หลังจากประตูลิฟต์เปิดออก ตรงหน้าคือทางเดินยาวเรียบสีดำด้านทอดต่อไปจนสุดปลายเหมือนอุโมงค์ไร้แสง พื้นสะท้อนภาพเธอร่างเล็กที่สั่นจนแทบยืนไม่ไหว
แต่สิ่งที่สะท้อนชัดที่สุดคือเงาของผู้ชายด้านหลังเวกเตอร์เดินออกจากลิฟต์อย่างเชื่องช้า แต่ทุกก้าวราวกับลากโลกทั้งใบให้หนักขึ้น มิล่ากลืนน้ำลายยากจนเจ็บคอ เมื่อมือหนาของเขาวางบนแผ่นหลังเธออย่างจงใจ
“ไปสิ” เสียงเขาต่ำเย็นจนหัวใจมิล่าหดตัว
“หรืออยากให้ฉันอุ้มเข้าไป?” เวกเตอร์ถามซ้ำ ร่่างเล็กรีบส่ายหน้าแม้ไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าขาเป็นของตัวเองแล้วหรือยัง ก่อนเวกเตอร์จะหัวเราะเบา ๆ หัวเราะของผู้ชายที่รู้ดีว่าเหยื่อกำลังติดกับเขาทั้งอ่อนทั้งยอม
มิล่าก้าวเท้าช้า ๆ ยิ่งเดินใกล้ประตูหรูบานใหญ่ปลายทาง หัวใจยิ่งเต้นแรงเจ็บจนเหมือนกระดูกซี่โครงจะหัก ป้ายเล็ก ๆ บนประตูมีเพียงตัวอักษรแกะด้วยโลหะสีเงินเรียบหรู
‘R–Room’
“อาร์รูมห้องอะไรเหรอคะ” มิล่าถามเสียงแผ่วเหมือนคนหมดลมหายใจ ก่อนเวกเตอร์จะโน้มตัวมาที่ข้างหูเธอจนลมหายใจร้อนเฉียดผิวคำที่เขากระซิบทำเอาเธอชะงักทั้งตัว
“ห้องเชือด” เสียงเขานุ่มแต่คำว่า ‘ห้องเชือด’ ทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบขึ้นทันที มิล่าลืมตากะพริบถี่ ดวงตาเริ่มพร่าเพราะกลัวจนสมองชาแต่รูสกลับมองเธอเหมือนกำลังชอบทุกอาการนั้น
เขาเอื้อมมือมาเชยคางเธอขึ้นให้มองหน้าเขาเต็ม ๆ ดวงตาเขาดำมีไฟบางอย่างร้อนจนเหมือนจะเผาเธอทั้งตัว
“อย่าทำเป็นกลัวขนาดนั้น” เขากดเสียงต่ำลงอีก
“คืนนี้ฉันยังไม่ทำอะไรให้เธอถึงตายหรอก” คำว่าถึงตายเหมือนประตูทั้งบานกระแทกปิดอยู่ในอกเธอ มิล่าหายใจแทบไม่ทั่วท้อง แต่ทว่าคนตัวเล็กก็ยังผืนพยายามข่มใจสู้
“ฉัน ฉันจะทำตามที่คุณบอกค่ะ”
เวกเตอร์ยิ้ม ยิ้มเหมือนปีศาจที่ได้ยินคำที่เขาต้องการที่สุด ก่อนมือเขาเลื่อนจากคางเธอลงมาที่ลำคอปลายนิ้วแตะแค่ผิวด้านนอกไม่บีบแต่หนักพอจะให้หัวใจหยุดเต้นหนึ่งจังหวะ
“ดีมากเด็กดี พูดง่าย ฉันชอบ” เขาเลื่อนมือไปกดรหัสประตูเสียงเปิดดังพร้อมกลไกหนัก ๆ เลื่อนเปิดออก
ประตูเปิดเผยห้องภายในโทนดำขาวและไฟส้มสลัวห้องใหญ่โล่ง แต่เต็มไปด้วยบรรยากาศเหมือนศาลพิพากษาที่ไม่มีทางหนี พื้นเป็นหินเงาเย็นจนมิล่ารู้สึกผ่านรองเท้า ผนังหนึ่งเป็นกระจกเงาดำอีกด้านเป็นหน้าต่างสูงเห็นเมืองทั้งเมืองในค่ำคืน
แต่ใจกลางห้องมีเตียงกว้างพิเศษปูด้วยผ้าสีดำด้านเหมือนเหวลึกที่รอคนตกลงไปพร้อมกับอุปกรณ์พร้อมระเริงอย่างดิบเถื่อน
เวกเตอร์เดินผ่านมิล่าเข้าไปก่อนในห้องก่อนปล่อยให้มิล่ายืนค้างหน้าประตูเหมือนเหยื่อที่ถูกพาเข้าห้องเชือด ร่างสูงไม่หันหลังกลับแต่พูดเสียงเย็นเฉียบ
“จะเข้ามาได้รึยังหรือเธออยากให้ฉันออกไปลากเธอเข้ามาด้วยตัวเอง? หรือจะให้ฉันทำหน้าประตู”
“ค ค่ะ” สองเท้าเล็กรีบก้าวเข้าไป แม้ขาสั่นจนแทบล้มประตูปิดเองทันทีเสียงดังคลิ๊กเสียงนั้นเหมือนโลกใบเดิมของเธอถูกตีตรา ‘หมดสิทธิ์ถอนตัวกลับออกไป’
มิล่าหายใจหนักขึ้นอีกครั้งเธอกวาดตามองห้องที่ทั้งลึกลับทั้งสวยทั้งโหดร้ายในเวลาเดียวกัน
เวกเตอร์เอนตัวพิงผนังโซฟาราคาหลายหลักปลดกระดุมสูทบนออกหนึ่งเม็ดเชิดคางเล็กน้อยแบบผู้ชายที่รู้ว่าตัวเองมีอำนาจเหนือกว่าทุกมิติ
“เริ่มกฎข้อสองของเธอ”
“ก กฎข้อสอง?” มิล่ากลืนน้ำลายยากจนเจ็บคอ
“เมื่อเข้ามาในห้องเชือดนี้” เขาเน้นคำว่า ‘ห้องเชือด’ จงใจจนเธอขาอ่อนลงครึ่งขั้น
“เธอห้ามพูดคำว่าไม่กับฉัน”
หัวใจมิล่าแทบหยุดเต้น เธออ้าปากจะตอบไม่เพื่อปฏิเสธแต่เพราะกลัวจนเสียงหายก่อนร่างสูงลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้ช้า ๆ เหมือนนักล่าที่กำลังปิดทางหนีของเหยื่อ
เขายกมือขึ้นแตะแก้มมิล่าแรงเพียงพอให้เธอเผลอพิงฝ่ามือเขาโดยไม่ตั้งใจ เสียงเขาเบาแต่ร้อนจนเธอเข่าแทบขาดแรง
“ไปล้างตัวซะ ฉันจะรอตรงนี้” ริมฝีปากหนาเอ่ยบอกกับร่างเล็กที่ยืนสั่นอยู่ตรงหน้า
“ค ค่ะ” มิล่าตอบเสียงสั่นอย่างว่าง่าย เธอไม่รู้จะพูดคำไหนนอกจากคำ ๆ นี้ พูดจบหญิงสาวก็ค่อย ๆ เดินผ่านร่างสูงไปยันห้องน้ำจัดการล้างตัวตามที่คนตัวสูงสั่ง
ผ่านไปเกือบยี่สิบนาที ภายในห้องเชือดสว่างเพียงไฟส้มอ่อนจากมุมห้องเงาของรูสทอดยาวบนพื้นเหมือนปีศาจกำลัง ‘ของชดใช้’ ของตัวเองอยู่กลางห้อง
หลังจากมิล่าปิดประตูห้องน้ำลงทุกสรรพสิ่งก็เงียบสนิทเหมือนห้องทั้งห้องกำลังกลั้นหายใจตามผู้ชายคนหนึ่ง
เวกเตอร์ถอดสูทออกแล้วพาดไว้กับพนักโซฟา เสื้อเชิ้ตสีดำถูกปลดกระดุมจนถึงช่วงกลางอก เผยให้เห็นแผ่นอกแข็งตึงและท้องลอนที่คมจนเงาสะท้อนจับขอบซิกแพกอย่างชัดในแสงสลัว เลื่อนสายตามองไปส่วนล่างมีแค่ผ้าขนหนูผูกเอวหมิ่น ๆ พร้อมขย้ำเหยื่อตลอดเวลา
เขานั่งเอนตัวกึ่งสบายกึ่งจงใจอวดอำนาจ แขนหนึ่งพาดพนักอีกข้างถือแก้วไวน์สีทับทิมหมุนช้า ๆทุกท่วงท่าของเขาเหมือนคำสั่งที่ไม่ต้องออกเสียง
นัยน์ตาเขามองไปยังประตูห้องน้ำไม่วางแม้เสี้ยววินาที ควันไวน์บาง ๆ ลอยผ่านริมฝีปากคมสันของเขาแต่ละวินาทีที่เขานั่งรอเหมือนเสือกำลังรอให้เหยื่อก้าวเท้าออกมาจากกรงของตัวเอง
มุมปากเขายกขึ้นน้อยมากแต่พอจะให้รู้ว่าเขากำลังเพลิดเพลินกับความกลัวของเธอ
เสียงคลิกเบา ๆ ดังขึ้น ประตูห้องน้ำเปิด มิล่าก้าวออกมาช้า ๆ ผิวเธอยังมีหยดน้ำเกาะ ผมเปียกแนบต้นคอ ผ้าขนหนูพันตัวแน่นแต่ไม่แน่นพอที่จะซ่อนความสั่นของร่างเธอได้และภาพนั้นทำให้เวกเตอร์หยุดหายใจหนึ่งจังหวะ
ดวงตาคมเข้มมองมิล่าเหมือนนักล่าที่รอเหยื่อเดินออกมาช้า ๆ ตามจังหวะที่เขากำหนดไว้ตั้งแต่แรก เขาวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจกก่อนจะเอนตัวขึ้นเล็กน้อย คางเขาเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างเจ้าของสนามล่า
แววตาร้อนวาวและคมจนเหมือนกินมิล่าทั้งตัว สายตาเขาลากจากไหล่เธอลงมาตามสันคอช้าจนมิล่าแทบขาดใจ เขาไม่ได้ลุกขึ้นแต่ความรู้สึกกลับเหมือนเขาก้าวมาถึงตัวเธอแล้ว
“เดินมานี่” เสียงสั่งเบาราวเสียงปีศาจในห้องที่มีเพียงเธอคนเดียวที่ต้องเชื่อฟัง มิล่ากลืนน้ำลายมือกำผ้าขนหนูแน่น
แต่เธอก็เริ่มก้าวเพราะคำว่าชีวิตแม่ของเธอและชีวิตของเธออย่างคนไม่มีสิทธิ์เลือก
เวกเตอร์มองทุกย่างก้าวของร่างเล็กเหมือนเสือรอเหยื่อเดินเข้าปากตัวเองเต็มทนและแต่ก่อนมิล่าจะก้าวถึงโซฟาเพียงก้าวเดียว
“นั่งตรงนี้”
“แล้วใส่นี่ให้ฉัน”
*****************************
ขอบคุณ พี่ ๆ ที่เข้ามาอ่านนะคะ ไรท์เอ็นดูยัยน้อนมิล่าที่สุดอ่า เวกเตอร์ตอนต่อไปออมมือกับน้องด้วยน๊า ฮื้ออออ….
Next Episode Spoiler…
“อ้าขาออกกว้างกว่านี้!”