครก’ ตามคำพูดของอาเธอร์ขึ้นมา ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังถือแก้วแชมเปญอยู่อีกด้านของฮอลล์ชะงักมือเล็กน้อย เขาปรายตาคมกริบมองมายังพริตตี้สาวที่กำลังทำหน้าที่ได้อย่างไร้ที่ติ แววตาของเขาดูเข้มขึ้นจนน่าขนลุก

“นอกจากนี้ยังมีลิฟต์ส่วนตัวที่ส่งตรงถึงห้องโถงภายในห้องชุด และสระว่ายน้ำลอยฟ้าส่วนตัวระบบเกลือที่ถูกดีไซน์ให้เหมือนน้ำตกที่หลั่งไหลมาจากยอดตึก... ทุกท่านคะ หากความสงบและการปกครองเหนือโลกภายนอกคือสิ่งที่ท่านมองหา เดอะ เอ็มไพร์ เรสซิเดนซ์ คือคำตอบเดียวที่คุณจะปฏิเสธไม่ได้ค่ะ”

เมื่อสิ้นประโยค แขกหลายท่านเริ่มสอบถามเรื่องราคาและการจองห้องชุดทันที พี่เกดและทีมงานออร์แกไนเซอร์ถึงกับลอบระบายลมหายใจที่เอวาสามารถประคองสถานการณ์ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม

หลังจากการนำเสนอจบลงอย่างสวยงาม เอวาและชมพูรีบปลีกตัวออกมาที่ห้องแต่งตัวทันทีที่หมดหน้าที่ พี่เกดเดินตามเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพลางยื่นซองเอกสารให้ทั้งสองคน

“เก่งมากจ๊ะเอวา ชมพู งานนี้ท่านประธานพอใจมากเลยนะ ถึงเขาจะดูดุไปหน่อยแต่ผลตอบรับจากแขกดีเกินคาดเลย” พี่เกดตบไหล่เอวาเบาๆ

“นี่จ้ะ...ค่าตัวของงานนี้ พี่จัดการให้เป็นพิเศษเลยนะ”

เอวารับซองมาพลางมือสั่นเล็กน้อย เงินก้อนนี้ช่วยต่อลมหายใจให้เธอได้อีกนิด แต่เธอก็รู้ดีว่ามันยังไม่เพียงพอสำหรับหนี้ก้อนใหญ่ของพ่อที่รออยู่

“ขอบคุณมากค่ะพี่เกด...แต่เอวาต้องรีบไปแล้วนะคะ งานที่สามรออยู่ค่ะ” เอวารีบเปลี่ยนชุดเดรสสีทองหรูหราออก สลัดคราบนางพญาผู้สูงศักดิ์ออกไปอย่างรวดเร็ว

“งานแข่งรถใช่ไหม?” พี่เกดถาม

“ใช่ค่ะ” เอวาตอบพลางรีบเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อครอปเอวลอยสีดำแดงและกางเกงขาสั้นหนังรัดรูปตามสไตล์ ‘เรซควีน’ (Race Queen)

“งานนี้ต้องสู้ตายนะจ๊ะ ร้อนสุดๆ และเห็นว่าเจ้าของสนามจ่ายหนักมาก แต่คนก็เยอะและวุ่นวายสุดๆ เหมือนกันระวังตัวกันด้วยละ” พี่เกดเอ่ยบอกทั้งสองขึ้นอีกครั้งและไม่ลืมกำชับเรื่องความปลอดภัยเพราะสนามแข่งคนค่อนข้างเยอะอีกทั้งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 225

    คริสหลุดหัวเราะเสียงดัง ฮ่า~ “เฮ้ย!” “นี่เมียท้องหรือผัวท้องวะ” ภัทรยืนกอดอกส่ายหน้า “กูว่ามึงท้องแทนเมียมากกว่า” เอวาหัวเราะคิกคัก ก่อนจะเงยหน้าไปบอกพี่ ๆ ทั้งสอง “หนูยังเดินช้อปปิ้งได้สบายเลยค่ะ” “ตกลง…” คริสเดินเข้าไปนั่งก่อนจะหยิบผลไม้ในจานกิน ‘ของกินของคนแพ้ท้องมันอร่อยทุกอย่างจริ

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 224

    สองเดือนต่อมา… ท้องของเอวาเริ่มนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ร่างบางในชุดเดรสสีครีมเดินลงบันไดด้วยใบหน้าสดใส ผิวพรรณเปล่งปลั่งจนแม่บ้านทั้งคฤหาสน์อดชมไม่ได้ อาเธอร์กับเอวายังคงพักอยู่ที่บ้านพ่อกับแม่ในประเทศที่สาม เนื่องจากเหล่าแม่บ้านต่างพากันรั้งไว้ เพราะตั้งแต่เอวาเข้ามาอยู่ที่นี่ คฤหาสน์ที่เคยเงียบ

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 223

    “มึงกำลังยิ้ม” “ผมยิ้มให้กำลังใจครับ” ฮ่า~ ไซที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หลุดหัวเราะพรืดออกมาอีกครั้ง ถ้าเป็นเขาคงไม่ทันแต่นี่เป็นเดลแถไปได้น้ำขุ่น ๆ ก่อนจะรีบยกมือปิดปาก แต่ก็ไม่ทันอาเธอร์หันขวับไปมองทันที “ไซ” “ครับนาย” “อยากไปวิ่งออกกำลังกายรอบบ้านสักร้อยรอบไหม” “ไม่อยากครับ” “งั้นก็หุบปาก เลิ

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 222

    1 ชั่วโมงต่อมา… รถยนต์กลับเข้ามายังคฤหาสน์ ทันทีที่ก้าวเข้าบ้าน เอวาก็หันมายิ้มหวานจนตาหยี ขณะที่กลิ่นส้มตำลอยคละคลุ้งเข้ามาตั้งแต่หน้าประตูแต่ทว่าคนที่กำลังแพ้ท้องอยู่รีบเอามือปิดปากปิดจมูก “อึก! กลิ่นอะไรว่ะ หนูตายที่ไหน คนสวนไปไหน ทำไมปล่อยให้เหม็นขนาดนี้” มาเฟียหนุ่มพูดอย่างหัวเสียเสียงอู้อี

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 221

    อาเธอร์ถูกพาไปตรวจอย่างละเอียด ทั้งตรวจเลือด ตรวจคลื่นหัวใจ ตรวจระบบทางเดินอาหาร รวมถึงสแกนร่างกายหลายรายการ ทว่าไม่ว่าจะตรวจอย่างไร ผลทุกอย่างกลับออกมาปกติ ภายในห้องพักผู้ป่วยพิเศษ อาเธอร์นั่งพิงหัวเตียงด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ แขนข้างหนึ่งมีสายน้ำเกลือติดอยู่ ขณะที่เอวานั่งอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 220

    “เฮียไหวไหมคะ” เอวายืนลูบแผ่นหลังหนาของคนรักด้วยความเป็นห่วง ขณะที่มาเฟียหนุ่มก็ยังคงก้มตัวอยู่ใต้ต้นไม้ข้างทาง ใบหน้าหล่อซีดเซียวจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของมาเฟียผู้เย็นชาที่ใคร ๆ ต่างหวาดกลัว “เฮียไหว…” เขาพยายามตอบเสียงเข้ม ทว่าคำพูดยังไม่ทันขาดจากปาก อาการคลื่นไส้ก็แล่นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคออีก

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 2

    เวลาต่อมา… [เวลา 11.30 น.] ร่างสูงของมาเฟียหนุ่ม อาเธอร์ คิมสันยัง (อาเธอร์) อายุ 35 ปี ฉายา ”พยัคฆ์น้ำแข็ง“ ความดุร้ายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา ไม่ค่อยพูดแต่ลงมือทีเดียวจบก้าวเท้าสุขุมเดินลงจากเวทีไปยังเพื่อพบปะพูดคุยกับแขกที่มาร่วมเปิดงานในวันนี้ “แสดงความยินดีด้วยนะครับคุณอาเธอร์ คอนโดโค

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 1

    ณ บ้านเช่าหลังเล็ก [เวลา 06.00 น.] ในห้องนอนบนชั้นสองของบ้านไม้เก่า ๆ แสงแดดอ่อน ๆ ในตอนเช้าลอดผ่านช่องว่างของหน้าต่างไม้เข้ามา ดวงตาคู่สวยกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับหาแสงสักครู่ “อือ…ตื่นก่อนนาฬิกาปลุกอีกแล้วเหรอ“ เธอเอ่ยพึมพำพลางบิดขี้เกียจไปมาอยู่บนเตียง ’ชีวิตเจ้ากรรมตื่นก่อนนาฬิกาทุกวัน’ เอวา ล

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 6

    อาเธอร์... บอสใหญ่แห่งอาณาจักรเอ็มไพร์ในชุดแจ็กเก็ตหนังสีดำสนิทกำลังยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า เขาเพิ่งลงจากการแข่งรถมาหมาดๆ เส้นผมสีเทาดูยุ่งเหยิงเล็กน้อยแต่กลับเพิ่มความดิบเถื่อนให้ใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบตึงนั้นดูอันตรายยิ่งขึ้นไปอีก รังสีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดดันจนเอวาแทบจะลืมวิธีหายใจ สายตาค

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 5

    “ระดับเอวาซะอย่าง สู้ตายอยู่แล้วพี่เกด!” เอวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามร่าเริง ก่อนจะคว้ากระเป๋าใบใหญ่แล้ววิ่งตามชมพูออกไปขึ้นรถตู้ของทีมงานที่จอดรออยู่ด้านหลังห้าง การทำงานของพวกเธอค่อนข้างดีมีรถรับส่งหากมีงานต่อช่วยประหยัดเวลาและค่ารถไปได้ส่วนหนึ่ง ภายในรถตู้ที่กำลังแล่นฝ่าการจราจรในยามบ่ายแก่

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status