LOGIN'พิ้งค์พลอย' หัวหน้าแก๊งมาเฟีย เธอต้องการ 'ตำรวจสักคน' เป็นแบ็กเพื่อความอยู่รอด และเหยื่อในแผนนี้ก็ดันเป็น “เตช” เตชธรตำรวจหนุ่มสุดปากหมา ที่เกลียดมาเฟียเข้าเส้น พิ้งค์พลอยเลยเลือกวิธีลัดคือถ้าได้เขามาเป็นผัว เขาก็ต้องเป็นแบ็กให้เธอโดยอัตโนมัติ ซึ่งเตชระวังตัว มันจึงไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด แต่เมื่อผลประโยชน์บางอย่างบีบให้ตำรวจกับมาเฟียต้องร่วมมือกันทำภารกิจลับจากการจับมือเพราะจำเป็นกลายเป็นความสัมพันธ์ต้องห้ามที่ทั้งอันตราย ทั้งเร่าร้อนและยิ่งเข้าใกล้กันเท่าไรเส้นระหว่าง “หน้าที่” กับ “ความต้องการ” ก็ค่อยๆพังทลาย
View MoreEP.1
“ปล่อยกู! อีเวร!” มาเฟียสาวตะโกนด่าด้วยความเดือดดาล เธอพยายามดิ้นอย่างสุดแรงทั้งที่สองมือถูกมัดไว้ด้านหลังและมีเชือกมัดลำตัวไว้กับเก้าอี้ กวาดสายตามองรอบข้างอย่างหวาดระแวง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นี่ที่ไหนแต่ในนี้มันเหม็นอับจนแทบอาเจียน “มึงคิดเหรอว่ากูจะปล่อยมึงง่ายๆ” “อีพวกหมาลอบกัด ถุย!” พิ้งค์พลอยพ่นน้ำลายใส่ดาด้าเพราะเดือดจัด แต่ดาด้าหลบทัน ไม่โดน แถมทำหน้าเยาะเย้ย พิ้งค์พลอยไม่คิดเลยว่าแค่เรื่องที่บาดหมางกันทำให้ดาด้ากล้าที่จะจับตัวเธอมาขนาดนี้ หล่อนคงกะจะเล่นถึงตาย “โถ่ๆๆๆ นี่นะเหรอ หัวหน้าแก๊งซาตาน ไม่คิดว่าจะกระจอกขนาดนี้นะ” พิ้งค์พลอยที่ใครๆ ก็พูดถึงความเก่งกาจมากมาย ดาด้าคิดว่ามันเป็นการพีอาร์ที่สิ้นคิดและตอนนี้ดาด้าก็ได้ลบภาพลักษณ์ดีๆ ของพิ้งค์พลอยไปหมดแล้ว “คนที่กระจอกคือคนอย่างมึงอ่ะอีด้า” “จะวิธีไหนกูไม่สน กูสนแค่ผลลัพธ์ ผลลัพธ์ที่ว่าคือการได้ตบมึง” เพียะ! เพียะ! ดาด้าฟาดใบหน้าของพิ้งค์พลอยอย่างแรงจนมีเลือดออกซิบๆ ตรงมุมปาก มันทำให้พิ้งค์พลอยยิ่งแค้น ดิ้นแรงๆ แต่เชือกที่มัดตัวแน่นอยู่ยิ่งทำให้เจ็บ ถึงอย่างนั้นก็ใช้ขาพยายามถีบดาด้าให้ได้ เป็นการสับขาหลอก เพราะเธอกำลังพยายามควักมีดพับขนาดพกพาที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงให้ได้ “มึงมันกระจอก จะตบกูยังต้องยกพวกมา ถ้าแน่จริงทำไมมึงไม่ตบกูตั้งนาน มึงมันกระจอกว่ะ อีกระจอก ผู้ชายถึงไม่เอาอ่ะ ฮ่าๆๆๆๆ” พิ้งค์พลอยหัวเราะลั่นราวกับคนโรคจิต แก๊งซาตานที่ไม่ใช่แค่ชื่อแก๊ง มาจากบุคลิกของคนในแก๊งด้วย หัวหน้าแก๊งร้ายกาจราวกับซาตานร้าย เสียงหัวเราะนั้นบ่งบอกถึงตัวตน คำด่าทอก็แทงใจดาด้าจนลึกสุด ดาด้าจึงกระชากหัวพิ้งค์พลอยทันที “อีพลอย!!!” “ว่ายังไงอีด้า” พิ้งค์พลอยเชิดหน้าสู้ ยกยิ้มมุมปากด้วยความเจ้าเล่ห์ ไม่ว่าจะเจออะไรก็ไม่กลัว เพราะเธอตัดเชือกที่ข้อมือได้แล้ว ปัง! ปัง! ปัง! เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวนอกโกดังเป็นสัญญาณว่าลูกน้องของมาเฟียสาวกำลังมาช่วย และนั่นเป็นการยิงปะทะกับลูกน้องดาด้า พิ้งค์พลอยฉีกยิ้มที่ดาด้าหน้าเสียเป็นครั้งแรก “กูบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้บอกใครเรื่องที่เรานัดกันวันนี้” “มึงคิดว่าหัวหน้าแก๊งมาเฟียอย่างกูจะโง่เชื่อมึงเหรอ อีควาย!” พลั่ก! “ว้ายย!! อีพลอย!” ดาด้าร้องเสียงหลงเมื่อถูกพิ้งค์พลอยถีบแรงจนล้มลงกับพื้น หล่อนจุกจนแทบลุกไม่ขึ้น พิ้งค์พลอยตัดเชือกที่มัดตัวออกได้ด้วยมีดพับ แล้วหยัดกายลุกขึ้นอย่างเอาเรื่อง ค่อยๆ เดินเข้าไปหาดาด้า “มึงเล่นกูแรงก่อนนะอีด้า กูขอคืนบ้างนะ” พิ้งค์พลอยไม่ใช้อาวุธเธอใช้แค่เท้าตัวเอง อัดกับหน้าท้องของดาด้าอย่างจัง แรงของพิ้งค์พลอยไม่ต่างจากผู้ชาย ดาด้าจุกจนไม่สามารถส่งเสียงร้องออกมาได้ ปัง! “โอ๊ย!!!” เสียงปืนดังสนั่นจนหูอื้อ กระสุนปะทะเข้าที่แขนทำให้มีดพับหลุดจากมือ พิ้งค์พลอยกอบกุมบาดแผลไว้ แค่ถากๆ แต่มีเลือดทะลักออกมาเยอะ หันไปมองคนกระทำอย่างดินแดนด้วยความโกรธ แม้ว่ากระสุนไม่ฝังในแต่พิ้งค์พลอยเจ็บมากซึ่งยังพอทนไหวแค่ทำท่าเหมือนจะหมดแรง เธอล้มลงทำให้ดินแดนเดินเข้ามาใกล้แบบตายใจคิดว่ายังไงพิ้งค์พลอยก็สู้ไม่ไหว “หมดสภาพแล้วเหรออีพลอย” ดินแดนเตะมีดพับไปไกลๆ กระชากหัวพิ้งค์พลอยขึ้น เธอกลับฉีกยิ้มกว้างเมื่อได้สบตาศัตรู แล้วเอาตัวรอดด้วยการเตะตัดขาจนดินแดนล้มลง ปืนของดินแดนหลุดมือ พิ้งค์พลอยจึงสามารถแย่งปืนมาได้ “ไปหัดยิงปืนให้แม่นก่อนนะแล้วค่อยมาเล่นกับกู ไอ้กระจอก!” ปัง! “อีพลอย!!! อ๊ากกกก!!!” ดินแดนร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดในขณะที่พิ้งค์พลอยยืนนิ่งมองบาดแผลของเขา แล้วเธอกะว่าจะลั่นไกซ้ำแต่ทำเช่นนั้นไม่ได้เพราะปืนที่อยู่ในมือกระสุนหมด “เชี่ย! กระสุนหมดทำไมวะ” “ใครอยู่ข้างนอกเข้ามาจัดการอีพลอยที อีเวร” ดินแดนตะโกนเสียงดัง ยังไม่สิ้นเสียงก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่ใกล้เข้ามาและเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ลูกน้องพิ้งค์พลอยวิ่งเข้ามาพอดี “นายหญิงมาทางนี้ รีบหนีเร็ว!!! ผมเคลียร์ทางแล้ว ลูกน้องมันมาเพิ่ม เราหนีก่อนดีกว่า” พิ้งค์พลอยลังเล แต่หนีตอนมีแรงคือวิธีเอาตัวรอดที่ดีที่สุดจึงต้องยอมตัดใจก่อนเพราะถ้าโดนรุมขึ้นมา เธอคงได้ออกไปแค่ร่างอันไร้วิญญาณ “เอางั้นก็ได้วะ” พิ้งค์พลอยรีบวิ่งหนีออกมาที่เหลือเธอจะปล่อยให้ลูกน้องจัดการ เธอได้กระเป๋าสะพายมาหนึ่งใบในนั้นมีอาวุธติดมาด้วย นั่นแปลว่าเธอต้องหนีไปคนเดียว หลังจากวิ่งออกมาได้ไม่นานมากเสียงปืนที่ยิงปะทะกันก็เงียบไป แต่เธอเองยังรู้สึกไม่ปลอดภัย เหนื่อยหอบจนแทบจะเป็นลม เลือดอุ่นๆ ไหลโชกเต็มแขน ปวดแผลเหมือนจะไปต่อไม่ไหว แต่เหมือนโชคชะตาจะเข้าข้าง เธอเดินมาอีกนิดก็เจอถนนใหญ่ และมีรถคันหนึ่งจอดอยู่ข้างทาง เธอจึงวิ่งไปขอความช่วยเหลือทันทีโดยไม่ไตร่ตรองว่านั่นอาจเป็นศัตรู เตช เตชธร เมื่อเขาเห็นผู้หญิงมาเคาะกระจก แล้วดูเหมือนกำลังประสบภัย เขาวางสายโทรศัพท์ที่กำลังคุยเรื่องน่าปวดหัวทันที ตามนิสัยของตำรวจอย่างเขาชอบให้ความช่วยเหลือทุกคนทำให้เขาไม่คิดเล็กคิดน้อย จึงเปิดกระจกเพื่อคุยกับหญิงโชคร้ายและปลดล็อกประตูรอไว้ “คุณช่วยพาฉัน..” “ไปโรงบาล ขึ้นมา” พิ้งค์พลอยยกมือไหว้ขอบคุณแล้วขึ้นรถทันที ไม่ใช่แค่เจอคนใจดี แต่กลับเจอผู้ชายที่หน้าตาดี ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีเหมือนถูกรางวัลที่หนึ่งสองรอบติดกัน ใบหน้าของเขาสะกดให้เธอตกอยู่ในภวังค์ชั่วครู่ แต่ตอนนี้ร่างกายเธอสะบักสะบอม ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าบอบช้ำ ไม่เหลือความสวยไว้สักนิด “ไหวไหม” “มีน้ำไหมคะ” พิ้งค์พลอยถามเสียงแผ่ว เธอกำลังหมดแรง ตัวสั่น และเหงื่อโชกตัว เขาเพิ่มความเย็นของแอร์ในรถเมื่อเธอทิ้งตัวหอบหายใจแรง “อ่ะ” เตชยื่นกาแฟดำให้ มันเป็นน้ำเดียวที่เขามีในรถ พิ้งค์พลอยรีบคว้ากาแฟมาดื่มอย่างรวดเร็ว เหมือนว่ากาแฟมันจะทดแทนการขาดน้ำของเธอได้เล็กน้อย แม้ว่ามันจะขมปี๋จนแทบอยากบ้วนทิ้ง “คาดเข็มขัดไหวไหม” “อ๋อ ชะ..ช่วยหน่อยค่ะ” “ขอโทษนะนังหนู” เตชเอื้อมไปจับสายเข็มขัดนิรภัยเพื่อคาดให้พิ้งค์พลอย แค่สรรพนามแปลกๆ ก็ทำให้เธอยิ้มออกมา ไม่คิดว่าเขาจะใช้คำที่เหมือนคนแก่ไว้ใช้เรียกรุ่นหลานมาคุยกับเธอ ความจริงเขาคงไม่ได้อายุห่างจากเธอขนาดนั้น วินาทีที่เขาเข้าใกล้ทำให้พิ้งค์พลอยใจสั่นเล็กน้อยเพราะตัวชายแปลกหน้าหอมมาก “ไหวไหมนังหนู เดี๋ยวฉันช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ก่อน ไม่อย่างนั้นเธอเลือดหมดตัวแน่” “ค่ะ” เธอค่อนข้างประทับใจเพราะยังไม่เคยเห็นใครเต็มใจที่จะช่วยคนแปลกหน้าได้เท่านี้มาก่อน และในรถของเขาก็ดันมีกล่องพยาบาล เธอได้แอมโมเนียมาดมพอโล่งขึ้นมาเล็กน้อย “คุณเป็นหมอเหรอคะ” “...” เขาไม่ตอบคำถาม มัวแต่สนใจบาดแผลของเธอ เพียงแค่เขาจับใกล้บาดแผลเธอก็สะดุ้งโหยง “คุณเบาๆ ฉันเจ็บ~” “อดทน” “ค่ะ …โอ๊ย!!” “มันแค่ถากๆ ไม่ต้องทำหน้าเหมือนจะตาย” “ก็มันเจ็บนี่คะ” เธอพยายามกัดฟันอดทนจนน้ำตาไหล แต่ก็ต้องยอมเจ็บดีกว่าปล่อยให้เลือดไหลออกหมดตัว “ผ้าพันแผลหมด ใช้เสื้อฉันแทนไปก่อน” เตชถอดเสื้อแจ็กเกตราคาแพงของตัวเองออกมา เขาแค่ห้ามเลือดและเอาเสื้อตัวเองปิดแผลให้ ส่วนบนตัวเขานั้นมีแค่เสื้อกล้าม ที่เห็นกล้ามแขนเป็นมัดชัดเจน พิ้งค์พลอยเขินแต่เก็บอาการ ‘จะตายอยู่แล้วยังแรดอีก’ มาเฟียสาวด่าตัวเองในใจ และหากเพื่อนของเธออยู่ด้วยก็คงด่าเธอแบบนี้ “แค่นี้ก่อน เดี๋ยวไปให้หมอทำต่อ” และเตชก็เอื้อมไปหยิบเสื้ออีกตัวหลังรถมาสวมทับ ซึ่งมันเป็น…..แจ็กเกตของตำรวจ… ทำให้ความฟินของพิ้งค์พลอยดับสิ้นลงตรงนี้ “คะ..คุณเป็นตำรวจเหรอคะ” “ทำไม” “อะ…อ๋อ เปล่าค่ะ” พิ้งค์พลอยพยายามทำตัวปกติ ไม่ล่ก เพราะมาเฟียสายเทาอย่างเธอ ไม่ถูกโฉลกกับตำรวจแน่นอน เธอจึงต้องนั่งนิ่งๆทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เตชมองพิ้งค์พลอยด้วยความสงสัย แต่พิ้งค์พลอยกลับหลบสายตา เขารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาผู้หญิงคนนี้ แต่ไม่รู้ว่าเคยเห็นที่ไหน แต่ก็ละทิ้งความคิดนั้นและรีบขับรถพาพิ้งค์พลอยไปโรงพยาบาลEP.20สวนสาธารณะในเวลาบ่ายแก่ๆ เต็มไปด้วยผู้คนที่มาพักผ่อนหย่อนใจ เตชจอดรถแล้วมองซ้ายมองขวาสำรวจความปลอดภัย รถคันนั้นไม่ได้ตามเขามา อีกทั้งพื้นที่ตรงนี้คงไม่มีใครกล้าลงมือทำอะไรเขาแน่นอน มือหนาหยิบแว่นตาที่เหน็บตรงคอเสื้อมาใส่ ก่อนจะออกจากรถ เมื่อเห็นว่าพิ้งค์พลอยยืนรออยู่พร้อมกับเพื่อนอีกหลายคน“อีพลอย ผัวมึงอ่ะ มาจริงๆเหรอ” เฟย์ญ่าเขย่าแขนพิ้งค์พลอยเร่าๆ เพราะตื่นเต้นที่เห็นเตชเดินลงจากรถมา การแต่งตัวของเตชมันเตะตาเฟย์ญ่าและเพื่อนอีกหลายคนให้มองตาม “แต่งตัวหล่อมาเป็นพระเอกเอ็มวีให้เราแน่ๆ เลยมึง อย่างนี้มันระดับฮอลลีวู้ดแล้วมึง” “เบาๆ กูยังไม่ได้บอกเขาเลยว่าให้มาทำไม” พิ้งค์พลอยหยิกแขนเฟย์ญ่าเบาๆ เพราะเธอกำลังบังคับเตชทางอ้อมและกำลังจะหว่านล้อมให้เขายอมมาเป็นพระเอกเอ็มวีให้ เลยกลัวเฟย์ญ่าจะทำเสียแผน“แปลว่ามีใจชัวร์ ขนาดมึงไม่บอกว่ามาทำไม ยังมา เขากำลังหลงรักมึงแน่ๆ อีพลอย”“มึงอย่ามโนอีเฟย์”“มึงแม่งช้า เดี๋ยวกูคาบไปแดกเองเลยนะ ไม่เอาใช่ป่ะ กูขอ”“คุณเตชเขาเป็นคน ไม่แดกอาหารหมาอย่างมึง” คำพูดหยอกล้อรุนแรงของพิ้งค์พลอยสร้างเสียงหัวเราะให้กับทุกคนรวมถึงเฟย์ญ่าเอง แต่หล่อนก็แอบหมั่นไ
EP.19 “พ่อแม่เธอยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม” ในขณะที่เตชขับรถตามGPSที่ปักหมุดไปยังสถานที่ปลายทางอย่างผับJASSI นั้น เตชก็เป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนามาก่อน เพราะก่อนหน้านี้ไม่ได้มีบทสนทนาใดๆ“แช่งกันชัดๆเลย”“ไม่ได้แช่ง โทรไปไม่เคยติด ไปหาที่บ้านก็ไม่เคยเจอ”“อยากจะเจออะไรนักหนา”“ตอบคำถามฉัน” “ยังอยู่ ก็อยู่ต่างประเทศไง ไปเที่ยวเดี๋ยวก็กลับมา”“ฉันเคยอยากไปเรียนต่างประเทศ แต่พ่อไม่ให้ไป เป็นไปได้ฉันอยากแลกชีวิตกับเธอ”“ขนาดนั้นเลยเหรอ” คำว่าแลกชีวิตมันฟังดูเว่อร์มาก พิ้งค์พลอยหันไปมองหน้าเตชแต่ไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไร ใบหน้าเขาเรียบเฉยและเห็นได้ไม่ชัดเจน แสงไฟตามทางสาดเข้ามาจนไม่รู้อารมณ์ของคนพูดและเดาความคิดของเขาไม่ออก หรือเขากำลังมีวิธีใหม่มาใช้กับเธอ“เออ”“อะไรทำให้คุณเล่าเรื่องคุณให้ฉันฟัง แม้จะนิดเดียวก็ตาม”“แค่รู้สึกว่าเป็นฉัน ฉันจะไม่อยู่ที่นี่”“มันแย่ยังไง”“ฉันอยากเรียนนิเทศ อยากไปต่างประเทศ แต่พ่อให้เป็นตำรวจ เป็นเพราะว่าญาติพ่อที่เป็นผู้ชายก็เป็นตำรวจทั้งนั้น”“แปลว่าคุณอิจฉาฉันที่ได้ใช้ชีวิตอิสระ โดยไม่มีใครกำกับว่างั้นเถอะ”“ใช่ ถ้าเธอมีโอกาสไป ก็ไปซะ”“อันนี้ไล่ป่ะ”“ใช่”พิ้งค์พลอ
EP.18 สถานีตำรวจนครบูรพา“คุณตำรวจจับมันเลยค่ะ อีนี่มันต่อยลูกสาวฉันจนเลือดอาบ” รัญญาผู้ปกครองของเรนนี่โวยวายลั่นโรงพัก นายตำรวจอย่างร้อยเวรที่ประจำการตอนสามทุ่มยิ่งปวดหัวหนักเพราะไม่รู้จะฟังใครก่อน ก่อนหน้านี้ที่นี่เงียบมากจนได้ยินเสียงแอร์ แต่ตอนนี้มันยิ่งกว่าตลาดสด“อ้าว ก็ลูกป้าพูดจาล่อตีนก่อน แค่โดนต่อยมันยังน้อยไป น่าจะโดนตีนจริงๆ” ต่อหน้าตำรวจพิ้งค์พลอยก็ยังไม่ออมมือ เธอถอดส้นสูงของเธอมาทำท่าขู่อีกฝ่าย ไม่ใช่ไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ แต่แม่ของเรนนี่ก่นด่าเธอราวกับลูกของตัวเองไม่ผิดทั้งที่เธอพยายามเล่าเหตุการณ์ให้ฟังทั้งหมดแล้ว“อีเด็กบ้า! พูดจาอะไรกับผู้ใหญ่ให้มันดีกว่านี้หน่อยได้ไหม ฉันเนี่ยอายุมากกว่าเธอตั้งหลายปี”“ทีป้ายังพูดจาหมาไม่แดกกับฉันเลย แล้วทำไมจะต้องพูดดี คิดว่าปาก้อนหินมาจะได้ดอกไม้กลับเหรอ กระถางต้นไม้ต่างหากล่ะ”“พอๆๆๆ” คเชนทร์ผู้เป็นตำรวจขึ้นเสียงห้ามปราม ทั้งขัดขวางให้ทั้งสองฝ่ายอยู่ห่างจากกันคนละมุม แต่ฝีปากแต่ละคนยังคงทำให้เขาและตำรวจตรงนี้อีกสองนายเอือมระอา“อีเด็กพ่อแม่ไม่สั่งสอน ไหน พ่อแม่ตายหมดแล้วเหรอ ถึงไม่ยอมมาน่ะ”“ป้าน่ะ ที่จะตาย ตายไปเลยไป”
EP.17 สองสัปดาห์ต่อมาสถานีตำรวจนครบูรพา“โรงงานน้ำอ้อยกับโรงงานเครื่องสำอางที่ให้ไปสืบมาเอกสารถูกต้องครับผู้กำกับ”ห้องประชุมชั้นสามของสถานีตำรวจในเวลาเกือบหนึ่งทุ่มยังเต็มไปด้วยตำรวจหลายนายที่กำลังประชุมกันอยู่ บรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด เป็นการประชุมที่กะทันหัน เตชนั่งหัวโต๊ะ แฟ้มสีน้ำตาลวางอยู่ตรงหน้าแต่เขายังไม่เปิดมันออก ยังคงมองสารวัตรตุลย์ที่รายงานข้อมูลให้ทุกคนทราบ“แต่พฤติกรรมไม่ปกติ บางวันมีรถเข้าออกมาช่วงตีสองถึงตีสี่ เหมือนจะมีการสั่งวัตถุดิบเคมีที่ไม่ควรใช้กับสินค้าแบบนั้น”“ในรายงานมีชื่อใครบ้าง”“หนึ่งในนั้นมี รัชพล ธรณีวิวัฒน์ ครับ แต่เขาไม่ใช่ผู้ถือหุ้น ไม่ใช่กรรมการครับ แต่เป็นชื่อที่อยู่ในเอกสารการประสานงาน”“เป็นอย่างที่คิด”“แต่เราก็ยังทำอะไรไม่ได้อยู่ดี” รองผู้กำกับพูดเสริม เพราะสิ่งที่ได้มามันยังไม่พอเป็นหลักฐานมัดตัวได้สักนิด“เพราะเรายังไม่ทำ มันต้องได้มากกว่านี้เอาแบบดิ้นไม่หลุด”“ผู้กำกับผมว่าบางทีมันอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิด คุณรัชพลคงไม่เอาหน้าที่…”เตชแค่ส่งสายตาดุ รองผู้กำกับก็หยุดพูดทันทีและสายตาของเตชนั้นก็สามารถกดดันตำรวจที่นั่งอยู่ในห้องได้ทั้งหมด“





