Masuk-ห้องทำงานเอเดน-
ก๊อกๆ
แอดดดด~ เสียงเปิดประตูดังขึ้นทุกคนหันมองตามเสียง
“นายครับ ลูกค้าประจำนายมาตามนัดแล้วครับ” ลูกน้องเอเดนพูดขึ้น
“อืม พาไปรอกูที่ห้องได้เลย”
“ครับ”
“ใครวะ?” พายุที่อยู่ในห้องเอเดนถามด้วยความสงสัย
“น้องไอ้พอร์ช คู่แข่งทางธุรกิจมึงไง” เอเดนบอกเพื่อน
“แล้วมึงคิดจะทำไร” เสียงสงสัยจากคลาสเอ่ยถามต่อ
“กูแค่จะเล่นเกมสนุกๆ สักตาสองตา” เขาบอกเพื่อนไปด้วยท่าทีชิลๆ
“ระวังหน่อยแล้วกัน ไอ้พวกนี่หมารอบกัด” พายุที่เตือนเอเดนด้วยความเป็นห่วงเพราะเขาเป็นคนเดียวที่รู้ฤทธิ์เดชของตระกูลนี้ดีกว่าใคร
“เออ กูรู้แต่ยังไงเรื่องพนันกูก็ไม่เคยแพ้ใคร มึงลืมรึไง” เอเดนบอกด้วยความรู้สึกที่เหนือกว่า
“พวกมึงจะเล่นเกมไรกันกูไม่สน ตอนนี้กูอยากระบายยังไม่ได้ปลดปล่อยเลยวะ...หาเด็กให้หน่อยดิ” คลาสไม่สนใจอะไรทั้งนั้นเพราะเขาเชื่อใจเพื่อนส่วนตัวเขารู้สึกอยากระบายอารมณ์ใคร่เต็มทีแล้ว
“เออ กูหาไว้แล้วลงตามลูกน้องกูไปได้เลย” เอเดนหันไปบอกคลาส นอกจากบ่อนคาสิโนแล้วเอเดนยังมีธุรกิจมืดอีกหลายอย่าง ส่วนเด็กในผับทุกคนที่ให้บริการแขกนั้น ล้วนเป็นเด็กที่เต็มใจอยากทำเองไม่มีใครบังคับ
และเขาก็มีกฎเหล็กคือไม่กินเด็กตัวเอง!!
เน้นหาเองจากข้างนอก
ส่วนเพื่อนในแก๊งนั้นแล้วแต่สะดวก ซื้อขายกันขาดก็ไม่มีปัญหาตามมา
.
.
.
ปอร์เช่เดินเข้ามาในห้องโถงที่เตรียมสำหรับการเดิมพัน งานนี้เขามั่นใจว่ายังไงสัญญาฉบับนั้นจะต้องถูกทำลายในคืนนี้อย่างแน่นอน
“ไหนเจ้านายมึง” ปอร์เช่เอ่ยทักทันทีที่เห็นหลุยส์เดินเข้ามา
“กำลังมาครับ...” หลุยส์บอกออกไป
“...คุณเอเดนเชิญครับ” และเขาก็หันไปเอ่ยกับเอเดนที่กำลังเดินเข้ามาและไปนั่งโซฟาที่มีปอร์เช่นั่งรออยู่
“สวัสดีครับ คุณปอร์เช่” เอเดนทักก่อนอย่างเป็นมิตรและส่งยิ้มมุมปากให้ ทั้งที่เป็นคนยิ้มยากแต่เพราะทำงานด้านนี้มาตั้งแต่เกิดก็เลยชินกับการใส่หน้ากากเข้าหาคน
“จะเริ่มเกมยัง” ปอร์เช่หันไปสบตาและถามเอเดนตรงๆ
“ใจร้อนจังครับ ไหนๆ คืนนี้เราก็ต้องเดิมพันกันอยู่แล้ว ผมว่าดื่มคลายเครียดก่อนดีไหม” เจ้าของคาสิโนชวนปอร์เช่เมื่อเห็นอีกฝ่ายนั่งหน้าไม่สบอารมณ์
“กูต้องการจบเกมนี้เร็วที่สุด” เอ่ยจบ ปอร์เช่ก็ลุกเดินไปที่โต๊ะเพื่อเล่นเกมทันที
พรึ่บ!
ตามด้วยเอเดนที่นั่งลงตรงข้ามกับอีกฝ่าย
“เราจะเล่นอะไรกันดีครับ” เจ้าของคาสิโนถามเพื่อให้อีกฝ่ายเลือก
“...ไพ่” เมื่อใช้ความคิดสักพักก็เอ่ยออกมา
“อืม ไปเอามา” เอเดนหันไปพยักหน้าให้มือขวา
แต่...
“เดี๋ยว!” ลูกค้าคนสำคัญกลับยกมือหยุดยั้งไว้
“...!?”
“กูเปลี่ยนใจแล้ว เปลี่ยนเป็นรูเล็ตแทน” ก่อนปอร์เช่จะบอกจุดประสงค์ใหม่
“...” เอเดนไม่ตอบแต่กลับยักไหล่เป็นคำตอบแทน
“งั้นเชิญทางนี้ดีกว่าครับ ห้องนี้ไม่เหมาะกับเล่นรูเล็ต” หลุยส์กล่าวออกมาตามความต้องการของปอร์เช่
“อืม” ปอร์เช่ลุกขึ้นเดินตามอย่างว่าง่าย
โต๊ะรูเล็ตแบบยุโรปถูกวางอยู่กลางห้อง ทั้งสองเดินตรงไปยังโต๊ะทันที เกมนี้จุดเด่นก็คือ จะใช้วงล้อที่ประกอบไปด้วยตัวเลขตั้งแต่ 0 – 36 ที่สลับตำแหน่งสลับสีกันอยู่ ใช้หมุนในการออกรางวัล
และจะมีลูกเหล็กเล็กๆ กลิ้งไปมาตามแรงหมุน หากไปหยุดหรือตกลงในช่องตัวเลขใด ผู้เล่นที่เสี่ยงทายถูกก็ได้รับรางวัลไป
ปอร์เช่ที่มั่นใจว่าตัวเองจะไม่ถูกโกงจึงเลือกที่จะเล่นเกมนี้กับเอเดน แต่หารู้ไม่ว่ารูเร็ตสำหรับเจ้าของคาสิโนอย่างเขา มันเป็นเรื่องที่เบสิกมาก คนที่เติบโตมาในบ่อนคลุกคลีกับของพวกนี้ตั้งแต่เด็กกลับได้เดิมพันเกมที่โคตรง่ายที่สุด
‘หึ ทำไมกูถึงเลือกมันเป็นเหยื่อนะ...ไม่คิดว่ามันจะโง่ขนาดนี้’
เอเดนมองหน้าปอร์เช่เเละคิดในใจด้วยอารมณ์สมเพช
“เริ่มเลย เสียเวลา!!” ปอร์เช่เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบทันที
“แล้วเราจะเล่นแบบไหนกันดีครับ คุณปอร์เช่” เสียงราบเรียบเอ่ยถามฝ่ายตรงข้าม
“ไหนๆ เราก็เล่นกันสองคน...”
“... Straight up วัดดวงกันไปเลย” ปอร์เช่ยักคิ้วโชว์เหนือให้อีกเอเดน
“อืม แจกชิพ”
“สามตาจบ กูว่าเอามาแค่คนสามชิพพอ”
“...” เอเดนไม่เอ่ยอะไรแต่ยักไหล่แบบชิลๆ ให้เพราะเขาไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว
แล้วแต่ลูกค้าวีไอพีจะบัญชา
ตึบ!
ปอร์เช่วางชิพบนเลขยี่สิบเอ็ด ก่อนที่่เอเดนจะวางทีหลังที่เลขสิบห้า การหมุนจะให้ลูกน้องเอเดนเป็นคนเริ่มเกม
วิววว~
พึ่บ!
“ฮ่าๆ ยี่สิบเอ็ด งั้นต่อเลยจะได้จบๆ” ปอร์เช่แสยะยิ้มออกมาหน้าบาน
“...” ต่างกับเอเดนที่ยังคงนั่งเงียบ
ตาสอง...ปอร์เช่ยังคงเป็นฝ่ายเริ่มก่อนโดนวางที่เลขเดิม ส่วนเอเดนก็ยังคงวางที่เลขเดิมเหมือนกัน
“หมุน!” เสียงเข้มเอเดนเอ่ยสั่ง
“หึ”
วิววว~
พึ่บ!
“เฮ้ย! อะไรวะ” คราวนี้คนเนื้อเต้นร้อนใจคือคนที่ดีใจก่อนหน้านี้
“เข็มหยุดที่เลขสิบห้า สรุปเสมอกันอยู่ครับ” หลุยส์ประกาศผลชัดถ้อยชัดคำ
“...” ส่วนเอเดนยังคงนั่งเงียบเหมือนเดิม
ตาสุดท้าย ปอร์เช่วางชิพลงที่เลขเดิมอย่างเคย และระหว่างที่เอเดนจะวางชิพ ปอร์เช่กลับหยิบชิพขึ้นมาวางแทนที่เอเดน ทั้งคู่ต่างมองหน้ากันนิ่ง
“เผื่อมึงโกงกูไง”
ตึบ!
เอเดนไม่เอ่ยอะไรแต่นำชิพไปวางเลขยี่สิบเอ็ดแทนที่ปอร์เช่แทน
“หมุนสิวะ” ปอร์เช่หันไปบอกหัวโต๊ะทันที
วิววว~ ลูกกลมๆ หมุนไปมา สายตาคมต่างจับจ้องไม่วางตาเช่นเดียวกับคนในห้องที่ลุ้นผลพอๆ กัน
พึ่บ!
“ไม่จริง!!...”
“...พวกมึงโกงกู!!” ปอร์เช่ตะโกนออกมาเสียงดังผลออกมาไม่เป็นไปตามคาด
“พูดดีๆ นะครับ ใครโกง?” เอเดนลุกจากเก้าอี้มองหน้าปอร์เช่ตาเข้ม ผิดกับคำพูดที่เพราะจนขนลุก
“มึงไง ไอ้กระจอก!!” ปอร์เช่ไม่ยอมรับผลอะไรทั้งนั้น
“หึ แล้วแต่จะคิด”
“มึงยอมรับแล้วใช่ไหม ว่ามึงโกง”
“จะยังไงก็แล้วแต่ แต่มึงต้องหาเงินมาจ่ายหนี้กู” คราวนี้ร่างสูงเปลี่ยนน้ำเสียง ไม่ใจดีเหมือนที่ผ่านมา
“กูไม่จ่าย มึงจะทำไรกูได้” คิ้วเรียวยักคิ้วอย่างกวนบาทา
“งั้นมึงก็ตกลงกับตีนลูกน้องกูแล้วกัน” เอ่ยจบ เอเดนก็เดินออกทันที ไม่อยู่รอฟังคำอ้อนวอน
ตุบ! ตับ! ตุบ!
“โอ๊ย! ปล่อยกู”
ตุบ! ตุบ!
“ไอ้พวกหมาหมู่ มึงกลับมาคุยกับกูเดี๋ยวนี้นะ ไม่ได้ยินที่กูสั่งรึไง ห๊าาา...” ปอร์เช่ตะโกนโวยวายสุดเสียง
“...กูยอมแล้ว พอๆ กูยอม”
“ไอ้เอเดน กูยอมแล้ว”
ตึก! เอเดนที่ยังเดินไม่พ้นประตูหยุดเดินและหมุนตัวกลับหาปอร์เช่น
“หึ คิดว่าจะแน่” เขาแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ออกมา
“กะ กูมีข้อเสนอ” ปอร์เช่พยายามหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้
“อะไรอีก ถ้าจะเล่นใหม่ กูไม่เล่น เสียเวลา”
“กูขอเวลา”
“นานเท่าไหร่?”
“สองเดือน”
“นานไป”
“โธ่เว้ย!! มึงจะให้กูหาจากไหนตั้งสามสิบล้านนะเว้ย ไม่ใช่สามสิบบาท”
“เรื่องของมึง” เขาไม่สน ยังไงเป็นหนี้ก็ต้องจ่ายและต้องจ่ายตามกำหนดเท่านั้น
“โอเคๆ เอาอย่างนี้ กูขอรถคืน”
“...” เอเดนเงียบแต่หันไปมองหน้าปอร์เช่หลังจากอีกฝ่ายขอรถคืน
“ถ้ารถกูหาย พ่อกูต้องเล่นงานกูหนักแน่”
“นั่นก็เรื่องของมึง”
“ถ้าพ่อกูรู้ กูไม่มีทางหาเงินใช้หนี้ได้แน่”
“...”
“กูขอรถคืน แต่กูจะเอาเด็กมาแลกเปลี่ยน”
“ยังไง?”
“ก็ผับมึงมีเด็กบริการเยอะแยะ กูก็หาเด็กเพิ่มให้มึงอีกคนแลกกับรถ หลังจากกูหาเงินมาใช้คืน มึงก็ต้องส่งเด็กกลับให้กูด้วย”
“ทำไมกูต้องคืน”
“เพราะพ่อกูคงตามมาทวงเองนะสิ ถ้ามึงไม่คืน”
“...” เอเดนยืนเงียบก่อนใช้ความคิด เด็กคนนั้นเป็นใครกัน มีค่าขนาดเจ้าสัวววรณมาตามทวงเองเลยเหรอ แล้วทำไมปอร์เช่ถึงกล้าเอามาเดิมพันได้
“ว่าไง ตกลงไหม” ปอร์เช่เอามือมาแตะปากตัวเองเบาๆ ก่อนจะถามย้ำ
“ถ้าพ่อมึงหวงขนาดนั้น ทำไมมึงกล้าเอามาแลกเปลี่ยนกับกู”
“เพราะกูมีวิธีเอามาให้มึงไง”
“ขอดูสินค้าก่อน” สุดท้ายเอเดนก็ยอมตามน้ำเพราะเขาเองอยากเห็นสินค้าที่ขนาดเจ้าสัววรรณยังหวง
“อืม งั้นวันนี้กูขอรถคืนก่อนนะ”
“ไม่ได้!!”
“แล้วกูกลับยังไงวะ”
“นั่นก็เรื่องของมึงเหมือนเดิม...”
“...กูจะคืนให้ก็ต่อเมื่อเห็นสินค้าแล้วเท่านั้น”
เอเดนเอ่ยจบก็เดินออกจากห้องรูเล็ตด้วยรอยยิ้มบางอย่าง ไม่คิดว่าเกมวันนี้จะชนะง่ายดายขนาดนี้ เป็นถึงลูกเจ้าสัวแต่กลับไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไรเลยไม่เหมือนกับพี่ชายของมันสักนิด
นอกจากจะได้เงินมาง่ายๆ ยังได้เด็กมาบริการในผับฟรีๆ อีกหนึ่งคน ทำไมมันคุ้มอย่างนี้...
“เฮียพอร์ช!” และเป็นไข่มุกเองที่ขำไม่ออกเพราะสายตาดันมองไปเห็นร่างหนาของพอร์ช“อย่าบอกน่ะว่า...” เมื่อได้ยินไข่มุกเรียกชื่อคู่อริทำให้พายุหันไปมองหน้าเอเดนทันทีก่อนจะพูดต่อ“...เป็นเด็กไอ้ปอร์เช่!?”เอเดนได้แต่นิ่งเพราะกลัวพายุจะแสดงท่าทีจนไข่มุกรู้เรื่องเกี่ยวกับพวกเขาและบ้านอนันต์พัฒน์“กูถาม” พายุตะคอกเสียงดังต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้“อืม...มุกขึ้นไปรอเฮียบนห้องก่อนไป” เขาเลยหันไปบอกคนตัวเล็กให้ออกไปก่อน“ค่ะ” ไข่มุกพยักหน้ารับทันทีเพราะเธอเองก็อยากจะหนีไม่ให้พอร์ชเห็นจนความเเตกซะก่อนสิ้นเสียงปิดประตูพายุเปิดประเด็นกับเอเดนทันทีโดยที่มีหญิงสาวที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้นั่งฟังอยู่ด้วย“กูเตือนมึงแล้วใช่ไหม เรื่องไอ้ปอร์เช่”“เออ!! กูรู้”“แล้วมึงก็ดันไปหลงกลมันเนี่ยนะ”“กูจะหลงกลได้ไงในเมื่อกูเป็นคนเริ่มให้มันมาเป็นหนี้กู” เอเดนตอบกลับเพราะคิดว่าตัวเองยังคงเหนือกว่าอีกฝ่ายเหมือนเดิม“เหรอวะ...แต่เท่าที่กูเห็นเป็นมึงนะที่จะแพ้ นอกจากเงินจะไม่ได้ผู้หญิงคนนั่น!! มึงไม่มีทางที่จะได้” คำพูดพายุเล่นเอาเอเดนถึงกับพูดไม่ออก แต่ถ้าตามที่เขาสืบมามันง่ายนิดเดียวแค่ให้ไข่มุกเลือกที่จะอยู่กั
“น้ำขิงนี่คะ” เสียงหวานๆ ของคนข้างกายพายุเอ่ยออกมาก่อนที่พวกเพื่อนๆ จะหันไปตามนิ้วเรียวของเธอที่ชี้ผ่านกระจกใสลงไปด้านล่างผับ ผู้หญิงสวยหวานเด่นมาแต่ไกลกำลังเดินเข้ามายังโถงผับพร้อมผู้ชายเคียงข้างที่เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของพายุ“ไอ้พอร์ช!!” เสียงเรียบนิ่งหลุดจากปากพายุ“ควงใครมาวะ” คลาสถามขึ้นด้วยความสงสัย“กูจะไปรู้ไหมละ ถามไอ้พายุสิ” เอเดนจึงหันไปมองเพื่อนแต่กลับเห็นแววตาแข็งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจากพายุ ตอนแรกเอเดนเข้าใจว่าพายุคงไม่สบอารมณ์ที่เห็นคู่อริ ทว่าสายตาที่มองลงไปด้านล่างกลับไม่ได้จับจ้องร่างหนาของพอร์ชเลยสักนิด“เอาเหอะ!! ควงใครไม่สำคัญหรอกแต่มันกล้ามาถิ่นพวกกูได้ไง” คลาสยังคงเอ่ยต่อ“...” พายุกำหมัดแน่นแววตายังจับจ้องที่ร่างบางอยู่ไม่วางตา“ไอ้พายุ!!” คลาสที่ตะคอกเรียกสติให้เพื่อนกลับมา“คุณพายุคะ” เสียงหวานๆ จึงช่วยเรียกอีกราย“เอ่อ...ครับ!?” เมื่อได้ยินมะปรางนักศึกษาฝึกงานเรียกจึงตั้งสติและกลับมาสนใจรอบข้างแทน“เป็นไรของมึงวะ”“เปล่า” เสียงนิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างเอ่ยออกมา แววตาไม่มั่นคงเหมือนน้ำเสียงที่เปล่งให้ได้ยิน“จะลงไปนั่งกับเพื่อนก็ได้นะ” พายุเลยหัน
-คฤหาสน์อนันต์พัฒน์-ปอร์เช่เดินเข้าในบ้านด้วยอารมณ์ดีกว่าปกติ หลังจากที่เครียดกับหนี้สินและสัญญาบ้าบอนั่นหลายวัน จนสุดท้ายก็หาทางออกให้ตัวเองจนได้ ทว่างานนี้จะสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับน้องสาวบุญธรรมอย่างไข่มุกเพียงคนเดียว“ทำไมเพิ่งกลับเอาป่านนี้” เสียงทุ่มเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างหนาของปอร์เช่เดินผ่านห้องอาหาร“อะไรเฮียพอร์ช หาเรื่องอะไรผมแต่เช้า” ปอร์เช่หมุนตัวกลับไปคุยกับผู้เป็นพี่ทันที ทว่ายังคงแกล้งไม่รู้ไม่ชี้“หึ หมดสภาพมาหลายวัน...”“...ไปทำอะไรมาล่ะถึงได้อารมณ์ดี” พอร์ชเองที่สังเกตอาการน้องชายมาหลายวัน ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าปอร์เช่ติดการพนันแต่ว่าเขาทำได้เพียงมองดูห่างๆ หากเรื่องที่น้องชายไปก่อไว้ไม่ร้ายแรงมาก“เฮียบ่นเก่ง ผมจะขึ้นไปนอนแล้ว” พูดจบก็เดินออกไปทันทีแต่...“ผกาจองตั๋วให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ว่าแต่คุณพอร์ชจะไปคนเดียวแน่นะคะ” เสียงนุ่มนวลของเลขาพอร์ชเอ่ยขึ้น วันนี้มีงานสำคัญที่ต้องจัดการเลขาอย่างผกาเลยต้องแวะเข้ามาคุยงานที่คฤหาสน์หรูก่อนเวลางานจะเริ่ม“ครับ” พอร์ชตอบกลับเลขาสาววัยกลางคน“เฮียจะไปไหน!?” เมื่อได้ยินเรื่องการเดินทางทำให้ปอร์เช่ให้ความสนใจอย่างมาก“ทำไม!?” ทว่าท่าท
“ฉันอาจจะพูดไม่เก่ง แต่ฉันถนัดทำมากกว่า!!” พูดจบก็ยกคนตัวเล็กให้นอนราบไปกับเตียงก่อนที่จะขึ้นคร่อมเอาไว้ไข่มุกได้แต่นอนนิ่งๆ สับสนกับคนบนร่างเพราะตอนนี้เธอรู้ใจตัวเองแล้วว่าเอเดนคือคนที่เธอมอบหัวใจให้ไปแล้ว“เธออาจจะสงสัยในตัวฉัน แต่เธอจำไว้ว่าเธอคือความสุขของฉัน...ไข่มุก” คำพูดที่ออกจากความรู้สึกจริงๆ ของเอเดนเอ่ยออกมาจนทำให้ไข่มุกเขินอายหลังจากรับฟัง“เอเดน” เสียงหวานได้แต่เอ่ยชื่อเขาด้วยความรู้สึกบางอย่างถ้าเธอต้องเลือกระหว่างอนันต์พัฒน์ที่เป็นเสมือนครอบครัวกับเอเดนสุดท้ายแล้วเธอต้องเลือกทางไหนกัน...มันเป็นคำตอบที่ยากที่สุดสำหรับไข่มุก ทว่าตอนนี้นาทีนี้ และวินาทีนี้ ไข่มุกรู้แค่ว่าเธออยากใช้เวลากับคนที่รู้สึกดีด้วยให้ได้มากที่สุดเพราะเอเดนคือความสุขของเธอ“ตกลงให้รางวัลฉันได้ยัง” เอเดนถามออกไป“รางวัล!?” แต่ไข่มุกกลับมีสีหน้างุนงงไม่เข้าใจ“หึ” เมื่อเห็นใบหน้าสงสัยของไข่มุกก็ทำให้เอเดนหลุดขำจนได้“รางวัลอะไรเหรอคะ” ไข่มุกยังคงถามต้องการคำตอบ“ก็เรื่องที่เธอเข้าใจผิดฉันเรื่องพิมพ์ไงละ” เขายอมเฉลยเพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับรางวัล” ทว่าไข่มุกก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี“ราง
ภายในห้องยังคงมีแต่ความเงียบเกิดขึ้นเหมือนเดิม ไม่นานไข่มุกจึงเป็นฝ่ายทำลายมันก่อน“คุณเอเดน” เสียงใสๆ ของเธอเอ่ยเรียกชื่อคนตรงหน้าที่ยืนกำหมัดตัวเองแน่น ทว่าเอเดนไม่ได้หันกลับตามเสียงหมับ!ไข่มุกเอื้อมมือไปคลายกำมือเอเดนออกแล้วดึงให้เขาหันมา“เป็นอะไรรึเปล่า” เธอถามเขาเมื่อเห็นสีหน้าแววตาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน“...” แต่เอเดนไม่ได้เอ่ยตอบกลับเขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะไข่มุกแทนแล้วดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดทันที“เอ่อ...เอเดน” ไข่มุกตกใจมาก ไม่คิดว่าเอเดนจะกล้ากอดเธอต่อหน้าลูกน้อง“มันบังคับอะไรเธออีก” เอเดนถามในสิ่งที่คิดไว้และมั่นใจว่าไข่มุกไม่มีทางบอกเขา“เปล่า” เธอตอบเขาทันทีอย่างไม่ลังเลพึ่บ!“แน่ใจ?” เมื่อฟังคำตอบของคนตัวเล็กเอเดนจึงผละไข่มุกออกเพื่อมองใบหน้าจิ้มลิ้มสายตาจับผิดชัดเจน“อืม” สายตาที่แน่วแน่ของเธอทำให้เอเดนเปลี่ยนเรื่องเพราะเขาไม่อยากคาดกลั้นเธอ“กลับห้องไปรอฉัน”“ค่ะ” ไข่มุกตอบกลับอย่างว่าง่าย“ไอ้หลุยส์ไปบอกไอ้วินให้ไปส่งไข่มุก” เขาหันไปสั่งหลุยส์“ครับนาย”“ไม่เป็นไรหรอก มุกกลับเองได้” เธอเงยหน้าบอกเอเดน และห้ามไม่ให้หลุยส์ออกไปตาม“ไอ้หลุยส์!! กูสั่ง” เอเดนตะคอกเสียงดังขึ
“ยัยมุกมานั่งนี่เลย มา!!” หลังจากที่หลุยส์เดินออกไปปอร์เช่ก็ลากไข่มุกให้ไปนั่งข้างๆ เพื่อคุยได้สะดวกขึ้น“เฮียมีอะไรรึเปล่า” ไข่มุกจึงถามในสิ่งที่อยากรู้“เธอกับมันถึงไหนกันแล้ว” แล้วเฮียปอร์เช่ก็ยิงคำถามตรงๆ ตามที่ตั้งใจจากบ้าน กะระยะเวลาที่คิดไว้ว่ามันต้องคืบหน้าคำถามจากปอร์เช่ทำให้ไข่มุกถึงกับพูดไม่ออกทีเดียว มันจุกในอกอย่างอธิบายไม่ถูก“หึ เสร็จมันแล้วสิ” ก่อนที่ปอร์เช่จะหัวเราะออกมาเหมือนพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น“...” ไข่มุกมองปอร์เช่ด้วยแววตาผิดหวังกว่าเดิม แต่ทำไงได้ทุกอย่างมันเลยเถิดเกินจะแก้ไขแล้ว“ดีเลย ตามแผนเดะ!!” แล้วปอร์เช่ก็นั่งพิงโซฟาอย่างสบายใจ“นี่เฮียตั้งใจให้ฉันเสียตัวให้กับเขาเนี่ยนะ” ตอนแรกตั้งใจปล่อยผ่าน แต่พอคนเห็นแก่ตัวพูดแบบไม่ทุกข์ร้อนจึงโกรธจนควันออกหู“อืม!!” แต่คนตั้งใจส่งตัวประกันมาที่นี่ก็ตอบอย่างหน้าตาย ไม่ได้รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำกับไข่มุกเลยสักนิด“เฮียทำแบบนี้ได้ไงอะ แล้วถ้าเฮียพอร์ชรู้ขึ้นมาจะทำยังไง”“ไม่มีทาง!! ฉันไม่มีทางให้เรื่องนี้ถึงหูเฮียพอร์ชหรอก...ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยสิวะ” แล้วเขาก็หันมาดุไข่มุกทันที“ฉันจะไม่ยอมอยู่ที่นี่อีกต่อไป” พูดจบไข่







