เข้าสู่ระบบ“อ๊ะ! เวกเตอร์…” คำเรียกชื่อทำให้หัวใจเขากระตุกวูบ ร่างสูงลุกขึ้นทันที มือหนาประคองร่างเธอไว้แน่นอย่างไม่ลังเล “มามี๊ เจ็บถี่ไหม” มิล่าหลับตา สูดลมหายใจเข้าอีกครั้ง “เมื่อกี้…เหมือนจะเริ่มถี่แล้วค่ะ” เวกเตอร์ไม่ถามอะไรต่อ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกทันทีด้วยมือที่พยายามควบคุมให้มั่นคงอีกมือยัง
5 ปีผ่านไป… แสงไฟหัวเตียงสีอุ่นส่องกระทบผ้าห่มลายดาวดวงเล็ก ๆ ในห้องนอนที่เงียบสงบ เวกเตอร์นั่งอยู่ข้างเตียง เด็กชายตัวน้อยนอนตะแคงหันมาทางเขา ดวงตากลมใสจ้องมองหนังสือนิทานในมือแดดดี้อย่างตั้งใจ “วันนี้อ่านเรื่องเจ้าหมีอีกไหมครับแดดดี้” เสียงใสเอ่ยถามก่อนจะหาวเบา ๆ เวกเตอร์ยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มที่ไม
เวกเตอร์ไม่พูดอะไรอีก เขาเพียงก้มลง แขนแข็งแรงสอดเข้าที่หลังเข่าและแผ่นหลังของมิล่าอย่างเป็นธรรมชาติ “เวกเตอร์…” เธอเผลอเรียกชื่อเขาเบา ๆ มือเล็กเกาะเสื้อเขาไว้ตามสัญชาตญาณ หัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะ และมิล่ารู้ดีว่าเวกเตอร์จะทำอะไร แผ่นหลังเล็กสัมผัสลงบนเตียวนอนนุ่มสีชมพูอ่อนอย่างแผ่วเบา ราวกับเขา
บ้านทั้งหลังกลับมาเงียบอีกครั้ง แต่เป็นความเงียบที่ไม่อึดอัด เหมือนมีบางอย่างเริ่มวางตัวเข้าที่…อย่างช้า ๆ จนกระทั่งถึงช่วงเย็น แสงแดดอ่อนนอกบ้านเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้ม มิล่าลงมามองเวกเตอร์อีกครั้งก่อนขึ้นชั้นบน ร่างสูงยังนอนหลับอยู่ในท่าเดิม ลมหายใจสม่ำเสมอ เหมือนหลับลึกกว่าที่คิด มิล่าไม่ปลุก เธ
หลังจากออกจากห้องตรวจ เวกเตอร์เดินเคียงข้างมิล่ามาตลอดทาง จนถึงลานจอดรถ เขาหยิบกุญแจขึ้นมากดปลดล็อก ก่อนจะหันมามองร่างเล็กเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง “ไปกินข้าวกัน” ร่างสูงพูดเหมือนสรุปแผน ไม่ได้ถาม “ไม่ค่ะ” เสียงเธอเรียบ แต่ชัดเจน “ฉันอยากกลับบ้านแล้ว” เวกเตอร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ไม่ได้แป
มิล่าเดินเข้าห้องน้ำ เปิดฝักบัวให้น้ำอุ่นไหลลงผ่านผิวขาวเนียน หลังอาบน้ำเสร็จ เธอสวมชุดนอนผ้าบางสีอ่อน ผมยาวถูกปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ ไม่เปิดไฟสว่าง ไม่เปิดทีวี แค่เดินไปทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างคนที่ไม่เหลือแรง ท้องร้องเบา ๆ เป็นสัญญาณเดียวที่บอกว่าเธอยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เย็น แต่มิล่าเลือกจะเม
แดดเที่ยงวันส่องลงมาบนลานกิจกรรมจนพื้นร้อนระอุ เสียงเชียร์กีฬาสีดังเป็นระยะ สลับกับเสียงประกาศจากไมค์กลางสนาม แต่สำหรับพายทุกอย่างรอบตัวกลับเบาลงอย่างน่าประหลาด เธอยืนอยู่ข้างอาเธอร์ มือกำโทรศัพท์ไว้แน่น สายตาไล่มองผู้คนที่เดินผ่านไปมาเผื่อจะเห็นร่างเล็กคุ้นตาแต่ไม่ว่าจะมองกี่รอบก็ไม่ใช่ ‘มิล่ายั
“แม่” เสียงเรียกสั้น ๆ ไม่ได้แฝงความยินดีหรือไม่พอใจ เป็นเพียงการยอมรับการมีอยู่ “แม่มาที่นี่ทำไม” ศิริกานต์ยกมุมปากขึ้นนิดเดียว ราวกับคาดคำถามนั้นไว้อยู่แล้ว เธอก้าวเข้ามาโดยไม่รอคำเชื้อเชิญ ส้นรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดังแผ่ว แต่ชัด “แม่จะมาไม่ได้เหรอ” เวกเตอร์ขยับตัวหลบให้ เงียบ ไม่เถียง ไม่ทัก
เวลาเหมือนหยุดเดิน มิล่าตัวแข็งค้างในเสี้ยววินาที ดวงตากลมใสเบิกกว้างอย่างตกใจ ก่อนจะรีบก้มหน้าโดยสัญชาตญาณ รู้ตัวชัดเจนว่าตัวเองไม่ควรอยู่ตรงนี้ ไม่ควรถูกเห็นในสภาพนี้ในเพนส์เฮาต์นี้ ศิริกานต์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สายตาเฉียบคมของหญิงวัยกลางคนไล่ขึ้นไปตามบันไดอย่างประเมิน จากเด็กสาวในชุดอาสาธรรมดา ใ
มิล่าหายเข้าไปในห้องน้ำโดยไม่พูดอะไรสักคำประตูปิดลงเบา ๆ แต่เสียงนั้นกลับดังชัดในหัวเธอมากกว่าที่คิด เธอไม่เสียเวลานาน น้ำเย็นไหลผ่านผิวที่ยังอุ่นจากทั้งวัน กลิ่นเหงื่อถูกชะล้างออกไปอย่างเร่งรีบ มือเล็กเคลื่อนไหวเป็นจังหวะซ้ำ ๆ เหมือนทำตามคำสั่งที่ยังดังก้องอยู่ในหัว ไม่ใช่เพราะเชื่อฟังแต่เพราะไม่







