สายตาของเอวาเหม่อมองออกไปนอกกระจกรถแท็กซี่ที่กำลังฝ่าการจราจรติดขัดของกรุงเทพฯ ในใจภาวนาขอให้พระอาทิตย์หยุดเคลื่อนที่ หรือไม่ก็ขอให้รถติดนานกว่านี้อีกสักหน่อย เพื่อยืดเวลาการเผชิญหน้ากับความจริงที่น่ากลัวออกไป
ณ ห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมือง
ทันทีที่รถจอดสนิทหน้าประตูทางเข้า เอวาก้าวลงจากรถพร้อมพยายามเชิดหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณของการทำงาน ร่างบางเดินเข้าไปในพื้นที่จัดงานซึ่งกำลังวุ่นวายกับการเตรียมงานเปิดตัวคอนโดมิเนียมสุดหรูของบริษัท ‘เดอะ เอ็มไพร์“
“น้องเอวา! น้องชมพู! มาพอดีเลย รีบไปเปลี่ยนชุดเร็วเข้า” พี่เกิดโมเดลลิ่งสาวคนสนิทรีบถลาเข้ามาดึงตัวทั้งสองไปทางห้องแต่งตัว
“วันนี้เจ้าของโครงการจะมาดูงานด้วยนะ ห้ามพลาดเด็ดขาด!” พี่เกดเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าของโครงการที่ว่าคือใครเพราะตอนคุยงานเธอคุยผ่านทีมจัดงาน
เอวาพยักหน้ารับคำสั่งเหมือนหุ่นยนต์ เธอเดินเข้าไปหลังฉากกั้นพยายามไม่สนใจความสั่นเทาที่ปลายนิ้ว ทว่าขณะที่เธอกำลังจะสวมชุดเดรสรัดรูปสีทองหรูหรานั้นเอง...
ครืด... ครืด...
โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีข้อความ แต่เป็นการโทรเข้า เอวาจ้องมองหน้าจอด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังจ้องมองระเบิดที่กำลังจะทำงาน
“พ่อ...” เธอพึมพำเสียงแผ่วก่อนจะตัดสินใจกดปิดเครื่องมือถือเพื่อตัดปัญหาไว้ชั่วคราว
“พ่อโทรมาอีกแล้วเหรอ?” ชมพูเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเพื่อนก็เดินมาถามด้วยความเป็นห่วง
“อืม เราปิดมือถือแล้วแหละไม่งั้นไม่มีสมาธิทำงานแน่เลย เออ! ชมพูงานเปิดตัวคอนโดอีกแล้วเหรอ?” เอวาเอ่ยถามเพื่อนออกไป มีงานเข้ามาเธอก็รับอย่างเดียวโดยไม่มีการซักถามว่ามันคืองานอะไรเห็นเป็นเงินเธอก็รับหมด
“ใช่ งานเปิดตัวโครงการ เดอะ เอ็มไพร์ เรสซิเดนซ์ ไง ที่เขาลือกันว่าห้องที่ถูกที่สุดก็ราคาแปดหลักแล้ว” ชมพูตอบพลางรูดซิปชุดเดรสของตัวเองขึ้น
“เห็นว่าเจ้าของโครงการนี้เข้ม เป๊ะสุดๆ แต่รวยระดับประเทศเลยนะ ถ้าเราทำงานนี้ผ่านประวัติการทำงานของเราจะพุ่งกระฉูดแน่นอน”
เอวานิ่งไปครู่หนึ่ง คำว่า เดอะ เอ็มไพร์ ทำให้เธอนึกถึงความหรูหราที่เกินเอื้อม และก็นึกถึงใครบางคน...ที่มีสายตาคมปราบเหมือนเสือ
“พยายามอย่าคิดเรื่องพ่อเลยนะเอวา เดี๋ยวจะไม่มีสมาธิในการทำงาน” ชมพูตบไหล่เพื่อนเบาๆ ก่อนจะยื่นลิปสติกแท่งโปรดให้ เอวารับลิปสติกมาถือไว้ แต่ปลายนิ้วที่สั่นน้อยๆ แทบจะประคองแท่งลิปสติกไม่อยู่ เธอพยายามสูดลมหายใจลึกๆ เรียกความมั่นใจที่แตกสลายให้กลับคืนมา พลางบอกตัวเองว่า
"นี่คือเวทีของแกเอวา...แกต้องรอด"
“พร้อมกันไหมจ๊ะ?” เสียงพี่เกดเอ่ยถามหลังจากออกไปดูความพร้อมด้านนอกมา
“พร้อมค่ะ! พร้อมค่ะ!” สองสาวประสานเสียงตอบพร้อมกัน
“น้องเอวาดีขึ้นแล้วใช่ไหม?”
“ดีขึ้นเยอะแล้วค่ะ เมื่อกี้ก็เพิ่งกินยาเข้าไปทำงานงานได้สบายค่ะ”
“เก่งมากจ้ะ น่ารักที่สุดพร้อมก็ไปเตรียมตัวรอได้เลยค่ะ” สองสาวเดินออกไปยืนรอหลังเวทีในจุดที่พนักงานเตรียมเอาไว้ กระทั่ง…
[เวลา 14:00 น.]
แสงไฟสปอตไลต์ในฮอลล์จัดงานสว่างจ้าจนดูแสบตา เอวาในชุดเดรสรัดรูปสีทองระยิบระยับยืนเด่นอยู่บนแท่นโชว์แบบจำลองคอนโดมิเนียม ใบหน้าของเธอถูกแต่งแต้มจนไร้ที่ติ กลางวงล้อมของสื่อมวลชนและมหาเศรษฐี รอยยิ้มพิมพ์ใจถูกส่งให้แขกเหรื่อและสื่อมวลชนอย่างมืออาชีพ จนไม่มีใครดูออกเลยว่าภายใต้ชุดสวยนี้ หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวด้วยความหวาดระแวงมากแค่ไหน เธอกลัวว่าพ่อจะรู้สถานที่ทำงานและบุกมาอาละวาดเธอถึงที่นี่
“ท่านประธานมาถึงแล้วครับ!”
เสียงกระซิบจากทีมงานออร์แกไนเซอร์ทำให้บรรยากาศในฮอลล์ดูเคร่งขรึมขึ้นทันตา ฝูงชนเริ่มแหวกทางออก เผยให้เห็นร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเทาเข้มเนี้ยบกริบ อาเธอร์ก้าวเข้ามาในงานด้วยท่าทีนิ่งสงบ ทว่ารังสีอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้เอวาเผลอหยุดหายใจไปชั่วขณะ
สายตาคมกริบดุจเสือร้ายคู่นั้นกวาดมองไปทั่วงาน ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ร่างบางบนเวที...เขามองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก แต่มันกลับทำให้เอวารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่
“เขาอีกแล้วเหรอ!” เอวาพึมพำเบาๆ กับตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อสายตาว่างานนี้จะเป็นของเขาอีก
“โห…รวยแค่ไหนกันนะเปิดให้จองคอนโดหรูถึงสองที่ในวันเดียวกัน” ชมพูเองก็ตาค้างไม่อยากจะเชื่อสายตาเช่นกัน สองสาวยืนนิ่งเป็นหลักกิโลอยู่ที่เดิม
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะเมื่อสายตาของอาเธอร์ปะทะเข้ากับดวงตาที่สั่นระริกของเอวา แม้เธอจะพยายามปั้นยิ้มสวยหรูขนาดไหน แต่มาเฟียอย่างอาเธอร์มองเห็นไปถึงความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้รองพื้นราคาแพงนั้นได้อย่างง่ายดาย
เขาก้าวเดินอย่างมั่นคงตรงมายังจุดที่เธอยืนอยู่ ทุกย่างก้าวดูหนักแน่นจนเอวารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวกำลังถูกแย่งชิงไป สองขาเรียวถอยห่างจากจุดที่เขายืนโดยอัตโนมัติเพราะเธอรู้สึกหวาดกลัวผู้ชายคนนี้มากเหลือเกิน สายตาของเขาดูน่ากลัวเหมือนเขาไม่ใช่คน
อาเธอร์หยุดยืนอยู่ตรงหน้าแท่นโชว์ ห่างจากเอวาเพียงไม่กี่ช่วงแขน เขาไม่แม้แต่จะขยับปากทักทายหรือส่งยิ้มตามมารยาททางธุรกิจ ใบหน้าคมเข้มนั้นเรียบตึงดุจรูปสลักน้ำแข็ง มีเพียงสายตาคมกริบที่ตวัดมองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความนิ่งเฉย ทว่ากลับสร้างความกดดันมหาศาลจนเอวาแทบจะลืมวิธีหายใจ
เขายืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้ความเงียบทำงานของมันไป สายตาเสือร้ายคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเอวา ราวกับกำลังสำรวจรอยร้าวภายใต้หน้ากากนางพญาที่เธอเพิ่งฉาบไว้ ความเงียบของเขาน่ากลัวยิ่งกว่าคำดุด่า มันคือความสงบก่อนพายุใหญ่จะเข้าโถมกระหน่ำ
ท่ามกลางความเงียบสนิทที่ดูจะเย็นเยียบกว่าอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศในฮอลล์ มาเฟียหนุ่มที่พวงด้วยตำแหน่งนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยืนอยู่เบื้องหน้าไมโครโฟน สายตาคมกริบกวาดมองไปที่แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนอย่างนิ่งเฉย
เขาไม่ได้เริ่มด้วยการทักทายอย่างเป็นกันเอง และไม่มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า
“เดอะ เอ็มไพร์ เรสซิเดนซ์...ไม่ใช่โครงการที่ถูกสร้างมาเพื่อทุกคน”
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเฉียบของอาเธอร์ดังกังวานไปทั่วห้องโถง ดึงดูดทุกสายตาให้สยบอยู่แทบเท้าเขา
“ที่นี่ไม่ได้ขายเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่เราขาย ‘อำนาจ’ และ ‘การคัดกรอง’ โลกภายนอกอาจจะวุ่นวายและเต็มไปด้วยความโสโครก...แต่ทันทีที่คุณก้าวเข้าสู่เขตของอาณาจักรเอ็มไพร์ สิ่งเหล่านั้นจะถูกกำจัดออกไปให้พ้นจากสายตาคุณทันที”
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาเสือร้ายจงใจตวัดไปมองเอวาที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างแบบจำลอง ราวกับจะเน้นย้ำถึงคำว่า ‘ความโสโครก’ ที่เขาเพิ่งพูดออกมา
“ผมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวเป็นอันดับหนึ่ง ความผิดพลาดแม้เพียงนิดเดียว...คือสิ่งที่ผมไม่ยอมให้เกิดขึ้นในพื้นที่ของผม ใครก็ตามที่ไม่เหมาะสมจะอยู่ที่นี่ จะถูกกำจัดออกไปอย่างไม่มีข้อยกเว้น”
อาเธอร์ปรายตามองไปทั่วฮอลล์อีกครั้ง รังสีความโหดร้ายและเผด็จการทำให้แขกเหรื่อหลายคนถึงกับเผลอกลั้นหายใจ
“ถ้าคุณต้องการสิ่งที่ดีที่สุด และมีความสามารถพอที่จะแลกกับมัน...ยินดีต้อนรับสู่เดอะ เอ็มไพร์”
เขาพูดจบเพียงเท่านั้น ก่อนจะเดินลงจากเวทีไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ใครหรือนักข่าวได้ซักถาม ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดันและสายตาที่เย็นเยียบแตกต่างจากเมื่อเช้าราวกับคนละคน
“เหมือนไม่ใช่คนเมื่อเช้าเลยอะ เมื่อเช้าเขายังถ่ายรูปยิ้มให้ตากล้อง…ถึงจะเป็นยิ้มธุรกิจก็เถอะ“ ชมพูเอ่ยขึ้นก่อนจะเว้นจังหวะไว้ครู่หนึ่งและพูดในประโยคหลังออกมา สองสาวยืนมองร่างหนาที่ทรงอำนาจเดินลงไปจิบแชมเปญเปิดงานกับแขกมหาเศรษฐีด้วยความไม่เข้าใจว่าคนๆ เดียวกันจะมีมุมเคร่งขรึมที่แตกต่างได้ขนาดเลยเหรอ
เอวาพยายามอย่างยิ่งที่จะดึงสติตัวเองกลับมา เมื่อกลุ่มแขกมหาเศรษฐีในชุดราตรีและสูทหรูเริ่มเดินเข้ามาล้อมรอบแบบจำลองคอนโดมิเนียม สายตาของแขกเหล่านั้นเต็มไปด้วยความคาดหวังและต้องการรายละเอียดที่คู่ควรกับเงินมหาศาลที่พวกเขาต้องจ่าย
แม้ในหัวจะยังกังวลเรื่องพ่อ และสายตาของอาเธอร์ที่ยังคงปัดผ่านเธอไปมาอย่างเย็นชา แต่สัญชาตญาณมืออาชีพทำให้เอวาสูบลมหายใจเข้าลึก ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวพร้อมรอยยิ้มที่ฝึกฝนมาอย่างดี
“ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ความเหนือระดับของ The Empire Residence (เดอะ เอ็มไพร์ เรสซิเดนซ์) ค่ะ” เสียงหวานกังวานของเธอเริ่มดึงดูดความสนใจจากคนรอบข้าง
“ที่นี่เราไม่ได้นำเสนอเพียงแค่ที่พักอาศัย แต่เรากำลังมอบ ‘อาณาจักรส่วนตัว’ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดเช่นทุกท่านค่ะ”
เอวาใช้ปลายนิ้วเรียวสวยชี้ไปยังแบบจำลองห้องชุดชั้นเพนต์เฮาส์ที่ตั้งอยู่บนยอดสูงสุดของตึก
“สำหรับห้องชุดสุดหรูที่เราภูมิใจนำเสนอ คือห้องแบบ เดอะ ซอฟเวอรีน สวีท ค่ะ พื้นที่ใช้สอยขนาดกว่า 500 ตารางเมตร ถูกออกแบบมาในสไตล์ โมเดิร์น ลักชูรี เน้นการใช้หินอ่อนนำเข้าจากอิตาลีและกระจกกันกระสุนคุณภาพสูงที่สูงตั้งแต่พื้นจรดเพดาน เพื่อให้ท่านได้รับชมทัศนียภาพของกรุงเทพแบบ 360 องศา โดยไร้สิ่งรบกวนสายตาค่ะ”
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย เมื่อเห็นแขกหลายคนเริ่มพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“จุดเด่นที่สุดคือระบบ อัลตรา ไพรเวท อินเทลลิเจนซ์ ค่ะ ทุกตารางนิ้วในห้องชุดถูกควบคุมด้วยระบบสั่งการอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับความปลอดภัยส่วนกลางของอาณาจักรเอ็มไพร์โดยตรง ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของท่านประธานอาเธอร์... ที่ต้องการให้พื้นที่แห่งนี้ ‘คัดกรอง’ และปกป้องความเป็นส่วนตัวของท่านอย่างเด็ดขาดที่สุด แขกที่ไม่ได้รับอนุญาตจะไม่มีวันเข้าถึงอาณาเขตของท่านได้แม้แต่ก้าวเดียวค่ะ”
คำพูดของเธอที่จงใจหยิบยกประเด็นเรื่อง ‘การกำจัดสิ่งโสโครก’ ตามคำพูดของอาเธอร์ขึ้นมา ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังถือแก้วแชมเปญอยู่อีกด้านของฮอลล์ชะงักมือเล็กน้อย เขาปรายตาคมกริบมองมายังพริตตี้สาวที่กำลังทำหน้าที่ได้อย่างไร้ที่ติ แววตาของเขาดูเข้มขึ้นจนน่าขนลุก
“นอกจากนี้ยังมีลิฟต์ส่วนตัวที่ส่งตรงถึงห้องโถงภายในห้องชุด และสระว่ายน้ำลอยฟ้าส่วนตัวระบบเกลือที่ถูกดีไซน์ให้เหมือนน้ำตกที่หลั่งไหลมาจากยอดตึก... ทุกท่านคะ หากความสงบและการปกครองเหนือโลกภายนอกคือสิ่งที่ท่านมองหา เดอะ เอ็มไพร์ เรสซิเดนซ์ คือคำตอบเดียวที่คุณจะปฏิเสธไม่ได้ค่ะ”
เมื่อสิ้นประโยค แขกหลายท่านเริ่มสอบถามเรื่องราคาและการจองห้องชุดทันที พี่เกดและทีมงานออร์แกไนเซอร์ถึงกับลอบระบายลมหายใจที่เอวาสามารถประคองสถานการณ์ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม
หลังจากการนำเสนอจบลงอย่างสวยงาม เอวาและชมพูรีบปลีกตัวออกมาที่ห้องแต่งตัวทันทีที่หมดหน้าที่ พี่เกดเดินตามเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพลางยื่นซองเอกสารให้ทั้งสองคน
“เก่งมากจ๊ะเอวา ชมพู งานนี้ท่านประธานพอใจมากเลยนะ ถึงเขาจะดูดุไปหน่อยแต่ผลตอบรับจากแขกดีเกินคาดเลย” พี่เกดตบไหล่เอวาเบาๆ
“นี่จ้ะ...ค่าตัวของงานนี้ พี่จัดการให้เป็นพิเศษเลยนะ”
เอวารับซองมาพลางมือสั่นเล็กน้อย เงินก้อนนี้ช่วยต่อลมหายใจให้เธอได้อีกนิด แต่เธอก็รู้ดีว่ามันยังไม่เพียงพอสำหรับหนี้ก้อนใหญ่ของพ่อที่รออยู่
“ขอบคุณมากค่ะพี่เกด...แต่เอวาต้องรีบไปแล้วนะคะ งานที่สามรออยู่ค่ะ” เอวารีบเปลี่ยนชุดเดรสสีทองหรูหราออก สลัดคราบนางพญาผู้สูงศักดิ์ออกไปอย่างรวดเร็ว
“งานแข่งรถใช่ไหม?” พี่เกดถาม
“ใช่ค่ะ” เอวาตอบพลางรีบเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อครอปเอวลอยสีดำแดงและกางเกงขาสั้นหนังรัดรูปตามสไตล์ ‘เรซควีน’ (Race Queen)
“งานนี้ต้องสู้ตายนะจ๊ะ ร้อนสุดๆ และเห็นว่าเจ้าของสนามจ่ายหนักมาก แต่คนก็เยอะและวุ่นวายสุดๆ เหมือนกันระวังตัวกันด้วยละ” พี่เกดเอ่ยบอกทั้งสองขึ้นอีกครั้งและไม่ลืมกำชับเรื่องความปลอดภัยเพราะสนามแข่งคนค่อนข้างเยอะอีกทั้งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย