Masuk-คฤหาสน์อนันต์พัฒน์-
ร่างบางลากกระเป๋ามาวางไว้หน้าบ้านเพื่อรอไปสนามบิน ความรู้สึกตอนนี้คือดีใจมากเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่จะได้ไปต่างประเทศ ดีใจจนนอนไม่หลับ
ในที่สุดฝันเด็กๆ ของไข่มุกก็เป็นจริง
“ไข่มุก” พอร์ชเดินเข้ามาหาน้องน้อยของเขา
“คะ?”
“เฮียขอโทษนะที่ไม่ได้ไปส่ง” พอร์ชเอ่ยออกมาเศร้าๆ
“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคะ มุกรู้ว่าเฮียพอร์ชมีประชุมสำคัญ...ไม่เป็นไรเลยค่ะ มุกเข้าใจ” ไข่มุกเอ่ยเสียงใสพร้อมเอื้อมมือไปจับมือเฮียพอร์ช คนเดียวที่ทำให้เธออบอุ่นและอุ่นใจทุกครั้งที่คุยด้วย คงเป็นเพราะเขาเปรียบเสมือนครอบครัวเดียวของเธอที่มีอยู่ ถึงแม้เธอจะเป็นแค่เด็กรับใช้ก็ตาม
“ยัยตัวแสบ” ความเอ็นดูจึงยื่นมือไปขยี้ผมสลวย
“อื้อออ~ อย่าเอามาขยี้ผมมุกนะ เสียทรงหมดแล้ว” มือบางรีบปัดมือเฮียพอร์ชออกจากหัวทันที
ทว่าไข่มุกที่เหลือบไปเห็นสายตาที่มองมาแบบไม่ชอบใจและเป็นใครไม่ได้นอกจากหัวหน้าแม่บ้านที่เธอไม่เข้าใจเลยว่าเธอไปทำอะไรให้ ทำไมถึงชอบรังเกียจกันนัก
“แล้วเฮียปอร์เช่ล่ะคะ” ตั้งแต่วันที่เฮียปอร์เช่โทรหาให้ออกมาเปิดประตู เฮียปอร์เช่ก็หายไปเลย ไม่เจอหน้าอันนี้ไม่แปลกแต่ทำไมเฮียปอร์เช่ถึงไม่หาเรื่องแกล้งเหมือนก่อนๆ อย่างน้อยต้องให้ไข่มุกได้ปวดหัวไม่เว้นวันสิ
“จะถามถึงทำไม เฮียอุตส่าห์ส่งเราหนีมันเลยนะ” พอร์ชเอ่ยออกมา
“ฮ่าๆ ก็แปลกนี่คะ ปกติต้องมาหาเรื่องมุกแล้วยิ่งรู้ว่ามุกจะไปต่างประเทศแบบนี้ด้วย”
“หึ! เรานี่นะ มันคงแกล้งไข่มุกจนไม่รู้จะแกล้งอะไรแล้วมั้ง”
“ขอให้เป็นแบบนั้นจริงๆ เถอะค่ะ”
“มัวแต่พูดมาก เดี๋ยวก็ขึ้นเครื่องไม่ทันหรอก”
“จริงด้วย งั้นมุกไปก่อนนะคะ”
“อืม ดูแลตัวเองดีๆ ละ”
“รับทราบค้าบบ” ไข่มุกยิ้มแฉ่งให้ทันทีและหมุนตัวขึ้นรถเพื่อไปสนามบิน
ความสุขของเธอกำลังจะเกิดขึ้น เธอจะได้ไปเปิดหูเปิดตา เจอโลกใหม่ที่จินตนาการมานานแสนนาน เสียดายก็แต่เพื่อนสนิทอย่างวีต้าไม่ได้ไปด้วยกัน
เอี๊ยดดดด!!
และอยู่ๆ ลุงสมปองก็หยุดรถกะทันหัน เสียงเบรกรถทำให้ไข่มุกที่กำลังจินตนาการตื่นจากฝันทันที
“มีอะไรเปล่าคะลุง” ร่างบางถามลุงสมปองและยิ่งเห็นหน้าลุงตอนนี้เริ่มจะซีดจนเห็นได้ชัด
“เอ่อ…คือว่า” ลุงคนขับรถพูดติดๆ ขัดๆ
“อะไรคะ?” ไข่มุกจึงถามย้ำไปอีกรอบ แต่ลุงสมปองกลับพยักหน้าให้มองทางกระจกรถด้านข้างตัวเองแทน
ใบหน้าจิ้มลิ้มค่อยๆ หันกลับไปก่อนที่ประตูรถจะเปิดออกด้วยฝีมือใครบางคน
คนที่เธอไม่ได้เจอหลายวัน
“ลงมา ยัยมุก” เสียงที่ไข่มุกคุ้นชินที่สุดตั้งแต่เกิดมา
“บอกให้ลงมาไงวะ” ปอร์เช่ไม่พูดเปล่ากลับกระชากแขนไข่มุกดึงลงจากรถทันที
“เฮีย! จ จะทำอะไรคะ” ไข่มุกถามเสียงสั่น ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมลุงสมปองถึงพูดติดขัดแบบนั้น
“หึ กลัวฉันจนหน้าซีดเลยนะยัยมุก...ฉันไม่แกล้งเธอหรอก” ปอร์เช่พูดไปยิ้มไป จนคนขนลุกไปหมดแล้ว
อยู่ๆ บอกว่าจะไม่แกล้งอันนี้ไม่น่ากลัวเท่ากับการส่งยิ้มแปลกๆ แบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ยิ่งรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าคนอย่างปอร์เช่ ไข่มุกรู้ชะตากรรมแล้วว่าอนาคตข้างหน้าที่ฝันหวานไว้กำลังพังทลายลงมาในพริบตา
“ถึงกับพูดไม่ออก!? ไป! ฉันจะไปส่งเธอเอง” เอ่ยจบ มือหนาก็ลากไข่มุกให้เดินตามไปที่รถตัวเอง
“ไม่เอา มุกจะไปกับลุงสมปองเท่านั้น” ร่างบางพยายามขืนตัว
“กล้าขัดคำสั่งฉันเหรอ” น้ำเสียง แววตาที่เริ่มเปลี่ยนไปทำให้ไข่มุกยอมแต่โดยดี
“ลุง ขนกระเป๋ายัยนั่นขนรถผมเร็ว” และเขาก็หันไปสั่งลุงสมปองต่อ
“ครับๆ” คนขับรถรับคำง่ายดาย ไม่มีท่าทีจะช่วยไข่มุกให้รอดพ้นน้ำมือลูกชายคนเล็กของเจ้าสัววรรณ
ระหว่างที่ไข่มุกนั่งรอปอร์เช่บนรถก็หันไปมองกระจกรถด้านข้าง เห็นปอร์เช่ายืนคุยกับสมปองอะไรบางอย่าง มั่นใจว่าต้องสั่งการปิดข่าวเรื่องที่ลากตัวเธอเพื่อพาไปส่งสนามบินเองแน่
ปัง!
“เฮียจะพามุกไปไหน” ไข่มุกถามอย่างกังวล
“ไปสวรรค์”
“อะไรของเฮีย สวรรค์อะไร!?” คนยิ่งใจคอไม่ดี ยังจะตอบกวนอีก
“เงียบเหอะน่า ถึงแล้วก็รู้เองแหละ”
“ไม่! ไปส่งมุกที่สนามบินเดี๋ยวนี้”
“กล้าสั่งฉันเหรอ”
“แต่เฮียกำลังทำความฝันมุกพังนะ”
“เธอรู้ได้ไงว่าจะพัง เชื่อฉัน เพราะฉันกำลังทำความฝันเธอให้เป็นจริงต่างหาก”
“ไม่เชื่อ” ใครเชื่อก็บ้าแล้ว
“เงียบ!”
“…” และเธอก็เงียบจริงๆ ใครมันจะกล้าหือกับคนประเภทนี้ ยอมอยู่เงียบๆ แล้วหาทางเอาตัวรอดดีกว่าอ้อนวอนความเห็นใจจากคนที่ชอบแกล้งเธอไม่จบไม่สิ้น
ปอร์เช่ขับรถจนถึงจุดหมายปลายทาง เหลือบมองคนที่เขาลากติดมาด้วย กำลังนั่งเงียบ ไม่กล้าขัดขืน เป็นแบบนี้ก็ดีเขาจะได้ไม่เหนื่อย
“ลงมาได้แล้ว” จนถึงจุดหมายก็เอ่ยปากสั่งทันที
“ไม่เอา พามุกไปส่งสนามบินเถอะหรือพากลับบ้านก็ได้ ไม่ไปเรียนที่ไหนแล้ว” ร่างบางยอมทุกอย่าง
“อย่าให้ต้องพูดซ้ำ” พูดจบ เขาก็เปิดประตูลากเด็กในโอวาทให้เดินตามเข้ามาในลิฟต์จนประตูเปิดอีกครั้ง
ก้าวแรกที่ไข่มุกเดินเข้ามาในที่นี่ ทำให้รู้ว่าสถานที่แห่งนี้ทั้งหรูและดูดี นอกจากบ้านที่อยู่เธอก็ไม่เคยไปที่ไหนที่หรูขนาดนี้มาก่อน
สักพักก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายปอร์เช่
“เชิญทางนี้ครับ”
“อืม” ปอร์เช่ขานรับในลำคอแล้วเอื้อมมือมาจูงไข่มุกให้เดินตามไปด้วยกัน
ไข่มุกเริ่มหวาดระแวง ใจคอไม่ดีชอบกล
กระทั่งก้าวเท้ามาหยุดหน้าโซฟาหรูที่ล้อมรอบด้วยกระจกใสชมวิวทัศน์รอบเมือง ภายในห้องมีผู้ชายประมาณสี่คน
แต่สายตาไข่มุกไม่ได้จับจ้องใครเลยนอกจากคนที่นั่งบนโซฟา
ที่ผ่านมาก็คิดว่าเฮียพอร์ชเป็นผู้ชายที่หล่อ ดูดีที่สุดแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะเจอคนประเภทเดียวกับเฮียพอร์ชด้วย ทั้งหน้าตาที่หล่อแบดๆ แขนขายาวดูดีไปหมดทุกตารางนิ้ว
พรึ่บ! ปอร์เช่กระตุกแขนให้ไข่มุกนั่งข้างกัน
“มากันแล้วเหรอ” คนที่หล่อที่สุดเอ่ยออกมา
“ก็เห็นนี่” แต่ชายหนุ่มข้างกายไข่มุกก็ยังกวนตีนเหมือนเดิม
“นี่เหรอ เด็กนาย” กระทั่งเสียงเข้มเปลี่ยนเรื่องคุยและเรื่องนั้นก็เกี่ยวกับคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว
“อืม”
“ยัยเด็กนี่เหรอ…” ร่างสูงมองผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า สำรวจโดยไม่กวนจะถูกตำหนิ ก่อนที่จะประมาทคร่าวๆ แล้วพูดออกไป
“...คาสิโนกูไม่รับเด็กต่ำกว่า ยี่สิบเอ็ดปี”
“งั้นมึงไม่ต้องห่วง เพราะไข่มุกเพิ่งยี่สิบเอ็ดเต็มเดือนที่แล้ว”
“คุยอะไรกันอะ มุกงงไปหมดแล้วนะเฮีย” ใบหน้าจิ้มลิ้มทำหน้างุนงง
“เงียบก่อนได้ไหม” ปอร์เช่หันมาดุเสียงเข้ม
“เฮียก็บอกมาก่อนสิว่าพวกเฮียตกลงไรกัน อย่าบอกนะว่าพามุกมาขาย” ไข่มุกพยายามนึกให้เลวร้ายที่สุดมันจะได้ไม่เป็นจริง
หมับ! แต่คราวนี้มือหนากระชากแขนเธออย่างแรงพร้อมสั่งเสียงเด็ดขาด “หุบปาก!!”
“หลอกมาเหรอวะ” เป็นผู้ชายรูปร่างดีคนหนึ่งที่ยืนอยู่เอ่ยทักท้วงขึ้นมา
“เปล่า เดี๋ยวกูมา” ปอร์เช่ตอบเสร็จก็ลากไข่มุกออกจากตรงนั้นโดยด่วน
กระทั่งปลอดคนเหลือกันแค่สองคน
“ยัยมุก ฉันมีเรื่องให้เธอช่วย” ปอร์เช่ก็เปิดประเด็นทันที
“อะไร มุกไม่เล่นด้วยนะเฮีย” ทว่าใบหน้าจิ้มลิ้มเริ่มไม่สู้ดีแล้ว
“ฉันก็ไม่ได้เล่น ฉันต้องการให้เธออยู่ที่นี่เพื่อแลกกับบางอย่างให้ฉัน”
“แลกอะไร?” ไข่มุกถาม
“เอ่อ อย่าถามมากได้ไหมวะ” ปอร์เช่หันหน้าไปทางอื่นเหมือนกับกำลังตัดสินใจจะบอกหรือไม่บอกดี
“ไม่ได้ ถ้าไม่บอกมุกจะโทรหาเฮียพอร์ชเดี๋ยวนี้” เพื่อให้รอดจากสถานการณ์นี้ เธอต้องทำอะไรสักอย่างและมีทางสว่างอยู่แค่ทางเดียวก็คือขอความช่วยเหลือคนที่พึ่งได้ที่สุด
“เฮ้ย! ไม่ได้นะเว้ย...” ปอร์เช่โวยวายเสียงดังลั่น
ซึ่งไข่มุกก็ยืนกอดอกเตรียมตัวล้วงกระเป๋าเพื่อกดโทรศัพท์มือถือขอความช่วยเหลือ แต่! ทำไมในกระเป๋าไม่มีโทรศัพท์ล่ะ!?
มันหายไปตอนไหนกัน!!
“...โอเคๆ” ปอร์เช่ยกมืออย่างจำนน
“คือฉันเป็นหนี้พนันบ่อนน่ะ”
“แล้ว?” ไข่มุกไม่ได้ตกใจเพราะรู้มานานแล้วว่าผู้ชายตรงหน้านิสัยเป็นยังไง
“อะไรวะ!! เป็นแม่หรือไง” ปอร์เช่เอ่ยเสียงดุ ไม่ยอมตอบเช่นกัน
“ไม่บอกมุกก็ช่วยไม่ได้”
“เออๆ ฉันเป็นหนี้มันสามสิบล้าน”
“ห๊า!! สามสิบล้าน” โคตรเยอะ เยอะจนไม่มีปัญญาช่วย ลำบากตัวเองก็ต้องพึ่งใบบุญเจ้าสัวให้ส่งเรียน ค่าข้าวค่าน้ำก็ยังต้องทำงานแลกมา แล้วหนี้สามสิบล้านเธอจะไปช่วยอะไรได้
“เออ!! แล้วไหนจะรถฉันที่อยู่กับมันอีก”
“ว่าแล้วทำไมเฮียขับรถคันนี้” จริงอยู่ ตอนขึ้นรถปอร์เช่มา ไข่มุกก็สังเกตเเล้วว่าไม่ใช่ลูกรักของเขา แต่ก็ไม่กล้าถามออกไป
“แล้วการที่ฉันจะได้รถฉันคืนมีทางเดียวก็คือ…”
“คืออะไร?” ตอนนี้ไข่มีลุ้นคำตอบพอๆ กับลุ้นหวยเลย ใจสั่นหมดแล้วเนี่ย
“เอาเธอมาแลกกับรถไง”
คำตอบจากปอร์เช่ทำเอาร่างบางวิญญาณหลุดออกจากร่างไปชั่วขณะ ก่อนจะเรียกสติแล้วส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน
“ไม่เอาอะ มุกไม่เล่นด้วยนะ”
“ก็ใช่ไง เธอต้องอยู่ที่นี่จนครบสองเดือนที่ฉันตกลงกับมันไว้ แค่อยู่เฉยๆ เอง” ปอร์เช่หว่านล้อมให้เด็กในโอวาทเคลิ้มตาม
“แล้วมุกจะออกจากที่นี่ได้ยังไง” อยากจะวิ่งหนีออกจากตรงนี้แต่ก็ทำไม่ได้
“พอครบสองเดือน ฉันก็เอาเงินมาคืนมัน แค่นี้ก็จบ เห็นไหม ไม่เห็นยากตรงไหนเลย” เขาพูดง่ายๆ ทั้งที่รู้ว่ายาก
“ฮืออ ไม่เอาอะ” ความฝันของเธอต้องพังทลาย ฝันที่จะไปต่างประเทศกับเขาบ้าง แต่กลับต้องมาอยู่คาสิโนแทนเนี่ยนะ
“เธอต้องอยู่ นี่เป็นคำสั่ง เธออยู่บ้านฉันมากี่ปีไหนจะต้องส่งเรียนอีก กรุณาตอบแทนบุญคุณด้วย”
“บุญคุณอะ ตอบแทนแน่ แต่...”
“แต่อะไร” ปอร์เช่ถามเสียงเรียบ
“แต่ไม่ใช่วิธีนี้ได้ไหมเฮีย” แล้วอีกอย่างคนที่ส่งเธอเรียนก็ไม่ใช่คนที่เรียกร้องบุญคุณสักหน่อย
“ไม่ได้!!” และเขาก็ตะคอกใส่หน้าจิ้มลิ้มทันที
“ยังไงเฮียพอร์ชก็ต้องรู้อยู่ดีเรื่องที่มุกไม่ได้ไปเรียนอะ” ไข่มุกพยายามเอาเรื่องนี้มาช่วยเผื่อจะได้ผล ถึงแม้จะรู้คำตอบอยู่บ้างก็เหอะ
“เรื่องนั้นฉันจัดการได้”
“แต่มุกกลัว”
“ไม่ต้องกลัว” ปอร์เช่ตบบ่าปลอบโยนให้คนตัวเล็กคล้อยตามเพื่อเอาตัวรอดไปอีกวัน
“เฮียพอร์ช!” และเป็นไข่มุกเองที่ขำไม่ออกเพราะสายตาดันมองไปเห็นร่างหนาของพอร์ช“อย่าบอกน่ะว่า...” เมื่อได้ยินไข่มุกเรียกชื่อคู่อริทำให้พายุหันไปมองหน้าเอเดนทันทีก่อนจะพูดต่อ“...เป็นเด็กไอ้ปอร์เช่!?”เอเดนได้แต่นิ่งเพราะกลัวพายุจะแสดงท่าทีจนไข่มุกรู้เรื่องเกี่ยวกับพวกเขาและบ้านอนันต์พัฒน์“กูถาม” พายุตะคอกเสียงดังต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้“อืม...มุกขึ้นไปรอเฮียบนห้องก่อนไป” เขาเลยหันไปบอกคนตัวเล็กให้ออกไปก่อน“ค่ะ” ไข่มุกพยักหน้ารับทันทีเพราะเธอเองก็อยากจะหนีไม่ให้พอร์ชเห็นจนความเเตกซะก่อนสิ้นเสียงปิดประตูพายุเปิดประเด็นกับเอเดนทันทีโดยที่มีหญิงสาวที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้นั่งฟังอยู่ด้วย“กูเตือนมึงแล้วใช่ไหม เรื่องไอ้ปอร์เช่”“เออ!! กูรู้”“แล้วมึงก็ดันไปหลงกลมันเนี่ยนะ”“กูจะหลงกลได้ไงในเมื่อกูเป็นคนเริ่มให้มันมาเป็นหนี้กู” เอเดนตอบกลับเพราะคิดว่าตัวเองยังคงเหนือกว่าอีกฝ่ายเหมือนเดิม“เหรอวะ...แต่เท่าที่กูเห็นเป็นมึงนะที่จะแพ้ นอกจากเงินจะไม่ได้ผู้หญิงคนนั่น!! มึงไม่มีทางที่จะได้” คำพูดพายุเล่นเอาเอเดนถึงกับพูดไม่ออก แต่ถ้าตามที่เขาสืบมามันง่ายนิดเดียวแค่ให้ไข่มุกเลือกที่จะอยู่กั
“น้ำขิงนี่คะ” เสียงหวานๆ ของคนข้างกายพายุเอ่ยออกมาก่อนที่พวกเพื่อนๆ จะหันไปตามนิ้วเรียวของเธอที่ชี้ผ่านกระจกใสลงไปด้านล่างผับ ผู้หญิงสวยหวานเด่นมาแต่ไกลกำลังเดินเข้ามายังโถงผับพร้อมผู้ชายเคียงข้างที่เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของพายุ“ไอ้พอร์ช!!” เสียงเรียบนิ่งหลุดจากปากพายุ“ควงใครมาวะ” คลาสถามขึ้นด้วยความสงสัย“กูจะไปรู้ไหมละ ถามไอ้พายุสิ” เอเดนจึงหันไปมองเพื่อนแต่กลับเห็นแววตาแข็งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจากพายุ ตอนแรกเอเดนเข้าใจว่าพายุคงไม่สบอารมณ์ที่เห็นคู่อริ ทว่าสายตาที่มองลงไปด้านล่างกลับไม่ได้จับจ้องร่างหนาของพอร์ชเลยสักนิด“เอาเหอะ!! ควงใครไม่สำคัญหรอกแต่มันกล้ามาถิ่นพวกกูได้ไง” คลาสยังคงเอ่ยต่อ“...” พายุกำหมัดแน่นแววตายังจับจ้องที่ร่างบางอยู่ไม่วางตา“ไอ้พายุ!!” คลาสที่ตะคอกเรียกสติให้เพื่อนกลับมา“คุณพายุคะ” เสียงหวานๆ จึงช่วยเรียกอีกราย“เอ่อ...ครับ!?” เมื่อได้ยินมะปรางนักศึกษาฝึกงานเรียกจึงตั้งสติและกลับมาสนใจรอบข้างแทน“เป็นไรของมึงวะ”“เปล่า” เสียงนิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างเอ่ยออกมา แววตาไม่มั่นคงเหมือนน้ำเสียงที่เปล่งให้ได้ยิน“จะลงไปนั่งกับเพื่อนก็ได้นะ” พายุเลยหัน
-คฤหาสน์อนันต์พัฒน์-ปอร์เช่เดินเข้าในบ้านด้วยอารมณ์ดีกว่าปกติ หลังจากที่เครียดกับหนี้สินและสัญญาบ้าบอนั่นหลายวัน จนสุดท้ายก็หาทางออกให้ตัวเองจนได้ ทว่างานนี้จะสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับน้องสาวบุญธรรมอย่างไข่มุกเพียงคนเดียว“ทำไมเพิ่งกลับเอาป่านนี้” เสียงทุ่มเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างหนาของปอร์เช่เดินผ่านห้องอาหาร“อะไรเฮียพอร์ช หาเรื่องอะไรผมแต่เช้า” ปอร์เช่หมุนตัวกลับไปคุยกับผู้เป็นพี่ทันที ทว่ายังคงแกล้งไม่รู้ไม่ชี้“หึ หมดสภาพมาหลายวัน...”“...ไปทำอะไรมาล่ะถึงได้อารมณ์ดี” พอร์ชเองที่สังเกตอาการน้องชายมาหลายวัน ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าปอร์เช่ติดการพนันแต่ว่าเขาทำได้เพียงมองดูห่างๆ หากเรื่องที่น้องชายไปก่อไว้ไม่ร้ายแรงมาก“เฮียบ่นเก่ง ผมจะขึ้นไปนอนแล้ว” พูดจบก็เดินออกไปทันทีแต่...“ผกาจองตั๋วให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ว่าแต่คุณพอร์ชจะไปคนเดียวแน่นะคะ” เสียงนุ่มนวลของเลขาพอร์ชเอ่ยขึ้น วันนี้มีงานสำคัญที่ต้องจัดการเลขาอย่างผกาเลยต้องแวะเข้ามาคุยงานที่คฤหาสน์หรูก่อนเวลางานจะเริ่ม“ครับ” พอร์ชตอบกลับเลขาสาววัยกลางคน“เฮียจะไปไหน!?” เมื่อได้ยินเรื่องการเดินทางทำให้ปอร์เช่ให้ความสนใจอย่างมาก“ทำไม!?” ทว่าท่าท
“ฉันอาจจะพูดไม่เก่ง แต่ฉันถนัดทำมากกว่า!!” พูดจบก็ยกคนตัวเล็กให้นอนราบไปกับเตียงก่อนที่จะขึ้นคร่อมเอาไว้ไข่มุกได้แต่นอนนิ่งๆ สับสนกับคนบนร่างเพราะตอนนี้เธอรู้ใจตัวเองแล้วว่าเอเดนคือคนที่เธอมอบหัวใจให้ไปแล้ว“เธออาจจะสงสัยในตัวฉัน แต่เธอจำไว้ว่าเธอคือความสุขของฉัน...ไข่มุก” คำพูดที่ออกจากความรู้สึกจริงๆ ของเอเดนเอ่ยออกมาจนทำให้ไข่มุกเขินอายหลังจากรับฟัง“เอเดน” เสียงหวานได้แต่เอ่ยชื่อเขาด้วยความรู้สึกบางอย่างถ้าเธอต้องเลือกระหว่างอนันต์พัฒน์ที่เป็นเสมือนครอบครัวกับเอเดนสุดท้ายแล้วเธอต้องเลือกทางไหนกัน...มันเป็นคำตอบที่ยากที่สุดสำหรับไข่มุก ทว่าตอนนี้นาทีนี้ และวินาทีนี้ ไข่มุกรู้แค่ว่าเธออยากใช้เวลากับคนที่รู้สึกดีด้วยให้ได้มากที่สุดเพราะเอเดนคือความสุขของเธอ“ตกลงให้รางวัลฉันได้ยัง” เอเดนถามออกไป“รางวัล!?” แต่ไข่มุกกลับมีสีหน้างุนงงไม่เข้าใจ“หึ” เมื่อเห็นใบหน้าสงสัยของไข่มุกก็ทำให้เอเดนหลุดขำจนได้“รางวัลอะไรเหรอคะ” ไข่มุกยังคงถามต้องการคำตอบ“ก็เรื่องที่เธอเข้าใจผิดฉันเรื่องพิมพ์ไงละ” เขายอมเฉลยเพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับรางวัล” ทว่าไข่มุกก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี“ราง
ภายในห้องยังคงมีแต่ความเงียบเกิดขึ้นเหมือนเดิม ไม่นานไข่มุกจึงเป็นฝ่ายทำลายมันก่อน“คุณเอเดน” เสียงใสๆ ของเธอเอ่ยเรียกชื่อคนตรงหน้าที่ยืนกำหมัดตัวเองแน่น ทว่าเอเดนไม่ได้หันกลับตามเสียงหมับ!ไข่มุกเอื้อมมือไปคลายกำมือเอเดนออกแล้วดึงให้เขาหันมา“เป็นอะไรรึเปล่า” เธอถามเขาเมื่อเห็นสีหน้าแววตาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน“...” แต่เอเดนไม่ได้เอ่ยตอบกลับเขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะไข่มุกแทนแล้วดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดทันที“เอ่อ...เอเดน” ไข่มุกตกใจมาก ไม่คิดว่าเอเดนจะกล้ากอดเธอต่อหน้าลูกน้อง“มันบังคับอะไรเธออีก” เอเดนถามในสิ่งที่คิดไว้และมั่นใจว่าไข่มุกไม่มีทางบอกเขา“เปล่า” เธอตอบเขาทันทีอย่างไม่ลังเลพึ่บ!“แน่ใจ?” เมื่อฟังคำตอบของคนตัวเล็กเอเดนจึงผละไข่มุกออกเพื่อมองใบหน้าจิ้มลิ้มสายตาจับผิดชัดเจน“อืม” สายตาที่แน่วแน่ของเธอทำให้เอเดนเปลี่ยนเรื่องเพราะเขาไม่อยากคาดกลั้นเธอ“กลับห้องไปรอฉัน”“ค่ะ” ไข่มุกตอบกลับอย่างว่าง่าย“ไอ้หลุยส์ไปบอกไอ้วินให้ไปส่งไข่มุก” เขาหันไปสั่งหลุยส์“ครับนาย”“ไม่เป็นไรหรอก มุกกลับเองได้” เธอเงยหน้าบอกเอเดน และห้ามไม่ให้หลุยส์ออกไปตาม“ไอ้หลุยส์!! กูสั่ง” เอเดนตะคอกเสียงดังขึ
“ยัยมุกมานั่งนี่เลย มา!!” หลังจากที่หลุยส์เดินออกไปปอร์เช่ก็ลากไข่มุกให้ไปนั่งข้างๆ เพื่อคุยได้สะดวกขึ้น“เฮียมีอะไรรึเปล่า” ไข่มุกจึงถามในสิ่งที่อยากรู้“เธอกับมันถึงไหนกันแล้ว” แล้วเฮียปอร์เช่ก็ยิงคำถามตรงๆ ตามที่ตั้งใจจากบ้าน กะระยะเวลาที่คิดไว้ว่ามันต้องคืบหน้าคำถามจากปอร์เช่ทำให้ไข่มุกถึงกับพูดไม่ออกทีเดียว มันจุกในอกอย่างอธิบายไม่ถูก“หึ เสร็จมันแล้วสิ” ก่อนที่ปอร์เช่จะหัวเราะออกมาเหมือนพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น“...” ไข่มุกมองปอร์เช่ด้วยแววตาผิดหวังกว่าเดิม แต่ทำไงได้ทุกอย่างมันเลยเถิดเกินจะแก้ไขแล้ว“ดีเลย ตามแผนเดะ!!” แล้วปอร์เช่ก็นั่งพิงโซฟาอย่างสบายใจ“นี่เฮียตั้งใจให้ฉันเสียตัวให้กับเขาเนี่ยนะ” ตอนแรกตั้งใจปล่อยผ่าน แต่พอคนเห็นแก่ตัวพูดแบบไม่ทุกข์ร้อนจึงโกรธจนควันออกหู“อืม!!” แต่คนตั้งใจส่งตัวประกันมาที่นี่ก็ตอบอย่างหน้าตาย ไม่ได้รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำกับไข่มุกเลยสักนิด“เฮียทำแบบนี้ได้ไงอะ แล้วถ้าเฮียพอร์ชรู้ขึ้นมาจะทำยังไง”“ไม่มีทาง!! ฉันไม่มีทางให้เรื่องนี้ถึงหูเฮียพอร์ชหรอก...ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยสิวะ” แล้วเขาก็หันมาดุไข่มุกทันที“ฉันจะไม่ยอมอยู่ที่นี่อีกต่อไป” พูดจบไข่







